ข่าวที่น่าสนใจ

วันพุธที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

นาตาลี ปัดแอบจดทะเบียน ฟลุค เมินพูดถึง กระต่าย

นาตาลี เจียรวนนท์ ย้ำความสัมพันธ์ ''ฟลุค-เกริกพล'' ดีเหมือนเดิม ไม่ขอพูดถึงกรณีฝ่ายชายแอบชวน กระต่าย-ทรรศิกา ขึ้นคอนโด เรื่องมันแล้วไปแล้ว ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ โต้รู้ข่าวถึงกับทรุดเข้าโรงพยาบาล ยันป่วยอยู่ก่อน ปัดซุ่มจดทะเบียนกับฝ่ายชาย ยันยังไม่มีแพลนแต่ง 


เรียกว่าใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว จริงๆ สำหรับดาราสาว ลี นาตาลี เจียรวนนท์ กรณีแฟนหนุ่ม ''ฟลุค'' เกริพล มัสยวาณิช แอบคุยไลน์กับนางแบบสาวแม็กซิม ''กระต่าย'' ทรรศิกา ยุติมิตร ถึงขั้นชวนขึ้นคอนโด และมีภาพนั่งดินเนอร์ร่วมโต๊ะกันหลุดออกมา จนกลายเป็นประเด็นฮอตอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งทางหนุ่มฟลุคเองได้แต่เพียงโพสต์ในอินสตาแกรมว่า เกี่ยวกับธรรมมะ จนทำให้หลายคนต่างตีความเข้าใจว่าเป็นการตอบโต้กระต่าย ด้าน นาตาลีก็โพสต์ข้อความที่คล้ายกับว่าจะไม่ให้โอกาสแก้ตัวอีก ซึ่งล่าสุดทั้งฟลุค-นาตาลี และอชิ ก็ยังได้บินไปเที่ยวที่นิวยอร์กกัน โดยปล่อยให้ข่าวดังกล่าวค่อยๆ จางหายไปเอง แถมยังมีชื่อของทางโรงแรมที่พิมพ์ชื่อนาตาลี แต่เป็นนามสกุลของฟลุค ทำให้เกิดกระแสซุ่มจดทะเบียนสมรสกันด้วย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 56 ผู้สื่อข่าวมีโอกาสได้เจอนาตาลีที่งานเซ็นทรัลพระราม 9 จึงได้ถามถึงเรื่องนี้ โดยนาตาลีบอกว่า
''ตอนนี้ทุกอย่างปกติดีค่ะ เรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว ไม่อยากพูดถึง ตอนนี้โอเค ถามว่าเขาขอไม่ให้พูดหรือเปล่า ก็เปล่า ค่ะ ลีไม่อยากไม่พูดเอง และหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีก''

ความเชื่อใจว่ายังมีให้กันอยู่หรือไม่? 
''ความเชื่อใจ ลีมองว่าขอเป็นการให้เกียรติกันดีกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นให้เวลาตัดสิน เรื่องที่เกิดขึ้นมีเหตุผลของมัน ส่วนตัวก็ไม่ได้เคลียร์อะไร กับฝ่ายนั้น แต่มีการพูดคุยกับฟลุคเฉยๆ ค่ะ'' 

กับกระแสข่าวที่ว่าพอรู้ข่าวถึงขั้นทรุดเข้าโรงพยาบาลนั้นจริงหรือไม่อย่างไร?
''อ๋อ อันนั้นไม่ใช่ค่ะ ลีเข้าโรงพยาบาลก่อนมีข่าว เพราะว่าแร่ธาตุในร่างกายต่ำค่ะ''

เรื่องนี้มันยิ่งทำให้ตอกย้ำ ฉายาคาสโนว่าฆ่าไม่ตาย ของฟลุคหรือเปล่า? 
''ขำๆ ค่ะเห็นไหมล่ะเขาก็ยังมีชีวิตอยู่''

ส่วนที่ไปต่างประเทศด้วยกัน ดาราสาวเผยว่าตนไปทำงานกับฝ่ายชาย และก็ถือโอกาสไปเที่ยวด้วย ส่วนชื่อของตนที่เป็นนามสกุลของฟลุคนั้นทางโรงแรมเข้าใจผิดไปเอง ตนไม่ได้แอบไปจดทะเบียนแต่อย่างใด อีกทั้งตอนนี้ยังไม่มีแพลนวิวาห์อยู่ในหัวเลย หากมีข่าวดีก็จะแจ้งให้ทราบแน่นอน สำหรับข่าวที่เกิดขึ้นผู้ใหญ่ก็ห่วงแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ปล่อยให้ตนทั้งสองตัดสินใจเองเพราะว่าเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว

ที่มา สยามดารา

วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ปุ๊กลุก โต้ข่าวกิ๊กทายาทโรงแรมดัง คู่จิ้น พอร์ช-ศรัณย์ เกาเหลา โม อมีนา

ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ วัชรตระกูล ที่มีข่าวลือกับหนุ่มๆ ทั้งในและนอกวงการออกมาอย่างไม่ขาดสาย ล่าสุดก็มีกระแสข่าวออกมาว่าเศรษฐีหนุ่มทายาทโรงแรมปาร์คนายเลิศก็ยังลงทุนมาตามเทคแคร์ตามจีบไม่ห่าง แถมมีกระแสข่าวว่าเป็นคู่จิ้นกับ พอร์ช-ศรัณย์ อีกต่างหาก


จนเมื่อวันที่ 24 ก.ค. 56 ผู้สื่อข่าวได้เจอกับนักแสดงสาวในงานเปิดตัวช็อปรองเท้าแนทเจอร์ไลเซอร์ ที่จัดขึ้น ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าซีคอน สแควร์ (บางแค)  จึงไม่พลาดที่จะซักถามเกี่ยวกับกระแสข่าวลือในเรื่องนี้ทันที โดย ปุ๊กลุก ตอบมาว่า
''ไม่ใช่ค่ะแต่ก็เคยเจอกันค่ะเพราะหนูสนิทกับพี่สาว ''หนูเล็ก'' ณพาภรณ์ ณรงค์เดช แต่ไม่สนิทเพราะไม่บ่อยครั้งเดียวเองมั้งค่ะ จริงๆ ส่วนใหญ่ที่ไปโรงแรมนั้นเพราะ หนูชอบไปทานอาหารที่ร้าน ''เกนจิ'' เพราะพี่เขาเป็นคนทำอยู่ที่นั่น ส่วนใหญ่ก็จะกินแต่ไม่ได้เจอคนทำเท่าไหร่''

หนูเล็ก-ณพาภรณ์ มีทาบทามไปเป็นน้องสะใภ้บ้างหรือเปล่า?
''ไม่ค่ะส่วนใหญ่ไปเล่นโยคะ ทานข้าว ช็อปปิ้ง ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับคนอื่นสักเท่าไหร่''

นอกจากทายาทโรงแรมปาร์คนายเลิศแล้ว ล่าสุดยังถูกจับคู่จิ้นกับพระเอก ''พอร์ช'' ศรัณย์ ศิริลักษณ์ ด้วยแม้ทั้งสองจะยังไม่เคยเล่นละครประกบคู่กันก็ตาม ซึ่งงานนี้ทำให้หลายคนหวั่นใจว่าสาว ปุ๊กลุก กับนางเอก มิน พีชญา วัฒนามนตรี อาจหมางใจกันเพราะช่วงนี้นางเอกดังและ''พอร์ช-ศรัณย์''กำลังถูกแฟนๆ จับคู่กันอยู่
''ไม่จริง ไม่มีค่ะหนูก็งงว่าหนูกับ ''พอร์ช ''ไปเกี่ยวกันได้ไงมากกว่าค่ะ ช่วงนี้สนิทกับ ''พี่มิน''ไม่ได้สนิทกับ ''พอร์ช'' เลยค่ะ ก็งงว่าเอาหนูไปจิ้นกับเขาได้อย่างไรคิดว่าเดี๋ยวเสร็จจากสัมภาษณ์นี้ก็คงต้องไปถาม ''พี่มีน''แล้วเหมือนกันแต่ไม่ได้กลัวเรื่องเข้าใจผิด เพราะหนูเองก็อยู่กับ ''พี่มีน''บ่อยเหมือนกันก็ไม่ได้มี ''พอร์ช''ในชีวิตเลยค่ะ''

แล้วเรื่องข่าวเกาเหลากับนักแสดงรุ่นพี่ โม อมีนา พินิจ ที่มีออกมาหลังจากที่ทั้งคู่ได้ร่วมงานกันในละครเรื่อง "เรือนกาหลง'' เป็นจริงหรือไม่อย่างไร?
''คือเราได้เจอกันประมาณ 2-3 คิวเองนะคะ ก็มีอะไรนะค่ะ ''พี่โม'' ก็เป็นคนน่ารักนะเป็นคนห้าวๆ งง เหมือนกันค่ะว่าข่าวออกมาได้อย่างไร เพราะเราสองคนเจอกันน้อยมากและฉากที่ต้องเข้าด้วยกันก็ยังน้อยด้วย อีกอย่างปกติแล้วตอนอยู่ในกองถ่ายหนูก็ไม่ค่อยได้คุยกับใครเท่าไหร่เพราะเป็นละครแนวดราม่าก็เลยจะอยู่กับอารมณ์ตัวเองเป็นส่วนใหญ่ ถามว่าจะเคลียร์ไหมเรื่องนี้คิดว่าคงไม่โทร.คุยหรอกค่ะแต่อาจจะมีพูดกันตอนเจอในกองถ่ายละครแต่ก็คงอารมณ์ขำๆ มากกว่าค่ะ''

ที่มา สยามดารา

วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ชมพู่-อารยา ไม่กดดันโดนเร่งแต่ง น็อต-วิศรุต รอพร้อมแต่ตอนนี้ยังไม่มีอะไร

นางเอกสาว ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต กับ แฟนหนุ่ม น็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ ที่มีบรรดาแฟนลุ้นเมื่อไหร่จะมีข่าวดีกันสักที ล่าสุดก็เป็นประเด็นขึ้นมาจนได้จากการที่ โน้ต วิเศษ รังษีสิงห์พิพัฒน์ โพสต์รูปคู่กับว่าที่พี่สะใภ้ใน IG ของตัวเองพร้อมคำบรรยายรูปว่า ''To the birthday girl.. Happy Birthday!! ขอให้มีความสุขมากๆ สวยๆ รวยๆ สุขภาพแข็งแรง ปีหน้าก็ข่าวดีแล้วนะ พูดให้ก่อนเลย'' ทำให้หลายๆคนตีความว่าปีหน้าครอบครัว ''รังษีสิงห์พิพัฒน์'' น่าจะจัดงานมงคลให้ลูกชายคนโตแล้วนั่นเอง 


พอได้มีโอกาสเจอตัวสาวชมพู่มาร่วมถ่ายโปสเตอร์ เพื่อหารายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยและสร้างตึกผู้ป่วยโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 22 ก.ค.2556 ที่สตูดิโออรุณอัมรินทร์ จึงได้สอบถามเรื่องดังกล่าวซึ่งก็ความว่า
''เอาจริงๆ ยังไม่มีอะไร ตอบเหมือนเดิมว่ายังไม่มีอะไร ยังไม่ได้คุยกัน แล้วที่โน้ตโพสต์ใน IG ก็คือโน้ตไม่ใช่น็อต โน้ตเขาจะพูดอะไรก็ได้ แต่พี่น็อตเขายังไม่ได้พูดกับชมก็ถือว่ายังไม่มีอะไร หรือเขาจะปรึกษากันหรือเปล่า ชมก็ไม่รู้ แล้วที่โน้ตเขาบอกน่าจะเป็นทางชมแต่งก่อนก็คงด้วยอายุ แต่ก็อย่างที่บอกว่ายังไม่มีอะไรอัพเดต''

ได้มีการพูดคุยมีการวางแผนอนาคตร่วมกันไหม?
''ก็จริงๆ คบกันมาขนาดนี้ก็ต่างคนก็ต่างเห็นอนาคตร่วมกันอยู่แล้ว เราเดินทางมาด้วยกันก็ประมาณหนึ่งแล้ว แต่จะเป็นปีหน้าหรือเปล่าก็ค่อยดูกันอีกที แต่คือชมก็ไม่ได้คิดจะไปไหน และเชื่อว่าคุณน็อตก็ไม่คิดจะไปไหน ก็คงอยู่กันไป แค่ยังไม่ได้คุยกันว่าเมื่อไหร่แค่นั้นเอง ก็ต้องรอดูกันต่อไป คือชมยังพูดอะไรไม่ได้จริงๆ เพราะเรายังไม่ได้ตกลง มันยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ก็มีการพูดคุยกันถึงเรื่องอนาคตว่าจะทำยังไง จะเอาอะไรก็มีบ้าง แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นมาแต่งงานกัน เราก็ต้องทำความเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องของคน 2 คน ไม่ใช่ว่าเราต้องแต่งงานกันเพราะสังคมบอกให้แต่ง ถ้าเราถูกกดดันแต่ว่าสิ่งที่เราเตรียมมามันยังไม่พร้อมเราจะทำเพื่อความสะใจของสังคมก็ไม่ได้ แต่ถึงวันหนึ่งชมก็อยากมีลูก อยากมีชีวิตครอบครัว
แต่ว่าถ้าเราเลือกได้ก็อยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามสเต็ปพร้อมที่สุด เอาให้มันสวยงามที่สุด ถามว่าปีหน้าเหมาะไหมก็ต้องถามซินแสอีกที ก็สรุปเลยว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไร ยังไม่มีงานแต่งงาน ยังไม่มีการกำหนดวัน''

มีข่าวเม้าท์ว่า ชมพู่ แอบไปสักยันต์เสริมดวงเพิ่มมา จริงหรือไม่อย่างไร?
''เรื่องนี้เก่ามากเป็น 10 ปีมาแล้วจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องที่แอบอะไร คือตอนนั้นถ่ายละครกับ เติ้ล ตะวัน พอเลิกกองเขาก็ชวนไป เราก็ไม่ได้คิดอะไร ก็สักครั้งนั้นครั้งเดียวไม่ได้สักเพิ่มอะไร''

ที่มา สยามดารา

วันอาทิตย์ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

โอ๋-รุ่งระวี ผวาถูกขับรถไล่ชน โร่แจ้งตำรวจ

โอ๋-รุ่งระวี นักแสดงสาว ประสบเหตุการณ์ระทึกขวัญยิ่งกว่าหนังบู๊โดนผจก.ดารารังควานขับรถไล่ชน ต้องโทรตาม อาร์ต รณชัย นักร้องพระเอกลิเกชื่อดังมาช่วยพาแจ้งตำรวจ


เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ที่ผ่านมา เวลา 18.30 น. น.ส.กัญญนันทน์ กีรติธนาพิศุทร์ หรือ โอ๋-รุ่งรวี นักแสดงสาว วัย 33 ปี เดินทางเข้าแจ้งความกับร.ต.ท.นราธิป ศรีษะนาราช พงส.สน.คันนายาวพร้อมด้วยนาย ธนากฤต พาณิชตระกูล หรือ อาร์ต รณชัย นักแสดงหนุ่มชื่อดัง จากกรณีที่ถูกนาย ธนันทร์เอก โอชารส อายุ 27 ปีขับรถไล่ชนที่บริเวณถนนปัญญารามอินทรา เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา

นักแสดงสาวกล่าวว่า ช่วงก่อนเวลา 16.30 น. ตนกินข้าวที่ห้างแม็กแวลูบริเวณใกล้กับห้างปัญญาวิลเลจ และได้โพสต์ภาพอาหารลงในอินตาแกรม เมื่อกินเสร็จก็กำลังขับรถยี่ห้อเบนซ์ ซี180 สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ก 5519 กรุงเทพฯจะกลับบ้าน มุ่งหน้าทางถนนปัญญารามอินทรา ระหว่างนั้นนายธนันทร์เอกได้ขับรถตาม โดยขับรถโตโยต้า ทะเบียน กค 140 กาญจนบุรี โดยได้ขับปาดหน้ารถตนไปมา ตนพยายามขับรถไปขอความช่วยเหลือรปภ.ของหมู่บ้านปัญญาฯ แต่ก็ไม่มีใครช่วย จึงตัดสินใจหักรถขวางถนน ทางนายธนันทร์เอกก็ขับรถชนท้าย ทำให้กระจกข้างทางซ้ายแตก มีรอยยุบและรอยครูดทางซ้ายของประตูหลัง ตนพยายามเอาโทรศัพท์ถ่าย แต่นายธนันทร์เอกไหวตัวหลบหนีไป ตนจึงรีบขับรถกลับเข้าบ้านแล้วโทรศัพท์หา อาร์ต รณชัย นักร้องและพระเอกลิเกชื่อดัง ให้พาตนไปแจ้งความ

โอ๋-รุ่งรวี นักแสดงสาวได้กล่าวต่อว่า
''ผู้ชายคิดจริงจังกับโอ๋ แต่ตัวเองไม่จริงจังอะไรมากมาย ที่ผ่านมาด้วยความที่อยู่คนเดียวก็มีคนนี้คอยดูแล และหางานให้ด้วยในบางครั้ง และระหองแหงกันมา 6 เดือน แต่มาห่างกันโดยไม่ได้พูดคุยกันเลยประมาณเดือนครึ่ง โดยที่ฝ่ายชายยังมีการส่งข้อความทั้งดี และไม่ดีมาที่โทรศัพท์ แต่ก็ไม่สนใจอะไร บางทีก็ส่งมาด่า บางทีก็ส่งมาง้อ มีพฤติกรรมติดตามได้ เพราะดูจากอินสตาแกรมเลยรู้ว่าอยู่ที่ไหน อย่างที่เกิดเหตุวันนี้น่าจะรู้จากอินสตาแกรม เพราะโพสต์รูประหว่างกินข้าวลง เขาติดตามโอ๋หลายครั้ง แต่ยังไม่แจ้งความอะไร เพราะไม่มีอะไรรุนแรง จนมาคราวนี้รู้สึกว่ามันรุนแรง และเสี่ยงเป็นอันตราย เพื่อความปลอดภัยจึงมาแจ้งความ จริงๆ ไม่ได้อยากมาแจ้ง เพราะข่าวแบบนี้สร้างความเสียหายทั้งสองฝ่าย ผู้ชายก็ทำงานดูแลศิลปินในวงการ ส่วนตัวเองก็ไม่อยากมีข่าวลักษณะนี้ออกมา หลังจากนี้ไปคงต้องหาเพื่อนไปไหนมาไหนด้วย และอยากให้ฝ่ายชายชดใช้ค่าเสียหายให้ด้วย'' 

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะออกหมายเรียกนายธนันทร์เอกมารับทราบข้อกล่าวหาขับรถชนแล้วหนี และจะสอบปากคำในเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป

โดย โอ๋-รุ่งรวี มีผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่อง องค์บาก, ผู้หญิงห้าบาป ภาค 2 และละครค่ายกันตนา เรื่องมายาสีมุก นอกจากนี้ยังมีการถ่ายแบบให้กับนิตยสารชื่อดังในประเทศไทยหลายฉบับ

ส่วนทางด้าน อาร์ต-รณชัย กำลังมีผลงานละครเรื่องแม่นาคพระโขนงทางช่อง 5

ที่มา สยามดารา

วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

พ่อยอมรับภาพหลุด ปันปัน เสพยาไอซ์ จริงพร้อมขอโทษสังคมแทนลูกสาว

พ่อน้องปันปัน กล่าวขอโทษสังคมแทนลูกสาวกรณีภาพหลุดเสพยาไอซ์ เผยทำไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์และขาดประสบการณ์ชีวิต ตอนนี้ทั้งดาราสาวและครอบครัวสภาพจิตใจแย่สุดขีดและยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไรต่อไป



ต้องถือว่า นางเอกสาววัย 16 ปีแห่งค่ายจีทีเอช ปันปัน สุทัตตา อุดมศิลป์ เป็นดารารุ่นเล็กที่กำลังมีอนาคตไกลเพราะฝีมือการแสดงที่ได้รับการการันตีรางวัลจากหลากหลายเวที แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าชีวิตในวงการบันเทิงของเธออาจต้องจบลง เนื่องจากเมื่อวันที่ 25 ก.ค. 56 มีการเผยแพร่ภาพดาราสาวขณะกำลังเสพยาไอซ์หลุดออกมาแพร่สะพัดโลกออนไลน์ ทว่าหลายคนกลับไม่ตกใจหรือช็อกกับภาพที่เกิดขึ้น ด้วยเหตุปัจจุบันสาว ปันปัน กำลังมีผลงานเรื่อง ''ฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น'' ออกอากาศอยู่ ซึ่งเนื้อหาในซีรีส์ชุดดังกล่าวจะเป็นการดำเนินเรื่องที่สะท้อนปัญหาและชีวิตวัยรุ่นในรั้วโรงเรียนมัธยมศึกษา ทำให้หลายคนเข้าใจว่าภาพที่ออกมาคือภาพที่ใช้โปรโมตซีรีส์ชุดดังกล่าว ขณะเดียวกันยังมีผู้ให้ความคิดเห็นอีกหลายคนที่มีความคิดว่าภาพที่ปรากฏบนโลกออนไลน์ในครั้งนี้เป็นของจริงมากกว่า


ท่ามกลางกระแสข่าวที่ออกมาวิจารณ์กันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทางต้นสังกัด ''จีทีเอช'' ตัดสินใจตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงถึงภาพที่เกิดขึ้น ในวันที่ 25 ก.ค. 56 ณ ค่ายจีทีเอช ซอยสุขุมวิท 31 โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้ไม่มีนักแสดงสาว ปันปัน มีเพียง ''นายสุรศักดิ์ อุดมศิลป์'' ผุ้เป็นพ่อออกมาพบเจอกับผู้สื่อข่าว ก่อนจะเปิดเผยว่า
''สวัสดีทุกคนครับ ผมเป็นพ่อของปันปัน ก็วันนี้อยากจะมีเรื่องแถลงให้ทุกท่านทราบเกี่ยวกับกรณีที่มีรูปภาพน้องออกมา ทางผมและภรรยาก็รู้สึกกลุ้มใจมาก ก็ได้ไปสอบถามกับทางน้อง สอบถามกันมานานพอสมควร จึงได้เรื่องว่า ''ปันปัน'' ได้เคยมีการทดลองจริง 1 ครั้งด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งทางผมและครอบครัวรวมถึงตัวน้องเองมีความเสียใจเป็นอย่างมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเด็กอายุ 16 ปี ซึ่งทางผมและครอบครัวรวมถึงตัวน้องเองอยากจะขอโทษทุกๆ คนด้วยนะครับว่า ลูกได้ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากว่าอายุยังน้อย ขาดประสบการณ์ชีวิต''

ภาพที่ออกมาในครั้งนี้เป็นภาพใหม่หรือเก่า?
''ตรงนี้ยังไม่ได้สอบถามรายละเอียดลึกๆ เพียงแต่ว่าพอเรารู้มีการทดลองจริง ตอนนี้ก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก''

ภาพที่หลุดออกมาในครั้งนี้ทราบหรือไม่ว่าใครเป็นคนปล่อยออกมา? 
''ไม่ทราบครับ ตอนนี้ยังไม่ทราบเรื่องอื่นๆ เลยครับ''

ตอนนี้ทางครอบครัวจะดำเนินการต่อไปอย่างไร?
''ตอนนี้ยังไม่ได้คิดอะไรครับเพราะเพิ่งจะทราบเรื่องมาเมื่อคืนนี้เอง เดี๋ยวขอเวลาตัดสินใจหน่อยนะครับ วันนี้ก็คงต้องขออนุญาตก่อนนะครับ ขอบคุณทุกๆ คนที่มางานแถลงข่าวในวันนี้ และต้องขอโทษทุกๆ ท่านอีกครั้ง ขอโทษแทนลูกต่อแฟนๆ ทุกๆ คน ขอบคุณครับ''

ขณะที่ทางด้าน ''สิน'' ยงยุทธ ทองกองทุน และ ''ย้ง'' ทรงยศ สุขมากอนันต์ 2 ผู้กำกับฯ ชื่อดังของค่ายจีทีเฮช ได้ออกมาแถลงข่าวต่อหน้าสื่อมวลชนเกี่ยวกับกรณีของเรื่องภาพหลุดดาราสาว ''ปันปัน'' สุทัตตา อุดมศิลป์ ว่าทางต้นสังกัดก็เพิ่งทราบเรื่องดังกล่าว และทราบมาว่าขณะนี้สภาพจิตใจของ ''ปันปัน'' และทุกคนในครอบครัวของดาราสาวค่อนข้างย่ำแย่มาก ซึ่งเท่าที่ตนทราบมา ''ปันปัน'' ยังไม่สามารถทำใจได้กับข่าวคราวที่เกิดขึ้นและร้องไห้อยู่ตลอดเวลา เนื่องจากทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์

อย่างไรก็ตาม 2 ผู้กำกับฯ ยังได้เปิดเผยต่อไปอีกด้วยว่าจากกรณีภาพหลุดดังกล่าวไม่ใช่เป็นภาพโปรโมตซีรีส์ ''ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น'' ทั้งสิ้น แต่เป็นความเข้าใจผิดของทีมงานที่แจ้งผ่านทางเฟซบุ๊กไปก่อนหน้านี้เป็นภาพโปรโมต และเพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างทาง GTH จะต้องตัดตอนของ ''ปันปัน'' ที่ร่วมแสดงในซีรีส์ ''ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น'' ออกไป 1 ตอน

ส่วนเรื่องงานของ ''ปันปัน'' ทางต้นสังกัดได้ชี้แจงว่าคุณพ่อของ ''น้องปันปัน'' ได้ข้อพักงานดาราสาวไปสักระยะหนึ่งก่อน และอยากให้แฟนๆ ของ ''ปันปัน'' ให้โอกาสดาราสาวอีกครั้ง พร้อมยินดีที่จะให้ทาง ป.ป.ส. ตรวจสอบสารเสพติดได้เต็มที่ ซึ่งทางต้นสังกัดก็เห็นตามความเหมาะสมที่คุณพ่อได้ชี้แจงมาทุกประการ

ที่มา สยามดารา

วันศุกร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ปุ๊กลุก ปลื้มสุดๆ อั้ม ให้รองเท้าแบรนด์ดังสุดหรูเป็นของขวัญวันเกิด พร้อมการ์ดอวยพร

ปุ๊กลุก ฝนทิพย์ วัชรตระกูล เป็นปลื้มสุดๆ พี่อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ หอบรองเท้าแบรนด์ดังสุดหรูมาร่วมอวยพรวันเกิด พร้อมให้การ์ดอวยพรว่า ''ถึงปุ๊กลุก พี่ขอให้น้องมีความสุขทุกวัน เป็นที่รักของทุกคนตลอดไป และขอขอบคุณที่น้องดีกับพี่ตลอดมา'' 


เมื่อมีโอกาสได้เจอตัวสาวปุ๊กลุก ก็เล่าให้ฟังด้วยสีหน้าดีใจ และปลื้มสุดๆว่า
''ปีนี้ก็อายุครบ 23 แล้ว วันเกิดที่ผ่านมา ตอนบ่ายก็นัดทานข้าวกับพี่อั้ม ตอนเย็นกลับบ้านทานข้าวกับพี่ๆ ที่บ้าน และน้องๆ แฟนคลับ พอตกดึกก็เป็นปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ที่สนิท อบอุ่นมาก เหมือนเราได้พูดความในใจของเรา เขาก็ได้พูดความในใจของเขา ส่วนของขวัญให้ตัวเองก็น่าจะหมดไปตั้งแต่ที่ไปอังกฤษ เพราะเป็นเงินที่เราเก็บเองเพื่อที่จะเดินทางไปอังกฤษ ก็ถือว่าได้ไปพักสายตา และได้ไปใช้เงินที่เก็บมาในวันเกิดของตัวเอง''

ได้ของขวัญเซอร์ไพรส์ รองเท้าแบรนด์ดัง ที่ได้จากสาวอั้มเป็นอย่างไรบ้าง?
''ของขวัญเซอร์ไพรส์ก็มีเรื่อยๆ จริงๆ ก็ประทับใจกับทุกของขวัญ แม้เแต่การมาของเพื่อนที่ไม่มีของขวัญหนูก็ดีใจมากแล้ว พี่อั้มก็น่ารักมาก หนูโชคดีจริงๆ เพราะพี่อั้มให้รองเท้า รองเท้าที่เหมือนกับพี่อั้มเลย เป็นของแบรนด์อีฟส์ แซงต์ ถูกใจมาก ทุกอย่างที่พี่อั้มให้ถูกใจหมด รวมทั้งการ์ดด้วย ดีใจมาก พี่อั้มก็อวยพรว่า ขอให้หนูเป็นน้องที่รักและน่าชื่นชมแบบนี้ตลอดไป และก็ขอบคุณที่ผ่านมาดีกับพี่เสมอมา ซึ่งจริงๆ แล้วหนูต้องเป็นคนบอกพี่อั้มมากกว่า ไม่ใช่พี่อั้มมาบอกหนู เพราะที่ผ่านมาหนูรู้สึกว่าหนูเป็นน้องใหม่ มีโอกาสได้ร่วมงานกับพี่อั้ม แล้วพี่อั้มก็เอ็นดูหนู วันเกิดก็ยังมาทานข้าวและยังมีของขวัญมาให้ด้วย จริงๆ แค่พี่อั้มมาหนูก็ดีใจมากแล้ว ก็ต้องขอบคุณที่เห็นความสำคัญของน้องสาวคนนี้ สำหรับราคารองเท้าก็น่าจะสูงอยู่ แต่หนูว่าราคามันก็ไม่สำคัญเท่าพี่อั้มมีใจไปเลือกรองเท้า เขียนการ์ดเองทุกรายละเอียดมากกว่า ตอนแรกที่พี่อั้มโทร.มาถามไซส์รองเท้าก็ไม่กล้าคิดว่าพี่อั้มจะซื้อให้ แค่รู้สึกว่าได้เจอกัน ได้ทานข้าวด้วยกัน มันก็คือความสุขแล้ว มันเป็นของขวัญที่เกินความคาดหมายมาก ก็ดีใจที่พี่อั้มไปเลือกมาให้''


กลัวคนจะมองว่าขึ้นตำแหน่งเป็นน้องรักพี่อั้มหรือไหม?
''หนูว่าตรงนี้มันเป็นในส่วนของพี่อั้ม มันต้องใช้เวลา ณ วันนี้หนูได้อยู่ตรงนี้ได้ใกล้ชิดกับพี่อั้ม วันเกิดหนูหนูมีโอกาสได้พูดคุยกับคนที่หนูรักทุกๆ คน รวมถึงพี่อั้มด้วย หนูก็รู้สึกว่ามีความสุขมากแล้ว หนูไม่ต้องการทราบว่าสถานะที่หนูยืนอยู่มันสำคัญมากแค่ไหน รู้แค่พี่เขาให้ความสำคัญก็ดีใจมากแล้ว และการที่หนูโพสต์รูปคู่พี่อั้ม หนูว่ามันเป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้ว วันเกิดเราได้เจอกับคนที่เรารัก จริงๆ ก็ได้คุยกับพี่อั้มว่า ไม่กล้าโพสต์รูปคู่พี่อั้ม เพราะกลัวคนหาว่าเกาะดัง แต่มันเป็นวันเกิดก็เลยขอเว้นไว้สักวัน ซึ่งพอโพสต์ไปก็มีกระแสในแง่ลบตามมา ก็ไม่เป็นไร ถือว่าหนูได้รับสิ่งดีๆ แล้ว''

หลังจากที่โพสต์ภาพคู่หนุ่มโตโน่แล้วมีแฟนคลับเชียร์ให้ทั้งคู่คบกัน รู้สึกยังไง?
''ต้องบอกว่าแฟนคลับเดอะสตาร์ทุกครั้งที่ร่วมงาน ไม่ว่าจะเป็นเดอะสตาร์คนไหนก็น่ารักมาก หนูรู้สึกอุ่นใจมาก เวทีออนสเตจกับเดอะสตาร์แล้วมีเสียงกรี๊ดเผื่อมาถึงเรา ฉะนั้นก็ต้องขอบคุณแฟนคลับทุกคน แต่มันเป็นไปไม่ได้จริงๆ แม้วันข้างหน้าถ้าเรามีโอกาสได้ร่วมงานกันอีก หนูก็ยังจะถ่ายรูปคู่กันอีก กับพี่โตโน่ก็ยังเป็นพี่ชายที่น่ารัก เจอกันทุกครั้งก็จะสอนหนูร้องเพลงตลอด และสถานะของพี่โตโน่ก็จะเป็นพี่ชายที่น่ารักตลอดไป''

กับเรื่องที่ติดโผนางเอกรับอีเวนต์เกินลิมิตจนกระทบงานละคร ว่าจริงหรือไม่อย่างไร?
''เรื่องนี้จริงๆ หนูไม่น่าจะอยู่ในบัญชีนั้นเลย หนูค่อนข้างที่จะมั่นใจเลยว่า ไม่มีชื่อหนูอยู่ในบัญชีนั้น แต่อาจจะเป็นเพราะว่าหนูค่อนข้างที่จะซีเรียสกับการทำงาน ซึ่งตอนนี้หนูก็ได้โอกาสจากผู้ใหญ่ จากพี่ธง ค่ายพอดีคำ ที่ให้บทละครดีๆ กับหนู และทุกครั้งที่มีอีเวนต์ติดต่อมา ถ้าชนกับคิวละครหนูจะเลือกละครก่อนจริงๆ ยืนยันหนูไม่มีปัญหากับทางช่องแน่นอน''

ที่มา สยามดารา

วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

โดนัท เมินคนเม้าท์ไม่อยากเลิก อนันดา คิดว่าไม่จำเป็นต้องเอาเรื่องส่วนตัวมาแชร์ให้คนอื่นรู้

ความสัมพันธ์ที่กำลังร้าวฉานระหว่างนางเอกสาว โดนัท มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล กับพระเอกหนุ่มมาดเซอร์ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ยังคงถูกจับตามองอยู่ตลอดเวลา สำหรับ ที่ก่อนหน้านี้ ''หนุ่มอนันดา'' ได้ออกมายอมรับอย่างเต็มปากว่าเลิกรากับ ''สาวโดนัท'' แล้ว และไม่ได้อยู่ในสถานะที่เรียกว่า ''แฟน'' อีกต่อไป 


ทันทีที่ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสเจอโดนัทเมื่อวันก่อน จึงได้สอบถามถึงจากกรณีที่หนุ่มอนันดาได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องสถานะกับโดนัทเมื่อวันก่อนนั้น นางเอกสาวก็ได้กล่าวว่า
''วันที่เขาให้สัมภาษณ์ เขายังแท็กข้อความมาหาเหมือนกัน แต่เรายังไม่ได้คุยกัน แต่เรื่องบางเรื่องโดนัททราบ แต่ต้องเก็บเอาไว้ในใจบ้าง ส่วนตัวเราไม่ได้อยากเอาเรื่องส่วนตัวมาแชร์ให้ทุกคนรู้ และโดนัทไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ คือตอนนี้เรายังไม่ได้คุยกัน ต่างคนต่างยุ่งมาก โดนัทเลยยังไม่อยากพูดอะไร'' 

อนันดา ยอมรับว่าตนเองเป็นคนมีโลกส่วนตัวสูงเลยทำให้กระทบต่อความสัมพันธ์?
''โดนัทดีใจที่ได้ยินเขาพูดแบบนี้ (ยิ้ม) แปลว่าเขาก็รู้ คือโดนัทอยากจะขอว่าบางเรื่องเป็นเรื่องที่โดนัทอยากเก็บเอาไว้ก่อน เหมือนวันนี้ต่างคนต่างยุ่ง เลยยังไม่ได้คุยกัน อีกอยางโดนัทไม่ได้ตั้งใจจะเอาเรื่องนี้มาแชร์อยู่แล้ว ขอแก้ปัญหา ขอเวลาตัดสินใจก่อน อีกอย่างโดนัทกับอนันดาทำอะไรด้วยกันหลายอย่างมาก เอาเป็นว่า เรายังไม่ได้พูดคุยอะไรกัน แต่เรายอมรับว่ามีปัญหา แต่ยังไม่ได้คิดว่าจะแก้ไขอะไรตอนนี้ เพราะยังไม่ได้เจอกันเลย''

อนันดา ออกมายอมรับว่าเลิกกับ โดนัท แล้ว? 
''โดนัทรู้แต่ไม่อยากพูด ไม่รู้ว่าจะพูดเพื่ออะไร แต่สุดท้ายเราก็มีความหวังดีให้แก่กัน ส่วนเรื่องที่ อนันดา บอกไม่ได้คุยมาเป็นเดือนได้แต่ส่งข้อความหากัน ก็ใช่ เราส่งข้อความหากัน เพราะเรายังต้องทำงานร่วมกัน เราไม่ได้เกลียดกัน''

มีข่าวเม้าท์ว่า โดนัท ยังไม่อยากเลิกจริงหรือไม่อย่างไร?    
''เอาจริงๆ นะ ถึงอย่างไรผู้หญิงก็เสียหาย แต่อย่างที่บอก โดนัทไม่อยากพูดอะไรมากไป มันไม่จำเป็นที่โดนัทจะออกมาพูดเพื่ออะไร แล้วความจริงโดนัทเป็นคนแรกที่ถูกสัมภาษณ์ แต่โดนัทยังอยากรักษาความรู้สึกของเราเอาไว้ มันไม่จำเป็นที่ต้องออกมาบอก เพราะตอนที่เราเริ่มต้น โดนัทก็ไม่รู้สึกว่าเราจำเป็นต้องบอกเช่นกัน''

ที่มา สยามดารา

วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

แพนเค้ก ปัดถูกเรียกเตือนรับอีเวนต์ กระทบงานละคร พร้อมโต้ข่าวถูกซื้อตัว

แพนเค้ก-เขมนิจ ปฏิเสธต้นสังกัดช่อง 7 สีเรียกพบเหตุ ดารารับอีเวนต์เกินลิมิตจนกระทบงานละคร ยันไม่เกิดขึ้น พร้อมโต้วิกคู่แข่งทุ่ม 8 หลักซื้อตัวร่วมงาน เผยยังมีสัญญาอีกหลายปี ถ้าย้ายเมื่อไหร่จะบอกทันที


หลังจากที่ ตุ๊กตา จิตรลดา ดิษยนันทน์ ผู้บริหารใหญ่แห่งค่ายกันตนา ได้ออกมาฉะบรรดาดาราที่ชอบเบี้ยวคิวละคร จนมีกระแสข่าวลือหนาหูว่าต้นสังกัดสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 จ่อเรียกว่าเหล่าดาราที่มีงานอีเวนต์ชุกเข้าอบรมเป็นการใหญ่ ซึ่งหนึ่งในนักแสดงที่ติดโผก็คือนางเอกร่างสูง แพนเค้ก เขมนิจ จามิกรณ์ ซึ่งตอนนี้จะมีงานละครเพียงเรื่องเดียว แต่ทว่างานอีเวนต์ทั้งราษฎร์-หลวงกลับวิ่งชนอย่างไม่ขาดสาย ล่าสุดเมื่อผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพบกับนางเอกคนดังในงานเปิดโครงการ ''ด็อกเตอร์น้ำใจ'' ซึ่งจัดขึ้นที่โรงพยาบาลสัตว์มหาวิทยาลัย ผู้สื่อข่าวจึงไม่พลาดที่จะซักถามเกี่ยวกับข่าวคราวที่เกิดขึ้นโดยทันที ซึ่งแพนเค้กได้ปฏิเสธถึงข่าวที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่าต้นสังกัดไม่ได้เรียกกเธอ
เข้าไปพูดคุยถึงเรื่องนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากงานอีเวนต์ที่ผ่านมาของตนก็ไม่เคยกระทบถึงงานหลักอย่างงานละครเลย
''จริงๆ ก็ไม่ได้มีอะไรนี่คะ คือถ้ามีเรื่องอะไรจริงๆ ก็คงมีการเข้าไปคุยกัน แต่ตอนนี้ยังไม่ได้มีอะไรค่ะ ซึ่งจริงๆ แล้วงานอีเวนต์แพนก็ให้เวลาตามความเหมาะสมเท่าที่จะทำได้ เพราะปกติแล้วงานละครทางทีมงานก็จะฟิกซ์เวลามาอยู่แล้ว ซึ่งถ้านอกเหนือจากนี้คุณแม่ก็จะเป็นคนดูแลทั้งหมด โดยที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร อีกอย่างทางช่องก็ทราบในส่วนนี้ด้วยค่ะ ซึ่งส่วนตัวในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นแพนก็ไม่ได้กระทบอะไรเพราะคิดว่าทุกอย่างต้องมีกฎระเบียบอยู่แล้ว เราก็พยายามทำให้เต็มที่ตามสิ่งที่เราสามารถทำได้''

ที่ผ่านมาเคยมีเหตุการณ์ที่ติดงานละครจนเกือบไปไม่ทันงานอีเวนต์บ้างหรือเปล่า?
''มันเป็นปัญหาอยู่แล้ว แต่เราก็ต้องทำให้ทุกอย่างผ่านพ้นไปให้ดีที่สุดอยู่แล้ว ซึ่งต้องขอบคุณทางกองละครและผู้ใหญ่ด้วยที่เข้าใจและมีความเมตตาให้เสมอค่ะ แพนว่าเรื่องพวกนี้มันคุยกันได้''

กับกระแสข่าวลือว่าวิกคู่แข่งของช่อง 7 สีทุ่ม 8 หลักเพื่อซื้อตัวสาวแพนเค้กมาร่วมงานด้วย จริงหรือไม่ ?
''งั้นเอาเป็นว่าตอนนี้อยู่กับช่อง 7 ก่อนแล้วกัน เพราะแพนก็ยังทำงานอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้มีอะไร แต่ถ้ามีเดี๋ยวแพนจะบอกคนแรกเลย แต่ตอนนี้ก็ยังทำงานเดิมอยู่เพราะยังมีสัญญากับช่อง 7 อีกประมาณ 2-3 ปีค่ะ''

ที่มา สยามดารา

วันอังคารที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เบลล่า-ราณี เคลียร์ข่าวเมาอาละวาด กับซ้อนท้าย เวียร์-ศุกลวัฒน์ ที่เมืองกาญน์

เบลล่า-ราณี ปัดไปปาร์ตี้เมาปลิ้นที่หัวหินกับ ''หมาก-ปริญ'' รับมีดื่มเล็กน้อย แต่ไม่ได้ก่อเรื่องจนโดนเคาะห้องเตือน เผยมีเสียงดังตอนเล่นบานานาโบตที่ทะเลเท่านั้น ยันเจ้าของโรงแรมเสนอให้พักฟรีเอง แลกกับการถ่ายรูปลงอินสตาแกรม ปัดซ้อนท้าย เวียร์-ศุกลวัฒน์ ไปกาญจนบุรี 


สืบเนื่องจากประเด็นข่าวว่านางเอกสาว เบลล่า ราณี แคมเปน ร่วมก๊วนพระเอก ม.-ป. เมาโวยวายกันจนทางโรงแรมต้องมาเคาะประตูเตือน เนื่องจากโดนร้องเรียนจากผู้ที่มาเข้าพักว่าเสียงดังรบกวน ทั้งที่เจ้าของโรงแรมให้เข้าพักฟรี ซึ่งทางหนุ่ม หมาก-ปริญ สุภารัตน์ ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยนั้น ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อไปแล้วว่าไม่เป็นความจริง แม้จะมีดื่มกันนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เกิดเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

ล่าสุดเมื่อ 17 ก.ค. 2556 ที่ผ่านมา ได้เจอตัวสาว เบลล่า-ราณี ในงาน RealD3D 6FL Bright Beyond 3D ที่ลานชั้น 6 สยามภาวลัย พารากอน ซีนีเพล็กซ์  จึงไม่พลาดที่จะสอบถามถึงเรื่องนี้ โดยนางเอกสาวเผยว่า
''เรื่องเมา ตลกมาก ไม่รู้ว่าข่าวมาจากไหน น่าจะเป็นการเข้าใจผิดมากกว่าค่ะ ถามว่าทำไมเราแยกโรงแรมไปนอนกัน จริงๆ เราไปกันเยอะมาก รวมกันหลายคน มีช่างแต่งหน้าช่างทำผมชวนๆ กันไป ก็ไปพักกับเขา แล้วเราก็แยกฝั่งกัน ไม่ได้นอนห้องเดียวกับหมาก ถ้าไม่เชื่อไปดูรีเซฟชั่นได้เลยว่า เลขห้องเรากับหมากคนละฝั่งกันเลย ถามว่าดื่มไหม ก็ยอมรับว่ามีนิดหน่อย แต่หลักๆ ที่เราไปก็ไปงานช่องไง กว่าจะกลับออกจากงานก็ดึกแล้ว กลับไปโรงแรมแป๊บเดียวก็นอนแล้วค่ะเพราะว่าวันรุ่งขึ้นก็ต้องรีบกลับกรุงเทพฯ ถามว่าเอะอะโวยวายไหม ไม่รู้สิ เรายอมรับว่าเราเสียงดังจริง แต่เราไปเสียงดังในทะเล เราไปเล่นโดนัทบานาน่าโบต ไม่รู้ว่าไปรบกวนคนที่เขาพักอยู่ห้องริมทะเลหรือเปล่า ถ้ารบกวนก็ฝากขอโทษด้วยแต่ยืนยันว่าไม่มีการเมาอาละวาดแน่นอนค่ะ ห้องหนูเนี่ยไม่มีโดนเคาะหรือโดนเตือน ไม่น่าจะใช่นะคะ ตอนเช็กเอาต์ออกก็ไม่มีปัญหาอะไร เจ้าของโรงแรมเขายังมาถ่ายรูปลงอินสตาแกรมเลย ร่ำลากันปกติ ยังชวนเราไปอีกเลย คิดว่ามันไม่น่าจะมีการบาดหมางกันค่ะ'' 

ทำไมถึงต้องแยกรีสอร์ตนอน ไม่นอนที่โรงแรมจัดงาน?
''มีรุ่นพี่ที่รู้จักเขาเปิดรีสอร์ตใหม่ เลยชวนไปพัก ก็ตกลงว่าไปพักตอนไปงานช่องแล้วกัน เพราะไปหัวหินเหมือนกัน ไม่กลัวคนมองเรื่องมาก เพราะวันนั้นบางคนกลับ บางคนค้าง เขาก็ถามว่าจะค้างหรือเปล่า แต่ไม่ได้ว่าจะต้องพักที่โรงแรมนั้น''

มีข่าวว่าวันนั้น เบลล่า กับ หมาก ไปขอค้างฟรี แลกกับการถ่ายรูปลงอินสตาแกรม? 
''ไม่ค่ะ อันนี้เป็นข้อเสนอของเจ้าของเขาให้มาเอง พี่แค่ขอถ่ายรูปด้วยนะ อยากให้ลองมาพักดูแค่นั้น''

กับข่าวที่มีคนเห็นเบลล่าซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เวียร์ไปที่ จ.กาญจนบุรี?
''วันนั้นยังทำงานอยู่กรุงเทพฯ อยู่เลย พี่เวียร์เขาไปกับแก๊งเพื่อนเขา ยังทำงานยังอัพรูปอยู่ ไม่ทราบเหมือนกันว่าใครเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า คนจะชอบคิดว่าถ้าเห็นพี่เวียร์จะเห็นหนู ยืนยันว่าทำงานอยุ่กรุงเทพฯ ตอนนี้ไม่มีโอกาสไปไหนมาไหนกันเลย เพราะทำงาน แต่เห็นเขาอัพรูปว่าไปกาญจนบุรี ส่วนผู้หญิงซ้อนท้ายเขานี่ อันนี้ก็ไม่ทราบเหมือนกัน คือไม่จำเป็นจะต้องเป็นเราหรือเปล่า (หัวเราะ) เป็นใครก็ได้ เพราะในเพื่อนกลุ่มเขาก็มีผู้หญิงเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร เข้าใจว่าข่าวก็คือข่าว ยืนยันว่าไม่ได้ไปค่ะ'' 

วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เจนี่ โต้ เอ๋-ชนม์สวัสดิ์ รับส่งในกองละคร ยันโสดสนิท

เจนี่ ปัดเป็นตุ๊กตาหน้ารถ เอ๋-ชนม์สวัสดิ์ แจงไม่มีการรับส่งในกองละครแน่นอน พร้อมโต้หนุ่มใหญ่เจ้าบุญทุ่มให้เงินเป็นล้านเพื่อช็อปปิ้งไม่มีแน่นอน ทำงานหาเงินเอง ภูมิใจจริงๆ ไม่ต้องให้ใครมาดูแล


หลังจากที่นางเอกสาวสวยมาดนิ่ง เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณครองตัวเป็นโสดมาพักใหญ่และประกาศลั่นว่ายังไม่พร้อมมีใครเข้ามาในชีวิต สำหรับตอนนี้มุ่งหน้าขอทำงานอย่างเดียว  แต่ด้วยความที่ยังไม่มีใคร จึงไม่แปลกที่จะมีหนุ่มๆ วนเวียนเข้ามาขายขนมจีบมากมาย ไม่ว่าจะหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ รวมไปถึงมีข่าวเม้าท์ว่ามีหนุ่มใหญ่ใจดีทุ่มเงินเป็นล้านให้นางเอกสาวได้ช็อปปิ้งสบายใจ และยังไม่หมดแค่นั้นยังมีตาดีจากกองถ่ายแอบเห็น เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม คอยรับส่งสาวสวยอีกด้วย

ล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ 16 ก.ค. 56 ที่ผ่านมาได้เจอสาว "เจนี่" ในงาน ดี ไฮจีนิค (ประเทศไทย)  ณ ชั้น 3 ร้านซีซั่น ดีไซเนอร์ เฟอร์นิเจอร์ เอกมัย 20 จึงไม่พลาดที่จะดึงเจ้าตัวมาซักถามถึงประเด็นต่างๆ ทันที และได้คำตอบมาว่า
"โอ้โห! สาธุเลยค่ะ (หัวเราะ) ถ้าเป็นอย่างนั้นเจนี่คงไม่ต้องทำงานแล้วล่ะ ทุกวันนี้ยังทำงานเยอะมากอยู่เหมือนเดิมค่ะ เจนี่เลยจุดนั้นแล้ว ทำงานตั้งแต่เด็ก ดูแลตัวเองตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าเจนี่อยากได้อะไรก็ต้องซื้อเอง ต้องดูแลด้วยตัวเอง ต้องบอกว่าหนักและเหนื่อยมาก บ้านที่เจนี่ทำ เจนี่ภูมิใจมาก เพราะรู้สึกว่ามันทุกบาททุกสตางค์จริงๆ เจนี่จะอยู่อย่างภูมิใจ มันคือหยาดเหงื่อ เข้าไปในบ้านทีไร เราสดชื่นจริงๆ ต้องร้องกี่ซีน กว่าจะได้บ้านหลังนี้มา เลือดตาแทบกระเด็น มันหนักจริงๆ มันเป็นความภูมิใจจริงๆ ไม่ต้องให้ใครมาดูแลเรา เราดูแลตัวเอง ครอบครัวเจนี่เองด้วยค่ะ เราสามารถดูแลตัวเองได้ค่ะ ถามว่าต้องการไหม อายุขนาดนี้ก็อยากให้คนมาดูความรู้สึกเรา ถ้ายังไม่มี ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ อายุขนาดนี้ไม่ไขว่ขว้าแล้วล่ะ (หัวเราะ) โค้งสุดท้ายจริงๆ เพื่อนๆ แซวมีลงอินสตาแกรม ด้วยความที่เราไม่มีเวลาด้วย งานละคร 2 เรื่อง ถ่ายเจ็ดวันเลย"

มีข่าวเม้าท์จากกองละครหนึ่งว่าตอนนี้เรากลายเป็น ตุ๊กตาหน้ารถของ เอ๋-ชนม์สวัสดิ์ จริงหรือไม่อย่างไร?
"ไม่มีค่ะ ส่วนตัวก็รู้จัก หนูมีคนขับรถนะ ส่งหนูที่กองทุกครั้ง ไม่มีไปไหนไม่ควรมองอย่างนั้น เพราะเจนี่ก็ทำงานทุกวันค่ะ ข่าวก็เป็นข่าว"

มีหมอดูเคยบอกไว้ว่าเราจะมีข่าวทำนองนี้นะ?
"เจนี่เชื่อตัวเองค่ะ ไม่อยากลบหลู่ละกัน เชื่อตัวเอง ทำงานและก็มีครอบครัวของตัวเอง"

ถ้ามีพ่อม่ายมาขายขนมจีบจะว่ายังไง?
"ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เป็นเรื่องของอนาคต"

ที่มา สยามดารา

วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

กุ๊ก-ชลธิชา นักร้องและพิธีกร แฉโดนตลกดัง จั๊กกะบุ๋ม หลอกลวง

กุ๊ก-ชลธิชา นักร้องและพิธีกรสาวรายการเคเบิล เผยเหตุแจ้งความจับตลกหนุ่มชื่อดัง จั๊กกะบุ๋ม เหตุเพราะโดนฝ่ายชายกระชากคอเสื้อ ด่าด_กทอง แถมยังเอาโทรศัพท์ตนไปส่งข้อความหาเจ้านายปลดตนออกจากงาน ปัดออกมาให้ข่าวเพื่อโปรโมตอัลบั้มใหม่กับ สันติ ดวงสว่าง ยันโดนหลอกแต่ไม่มีสัมพันธ์ลึกซึ้งถึงแม้อยู่กินนอนที่คอนโดเดียวกันมากว่า 4 เดือน แฉอดีตแฟนหนุ่มยืมเงินไปไม่ยอมคืน ด้านพ่อเมินเคลียร์ตลกหนุ่ม เผยมีหลักฐานคลิปเสียงและข้อความไลน์ ยันเอาเรื่องให้ถึงที่สุด  



ไม่เรียกว่างานเข้าก็คงจะไม่ได้ซะแล้วสำหรับสำหรับตลกหนุ่มชื่อดัง จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม หลังเจ้าตัวถูกอดีตแฟนสาว ''กุ๊ก'' ชลธิชา เชื้อเอี่ยมพันธ์ นักน้องลูกทุ่งและพิธีกรรายการ ''ลูกทุ่งประเทศไทย'' พา นายสมจิตร เชื้อเอี่ยมพันธ์ ผู้เป็นพ่อ เข้าแจ้งความที่สภ.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ว่าถูกจั๊กกะบุ๋มชิงเอาโทรศัพท์มือถือยี่ห้อแอปเปิลรุ่นไอโฟน 5 ไป เหตุจากที่ฝ่ายหญิงตีตัวออกห่างโดยระบุว่า อดีตแฟนตลกหนุ่มคนดังได้แสดงพฤติกรรมหยาบคายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการกระชากคอเสื้อด่าผู้เสียหายว่า ''กะหรี่อย่างมึงต้องเจอแมงดาอย่างกู อีด_กทอง'' และอีกหลายคำด่า พร้อมยังตามราวีระรานฝ่ายพิธีกรสาวไม่เลิก


ล่าสุด กุ๊ก-ชลธิชา พร้อมนายสมจิตรผู้เป็นพ่อได้ออกมาเปิดใจในรายการ ''คนดังนั่งเคลียร์'' ที่ดำเนินรายการโดย อ.ยิ่งศักดิ์  ที่สตูดิโอ สตาร์แม็กซ์ ลาดพร้าว 15 เมื่อช่วงเช้าวันที่ 16 ก.ค. 56 ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาหลักแฉกลับฝ่ายจั๊กกะบุ๋มว่า ได้หลอกตนเองด้วยการทิ้งเมียที่กำลังท้องมาหลอกคบกับตน นอกจากนี้ยังได้นำข้อความในไลน์และคลิปเสียงที่โดนอีกฝ่ายด่าออกมาซัดตลกดังในรายการ


โดย กุ๊ก ได้กล่าวว่า
''รู้จักกันมา 4 เดือน ที่เชื่อว่าเขาเลิกกับเมียแล้วจริงๆ เพราะเขามาขออยู่กับเราด้วย แต่เขาจะออกไปตอนเช้าประมาณตี 4 โดยเขาบอกว่าเขาเป็นคนจะต้องไปส่งลูก เขาบอกว่าเขาทำหน้าที่พ่อ เราก็เชื่อ''
     
พ่อของกุ๊กเสริมว่า
''ผมเองรู้จักเขา เพราะผมเคยเป็นผู้จัดการตลกมาก่อน ก็เคยเห็นหน้าค่าตากัน แต่ไม่รู้ว่าเขาเป็นคนยังไง ก็รู้ว่าเขามาจีบลูกสาว โดยมาบอกว่าเขาเลิกกับลูกเมียเขาไปแล้ว เขาก็มาขอตามจีบ ผมก็บอกว่าถ้ามีลูกมีเมียอยู่ก็ให้ไปดูแลครอบครัวตัวเอง เขาก็มาตามลูกสาวผมอยู่เรื่อย แล้วมาขออาศัยอยู่กับลูกสาวผม ไม่ค่อยกลับบ้าน เขาบอกว่าเขาเลิกกับเมียเขาแล้ว เขาเลยขอมาอยู่ด้วย ก็อยู่ด้วยกัน 3 คนในคอนโดเล็กๆ นอนอยู่ด้วยกันหมดเลย เราไว้ใจเขา เพราะเราเห็นว่าเป็นคนในวงการเดียวกัน ก็ไม่คิดว่าจะมาทำร้ายกันขนาดนี้''
     
นอกจากนี้ กุ๊กยังได้ปฏิเสธเรื่องมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอดีตแฟนตลก ถึงแม้จะกินนอนอาศัยอยู่ในห้องเดียวกันกว่า 4 เดือน โดยอ้างว่าอยู่ในสายตาของผู้เป็นพ่อตลอด

''ไม่มีอะไรกันเลย เราเป็นแค่แฟนกันค่ะ ก็รักเขานะ เราอยู่ในห้องที่มีพ่อเราอยู่ด้วยตลอด เวลาพ่อไม่อยู่ก็ไม่ได้มีอะไรกัน แต่อยู่มาได้พักนึงมีไลน์ของภรรยาเขาเข้ามาขึ้นไทม์ไลน์ เหมือนว่าเราจะไปแย่งสามีเขา ว่ามันบาปนะ เราเลยถามเขา เขาก็บอกว่าเขาพูดไปแล้ว เขาเลิกกันแล้ว แต่เขาแค่ดูแลลูก เราเองก็ไม่เคยติดต่อพูดคุยกับภรรยาเขาเลย''
     
''ที่อยู่ด้วยกันมาผู้ชายเขาก็ทำตัวดีตลอด ไปไหนมาไหนด้วยกัน เขามาขอว่าเขาจะขอเปิดตัวกับกุ๊กได้ไหม ผมก็ถามไปว่า แล้วครอบครัวบุ๋มล่ะ เขาบอกว่าเขาไม่สนใจ เขารักกุ๊กคนเดียว เขาอยากแต่งงานกับกุ๊ก ผมบอกว่าให้ไปเคลียร์กับลูกเมียให้จบก่อนแล้วค่อยมาว่ากัน และตอนที่เขาพูดเขาเมาด้วย เราไม่อยากจะไปอะไร เขารักกันเรากีดกัน ก็ปล่อยเขาไป''
     
พิธีกรสาวยังได้แฉต่ออีกว่า
''เขามาอยู่ด้วยกัน 4 เดือนก็ไม่ได้ช่วยอะไร มีแต่ขอยืมเงินไป กุ๊กเองอยากได้คืน แต่ไม่รู้จะพูดยังไง ก็เลยบอกว่า ให้จ่ายค่าคอนโดให้หน่อย เขาก็โอเค แต่มันยังไม่ครบจำนวนที่เขาเอาไป กุ๊กเองไม่ได้คิดจะเอาเขามาทำผัวอยู่แล้วด้วย เราไม่เคยยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขา ด้วยความที่เรารู้จักกันไม่นาน ก็ยอมรับว่าเราเองอาจจะไว้ใจคนมากเกินไปให้เขาเข้ามาอยู่ง่าย ไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนอย่างนี้ เขายืมไป 2 หมื่น แต่เขาจ่ายค่าคอนโดให้ ซึ่งก็ยังไม่ครบ เบ็ดเสร็จเกือบ 5 หมื่นที่ยังไม่ครบ''
           
นอกจากนี้ พิธีกรสาวยังได้เผยถึงสาเหตุที่ต้องตัดใจจากอดีตแฟนตลกหนุ่มแบบขั้นเด็ดขาด ก็เพราะถูกภรรยาของ จั๊กกะบุ๋มทวงสามีผ่านไทม์ไลน์ นอกจากนี้ ยังได้ไปรู้มาอีกว่า ภรรยาของตลกคนดังกำลังตั้งท้องอีกต่างหาก ยิ่งทำให้ตนตัดสินใจและไม่คิดจะใช้ชีวิตกับผู้ชายคนนี้ต่อไป
     
ในส่วนของหลักฐานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคลิปเสียงการสนทนาที่ฝ่ายชายด่าทอพิธีกรสาว และข้อความในไลน์ที่ตลกหนุ่มเป็นผู้ส่งข้อความไปยังเพื่อนและเจ้าของรายการที่พิธีกรสาวทำงานอยู่นั้น ''กุ๊ก-ชลธิชา'' ได้นำมาเปิดในรายการบางส่วน โดยเจ้าตัวถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะเอาผิดอดีตแฟนหนุ่มในทางคดีได้ โดยกุ๊กได้เผยถึงที่มาที่ไปที่ตนต้องเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับอดีตแฟนหนุ่ม เพราะถูกฝ่ายชายเอาโทรศัพท์มือถือไปพร้อมกับทำพฤติกรรมรุนแรงกับตนเอง ทั้งกระชากคอเสื้อและด่าทอหยาบคาย จนตนและพ่อทนไม่ไหวจึงดำเนินการแจ้งความ
     
''เรามีหลักฐานเก็บไว้ทั้งคลิปเสียงและไลน์ เขาทั้งไลน์ไปด่าเพื่อนกุ๊กและเจ้านายกุ๊กด้วย วันที่เกิดเหตุคือกุ๊กไปทำธุระกับพ่อมา กลับบ้านมาก็เจอเขาในห้อง ซึ่งตลอดเวลาช่วงนั้นกุ๊กปรึกษากับพ่อตลอดว่าเราจะทำยังไงกันดี วันนั้นเจอเขาเขาให้ไปร้องเพลงด้วยกันกับเขา ปกติมีคุณพ่อไปด้วย แต่พ่อไม่ไปเพราะต้องไปงานต่อพรุ่งนี้เช้า พอไปถึงเขาก็กระชากคอเสื้อกุ๊กแล้วเอาโทรศัพท์ไป บังคับให้บอกรหัสผ่าน เพื่อขอดูข้อความที่กุ๊กส่งไลน์ไปคุยกับเจ้านายกุ๊ก เพื่อขอสลิปเงินเดือนไปซื้อคอนโดให้พ่อ ซึ่งคำพูดระหว่างกุ๊กกับเจ้านายไม่ได้มีอะไรส่อไปในทางชู้สาวเลย หลังจากที่มีเรื่องกันแล้ว เขาก็เยาะเย้ยกุ๊ก หัวเราะบอกพรุ่งนี้มึงก็ไม่มีงานทำแล้ว อี-อกทอง อีช้างเ-็ด อีกะ_รี่ อะไรแบบนี้ เขาจะทำลายทุกๆ ที่ที่กุ๊กทำงาน เขาบอกว่ากูจะไปป่วนทุกที่ ที่เขาเป็นแบบนี้บางช่วงเขาก็อยู่ในอาการเมา แต่บางครั้งเขาอยู่ในอาการปกติ กุ๊กคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันคงอยู่ในกมลสันดานของเขามากกว่า''
     
''หลังจากเกิดเรื่องแล้ว ลูกกลับบ้านก็มาเล่าให้ฟัง เลยโทร.ไปเคลียร์กับเขา บอกว่าทำอย่างนี้ไม่ใช่ลูกผู้ชายนะ ทำไมมารับไปแล้วไม่ยอมมาส่ง ไปทิ้งไว้กลางทางอย่างนั้นได้ยังไง เขาพูดกลับมาว่าเอาไปส่งแล้วแต่ไม่รู้ว่าลูกพ่อไปดอกทองนอนกับใครที่ไหน ซึ่งผมแค้นมากกับคำพูดนี้ เขาก็โทร.มาป่วนเป็น 30 สาย เลยบอกให้ลูกอัดคลิปเสียงไว้ แล้วก็ไปแจ้งความ''
     
กุ๊ก-ชลธิชา ยังได้กล่าวทั้งน้ำตาว่า
''ที่ออกมาพูดเพราะอยากให้สังคมรู้ว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นยังไง แล้วมันยังเป็นผลกระทบกับเจ้านายกุ๊กอีก เขาจะได้ไม่เข้าใจผิดว่า กุ๊กทำจริงๆ มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่กุ๊กจะมานั่งอยู่เฉยๆ ตอนนี้ขอจบแล้วถ้าต้องอยู่กับคนแบบนี้ กุ๊กขอตายดีกว่า กุ๊กไม่กลัวนะว่าเขาจะมาทำร้ายอะไรกุ๊กอีก ตัวกุ๊กไม่มีศัตรู ถ้ากุ๊กโดนทำร้ายก็คิดได้เลย จริงๆ ก็อยากจะบอกกับพี่บุ๋มว่า พี่เขาทำได้กับกุ๊กแค่คนเดียว พี่ไปทำกับคนอื่นไม่ได้อีกแล้ว ถ้าจะรักใครสักคนก็อย่าไปบังคับเขาให้มารักดีกว่า ให้เขารักมาจากใจ อย่าไปผูกเขาไว้เหมือนที่ทำกับกุ๊ก''
     
''ที่แจ้งความเพราะผมก็ต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุด พอจะคุยกับเขาเขาหนีหน้าผม มีทางเดียวคือการแจ้งความดำเนินคดีกับเขา เราไม่อยากให้เขาเป็นจุดดำของวงการตลก เพราะผมเองก็อยู่ในวงการตลก มันจะเสียชื่อ ส่วนลูกสาวผมก็ต้องเสียหายอยู่แล้ว แต่ถ้าผมไม่ออกมาพูด คนอื่นก็จะโดนหลอกไปทั่วจากคนๆ นี้ ผู้หญิงคนอื่นที่เขาเคยทำแบบนี้มาอาจจะไม่มีกระบอกเสียง ฉะนั้นเราต้องออกสู้เพื่อศักดิ์ศรีของเราเอง'' พ่อกุ๊กกล่าวเสริม
     
สุดท้ายกับคำถามที่ว่า หลายคนมองว่าเป็นการเรียกกระแสหรือเปล่า เพราะกำลังจะมีผลงานเพลงลูกทุ่งในเร็วๆ นี้ พิธีกรสาวกุ๊กกล่าวว่า
''ไม่ใช่ เพราะกระแสแบบนี้เป็นเรื่องไม่ดี เราไม่สามารถรู้ได้ว่า สิ่งนี้มันจะเกิดขึ้นวันไหน สิ่งที่เราโดนกระทำมาเราก็ต้องรีบแจ้งทันที และไม่ได้คิดว่าเป็นการแบล็กเมล์ เพราะเป็นเรื่องจริง พี่บุ๋มเขาทำจริงๆ และที่อัดเสียงไว้ เพราะเมื่อคืนเขาโทร.มาด่าตน 30 สาย โทร.มาด่าพ่อตน จนพ่อบอกว่าให้อัดเถอะ เพราะเราเป็นลูกผู้หญิง เราเลยป้องกันตัวเอง''

ที่มา สยามดารา

วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

โอ๋-ภัคจีรา โต้ข่าวโจมตีพอแต่งงานมีลูกเลยทิ้งสุนัขตัวโปรด

โอ๋-ภัคจีรา บ่นอุบสุดเซ็งโดนข่าวทอดทิ้งหมา ยันตอนนี้มีน้องสาวดูแลอยู่ ตนไม่เคยคิดจะทิ้ง ฝากบอกคนพูดอยากรู้อะไรถามจะตอบให้ สุดทนโดนข่าวด้านลบโจมตีตลอด


โอ๋-ภัคจีรา พสวงศ์ ที่ช่วงหลังๆ โดนกระแสโลกออนไลน์โจมตีอยู่บ่อยๆ อย่างล่าสุดก็มีเรื่องให้ปวดหัวอีก จากการที่ผู้หวังดีได้มาโพสต์ไว้ในกระทู้เว็บบอร์ดชื่อดัง โดยอ้างว่า ดาราสาวปล่อยปละละเลยสุนัขชื่อ ''จีร่า'' ที่เคยเป็นสุนัขตัวโปรด

โดยตั้งกระทู้ว่า
''...อยากถามคุณโอ๋ ภัคจิรา..ว่าพอแต่งงานมีลูกแล้ว...จำเป็นต้องทิ้งน้องหมาด้วยเหรอคะ...'' 

จนทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่มผู้คนในสังคมออนไลน์เพียงชั่วข้ามคืน หลังมีผู้ใช้รายหนึ่งนำเรื่องราวมาเผยแพร่และตั้งกระทู้เพื่อถามไปถึงสาวเจ้าตัวและเมื่อไม่นานมานี้สาวโอ๋ได้ออกชี้แจงผ่านทางอินสตาแกรมว่า ตนไม่ได้ทิ้งเพราะน้องสาวก็ยังดูแลอยู่ อยากรู้อะไรให้ได้ถาม

เมื่อมีโอกาสได้เจอ โอ๋-ภัคจีรา ขณะมาร่วมงานเปิดร้าน ''ฮั่วเซ่งเฮง'' สาขาที่ 6 วันที่ 17 ก.ค. 56 ณ อาคารยูไนเต็ด สีลม โดยสาวโอ๋เปิดใจให้ได้ฟังว่า
''อยากถามทุกคนว่าเคยเรื่องหมาหน้าบ้านกันไหม เวลาหมาบ้านก็เลี้ยงหน้าบ้าน โอ๋ก็เลี้ยงจีร่าหน้าบ้านแต่เขาเกิด จนตอนนี้อายุ 15 ปีแล้ว เขาแก่ไหม เขาซึมไหม มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่หมาเป็นแบบนี้ แต่ที่โอ๋โกรธคือเขาถามมา ถ้าเขารู้จักบ้านโอ๋ขนาดนั้น ถ้าเขากดออดถามน้องโอ๋สักคำหนึ่ง โอ๋จะไม่โกรธเลย แต่นี่โอ๋รู้สึกว่าลิดรอนสิทธิส่วนบุคคลของโอ๋เกินไป อยู่ดีๆ ไม่มาถาม เขาบอกว่าถามมาในอินสตาแกรมโอ๋ โอ๋ตอบกลับไปนะ เขาบล็อกเป็นไพรเวทเลย โอ๋ก็รักหมาเหมือนกัน ทุกคนก็มาถามโอ๋ว่าทำไมไม่เอาไปอยู่ด้วย โอ๋มีเหตุผลว่าเขาอยู่บ้านหลังนี้มาตั้งนานแล้ว มันเป็นเรื่องส่วนตัวโอ๋ อยู่ดีๆ มาบอกโอ๋ทิ้งหมา ยังมีรูปเลย พาเขาไปหาหมอที่โรงพยาบาลสัตว์ลาดพร้าวว่ามีชื่อจีร่าไหม มันไม่มีการถามขึ้นมาเลย ทำไมถึงต้องเอาโอ๋มาโพสต์ว่าขนาดนั้น โอ๋ไม่ได้เป็นคนกินหมานะ หรือเป็นคนใจร้ายขนาดนั้น โอ๋จะไม่โกรธเลย ถ้ากดออดถามและจะไม่เกิดเรื่องนี้เลย ถ้าไปถามโอ๋ส่วนตัวไม่ใช่เอาบ้านเลขที่และรูปถ่ายหน้าบ้านโอ๋ไป อย่างนี้โอ๋คิดว่ามันไม่เหมาะสมแค่นั้นเอง มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย โอ๋ตอบได้อยู่แล้ว โอ๋รู้สึกว่าเรื่องดีๆ ถึงไม่ชมเชยกัน โอ๋มีลูกก็หาประมาท ทำไมช่วงนี้มีแต่เรื่องศุกร์เข้าพระเสาร์แทรกกับโอ๋เหลือเกิน แค่เลี้ยงหมาตัวเดียว ทำไมมีปัญหาขนาดนี้ ไม่ถามอะไรโอ๋เลย''

ได้มีการชี้แจงผ่านทางอินสตาแกรมไปหรือไม่อย่างไร? 
''โอ๋โดนฟีดแบ็กจากคนอื่น จะเอาหมาโอ๋ไปเลี้ยง ก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นเหรอ คนที่รู้จักส่งข้อความมาให้ดู โอ๋อธิบายเขาได้ ถามเขามาถาม แม่โอ๋ของรักนะ หมาก็หมาส่วนรวม รักหมด โอ๋ก็เล่นเป็นแต่ไอจีก็ตอบไปแต่ทางไอจีนั่นล่ะค่ะ ถ้ามีอะไรมาถามโอ๋ก็ได้ โอ๋จะตอบ ไม่ใช่มาโพสต์ว่าบ่นกับสิ่งที่โอ๋ไม่รู้ มาถ่ายรูปบ้านโอ๋ รายละเอียดขนาดนั้น ถ้าคนรู้จักกัน เขาจะไม่คิดว่าโอ๋ใจร้ายขนาดนั้น ไม่คิดโอ๋เป็นคนอย่างนั้นแน่ๆ เรื่องหมาทำไมคนถึงใจแคบ''

ที่มา: สยามดารา

วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

อั้ม-พัชราภา ยันไม่เกาเหลา เอมมี่-มรกต เรื่องสัญญาช่องขอเวลาอาทิตย์นึงก่อนเผยหมดเปลือก

อั้ม พัชราภา ยันมือเผลอไปโดนลบอินสตาแกรมของนักแสดงรุ่นน้อง อุบตอบเรื่องต่อสัญญา 7 สี ขอเวลา 1 อาทิตย์ เตรียมเผย แย้มทิ้งท้าย (อยู่ที่ไหนแล้วอบอุ่นใจก็อยากอยู่ที่นั่น) ส่วนนักแสดงสาวรุ่นน้อง เอมมี่-มรกต ที่ออกงานเดียวกัน ยันไม่ได้เกาเหลา เชื่อนักแสดงรุ่นพี่มือเผลอไปกดปุ่มอันฟอลโลว์ อัพเดตธุรกิจเสื้อผ้าไปได้สวย อีก 2 สัปดาห์ขายจริง เรื่องหัวใจยันโสดสนิท


ยังเป็นที่ติดตาม และสนใจของสื่ออย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ในช่วงหลังเจ้าตัวจะไม่ค่อยรับงานอีเวนต์ เหมือนแต่ก่อนสักเท่าไหร่นัก สำหรับเรื่องราวของนางเอกซุปตาร์ตัวแม่  ''อั้ม'' พัชราภา ไชยเชื้อ ที่วันนี้เจ้าตัวไปปรากฏกายในงาน ''สยามพารากอน วอซท์เอ็กซ์โป 2013'' ที่จัดขึ้นบริเวณ ฮอลล์ ออฟ มิเรอร์ ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยนางเอกสาวสุดฮอต ''อั้ม'' มาในชุดราตรีสุดหรู พร้อมกับสวมใส่นาฬิกาฝังเพชรมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

โดยหลังจากเสร็จงาน ผู้สื่อข่าวได้ดึงตัวเธอมาสอบถามถึงเรื่องที่วันนี้ได้มาร่วมงานเดียวกันกับเพื่อนนักแสดงสาว เอมมี่ มรกต กิตติสาระ ที่ก่อนหน้านี้เคยมีประเด็นเกี่ยวกับที่สาวอั้มเคยไปกดอันฟอลโลว์อินสตาแกรมของ สาวเอมมี่ งานนี้หลายคนจึงแอบสงสัยว่าทั้งคู่กำลังมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจอะไรกันหรือเปล่า ซึ่งงานนี้สาวอั้มได้แถลงข้อข้องใจอย่างหมดเปลือก โดยยืนยันว่า
''จริงๆ คุยกันอยู่แล้ว เราเจอกันบ่อย ยังถ่ายรูปคู่กันเลยเมื่อกี้ ไม่เคยเกาเหลาหรืออะไรทั้งนั้นแหละค่ะ แต่บังเอิญมือไปโดนจริงๆ พอรู้แล้วก็รีบกดตามก่อนเป็นข่าว พอนึกออกก็ เอ๊ะ...ทำไมเขาไม่ค่อยลงรูป เราถึงรู้ตัวว่าเผลอลบไป''

ได้ถามเอมมี่ถึงข่าวเกาเหลาที่มีออกมาหรือไม่?
''คุยค่ะ แต่ไม่มีอะไร เราก็ขอโทษ เพราะพี่ไม่รู้เรื่องจริงๆ''

เคลียร์ เรื่องคาใจเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย ผู้สื่อข่าวจึงเบนเข็มถามนางเอกสาวเกี่ยวกับประเด็นเรื่องต่อสัญญากับทางช่อง 7 ซึ่งสาวอั้มตอบแต่เพียงว่า
''อีกหนึ่งอาทิตย์นะ อั้มยังไม่ได้เข้าช่องเลย จะเข้าไปอาทิตย์หน้า จริงๆ คำตอบมันมีอยู่แล้ว เดี๋ยวค่อยๆ ดู ต้องรออาทิตย์หน้า เพราะเรายังไม่ได้เซ็นสัญญาต่อ ฉะนั้นเราก็พูดไม่ได้ว่าเราเซ็น (จะเซอร์ไพรส์ทุกคนไหม) ไม่รู้ค่ะ (หัวเราะ) ไม่มี
อะไร ปกติ''

มีข่าวว่าทางสังกัดเดิมยื่นข้อเสนอค่าตัวให้ถึง 8 หลัก เพื่อให้ต่อสัญญา?
''เรายังไม่คุยและยังไม่ทราบ ทางช่องก็ยังไม่ได้ติดต่อมา มีเจอกันตามงานแล้วให้เราเข้าไปคุย แต่ก็ยังไม่เข้าไปคุยค่ะ"

แต่ก็มีข่าวว่าฝั่งอีกช่องบอกให้ข้อเสนอเราอีกสองเท่า?
"อู้ย...ไม่มีค่ะ อั้มพูดอะไรไม่ได้ ต้องรอให้อั้มได้เซ็นจริงๆ ก่อนแล้วอั้มค่อยพูด''

นอกจากนี้นางเอกสาว ยังได้กล่าวอีกว่า ตนไม่ได้รู้สึกหนักใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะในช่วงหลังตนก็ไม่ค่อยได้รับงานละครอยู่แล้ว ที่กลัวและกังวลคือกลัวว่าจะไม่มีเวลาให้มากกว่า
''ไม่ได้หนักใจอะไรเลย เพราะเราก็ไม่ค่อยเล่นละครอยู่แล้ว ถ้าเราไปทำงานให้กับใครก็ตาม เรากลัวว่าเราจะไม่มีเวลาให้เขาด้วยซ้ำ เพราะเราไม่ค่อยได้รับงาน ยังขี้เกียจอยู่บ้าง (ยิ้ม) อย่างงานอีเวนต์ก็ไม่ค่อยไปให้ใครเท่าไหร่''

แสดงว่าแนวโน้มยังอยากเป็นนักแสดงอิสระ?
''อั้มยังไม่เซ็น ยังพูดไม่ได้ อีกอาทิตย์รู้ผล อยู่ที่ไหนแล้วอบอุ่นใจก็อยากอยู่ที่นั่นค่ะ''

ขณะที่วันเดียวกันนี้ เพื่อนนักแสดงที่ถูกหาว่าเป็นคู่กรณีคือ ''เอมมี่-มรกต'' ที่เป็น 1 นักแสดงที่มาร่วมงานในอีเวนต์วันนี้เช่นกัน ก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี ที่ถูกหาว่าซดเกาเหลากับเพื่อนนางเอกร่วมช่อง โดยเจ้าตัวเผยว่า
''คือจริงๆ แล้วมี่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรอยู่แล้วและก็เชื่อว่าคงเป็นการเข้าใจผิดนิดหน่อยค่ะ แล้วตะกี้พี่อั้มก็ตะโกนมาว่า (พี่เผลอไปกด) ซึ่งมี่ก็เคยเผลอกดอันฟอลโลว์คนอื่นเหมือนกัน เมื่อกี้หลังเวทีก็ถ่ายรูปกับพี่อั้ม มี่กับพี่อั้มก็ชิวกันอยู่แล้วไม่มีอะไรค่ะ''

แล้วประเด็นเรื่องของคลิปในงานปาร์ตี้หนึ่งที่สาวเอมมี่พูดกับเพื่อนว่า (เธอแย่งซีนฉันตลอด)?
''ไม่ได้เห็นคลิปนะ แต่จำเหตุการณ์ได้ คือไม่มีอะไรค่ะ เป็นการแซวกันไปแซวกันมาปกติ คือกลุ่มนี้เราพูดกันแรงอย่างนี้เป็นเรื่องปกติ ไม่มีแอ๊บเท่าไหร่ ไปงานวันเกิดเพื่อนค่ะ ก็ไม่ได้ต้องระวังอะไร เพราะเราก็เป็นธรรมชาติของเรา ไม่มีอะไรค่ะ''

เรื่องธุรกิจเสื้อผ้าเป็นอย่างไรบ้าง?
''ก็ดีมากค่ะ ตอนนี้ที่เราโชว์เพื่อนๆ ก็ถูกจองหมดแล้วเรียกว่าขายหมดแล้ว ตอนนี้ก็ครบคอลเลกชั่นแล้วอีก 2 สัปดาห์คงจะวางขายแล้ว''

กลัวไหมว่าจะมีคนมาก็อปปี้เสื้อผ้าของเรา?
"ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่เอมมมี่ได้จดลิขสิทธิ์ไว้หมดแล้ว ถ้ามีเหตุการณ์อย่างนี้จริงๆ คงอาจจะมีถึงขั้นฟ้องร้อง"

วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ลือแซด ใหม่-ดาวิกา เกาเหลา มิน-พีชญา เหตุแย่งกันขึ้นแท่นนางเอกช่อง

เรียกว่าช่วงนี้ ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ต้องเจอศึกรอบด้านจริงๆ ที่ก่อนหน้านี้มีกรณียื่นฟ้องอดีตผู้จัดการ เอ-ศุภชัย ซึ่งหลายคนยังคงไม่รู้ตอนจบว่าจะลงเอยอย่างไร ก็กลับมีข่าวว่านางเอกสาวกำลังเขม่นกันนางเอกสาวร่วมช่อง ''สาวมิน-พีชญา'' เหตุแย่งกันขึ้นแท่นนางเอกเบอร์ 1 ของช่อง 7 งานนี้เจ้าตัวจะว่าอย่างไร


เมื่อผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสพบเจ้าตัวในการร่วมงานแถลงข่าว "ซื้อแผ่นแท้พี่มาก ลุ้นมาก..รวยมาก'' ที่ชั้น 6 เอสพลานาด รัชดาฯ วันก่อนจึงได้เข้าไปสอบถามสาว ''ใหม่'' ถึงประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยสาวใหม่ ชี้แจงเรื่องว่า
''ก็ยังไม่มีอะไรอัพเดตเลยค่ะ ถามหนูตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องของเด็กที่จะเข้าไปยุ่งแล้วล่ะค่ะ เหมือนที่บอกตอนแรกว่าปล่อยให้คุณแม่ พี่เก้า ผู้ใหญ่เขาดูแลไปค่ะ( ที่พี่เขาล้อเลียนคำพูดเรา) ก็ได้ฟังค่ะ ก็หนูพูดจริงนะคะ''
     
กลัวจะเป็นปัญหาที่เรื้อรังต่อไปเรื่อยๆไหม?
''กลัวไหมเหรอ ไม่นะ แต่ก็ไม่อยากให้เป็นนะ คืออยากให้จบค่ะ (ถามว่าเหนื่อยไหมที่โดนถาม) และต้องตอบบ่อยๆ ก็ไม่เหนื่อยนะคะ แต่ว่าตอนนี้หนูพูดอะไรมากไม่ได้ค่ะ เราทำงานเบื้องหน้า เรามีหน้าที่เป็นนักแสดงเราก็ทำงานตัวเองให้เต็มที่ค่ะ คุณแม่ใหม่เองก็ไม่อยากให้กระทบจิตใจเราค่ะ ไม่อยากพูดอะไร เพราะว่าบางทีเราไม่รู้จริง เราก็ไม่อยากพูดค่ะ''
     
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า อั้ม-พัชราภา อดีตนางเอกเบอร์ 1 ของช่องดูจะรับงานละครน้อยลงจนเป็นช่วงเวลาของ ''ใหม่'' ที่จะขึ้นแท่นนางเอกเบอร์ 1 ของช่องแทน จนเกิดกระแสข่าวแข่งขันกับนางเอกร่วมช่องอย่าง ''มิน-พีชญา'' กันเองในเรื่องนี้นักแสดงสาวฉายานางเอกพันล้าน รีบปฏิเสธว่าตนไม่ได้เกาเหลากับนางเอกรุ่นพี่แต่อย่างใด พร้อมกับขอบคุณที่หลายคนยกให้ตนขึ้นสู่ระดับนางเอกเบอร์ต้นๆ ของทางช่อง
''ไม่ได้เกาเหลาค่ะ แต่ขอบคุณมากนะคะถ้าภาพของหนูจะเป็นแบบนั้นได้ หนูจะพยายามจะตั้งใจทำงานละกันค่ะ (หลายคนเขาเปรียบเทียบเรากับมิน) ก็อย่าไปเปรียบเทียบกันเลยค่ะ พี่มินเขาสวย อีกอย่างหน้าตาเราก็ไม่เหมือนกันแล้ว อย่าเปรียบเทียบกันเลยนะคะ แต่ก็รู้สึกขอบคุณที่มีคนยกเราให้ขึ้นมา คือ วันนึงเรามาถึงจุดนี้ได้เราก็ภูมิใจ จะรักษาไว้ให้ได้นานๆ''
     
กลัวแฟนคลับของทั้ง 2 ฝ่ายจะมีปัญหากันไหม?
''ไม่มีหรอก แฟนคลับใหม่น่ารัก''
     
เคยมีโอกาสได้พูดคุยกับนางเอกสาวรุ่นพี่บ้างไหม?
''โดยส่วนตัวได้คุยกับพี่มินบ้าง พี่มินก็น่ารักนะคะ ไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ แฟนคลับก็ไม่มีอะไร ไม่มีตีกัน เพราะว่าแฟนคลับใหม่น่ารักทุกคนค่ะ"
     
สุดท้ายนางเอกสาวได้กล่าวถึงเรื่องสัญญากับทางช่อง 7 ว่า เท่าที่ตนทราบก็ยังมีหลายปีอยู่ แต่ไม่ทราบว่าเหลืออีกกี่ปี  และไม่คิดจะย้ายไปที่ช่องอื่น เพราะอยู่ที่นี่ตนมีความสุขดี

วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

โดนัท-อนันดา ทะเลาะแรง ส่อรักร้าว

โดนัท-มนัสนันท์ เผยทะเลาะแรงกับ อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม แต่ไม่ถึงขั้นลงมือ แย้มไม่ระบุอนาคตลดความสัมพันธ์ ยังไม่ได้เคลียร์เพราะติดงาน 


เป็นคู่หวานมาพักใหญ่ แต่ล่าสุดดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของนักแสดงสาว โดนัท มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล กับพระเอกหนุ่ม อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม ท่าทางจะไม่ราบรื่นซะแล้ว เมื่อล่าสุด โดนัท ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวระหว่างมาร่วมงานฉลองมงคลสมรสของ กิ๊ฟ วรรธนะ กัมทรทิพย์ ที่โรงแรมไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ โดยกล่าวว่า
''เราก็ยังเป็นเหมือนเดิมแต่เจอกันน้อยลง แต่ก็ยังมีการโทรศัพท์คุยกันอยู่ ที่ผ่านมาก็ทะเลาะกันแรงตลอดแต่ก็ไม่ถึงขั้นลงไม้ลงมือ ''โดนัท'' คิดว่าการมีปัญหาอะไรกันบ้างเป็นเรื่องปกติ คือเราเริ่มต้นจากความสนิทแบบเพื่อนดังนั้นเวลาจะทำอะไรก็มักจะแข่งกันตลอด แล้วพออีกคนนึงก็ไปกดดันอีกคนนึงอย่างไม่รู้ตัว ก็อาจจะต้องปล่อยให้เขาทำอะไรในแบบของเขาเอง แต่ ณ วันนี้ในส่วนของงานที่ต้องทำด้วยกันก็ยังช่วยกันอยู่ ไม่ได้มีปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าตอนนี้งานส่วนตัวมันเยอะมากจนเราไม่รู้ว่าจะไปทำงานที่ทำด้วยกันยังไงตอนไหน ''โดนัท'' ยุ่งมากจริงๆ ไม่เคยยุ่งอะไรมากขนาดนี้มาก่อน''
   
ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะทำให้สถานะในวันนี้เปลี่ยนไปหรือไม่อย่างไร? 
''อันนี้ยังไม่คิดไปถึงตรงนั้นค่ะคิดว่าค่อยๆ ปรับแก้กันไปและค่อยว่ากันอีกทีนึง ถามว่า ณ วันนี้ยังรักกันอยู่ไหม ยืนยันว่าเรากันอยู่แล้ว แต่ ''โดนัท'' ไม่ได้รีบเคลียร์ตอนนี้ค่ะ คิดว่าอยากทำงานก่อนดีกว่า เพราะ ''โดนัท'' ไม่ได้รู้สึกว่าต้องรีบไปแก้ไขหรือทำอะไร เรื่องว่าจะไปกระทบกับความสัมพันธ์ส่วนตัว ''โดนัท'' เองก็ไม่รู้เหมือนกัน แค่ก็คิดเหมือนกับแรกๆ ที่เริ่มต้นว่าคงปล่อยไปตามธรรมชาติ แต่ไม่ว่ายังไงๆ เราก็เป็นเพื่อนที่สนิทกันมากแต่แค่วันนี้เรารู้สึกว่าความเป็นเพื่อนมันทำให้เราอยากเอาชนะกันอยู่เรื่อยๆแล้วเขาก็กดดัน ''โดนัท'' โดยที่เขาไม่รู้ตัว''
   
ดูหน้าตา โดนัท เหมือนจะเศร้าเป็นพิเศษเลยนะ?
''จริงหรือเราดูเศร้าขนาดนั้นเลยหรือ จริงๆ ''โดนัท'' ว่าโอเคล่ะแต่ก็ต้องค่อยๆ ส่วนจะลดสถานะหรือไม่นั้น อย่าให้เราระบุเลยจริงๆ เพราะเราว่าเหมือนเดิมเหมือนตอนต้น ถามว่าอะไรคือหวานชื่นล่ะแต่ก่อนเราก็ทะเลาะกันอย่างนี้แหละ ทะเลาะ 3 วันดี 4 วัน ผีเข้าอยู่ตลอดเวลา จริงๆ มันก็ปกติดี แต่คิดว่าช่วงนี้งานมันเรียกร้องให้สองคนอยู่ในช่วงเวลาที่กดดันมากของชีวิตมากกว่า และ ''โดนัท'' เองช่วงนี้ก็ค่อนข้างยุ่งเพราะมีงานที่บ้าน ''AF'' ด้วย แล้วเขาก็มีงานของเขา เหมือนว่าต่างคนต่างก็มีงานที่ต้องรับผิดชอบค่อนข้างใหญ่ทำให้ความกดดันตอนนี้เลยคิดว่าต่างคนก็ต่างไปทำงานของตัวเองให้ดีที่สุดดีกว่า เรื่อง ''รัก'' หรือ ''หวัง'' ดีมันเป็นของมันอยู่แล้วไม่ต้องไปถามหรอก''

วันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

บี้ รีเทิร์นรัก โบวี่ แฮปปี้ดีแต่ยังหวั่นซ้ำรอยเดิม

บี้ KPN  รับรีเทิร์นรัก โบวี่ แฮปปี้ แถมหวานกว่าเดิมคุยเฟซไทม์ตลอดช่วงที่ทำงานเกาหลี ไม่ท้อแม้ซ้อมหนักทั้งร้องทั้งเต้นเตรียมเป็นศิลปินเกาหลี แต่ แย้มมีงานละครติดต่อมาให้แสดง


บี้ ธรรศภาคย์ ชี หรือ บี้ KPN นักร้องมากความสามารถทั้งเรื่องร้องเรื่องเต้นที่ทำได้ดี จนเข้าตาค่ายเพลงเกาหลี จึงได้ชักชวนหนุ่มบี้เข้าร่วมสังกัด และเตรียมตัวเป็นศิลปินบอยแบรนด์น้องใหม่ของประเทศเกาหลี ชื่อวง ''VICTOR'' อีกด้วย ทำให้ต้องฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อเตรียมเดบิวต์ (การขึ้นแสดงเปิดตัวครั้งแรก) โดยเจ้าตัวเผยว่าช่วงที่ผ่านมาตนไปฝึกเต้นที่เกาหลีอย่างหนักถึงขั้นอาเจียนในขณะซ้อม แต่ที่ดีไปกว่านั้นคือเจ้าตัวบอกว่ามีบริษัทละครทาบอยากร่วมงานด้วย แต่ไม่รู้ว่าความรักจะดีตามไปด้วยเปล่าน้า เพราะเหตุนี้เองเกือบทำให้ความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นกับสาวสวยสุดเซ็กซี่ "โบวี่" อัฐมา ชีวนิชพันธ์ ต้องยุติลง แต่เมื่อไม่นานมานี้ แว่วว่าทั้งคู่ได้กลับมาสานสัมพันธ์กันอีกครั้ง แถมหวานกว่าเดิมอีกด้วย
   
เมื่อมีโอกาสได้คุยกับหนุ่มบี้ จึงไม่พลาดที่จะซักถามถึงเรื่องผลงานและเรื่องหัวใจทันที เจ้าตัวพร้อมเปิดใจว่า
"อยู่เกาหลีก็ฝึกหนักมาก เขาตั้งใจกันมาก เรียกว่าฝึกโหดมาก ฝึกทั้งวันแทบไม่ได้นอน นอน 3-4 ชั่วโมงเอง นอกนั่นฝึกหมด คิดดูว่าฝึกจนอ้วกไม่สบายเลย คอเคล็ดอีกต่างหากนี่ยังไม่หายเลย ก็ซ้อมเต้นทั้งวันครับ ตั้งแต่ 9โมงเช้าถึงเที่ยงคืน แต่ก็สนุกนะ พี่ๆ ในวงเขาก็นิสัยดี เขาพูดภาษาจีน ภาษาอังกฤษได้ด้วยก็คุยกันสบาย อยู่ที่นั่นจะมีล่ามคนไทยคอยสอนภาษาเกาหลีอยู่ ก็พูดภาษาเกาหลีอย่างเดียว ด้วยความเป็นค่ายใหม่เราก็จะอยู่กันเป็นครอบครัว ก็ต้องฝึกอีกพักนึงถึงจะเดบิวต์ ก็คาดหวังกับแฟนๆ ทั้งที่ไทยทั้งที่เกาหลี"
   
กดดันไหมเพราะเป็นคนไทยคนเดียวที่อยู่ในวงเกาหลี?  
''ก็กดดันนะครับเพราะผมเป็นคนไทยคนเดียวในวง ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ว่าคนเกาหลีเขาจะมองว่าคนไทยเป็นยังไง แต่ก็ดีครับที่พี่นิชคุณเป็นคนไทยที่เป็นไอดอลของคนเกาหลีอยู่ เลยพอจะใจชื้นขึ้นมา ผู้ใหญ่ที่นั่นเขาโอเคกับผมมาก ไปเจอเขาก็ถามว่าคนไหนเป็นคนไทย ผมเองตอนนี้ตั้งใจจะฝึกภาษาเกาหลีด้วย เขาก็เห็นความตั้งใจของเรา''
   
มีข่าวว่ามีละครที่เกาหลีติดต่อมาให้เราเล่นด้วย ?
''ตอนนี้ที่นั่นเขาอยากจะให้ผมไปเล่นละครที่นั่นมากกว่า แต่ติดที่ภาษาผมยังพูดไม่ได้ มีติดต่อมา 2 ค่าย คือ KBS กับ jTBC เขาเห็นผมแล้วก็อยากจะเอาไปเล่นละคร แต่ติดที่ผมยังพูดไม่ได้ ก็บอกเขาไปว่ามีละครที่พูดภาษาจีนไหมครับ ผมพูดได้สบาย นี่ก็เพิ่งไปแคสติ้งหนังจีนที่ฮ่องกงมาเหมือนกัน เสียดายมากเพราะติดตัวละครที่ไทยเรื่องเดอะ ซิกซ์เซนส์ 2 ก็เลยไม่ได้เล่น''
   
เรื่องความรักกับสาวโบวี่ที่กลับมารักกันเห็นว่าหวานกว่าเดิม อยู่เกาหลีเฟซไทม์คุยกันตลอด?
''อันนั้นบังเอิญครับ ด้วยเราไม่มีเวลา เราก็พยายามไม่ให้ห่างกัน หลักๆ ผมตอนนี้คือเรื่องงาน ครอบครัว แล้วก็โบ ตอนนี้ความสัมพันธ์ของเราก็ดีขึ้นเยอะมากเลยครับ หลังจากที่เราลองห่างกัน 1 เดือน เราก็รู้แล้วว่าเราขาดเขาไม่ได้ พอกลับมาตอนนี้ทุกอย่างดีขึ้นมาก รู้ใจกันมากขึ้นเยอะเลย''

กลัวจะห่างกันอีกไหม? 
''โบบอกว่าโบเริ่มชินแล้ว ผมก็ให้โบมาหาผมที่เกาหลีไงครับ นี่ก็ชวนๆ เขาแล้วนะ เขาก็บอกดูงานก่อน ผมกลัวว่าเราจะห่างกันไป ก็คิดเผื่อๆ ไว้ โบเองงานเขาก็ยุ่งเหมือนกันครับ ช่วงนี้กำลังว่างอยู่ กำลังคิดแพลนอยู่อยากชวนเขาไปเที่ยว แต่เหมือนโบงานเยอะมาก ก็คงยากที่จะไปเที่ยวกันมั้งครับ''

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

อ๋อม รับสนิท ญาญ่า ญิ๋ง แต่ยังอุบดูใจกัน ปัดเบี้ยวถ่ายละคร

อ๋อม-อรรคพันธ์ รับคุย ญาญ่าญิ๋ง แบบเพื่อนสนิทในมานานแล้ว ส่วนพัฒนาในระดับแฟนเป็นเรื่องของอนาคต พร้อมโต้ข่าวลือเบี้ยวถ่ายละคร ''เจ้าสาวสลาตัน'' ยันไม่เคยกระทำพฤติกรรมดังกล่าว


พระเอกผิวเข้ม อ๋อม อรรคพันธ์ นะมาตร์ เปิดปากว่าได้พุดคุยกับ ญาญ่าญิ๋ง รฐา โพธิ์งาม แบบสนิทใจมานานกว่า 2 เดือนแล้ว และจาการสังเกตก็เห็นว่ามีแนวโน้มที่จะพัฒนาความสัมพันธ์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เลยทีเดียว โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 6 ก.ค. 56 ผู้สื่อข่าวมีโอกาสได้เจอกับพระเอกหนุ่ม ที่ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ พระราม 9 ในงาน 7 สีคอนเสิร์ต จึงไม่พลาดที่จะซักถามถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่ว่า

กับ ญาญ่าญิ๋ง มีแนวโน้มที่จะเรียกแฟนหรือยัง?
''จริงๆ ไม่มีอะไรเลย เราเป็นเพื่อนกันรู้จักกันธรรมดาครับ ผมก็ไม่รู้ว่าข่าวออกมาได้ยังไง อาจจะเป็นเพราะว่าช่วงหนึ่งที่ผมเจอเขาบ่อยตามงานอีเวนต์ก็เลยทำความรู้จักกัน พอมีข่าวเราก็มีคุยกันครับ ก็ได้คุยกันเรื่องข่าวบ้าง ก็ไม่มีอะไรเพราะว่าเราก็เป็นเพื่อนกัน สำหรับ ณ ตอนนี้ไม่มีอะไรนะครับ เพราะว่าผมสนิทกันก่อนจะมีข่าวแล้วนะครับ ผมก็คุยเป็นเพื่อนๆ กันมาครับ พอว่างเราก็ไลน์หากัน คุยกัน ณ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรครับ เป็นเพื่อนกัน สำหรับโอกาสพัฒนา สำหรับผมนะ ผมต้องคุยไปก่อนเพราะต้องบอกว่าตอนนี้เราเพิ่งเริ่มคุยกัน แต่ในอนาคตผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน''

 ตอนนี้เรียกว่ากำลังศึกษากันได้ไหม ?
''ก็ยังไม่ได้ถึงขั้นศึกษาดูใจขนาดนั้นครับ เป็นเพื่อนกันก่อนครับ ผมว่าเราก็เป็นเพื่อนๆ กันหมดแหละครับ และไม่ถึงขนาดจีบหรอกครับ ตอนนี้คนก็มองเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต แต่จริงๆ ไม่มีอะไรเลย สำหรับผมต้องมองนานๆ แต่เท่าที่เจอมาก็โอเคครับ ยังอยู่ในฐานะเพื่อนอยู่ครับ ยังไม่ได้สนิทถึงขั้นนั้นครับ''


นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังได้ซักถามถึงกระแสข่าวล่าสุดที่ ตุ๊กตา จิตรลดา ดิษยนันท์ ผู้บริหารค่ายกันตนา โพสต์ต่อว่านักแสดงในเรื่อง ''เจ้าสาวสลาตัน'' ที่หนุ่ม อ๋อม เป็นพระเอกว่าเบี้ยวกองถ่าย ซึ่งเจ้าก็ตอบมาว่า
''ช่วงนี้ทำงานเยอะ ละครก็เกือบ 7 วันแล้ว แล้วก็มีงานอีเวนต์เยอะ แต่ส่วนมากจะเป็นต่างจังหวัดมากกว่า อยากมีอีเวนต์ในกรุงเทพฯ เหมือนกัน พอมีอีเวนต์แต่ต่างจังหวัดเลยไม่ค่อยได้เจอใครเท่าไหร่ จะออกเสาร์-อาทิตย์ ส่วนวันธรรมดาก็จะถ่ายละครครับแต่ไม่กระทบละครแน่นอนครับ เพราะว่าผมจะขออนุญาตล่วงหน้าไว้ก่อน ถ้ากองละครไม่ให้ไป ผมก็ไม่ไปครับ จะอยู่ถ่ายละครให้ครับ ยืนยันว่าไม่เคยเบี้ยวงานครับ''

ที่มา สยามดารา

วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ซี-ศิวัฒน์ เซอร์ไพรซ์วันเกิดคุกเข่าขอ เอมี่ แต่งงาน

ในงานเลี้ยงวันเกิดล่วงหน้าของ เอมี่ กลิ่นประทุม พระเอกหนุ่ม ซี ศิวัฒน์ ทำซึ้งด้วยการคุกเข่าขอแต่งงาน โดยมีเพื่อนในวงการร่วมยินดี เป็นการันตีงานวิวาห์ถูกจัดขึ้นแน่นอนภายในปีหน้า


นับได้ว่าเป็นคู่รักมาราธอนแห่งวงการบันเทิงคู่นึงทีเดียว สำหรับพระเอกหนุ่ม ซี ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ กับนางเอกหน้าหวาน''เอมี่ กลิ่นประทุม'' ที่ได้คบหาดูใจกันมามากกว่า 8 ปี ทั้งร่วมทุกข์ร่วมสุขผ่านมรสุมชีวิตมาด้วยกันมา ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งคู่ได้ออกมาประกาศว่ามีแพลนแต่งแล้วไม่เกินปีหน้าแน่นอน
   
ล่าสุดเมื่อค่ำของวันที่ 6 ก.ค.56 ที่ผ่านมาได้มีการเลี้ยงฉลองวันเกิดล่วงหน้าของสาว เอมี่ งานนี้หนุ่มซีได้ทำเซอร์ไพรส์ด้วยการคุกเข่าขอฝ่ายหญิงแต่งงาน ทำเอาสาวเอมี่น้ำตาซึมตื้นตันกับสิ่งที่แฟนหนุ่มทำให้  ท่ามกลางความยินดีของเพื่อนในวงการ ที่มาร่วมงานวันเกิดในครั้งนี้ อาทิ ''เอมมี่-มรกต'', ''เชียร์-ฑิฆัมพร'', ''การ์ตูน-อินทิรา'',''บี-มาติกา'',  ''เติ้ล-ตะวัน''

โดย เอมมี่ มรกต กิตติสาระ เพื่อนสนิทของทั้งคู่ได้โพสต์เป็นคลิปขณะคุกเข่าขอแต่งงาน ในอินสตาแกรมของตนเอง พร้อมกับบรรยายใต้ภาพว่า
C Siwat…''Will you marry me? ''
Amy… ''Hell yehhh!!''
   

ขณะที่หลังจากถูกคุกเข่าขอแต่งงานแล้วสาว เอมี่ ก็ได้โพสต์ขอบคุณว่า Thanks for a perfect night sweetie … ''U make me feel like im the only girl in this world''
   

พร้อมกันนั้นยังมีข้อความจากแฟนคลับร่วมอวยพรและยินดีกับทั้งคู่มากมายผ่านทางอินสตาแกรมอีกด้วย จากข้างต้นเป็นการการันตีอย่างแน่ชัดแล้วว่างานแต่งของทั้งคู่จะถูกจัดขึ้นแน่นอน อย่างที่ฝ่ายชายเคยให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนไว้ว่า
''เรื่องฤกษ์แต่งที่ดีมีอยู่ 3 เดือนครับ  แต่จะบอกไปนัยๆ ก่อนประมาณเดือนมิถุนายน, พฤษภาคม แล้วก็พฤศจิกายน แต่ปีหน้าแน่นอนครับ ผมรู้สึกพร้อมแล้ว ถ้าสมมุติว่าผมแต่งงานกับเอมี่ ผมอยากให้คุณแม่ของผมเห็นวันนั้นด้วย และอยากให้แม่อุ้มลูกของผม ดังนั้นผมจึงรู้สึกว่าผมไม่อยากรออะไรแล้ว''

ที่มา สยามดารา

วันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

น้ำตาล แจงรูปคู่ สน-ยุกต์ แค่งานเลี้ยงช่อง ไม่มีความสัมพันธ์พิเศษ

นับตั้งแต่เข้าวงการมานางเอกหน้าหวาน น้ำตาล พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ มีข่าวกิ๊กกั๊กกับหนุ่มๆ ในวงการออกมาไม่ขาดสายไลตั้งแต่ เวียร์ ศุกลวัฒน์ คณารศ, บอมบ์ ธนิน มนูญศิลป์, ไผ่ พาทิศ พิสิฐกุล จนมาล่าสุดเป็น สน ยุกต์ ส่งไพศาล ที่เมื่อไม่นานมานี้นางเอกสาวก็ลงรูปคู่กับพระเอกหน้าตี๋ในอินสตาแกรมของตัวเอง ซึ่งแม้จะเป็นภาพคู่ธรรมดา แต่ทั้งสองก็ใกล้ชิดกันไม่น้อยเลยทีเดียว 


ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 56 ผู้สื่อข่าวมีโอกาสได้เจอกับนางเอกสาวในงานเปิดกล้องบวงสรวงละครเรื่อง ''เรือนริษยา''  จึงไม่พลาดที่จะซักถามถึงเรื่องดังกล่าวทันที โดยนางเอกสาวเผยว่า
''เป็นรูปคู่ในงานเลี้ยงช่อง 3 ค่ะ จริงๆ ส่วนตัวก็ไม่ได้สนิทกันค่ะ แค่เจอกันในงานเป็นครั้งแรก กับความสัมพันธ์พิเศษไม่ได้มีเลยค่ะ ก็แค่ถ่ายรูปด้วยกันปกติ ตาล ก็ถ่ายรูปกับดาราหลายท่านเหมือนกันจริงๆ วันนั้นเป็นการทักทายกันตามปกติ ความจริงแล้ววันนั้นก็ได้ทักทายคนอื่นๆ ด้วยหลายคน เพียงแต่ว่ามีการถ่ายรูปกันแค่นั้นเองค่ะไม่มีคุยไลน์ต่อ''

มีหลายคนแอบเห็นว่าทั้งสองมักเมนต์อินสตาแกรมหากันเสมอๆ?    
ตาล ก็มีไปเมนต์ในอินสตาแกรม พี่สน เหมือนกันเพราะว่าความจริงแล้วเราก็ติดตามผลงาน พี่สน อยู่เพราะเป็นละครที่กำลังจะออนแอร์ต่อจาก ''มัจจุราชสีน้ำผึ้ง'' ที่ ตาล แสดงแล้วเขาก็ช่วยโปรโมตละคร ตาล เยอะเหมือนกันด้วย ก็ขอบคุณ พี่สน ที่ติดตามผลงานค่ะเพราะเท่าที่ฟังก็ไม่ได้มีอะไรค่ะ"

กลัวหรือเปล่ามีข่าวอย่างนี้อาจทำให้แฟนคลับของหนุ่ม สน ไม่พอใจ?
ตาล ว่าแฟนคลับถ้ารัก พี่สน ก็น่าจะเข้าใจ พี่สน นะคะว่าความจริงแล้วไม่ได้มีอะไร แค่เป็นการติดตามผลงานปกติ เป็นพี่น้องในวงการบันเทิงทั่วไปค่ะ"

มีข่าวกับหนุ่มๆ เยอะแยะกลัวผู้ใหญ่จากทางช่องดุบ้างหรือเปล่า?
''ก็เรียกว่าเกรงใจผู้ใหญ่มากกว่าเพราะว่าต้องขอบคุณทางผู้ใหญ่นะคะที่ค่อนข้างที่จะให้โอกาส ตาล ได้เล่นละครอย่างต่อเนื่อง และ ตาล อยากให้หลายคนจับตาดูกระแสของละครมากกว่าค่ะ เพราะความจริงแล้วข่าวกับพี่ๆ ในวงการก็ไม่ได้มีอะไรค่ะ''


ดูเหมือนผลงานชิ้นแรก ''มัจจุราชสีน้ำผึ้ง'' จะกระแสดีเกินคาด งานนี้จึงทำให้ น้ำตาล ถูกจับตามองว่าเป็นดาวรุ่งเทียบ ''ญาญ่า'' อุรัสยา สเปอร์บันด์ รู้สึกอย่างไร?
''ไม่เบียดแน่นอนค่ะเพราะเขาดังเป็นซูเปอร์สตาร์แล้ว ความจริง ตาล ชื่นชอบ ญาญ่า ทำให้มีโอกาสได้ติดตามผลงานเหมือนกันเพราะรู้สึกชอบที่เขาเป็นคนน่ารัก แต่จริงๆ แล้วไม่ได้มีอะไรหรอกค่ะมันแล้วแต่คนจะมองมากกว่า เพราะแต่ละคนมีแคแรกเตอร์ค่อนข้างที่ชัดเจน อีกทั้งแต่ละคนก็มีความถนัดที่แตกต่างกันมากกว่าค่ะ'' 

ที่มา สยามดารา

วันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เจ๋ง บิ๊กแอส ปัดหวง แนท ชมถ่ายแฟชั่นสวยสมวัย ขอดูใจกันมากกว่านี้กั๊กเรียกแฟนรับเกรงใจพ่อฝ่ายหญิง

หลายคนแอบอิจฉานักร้องหนุ่มหล่อมาดเท่ เจ๋ง เดชา โคนาโล  หรือที่รู้จักกันในนาม เจ๋ง บิ๊กแอส หลังจากสาวหน้าใสวัยกระเตาะ แนท ณัฐชา นวลแจ่ม เปิดใจว่ากำลังศึกษาดูใจอยู่กับ เจ๋ง ล่าสุดสาวแนทได้ปรับเปลี่ยนลุกส์ครั้งใหญ่เป็นสาวเซ็กซี่เต็มวัยที่เจ้าตัวขึ้นปกหนังสือแฟชั่น 


เมื่อได้เจอหนุ่มเจ๋ง บิ๊กแอส ในงาน  ''SIAMDARA STARS AWARDS 2013 (สยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ 2013)'' ณ คริสตัล ดีไซน์ เซ็นเตอร์ ขณะที่มาร่วมรับรางวัลนักร้องกลุ่มยอดนิยมสาขาเพลงไทย-สากล  ซึ่งเจ้าตัวได้พูดถึงเรื่องการถ่ายแฟชั่นของสาวแนทว่า
''ภาพที่เห็นก็สวยดีครับ เขาเปลี่ยนลุกส์จากที่เราเคยเห็น จากลุกส์น่ารักก็กลายเป็นเซ็กซี่หน่อย ก็อาจจะเป็นด้วยการแต่งตัวและสไตล์ที่หนังสือเขาถ่ายออกมาทำให้ลุกส์ของเขากลายเป็นเซ็กซี่ไป ผมก็ไม่ได้หวงอะไรขนาดนั้นครับ งานที่เขาทำก็มีผู้ใหญ่สกรีนให้ ผมก็ชมเขาอยู่ว่ารูปที่ออกมาสวยดี ในรูปที่ออกมามันก็เป็นแฟชั่นไม่ใช่ชุดว่ายน้ำ ก็อาจจะดูไม่แรงขนาดนั้นครับ ผมเองอาจจะไม่เคยเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้มาก่อน พอมาเห็นก็มีบ้างที่คิดว่าโป๊หน่อย ก่อนถ่ายน้องก็มีเกริ่นๆแต่ไม่ได้ปรึกษาอะไรครับ ทางผู้ใหญ่เขาเป็นที่ปรึกษาให้อยู่แล้วครับ เราก็มีคุยกันบ้างแต่ตัวน้องเขาโอเคกับงานครับผมก็แค่แนะนำครับว่าถ้าถ่ายพวกนี้หุ่นก็ต้องค่อนข้างดีหน่อย เราก็ไม่ได้ไปบอกอะไรเขาเยอะแค่แนะนำนิดๆ หน่อยๆ ผมก็แนะนำเรื่องออกกำลังกายครับ''
   

ถ้าแนทจะถ่ายเล่มต่อไปเราจะให้ถ่ายไหม?
''อันนี้ไม่เกี่ยวกับผมเลยครับ อยู่ที่ทางผู้ใหญ่ของเขามากกว่า ส่วนตัวผมอาจจะไม่ได้เห็นเขาในลุกส์นี้บ่อย พอมาเห็นก็มีชอบบ้าง ก็ดีครับก็ขึ้นอยู่กับน้องเขาครับ มันก็ตามวัยแหละเพราะน้องเขาโตขึ้นลุกส์มันก็ต้องเปลี่ยน มันไม่มีอะไรแน่นอนครับ''
   


ตอนนี้เจ๋งกับแนทเรียกสถานะแฟนได้หรือยัง?    
''เราก็ยังไม่กล้าเรียกอะไรขนาดนั้น เราก็ต้องดูๆ กันไปก่อนเพราะระยะการคบของเราก็เกือบๆ จะครบปีแล้ว ดูกันไปเรื่อยๆ ก่อนครับ ก็คงใช้ระยะค่อนข้างยาวเหมือนกันเพราะผมก็ไม่อยากไประบุเร็วว่าเป็นแฟน วันหนึ่งมันก็คงออกมาเองโดยที่เราไม่ต้องพูดครับ อย่างเวลาผมจะรับน้องเขาไปทานข้าวผมก็ต้องไปขอคุณแม่เขาก่อน ก็เลยเจอบ้างครับ ก็ไม่เชิงว่าไฟเขียวครับ เวลาเราจะพาน้องไปไหนเราก็ต้องขออนุญาตก่อนครับ เรื่องกฎกติกาผมคิดว่าเวลารับน้องไปเขาก็คงไม่อยากให้มาส่งน้องดึกมากกว่า ครับ ตัวน้องเองก็ต้องมีเรียนด้วย ส่วนคุณพ่อผมเจอเขาน้อยมากเลยครับ ส่วนใหญ่จะเจอคุณแม่มากกว่าครับ'' 


ตอนนี้ยังกลัวคุณพ่อแนทอยู่ไหม? 
''ก็กลัวนะ แต่ผมก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนะครับผมว่าคุณพ่อจะเป็นห่วงลูกสาวมันคือเรื่องปกติครับ ผมก็ต้องเกรงใจเขาหน่อย''

วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เอมมี่ เปรยไม่กล้าเกาเหลา แซมมี่ เผยไม่อยากจูบปาก กอล์ฟ หรอกแค่ความจำเป็น

เอมมี่ รับมีคุยกันนอกรอบ เปรยขำๆไม่กล้าเกาเหลา แซมมี่ ต่างคนกำลังอินบทละครนอกจอ  ยันรักใคร่กลมเกลียว แจงไม่อยากจูบปาก กอล์ฟ หรอกแต่มันจำเป็นจริงๆ แต่แค่ฉากหนึ่งในละคร



นักแสดงสาวหุ่นดีหน้าสวยเอมมี่ มรกต กิตติสาระ กับ แซมมี่ ดลลชา เคาวเวลล์ รุ่นน้องร่วมค่าย โดนจับโยงเป็นคู่เกาเหลาไปเรียบร้อยแล้ว โดยมีหนุ่มรูปหล่อ กอล์ฟ-อนุวัฒน์ เชิดชูรัตนา เป็นต้นเหตุที่หลายคนมองว่านางเอกรุ่นน้องดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจที่ก่อนหน้านี้เอมมี่ให้สัมภาษณ์ว่าสนิทกับกอล์ฟและจูบปากก็เคยมาแล้ว ด้านแซมมี่เองก็เลยตอกกลับแบบเนียนๆ ว่าเช็กด้วยว่าใครมาก่อนเพราะตนสนิทกับฝ่ายชายก่อนจะเข้าวงการ 3 ปี
   

ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ได้มีโอกาสเจอ เอมมี่ ขณะที่มาร่วมรับรางวัล ''ร้ายได้ใจ'' บนเวทีใหญ่ ''SIAMDARA STARS AWARDS 2013'' (สยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ 2013) จึงไม่พลาดที่จะถามถึงเรื่องที่ตอกกลับกันไปมากับสาวแซมมี่ และได้คำชี้แจงจากเจ้าตัวว่า
''ขอโทษค่ะ ข้อมูลผิดเองค่ะ จริงๆ แล้วที่พูดไปมันเป็นการพูดเล่นกันมากกว่า ไม่ได้มีอะไร ส่วนเรื่องจูบปากก็ไม่ได้อยากจะจูบหรอกเพราะในละครมันจำเป็นจริงๆ ในครอบครัวเรามีไม่กี่คนจะมี แซมมี่, มี่, ไอซ์, กอล์ฟ อยู่กันอบอุ่น คนจะคิดว่ามีอะไรกันหรือเปล่า แต่ปกติเป็นคนเล่นแรงพูดแรงกันอย่างนี้อยู่แล้วไม่มีอะไร''
   

พูดแรงจนทำให้หลายคนเข้าใจว่าเอมมี่ เกาเหลา แซมมี่ กันไปแล้ว?
''ไม่หรอกค่ะ ไม่กล้าเกาเหลากับน้อง น้องอาจจะอินกับไฟหวนแล้วมี่ก็อินกับบทคุณสนมั้ง เราก็มีคุยไลน์กันทุกวันค่ะ มีผู้จัดการเป็นตัวแม่คอยประสานลูกๆ ทุกคนให้อยู่กันอย่างสามัคคีค่ะ ขำข่าวค่ะ มันไม่มีอะไร เวลาคนมาถามเราก็ไม่ได้คิดอะไร ถ้าเห็นมี่กับกอล์ฟ 2 คนนี้จะรู้เลยว่าไม่มีอะไรจริงๆ'' ถามอีกว่า ''แซมมี่'' บอกว่าไม่ค่อยมีเวลาไปไหนมาไหนกับคนในกลุ่มเลย เอมมี่แจงแทนว่า ''เขางานเยอะไม่ค่อยมีคิวว่าง อย่างรายการที่นี่หมอชิตทีไปกัน 3 คน จริงๆ ก็ชวนน้องเหมือนกันแต่น้องติดถ่ายละครไม่ว่าง ก็อาจจะเป็นคนเข้าใจผิดกันมากกว่า อย่างเกาเหลากับไอซ์, แซมมี่ เป็นคนใกล้ตัวมาก จนบางครั้งคนอื่นเห็นจะคิดว่าไม่ถูกกันหรือเปล่า จริงๆ พวกเราก็เล่นกันอย่างนี้ ไม่มีอะไร รักกันเหมือนเดิมค่ะ"
   
ฝ่ายชายชนวนเหตุของเรื่องนี้ว่าอย่างไรบ้าง?
''คือเราไม่เคยต้องเคลียร์อะไรกันอยู่แล้ว ส่วนกอล์ฟเราก็รู้อยู่แล้วว่าความสัมพันธ์ของพวกเรามันเป็นยังไง''

วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

มาริโอ้ สวีท พลอย แค่ละคร โนรีเทิร์น กุ๊บกิ๊บ ยันโสดสนิท

พระเอกหนุ่มพันล้าน มาริโอ้ ปัดกิ๊กนางรุ่นพี่ พลอย ภาพสวีตที่ฝรั่งเศสแค่ซีนในละคร โนรีเทิร์นกุ๊บกิ๊บ รับมีคิดถึงบ้าง ยันโสดสนิท 100% ขอมุทำงาน


หลังจากพระเอกหนุ่มพันล้าน มาริโอ้ เมาเร่อ เลิกรากับสาวร่างเล็กสุดจี๊ด ''กุ๊บกิ๊บ'' สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย ก็มีกระแสข่าวเม้าท์ว่าแท้จริงแล้วหนุ่มโอ้กำลังกิ๊กกั๊กอยู่กับสาว ''พลอย''เฌอมาลย์ บุญศักดิ์ เพราะเป็นช่วงพอดีที่สาวพลอยหัวใจกำลังว่างเช่นกัน ล่าสุดมีภาพคู่สวีตหวานกันที่ฝรั่งเศสออกมาโชว์สื่ออีกด้วย ยิ่งตอกย้ำความจริงหรือเปล่าน๊า แต่ที่เม้าท์แรงไม่แพ้กันคือด้านสาวกุ๊บกิ๊บอยากได้ของรักของหวงของตนคืน โดยมีตาดีแอบสังเกตรูปและข้อความที่เธอโพสต์ผ่านทางอินสตาแกรมประมาณว่าเจ้าตัวไปโรงเรียนที่เคยเรียนแล้วทำให้คิดถึงคนที่เคยรออยู่หน้าโรงเรียนทุกวัน แฟนๆ หลายคนต่างแอบลุ้นให้ทั้งคู่กลับมารีเทิร์นอีกครั้งไวๆ แต่ก็ไม่รู้จะเป็นได้มากน้อยแค่ไหน เมื่อได้เจอพระเอกหนุ่มพันล้านขณะเดินทางมารับรางวัลนักแสดงนำยอดเยี่ยม สาขาภาพยนตร์ (พี่มาก พระโขนง) บนเวที SIAMDARA STARS AWARDS 2013 (สยามดารา สตาร์ส อวอร์ดส์ 2013) ณ คริสตัล ดีไซน์เซ็นเตอร์ โดยเจ้าตัวพูดถึงการได้รับรางวัลในครั้งนี้ว่า    
''ก็ต้องขอขอบคุณสยามดาราด้วยที่ให้รางวัลนี้กับโอ้ คือมันเป็นรางวัลแรกสำหรับหนังเรื่องนี้ ก็ต้องขอขอบคุณจริงๆ ขอบคุณทุกๆ คนที่ไปดูหนังเรื่องนี้ ขอบคุณคณะกรรมการที่สนับสนุนครับ'' 

หนังเรื่องนี้ทำให้โอ้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆอะไรบ้าง?
''โห เยอะมากครับ โอ้เคยบอกแล้วว่าหนังเรื่องนี้ถ่ายโหดที่สุดที่เคยถ่ายมาเลย เพราะว่ามันถ่ายกลางคืนและถ่ายค่อนข้างยาก ผมว่ามันเป็นจังหวะมากกว่า โอ้โชคดีด้วยที่ทุกคนชอบหนังเรื่องนี้ รางวัลนี้ไม่ใช่เฉพาะของโอ้คนเดียวแต่หนังเรื่องนี้จะดีได้ก็ต้องช่วยกัน ทุกๆ คน ก็ต้องขอบคุณทุกคนจริงๆ ครับ''
   
แล้วกับรูปที่ออกมาคู่กับสาวพลอย ดูสวีตหวานหรือเกิน?
''ไปถ่าย มาดามดัน ที่ฝรั่งเศสมาครับ ก็สนุกดีครับ อากาศนี่มีทุกรูปแบบเลย ไปมา 10 กว่าวันครับ ก็ถ่ายกันอยู่ 2 คนครับ เพราะในมาดามดันตัวที่โอ้เล่นชื่อเน็กซ์เข้าซีนกับพี่พลอย ที่รูปมันออกมาสวีตเพราะเป็นซีนหลังๆ ที่ต้องสวีตครับเวลาเที่ยวน้อยมากครับ เพราะละครที่เราไปมันต้องแน่นเหมือนกัน อีกอย่างมีหลายตัวละครด้วยมันก็เลยทำให้ไม่ค่อยได้ไปเที่ยวครับ ก็มีแวบๆ บ้างนิดหน่อย'' 

ถามว่ากลัวรูปจะตอกย้ำข่าวเรากิ๊กกับพลอยไหม ? 
''ไม่หรอกครับ เป็นพี่น้องกันครับ''

แล้วตอนนี้มีถูกใจใครบ้างหรือยัง?
''โสดครับ โสด 100 เปอร์เซ็นต์ โสดสนิทเลยครับ ตอนนี้ไม่มีคุยกันเลยครับ ตอนนี้คุยแต่พวกรถกับมอเตอร์ไซค์เอาครับ คือโอ้ทำงานอย่างเดียวเลย ส่วนที่บอกสาวนอกวงการก็เปล่าครับ ผมทำงานอย่างเดียวช่วงนี้ กับคนนั้นก็คุยกันปกติแค่ทำความรู้จักกันเท่านั้นครับ ไม่ใช่ว่าโอ้ไม่เปิดใจนะแต่โอ้ขอทำงานก่อนเพราะยุ่งมาก ตอนนี้ละคร 2 เรื่องด้วย'' 

อย่างนี้ถ้าสาวๆ อยากเป็นแฟนเราต้องทำยังไง?
''ก็คงต้องทำความรู้จักกันก่อนครับ ต้องมาคุยกันก่อน คือโอ้ไม่เคยมีสเปกอยู่ในหัวอยู่แล้ว จะแก่กว่าหรือเด็กกว่าก็ได้ เขาไม่ต้องเหมือนกับผมก็ได้ อาจจะต่างกันคนละขั้วไปเลยก็ได้ แต่ผมยังไม่รู้เลยครับ ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้จริงๆ ตอนนี้ก็ยังไม่มีคนเข้ามาหาและผมก็ไม่ได้เข้าไปหาใครด้วย''
 
ล่าสุดเห็นสาวกุ๊บกิ๊บ ได้โพสต์ว่ากลับไปที่โรงเรียนแล้วทำให้นึกถึงคนที่ทำ ให้ต้องนั่งรอหน้าโรงเรียนทุกๆ วัน เห็นหรือไม่อย่างไร?
''ผมไม่ทราบเลยครับ ผมไม่ได้ดูเลย โอ้ก็ติดต่อเขาบ้างนิดหน่อยแต่โอ้ไม่ได้ดูอินสตาแกรมเลย โอ้ยุ่งมาก ขนาดอินสตาแกรมของโอ้เองยังไม่ค่อยอัพเลยครับ โดนเขาด่าอยู่ช่วงนี้'' 

ตอนนี้เราสนิทใจใช้คำว่าเพื่อนกับกุ๊บกิ๊บหรือยัง?
''โอ้ 100 เปอร์เซ็นต์ครับ ส่วนเขายังไม่เต็ม 100 ยังคิดถึงมันก็ต้องมีบ้างอยู่แล้วครับ เพราะตัวโอ้เองก็เคยเป็นเหมือนกันเพราะเราคบกันมานาน ตอนนี้ก็มีพูดคุยเหมือนเดิมแต่ถ้าจะให้กลับไปสู่จุดนั้นอีกครั้งก็คงจะยาก ครับก็มีโทร.หาสลับกันไปครับ''

ถ้าวันหนึ่งเรามีคนรู้ใจ เราจะปรึกษากุ๊บกิ๊บไหม? 
''ก็ต้องดูอีกทีครับ ต้องดูจังหวะและเรื่องด้วยครับ''

ที่มา: สยามดารา

วันพุธที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

กาย-ฮารุ ควงกันตั้งโต๊ะแถลงข่าวรับท้องจริง พร้อมเชิญร่วมงานแต่ง

ท่ามกลางกระแสข่าวที่ออกมาเกี่ยวกับการแต่งสายฟ้าแลบทำให้ กาย รัชชานนท์ ควงแฟนสาว ฮารุ ยามากูจิ ตั้งโต๊ะแถลงพร้อมรับฝ่ายหญิงตั้งท้องจริง 6 สัปดาห์ ยันไม่ใช่ 4 เดือนตามที่เป็นข่าว โดยทั้งคู่มีแพลนจะตบแต่งกันอยู่แล้ว ซึ่ง กาย ได้พาผู้ใหญ่ไปสู่ขอแฟนสาวมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่ด้วยความที่ทั้งคู่ได้มีการทดลองใช้ชีวิตคู่กันก่อน เด็กเลยมาเร็วกว่าที่คิด แต่ทุกฝ่ายก็แฮปปี้ ลั่นอยากให้เข้าใจและร่วมยินดีกันมากกว่า โดยว่าที่คุณพ่อมือใหม่แย้มตั้งชื่อลูกรอไว้แล้ว หากเป็นลูกสาวให้ชื่อ Misska และหากเป็นลูกชายให้ชื่อ Kirin นั่นเอง


โดยนักแสดงหนุ่ม กาย รัชชานนท์ ได้เปิดใจว่า
"จริงๆ แล้วกายกับฮารุก็คุยกันเรื่องแต่งงานประมาณสองปีแล้วนะครับแต่ว่าเค้าน่ะบอกกายว่าอยากมีบ้านอยากมีอะไรก่อนไอเราก็รีบหาเงินแล้วก็ซื้อบ้านประมาณปลายปีที่แล้ว พอซื้อเสร็จปุ๊บผมก็เลยบอกพ่อผมว่าเนี่ยพ่อกายอยากแต่งงานแล้ว เราไปขอฮาระกับพ่อแม่ฮารุกันดีกว่า ก็เลยพาคุณพ่อไปขอคุณพ่อคุณแม่ฮารุตั้งแต่ปลายปีที่แล้วๆ ครับ แล้วก็ได้ฤกษ์มาสามฤกษ์เนอะ"

ฮารุ ได้กล่าวเสริมว่า
"ได้มาเดือนสิงหา กันยา กับธันวา น่ะค่ะ"

"ครับผม แล้วตอนแรกก็เลยจะแต่งวันที่ 4 ธันวาครับ ก็เซ็ททุกอย่างเรียบร้อย คุยกับเวดดิ้งแพลนเนอร์ที่นู่นนะ ที่นี่นะ จัดทุกอย่างเรียบร้อยเสร็จปุ๊บ แต่ว่าลูกไม่รอครับผม(หัวเราะ) พอดีฮารุก็ท้องก่อนแล้วก็เลยเลื่อนมาสิงหาครับผม ฮารุบอกว่าพี่กายไม่เอานะธันวาน่ะ โหแต่งงานแล้วท้องโตแต่งตัวมันไม่สวยเลยน่ะ อยากสวยตอนแต่งงานใช่ ตอนนี้น้อง 6 อาทิตย์ครับ ไม่ใช่ 4 เดือนแน่นอน(หัวเราะ)"

"ประมาณเดือนครึ่งค่ะ"


"จริงๆ สำหรับกายนะครับ กายคิดว่ามันไม่ได้เร็วเพราะว่าทำงานมาเยอะแล้ว มีบ้านแล้ว แล้วก็มีงานมีธุรกิจอีก ถามว่าเร็วไปไหมกายว่าอันนี้มันขึ้นอยู่กับคนมากกว่าว่าสตาร์ทชีวิต สตาร์ททำงานได้เร็วหรือช้า คือถ้าช้าไปกว่านี้เดี๋ยวมันก็จะแก่เกินไปอีก ผมว่าตอนเนี้ยะครับกำลังเหมาะสมเลย"

"ผู้ใหญ่ฝั่งฮารุคือดีใจตั้งแต่ไปขอแล้ว โอ้โหลูกสาวฉันขายได้อะไรอย่างนี้ขายออกแล้ว และก็เห็นพี่กายมาตั้งนาน ตั้ง 4 ปีอะไรอย่างนี้ค่ะ เค้าก็ดีใจที่เป็นพี่กายอะไรอย่างนี้รู้ว่าดูแลฮารุได้ ดูแลน้องได้อย่างนี้ แล้วพอรู้ว่าท้องอีกพ่อกับแม่ก็แบบดีใจมาก เพราะแบบสุดท้ายก็อยู่ดูทันดูหลานอย่างนี้ เค้าก็บอกแฮปปี้"

"ด้วยความรู้สึกเราตอนแรกคือแบบ ฮะจริงเหรอ อาการเป็นเหมือนกับช็อก แต่เป็นช็อกในทางที่ดีน่ะค่ะ เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากอะไรอย่างนี้ ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามาทำไม แต่รู้สึกว่าดีจังเลย แบบเราจะได้เริ่มต้นชีวิตครอบครัว ไม่รู้สิมันเป็นความรู้สึกแบบที่มันพูดไม่ถูกน่ะค่ะ"

"คือตอนแรกก็คิดนะครับว่า กลัวคนจะคิดไปในด้านนั้น แต่ว่านั่นคือเหตุผลว่าทำไมถึงมาชี้แจงว่าเนี่ยแหล่ะเราได้ขอกันอะไรไว้เรียบร้อยแล้วๆ ด้วยอายุ ด้วยการงานมันพร้อมแล้วน่ะครับ ผมว่าถ้าไม่พร้อมอันนั้นน่ะสมควรที่อาจจะดูไม่ดี แต่เนี้ยะพวกเราสองคนพร้อมพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายก็ยินดีแฮปปี้ ก็หวังว่าจะไม่มีเรื่องไปด้านลบเพราะว่าผมเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่บวกมากครับผม"

"อยากให้ทุกคนร่วมยินดีกับเราด้วย เพราะว่ามันเป็นสิ่งใหม่ที่เป็นเรื่องที่ดีสำหรับเราสองคน ก็อยากให้ทุกคนแบบว่าพร้อมยินดีไปกับเราด้วยอย่างนี้ครับ"

"เราลองใช้ชีวิตคู่กันก็ตั้งแต่ซื้อบ้าน ฮารุก็ไปๆ มาๆ บ้านกายกับบ้านฮารุอยู่แล้ว ประมาณ 6-7 เดือน"

"สำหรับฤกษ์แต่งได้ 11 สิงหาค่ะ"

"เป็นธีมงานเป็นโรแมนติกการ์เด้นครับผม ไม่มีสีไม่มีอะไร ใส่แบบไหนมาก็ได้ครับ แต่ธีมเป็นแบบว่าสวนโรแมนติก"

 ฮารุ "เรื่องสินสอดฝั่งฮารุก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร แต่ว่าเอาเป็นตามความเหมาะสมของครอบครัวพี่กาย"

"แหวนแต่งงานเตรียมแล้วครับ กำลังทำ ไปลองมาแล้ว ผมอยากให้ใส่ทุกวัน ไม่อยากให้ใส่วันนี้หรือตอนออกงานก็เลยลองดูที่กะรัตนึงสูงสุดเลยเพราะว่า คือถ้าผมกะรัตนึงน่ะมันเล็กมาก แต่ถ้าเป็นนิ้วฮารุเนี่ยมันอาจจะร่วงลงมาได้ นิ้วเค้าเล็กมาก"


ข่าวร้อน