ข่าวที่น่าสนใจ

วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เต้ย ไม่รู้เสียบนางเอก ห้องหุ่น แทน เดียร์น่า

เต้ย-จรินทร์พร จรดปากกาเซ็นเข้าช่อง 3 ไม่ทันไร ผู้ใหญ่ก็ประเดิมเป็นงานแรก ด้วยการส่งบทนางเอกละครเรื่อง “ห้องหุ่น” ให้สาวหน้าใส ประกบ ท็อป-จรณ โสรัตน์ เลยทันที จนทำให้มีข่าวเม้าท์ว่า บทบาทนี้ที่จริงแล้วก่อนหน้านี้วางตัวไว้ว่าเป็น เดียร์น่า ฟลีโป แต่ เต้ย มาเสียบแทน


ล่าสุดได้มาเจอ เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ ที่มาร่วมในงานฉลองเปิดร้าน “เธียเตอร์เดอบิวตี้” ชั้น 1 อาคารสยามกิตติ์ สยามสแควร์ เจ้าตัวก็ได้เผยถึงบทนางเอกละครเต็มตัวเรื่องแรกให้ฟังว่า

“เรื่องห้องหุ่น เล่นกับพี่ ท็อป-จรณ ค่ะ เดี๋ยวจะมีการบวงสรวงวันที่ 28 สิงหาคมนี้ค่ะ ตอนที่ได้ยินว่าเราจะได้เล่นเรื่องห้องหุ่นก็ดีใจเพราะเป็นละครที่ได้ยินมาตั้งแต่เด็กแล้ว อาจจะไม่ทันดูแล้วจำความได้แต่จำได้ว่ามันเป็นละครที่น่ากลัว ดีใจที่ได้เล่นละครที่แหวกแนวออกไปด้วยค่ะ”

บทบาทเป็นยังไง?
“เป็นเด็กอายุ 18 ปี เดี๋ยวเรื่องรายละเอียดรอวันแถลงข่าวแล้วกันค่ะ”

กลัวว่าจะทำได้ไม่ดีเท่าต้นฉบับไหม?
“ก็มีความกดดันอยู่แล้ว แต่เราก็ฮึดด้วย ถ้าเรากดดันและทำมันไม่ดีก็อย่ากดดันดีกว่า เพราะฉะนั้นให้ลืมเรื่องกดดันไปและทำอะไรให้มันดีที่สุดดีกว่าค่ะ”

เป็นละครหลังข่าว?
“ใช่ค่ะ”

ก่อนหน้านี้เราได้รับแต่บทใสๆ?
“ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ทางช่อง ที่อาจจะเห็นว่าคาแรกเตอร์เราตรงพอดีกับเรื่องนี้”

เซ็นสัญญาปุ๊บก็ถูกปั้นเป็นนางเอกเลย?
“จริงๆเต้ยว่าด้วยคาแรกเตอร์ที่ผู้ใหญ่มองว่ามันเหมาะ”

ต้องลดอายุลง หนักใจไหม?
“หนูโดนอายุตลอดเลย ก็พยายามจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ”

ได้รับบทแนวนี้บ่อยเพราะเราดูเด็ก?
“อาจจะเป็นอย่างนั้น แล้วนี่ได้เล่นละครที่แปลกออกไป เป็นละครน่ากลัวหน่อยก็ท้าทายดี”

อยากรับบทที่โตกว่านี้บ้างไหม?
“ก็อยากค่ะ อาชีพนักแสดงก็คงอยากเล่นบทอะไรที่ท้าทายอยู่เรื่อยๆอยู่แล้วค่ะ หนังก็จะมีบทที่ท้าทายกว่าละคร ส่วนละครก็จะดูเด็กๆ พอเรื่องห้องหุ่นก็จะตั้งใจทำเต็มที่ค่ะ”

เซ็งไหมต้องรับบทน้อยกว่าอายุจริงตลอด?
“ไม่เซ็งค่ะ มันก็ไม่ได้ง่ายที่จะเล่นบทอย่างนี้ คาแรกเตอร์ของแต่ละครบทที่เรารับก็ต้องแตกต่างกันค่ะ”

พอเรารับบทดราม่าในหนัง หลายคนก็ไม่เชื่อ?
“อยากให้ดูในภาคของหนังหรือตัวละครที่เขาวางไว้มากกว่า เต้ยก็ถ่ายทอดออกมาให้เป็นตัวละครตัวนั้นให้เต็มที่”

มีกระแสข่าวว่าจริงแล้วบทใน “ห้องหุ่น” เป็น “เดียร์น่า”แต่เรามาเสียบแทน?
“เรื่องนี้เป็นเรื่องของทางผู้ใหญ่ค่ะ เขาก็วางบทมาเหมือนกับเหมาะสมค่ะ”

ทราบข่าวนี้มาก่อนไหม?
“ตอนแรกที่รู้เรื่องห้องหุ่นไม่ทราบค่ะ แต่ก็เหมือนมีคนมาบอกด้วย เดียร์น่าก็เล่นอีกเรื่องนึงเพราะค่ายนี้ทำละครมา 3 เรื่อง”

กลัวผิดใจกันไหม?
“ยังไม่เคยเจอเดียร์น่าเลยค่ะ ไม่น่าจะเกี่ยวอะไร”

หลังจากที่เราเซ็นเข้าช่อง 3 แล้ว “อเล็กซ์” ให้คำแนะนำอะไรบ้างไหม?
“ตอนนี้ยังไม่มีคำแนะนำอะไรมากค่ะ แต่ก่อนที่จะเซ็นก็ต้องถามเขาก่อน เพราะเขาเป็นรุ่นพี่ในวงการมานาน อีกทั้งเขาก็อยู่กับทางช่องด้วยค่ะ”

จะมีโอกาสได้เล่นละครคู่กันไหม?
“อันนี้ตอบไม่ได้เลยค่ะ (ยิ้ม)”

ล่าสุดเห็นถ่ายนิตยสารด้วยกัน?
“เป็นนิตยสารแจกฟรีให้กับเด็กๆน้องๆวัยเรียน ทีมงานก็ติดต่อมาเหมือนกับเราสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้น้องๆได้ค่ะ ที่ตัดสินใจรับเพราะสิ่งที่เขาติดต่อเรามาน่าจะเป็นประโยชน์กับน้องๆได้ และก็มีโปรเจกต์ที่เกี่ยวกับช่องด้วยค่ะ”

ถ่ายแบบคู่กันกี่เล่มแล้ว?
“อันนี้เล่มที่ 2 ค่ะ ก็มีเขินนิดหน่อย”

จะมีแนวเซ็กซี่ให้เห็นไหม?
“อาจจะไม่ใช่ค่อยใช่ทางหนูเท่าไหร่ค่ะ”

เรามีข้อตกลงในการรับงานคู่อย่างไร?
“ก็เป็นเรื่องของความสบายใจมากกว่าค่ะ ดูว่ามันเป็นคอนเซ็ปต์แบบไหนด้วยค่ะ”

วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557

กิ๊บซี่ ไม่รู้ตัวว่าโรคจิตตามส่องนมถึงสนามมวย ยันไม่ได้แต่งโป๊

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีหนุ่มๆคลั่งไคล้อยากเข้าประชิดถึงเนื้อถึงตัว กิ๊บซี่ นักร้องสาวเซ็กซี่ จนมีข่าวว่าช่วงที่สาวกิ๊บซี่ไปสนามมวยก็โดนโรคจิตแอบส่องหน้าอก โดยเจ้าตัวเผยว่าวันนั้นแต่งตัวมิดชิดไม่มีโป๊แน่นอน ไม่ได้รู้สึกว่ามีคนแอบมอง เผยเคยเจอโรคจิตมาทำอนาจารหลายรูปแบบ แต่ กิ๊บซี่ ก็มีวิธีรับมือชนิดที่อีกฝ่ายก็คาดไม่ถึงเช่นกัน 


ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้เจอสาวนักร้องสาว กิ๊บซี่-วนิดา เติมธนาภรณ์ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา แกรนด์ พระราม 9 ที่มาร่วมงานกิจกรรม “วัตสันฉลองครบ 2 ล้านสมาชิก” ก็เลยคว้าตัวมาสอบถามได้ความว่า

มีข่าวว่าโดนโรคจิตส่องหน้าอกถึงสนามมวยจริงหรือไม่อย่างไร?
“อ้าวเหรอ ทำไมกิ๊บไม่เห็นรู้เรื่องเลย ไม่แคร์โรคจิต เขาก็คงเห็นไปแล้วล่ะเพราะกิ๊บไม่ได้ระวังเลย ถ้าไม่ได้โรคจิตแบบเว่อร์อะไรมาก กิ๊บก็จะไม่ได้สังเกตนะ ใครแอบดู แอบถ่ายนิดหน่อยกิ๊บก็ไม่ได้สนใจ นอกจากโปะเว่อร์”

เป็นเพราะเราแต่งตัวเซ็กซี่เกินไปหรือเปล่า?
“วันนั้นกิ๊บใส่เสื้อคอปิด เอวลอยนิดนึงกับกางเกงยีนส์ขายาว ไม่มีทางเห็นอ่ะ ไม่โป๊เลย”

ต้องระวังตัวมากขึ้นไหม?
“โดยส่วนตัวกิ๊บไม่ค่อยเจอนะ แต่จะมีโทรมาบ้าง กิ๊บมีวิธีจัดการก็โรคจิตกลับค่ะ กิ๊บพูดจนโรคจิตวางสายก่อนแล้วไม่โทรกลับมาอีกเลย กิ๊บชอบมากเลยเวลาเพื่อนบอกว่ามีโรคจิตโทรมาก็บอกให้กิ๊บโทรกลับไป”

กลัวไหมถ้าเขาตามเรา?
“ถ้ามาประชิดตัวก็น่ากลัวนิดนึง แต่กิ๊บก็ใช้ชีวิตพยายามระวัง ไม่ได้ไปไหนในที่ที่เจออะไรกับคนมากมาย ใช้ชีวิตอยู่ที่เดิมๆกับคนเดิมๆค่ะ”

เคยเจอเหตุการณ์ต่อหน้าเลยหรือเปล่า?
“มีค่ะ ขับมอเตอร์ไซค์มาด้านข้างแล้วก็ทำอย่างนั้นอ่ะ กิ๊บก็เปิดกระจกด่าเลย ทำอะไร!! เขาก็ขับหนีไปนะ เคยเจอแต่ไม่บ่อย”

เจอแบบนี้ต้องกาบอดี้การ์ดส่วนตัวไหม?
“ควรจะนะ รู้สึกว่าโสดเกิน จริงๆช่วงนี้ก็มีคนเข้ามาบ้างแต่ยังไม่ได้ไปเดทอะไร ยังไม่ได้ไปเริ่มที่จะเรียนรู้อะไร ก็เลยไม่รู้ว่าถูกใจหรือเปล่า ตอนนี้อยากมีเพื่อนมากกว่า จริงๆควรจะซีเรียสเรื่องนี้แล้ว แต่ยังไม่อยากจริงจังก็ไม่รู้ว่าทำไม”

คุยหนุ่มในหรือนอกวงการ?
“โดยมากเป็นคนนอกวงการหมดเลย กิ๊บไม่เคยเจอคนในวงการเลยค่ะ”


วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เจนี่ เปิดตัวเพื่อนที่ดีที่สุดคนใหม่ เจสัน เบอร์เรนท์ นักแสดงและโปรดิวเซอร์อเมริกา

เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์ เพิ่งจะเปิดตัว MY NEW BFF เพื่อนที่ดีที่สุดคนใหม่เมื่อวาน วันนี้ก็เลยต้องขออนุญาตทำความรู้จักกับหนุ่มคนนี้ เพื่อนที่ดีที่สุดของ เจนี่ กัน พร้อมกันนี้ บันเทิงไทยรัฐ ออนไลน์ ได้เอาภาพน่ารักๆ ของ เจนี่ กับ เจสัน มาฝากกัน เป็นช็อตที่ เจสัน ทำ Ice Bucket Challenge แล้ว สาวเจนี่ ก็เข้าไปผลัก เจสัน ลงสระน้ำ (ซึ่ง เจสัน ก็ อุ้ม เจนี่ ลงสระน้ำเหมือนกันตอนสาวเจ้าทำ Ice Bucket Challenge)มาให้อิจฉากันซักเล็กน้อย



โดย หนุ่มหล่อ แซ่บ แน่นบึ้ก คนนี้ มีชื่อว่า เจสัน เบอร์เรนท์ วัย 31 ปี มีดีกรี เป็นนักแสดงชาวอเมริกัน แถมยังคร่ำหวอดในวงการหนังประเทศสหรัฐอเมริกาพอสมควร เรียกง่ายๆ ว่าเป็นทั้งนักแสดงและโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์เลยจ้า


เจสัน เป็นที่รู้จักจาก Cirque du Soleil’s Poetic Social Mission (2009), A Thrilling Ride Through Kooza (2007) และ Cirque du Soleil: A Thrilling Ride Through KOOZA (2013) โดย เจสัน เบอร์เรนท์ เป็นหนึ่งในทีมนักแสดงของ Cirque du Soleil ทีมโชว์ละครเวทีระดับโลก (อารมณ์ประมาณละครบรอดเวย์) ซึ่งบทที่สร้างชื่อให้ เจสัน ก็คือตัวร้ายในละครเวทีชุด Kooza

เห็นว่าตอนนี้ หนุ่ม เจสัน เบอร์เรนท์ ยังขึ้นแท่นผู้อำนวยการสร้างหนังสั้นเรื่อง STRAIN ในปี 2012 อีกด้วย เอาเป็นว่าหนุ่ม คนนี้จะเป็นรักใหม่ หรือจะเป็นแค่เพื่อนใหม่ของสาว “เจนี่” ก็ต้องตามดูกันต่อไป แต่ขอบอกคำเดียวว่าหล่อแซ่บมากๆ

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

วันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ใหม่ ดาวิกา ปลื้มกระแส แผลเก่า ดีเกินคาด ยันไม่คิดว่าเสียโอกาสที่ไม่ได้ร่วมงานเปิดห้างที่ฟิลิปินส์

แม้ว่าก่อนหน้านี้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ค่อยเหมาะที่สาว ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ที่ได้รับบทเป็น “เรียม” ในภาพยนตร์เรื่อง “แผลเก่า” เนื่องจากหน้าตาของสาว ใหม่ ออกอินเตอร์เกินไป แต่พอภาพยนตร์ได้ฉายกระแสตอบรับกลับดีเกินคาด  


ล่าสุดได้เจอ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ในงานแถลงข่าวเปิดตัวโซนใหม่ SCG SHOWCASE ณ SCG Experience ถนนประดิษฐ์มนูธรรม เลยได้สอบถามเรื่องกระแสหนังเรื่องแผลเก่า อีกทั้งเรื่องที่ มาริโอ้ เมาเร่อ และ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ ได้ไปงานเปิดตัวห้างที่ฟิลิปปินส์ซึ่งทำให้แฟนๆ ที่ฟิลิปปินส์แห่มาร่วมงานกันจนล้นห้างเลยทีเดียว แต่ก็มีบางคนสงสัยว่าทำไมสาว ใหม่ ถึงไม่ได้มางานแบบนี้บ้าง ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่า
“กระแส “แผลเก่า” ดีนะคะ ที่ใหม่ได้รับคือเป็นคำที่ใหม่รู้สึกว่าเกินคาดมาก ทุกคนเข้าไปดูแล้วกลายเป็นว่าพูดกันปากต่อปากว่าให้เข้าไปดูกันเพราะมันเป็นหนังที่ทำให้รู้สึกประทับใจ ก็ขอบคุณมากๆ ที่มาดู “แผลเก่า” ค่ะ”

แฟนคลับหรือคนที่เจอทักเราบ้างไหม?
”ทักค่ะ ทักเป็นเรียม เวลาไปงานก็พูดออกไมค์ว่า “พี่ขวัญอยู่ไหนคะ” เหมือนเขาแกล้งเราด้วย แล้วก็เพิ่งไปเจอแฟนคลับมาเขาก็บอกรักเรียม หนูรู้สึกดีใจนะที่คนชอบคาแรคเตอร์ แต่คนที่เข้ามาเพราะหมั่นไส้ก็มี เขาบอกเรียมใจร้ายกับพี่ขวัญจัง”

ด้วยความที่เราหน้าอินเตอร์หน่อย มีผลกระทบกับหนังไหม?
"เรื่องหน้าตาหลังๆ เริ่มหายไปแล้วค่ะ แทบจะไม่ได้ยินคำพูดนี้แล้วจากที่ได้ฉายไป ตอนแรกๆ เรื่องนี้ข่าวเยอะมาก พอได้ฉายให้ผู้ชมทุกคนได้ดูคำนี้ก็หายไปค่ะ" 

รู้สึกยังไง?
"หนูภูมิใจนะ แล้วเราก็รอว่าหนังเรื่องใหม่ที่เราจะได้เล่นคืออะไร กลายเป็นว่าเรื่องนี้เราภูมิใจที่เราทำอะไรออกมาอย่างเต็มที่แล้วมันจะเป็นชิ้นผลงานที่จะอยู่กับหนูตลอดไปค่ะ"

เราติดใจในการแสดงภาพยนตร์หรือเปล่า?
”หนูชอบนะ ชอบเล่นหนังอยู่แล้ว กับละครก็ชอบเหมือนกันเพราะมันเป็นศาสตร์การแสดงเพียงแค่มันคนละแนวกันซึ่งหนูก็เล่นได้หมด แต่ถ้าถามว่าชอบและติดใจหนังไหมบอกเลยว่าชอบมากค่ะ”

เรากลัวคนนำไปเปรียบเทียบกับเวอร์ชั่นเก่าไหม?
”ไม่ค่ะ เวอร์ชั่นเก่าก็ถือว่าเป็นเวอร์ชั่นที่ดีมากๆ ไปที่ไหนคนก็พูดถึงความรักที่อมตะ ทุกคนชื่นชอบมาก แล้วเวอร์ชั่นนี้ก็ตีความมาอีกแบบหนึ่งด้วย มีเรื่องของแม่ลูกเพิ่มขึ้น หนูว่าของพวกนี้เปรียบเทียบกันไม่ได้ในแต่ละยุคสมัย แต่ก็ต้องบอกก่อนเลยว่า “แผลเก่า” ถูกสร้างขึ้นมาเรื่อยๆ เดี๋ยวรุ่นต่อจากใหม่ไป รุ่นลูกรุ่นหลานก็ต้องเอา “แผลเก่า” กลับขึ้นมาสร้างใหม่อีกค่ะ ก็ต้องรอดูกันต่อไปเพราะมันเป็นนวนิยายของชาติค่ะ”

เราพอจะทราบเรื่องรายได้จากหนังหรือเปล่า?
"ยังไม่ทราบเลยค่ะ"

คาดหวังไหม?
"ไม่ค่ะ ไม่คาดหวังว่าจะได้เท่าไรเลย เราคาดหวังแค่ว่าคนไปดูแล้วเราได้รับคำชมเยอะค่ะ"

ล่าสุดมาริโอ้กับใบเฟิร์นไปงานเปิดตัวห้างที่ฟิลิปปินส์?
”ห้างจะแตกแหนะ เห็นหรือยัง"

หลายคนถามว่าทำไมไม่เป็นเรา?
"ตัวเอง เขา 2 คนก็เป็นคู่จิ้นกันนะ เขาก็เล่นหนังมาด้วยกัน เรารู้สึกดีใจจัง ภูมิใจแทนคนไทยนะ ภูมิใจแทนตัวใบเฟิร์นเพราะรู้สึกว่าเขาไปทำให้คนฟิลิปปินส์มาขนาดนั้นเพื่อชื่นชมเขา ซึ่งถ้าให้น้องใหม่ไปยืนอยู่ตรงนั้นอาจจะที่มาเป็นแสนกลายเป็น 2 พันหรือเปล่าก็ไม่รู้ ใบเฟิร์นเขาเก่งมากจริงๆ แต่ไม่ว่าใครจะได้ไปหนูรู้สึกภูมิใจเพราะเหมือนเป็นการปูทางให้นักแสดงไทยได้ไปอีก"

ไม่รู้สึกเสียโอกาสเหรอ?
”ไม่เลย เพราะโอกาสมีหลายอย่างเดี๋ยวก็เข้ามาเรื่อยๆ ค่ะ”

ส่วนตัวเราคาดหวังจะได้ไปแบบนั้นบ้างไหม?
”ก็ต้องแล้วแต่ว่าผลงานของเราได้ไปที่ประเทศนั้นหรือเปล่า แต่ผลงานของเราก็มีไปประเทศอื่นบ้างนะ มีคนรู้จักเราในประเทศอื่นๆ ด้วยค่ะ" 

จากเรื่องพี่มาก? 
"ใช่แล้ว จากเรื่องพี่มากนี่แหละค่ะ(ยิ้ม)”

วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557

บุ๋ม เผยดีใจช่วยสาวถูกหลอกไปขายตัวได้ แต่ก็หวั่นเรื่องความปลอดภัยเหมือนกัน ยันไม่คิดเล่นการเมือง

เริ่มจากการที่ดาราสาว บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องล่ารายชื่อคนไทย 1 แสนคนคดีข่มขืน เมื่อเร็วๆ นี้ก็ได้ช่วยหญิงสาวที่ถูกหลอกไปขายตัวและกักขังอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศบาห์เรน แถมล่าสุดสาว “บุ๋ม” ยังได้ช่วยหญิงสาวจากการถูกพาไปขายตัวในประเทศไทยได้อีกรายด้วย จนกลายเป็นกระแสฮือฮามาพักใหญ่ๆ ทำเอาแฟนๆ ต่างก็ซาบซึ้งในความดีที่สาว บุ๋ม ได้ทำเพื่อผู้หญิงด้วยกัน แถมในปีหน้าสาว บุ๋ม ก็จะเข้าพิธีมงคลกับ เอก เอกริน นิลเศรษฐี แฟนหนุ่มอีกด้วย เรียกว่าคนดีผีคุ้มจริงๆ


ล่าสุดได้พอเจอ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ในงาน “Grand Opening Hoodiebuddie” ณ Zen Event Gallery ที่ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ เจ้าตัวก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นพร้อมกับอัพเดทเรื่องงานแต่งให้ฟังว่า

”อ๋อ ที่โดนหลอกไปขายตัวที่บาห์เรนใช่ไหมคะ อันนั้นเป็นเคสที่แปลกมากเพราะเราไม่เคยช่วยมาก่อน แล้วทีนี้เขาก็มาขอความช่วยเหลือจากเราทางอินสตาแกรมแล้วน้องๆ แฟนคลับรู้เรื่องก็เลยช่วยฟอร์เวิร์ดให้กับอื่นๆ ไปก่อน พอคุณเอกบอกมีเคสนี้มาขอความช่วยเหลือบุ๋มก็เลยโทรไปหาผู้ใหญ่ซึ่งตามขั้นตอนแล้วมันมีขั้นตอนเยอะมากจนบุ๋มถามว่าเมื่อไรถึงจะไปถึงตัวน้องเขาเพราะน้องเขาแจ้งว่าพวกนั้นย้ายผู้หญิงไทยออกจากตึกนั้นไปหมดแล้วเนื่องจากน้องเขาถ่ายรูปโพสต์ในอินสตาแกรมน้องเขาเองว่าอยู่ตึกไหนอะไรยังไง น้องเขาก็บอกว่ามีเสียงบอกจะย้ายตึกภายใน 1 ชม.บุ๋มก็เลยรู้สึกว่าถ้ารอให้เสร็จทุกขั้นตอนแล้วจะเจอน้องเขาไหม บุ๋มก็นึกออกว่าเรามีเพื่อนทำธุรกิจอยู่บาห์เรนเหมือนกันก็เลยโทรหาเพื่อนคนนั้นให้ช่วยหน่อย ทำยังไงก็ได้ที่จะพาคนไปตึกนั้น ทีนี้น้องแฟนคลับในอินสตาแกรมบุ๋มก็ช่วยกันตามหาคนไทยว่ามีในบาห์เรนไหม จนกระทั่งน้องเขาได้แลกไอดีไลน์แล้วได้คุยกันและได้วีดีโอคอลกันด้วย เราก็ได้เห็นภาพตึก เห็นภาพห้อง เห็นสภาพน้องเขาร้องไห้ เห็นสภาพผู้ชาย 3 คนลากตัวน้องเขายังไง น้องเขาถึงกับร้องว่าแม่หนูอยากกลับบ้าน เพราะคำนี้ทำให้เราถึงอยากช่วยเขาเต็มที่ เราก็เลยโทรไปหาเพื่อนอีกทีว่ายังไงก็จะเอาเด็กคนนี้กลับบ้านให้ได้ เพื่อนก็เลยทำยังไงไม่รู้เพื่อช่วยออกมาซึ่งบุ๋มก็เพิ่งรู้ว่าเพื่อนบุ๋มใหญ่ขนาดไหน ช่วงเวลาที่ส่งตำรวจไปบุ๋มก็ต้องถ่วงเวลาทำเป็นพูดภาษาอังกฤษไม่คล่องแล้วหลอกถามโรงแรมทำเป็นสาวไทยที่อยู่ที่นั่นแล้วอยากเจอน้องผู้หญิงคนนั้นเพราะน้องโวยวายมาก บอกจะไปช่วยสงบสติอารมณ์ให้แล้วถามว่าจะย้ายไปห้องไหน เขาก็บอกย้ายจาก 404 มา 103 บุ๋มก็ส่งข้อมูลให้กับตำรวจทางนั้น ตอนนั้นบุ๋มใช้ 2 เครื่อง เครื่องหนึ่งคุยกับน้องอีกเครื่องคุยกับตำรวจแต่จู่ๆ เครื่องน้องสัญญาณหายไปติดต่อไม่ได้ รู้สึกเริ่มไม่ดีแล้ว ตอนนั้นตำรวจก็แจ้งว่าไปค้น 2 ห้องแล้วไม่มีแล้วบอกอีกว่าทางเจ้าหน้าที่บอกน้องออกไป 2 ชม.แล้วซึ่งมันจะเป็นไปได้ยังไงเพราะเมื่อกี้เรายังวีดีโอคอลกันอยู่ ดังนั้นช่วยหาอีกได้ไหม เราก็บอกกับเพื่อนให้ช่วยกดดันให้หน่อย แล้วอยู่ๆ ถ้าเกิดไปเจอสภาพน้องเขาโดนซ้อมหรือเสียชีวิตขึ้นมาบุ๋มไม่ช็อคเหรอ เขาก็บอกโอเค เขาก็หายไปสักพักหนึ่งจนเกือบๆ ตี 3 เขาก็บอกให้โทรกลับไปหาเขาหน่อยเราโทรกลับไปก็ได้ยินเสียงเด็กผู้หญิง ผลปรากฏว่าตอนที่เราบอกเขาให้หาต่อบุ๋มได้ยินคำสุดท้ายก่อนสัญญาณหายว่าให้ลงไปข้างล่างแล้วสิ่งที่บุ๋มเห็นคนมันไม่มีหน้าต่างและไม่มีประตู ดังนั้นบุ๋มก็คิดได้ว่าน่าจะอยู่ใต้ดิน ก็บอกเขาว่าลองหาใต้ดินดูที จากนั้นตำรวจก็เลยเรียกมาทั้งโรงพักแล้วค้นหาหมดเลยก็ได้เจอตัวเด็กที่ห้องใต้ดิน เขาก็ส่งขึ้นเครื่องในคืนนั้นเลยเพื่อกลับมาเมืองไทยค่ะ พอตอนเช้าบุ๋มก็โทรแจ้งตำรวจฝ่ายสวัสดิภาพเด็กและสตรีให้ไปรับตัวน้องเขาเพราะบุ๋มคิดว่าน้องเขาน่าจะมีคนไปรับตัวเพื่อรับแจ้งข้อมูลอื่นๆ ต่อไปว่าคนไทยอื่นๆ ที่โดนไปมีใครบ้าง”

เราได้มีโอกาสเจอน้องเขาหรือยัง?
”ไม่เจอและไม่ไปรับด้วยเพราะบุ๋มไม่ต้องการเป็นภาพข่าว บุ๋มแค่ต้องการช่วยเขา คำว่าช่วยพอได้ช่วยแล้วก็จบค่ะ”

แล้วเคสล่าสุดหละ?
”เคสล่าสุดเมื่อคืนนี้เองค่ะ (17 ส.ค.) ก็มาเหมือนเดิม เขาเข้าอินสตาแกรมบุ๋มแล้วบอกกับเราว่าน้องเป็นผู้หญิงไทยอยู่หนองบัวลําภูแล้วโดนหลอกไปหัวหินบอกจะพาไปทำงานโรงแรมแต่โดนพาเลาะขึ้นเรือไปชม.กว่าแล้วเหมือนไปอยู่เกาะร้างซึ่งที่นั่นมีผู้หญิงอยู่ 30 กว่าคนให้ช่วยพาเขากลับหน่อย คือน้องเขามีมือถือ 2 เครื่อง เครื่องหนึ่งโดนยึดไปแล้วเหลืออีกเครื่องเลยแอบไว้ บุ๋มก็เลยโทรไปคุยกับเจ้าหน้าที่เมืองไทยที่อยู่แถบชายฝั่งก็คือทหารเรือทั้งหมดเขาก็เลาะชายฝั่งแล้วคุยกัน ซึ่งเราคุยกันว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่ที่เกาะ ถ้าจะมีซ่องมันก็ต้องมีน้ำ มีไฟ มีลูกค้า ของพวกนี้มันต้องขึ้นฝั่ง คือน้องเขาเป็นเด็กต่างจังหวัดจะไปรู้ได้ยังไงว่าสภาพที่อยู่เป็นแบบไหน ก็เลยให้พี่ทหารเรือคำนวนเส้นทางว่าควรจะขึ้นฝั่งได้ที่ไหนซึ่งพี่ๆ เขาก็คำนวนได้ว่าน่าจะขึ้นฝั่งที่ประจวบคีรีขันธ์ค่ะ เราก็ให้ลูกค้าคนหนึ่งดึงตัวน้องไว้ทำเป็นออฟเด็กออกมาซึ่งเราก็สัญญากับเขาว่าเราจะไม่แจ้งตำรวจแล้วก็ส่งน้องขึ้นรถบัสกลับบ้านแล้วเมื่อคืนค่ะ ปลอดภัยเรียบร้อยแล้วค่ะ”

เรียกว่าใครขอความช่วยเหลือเราก็ช่วยหมด?
”ไม่ใช่ค่ะ พูดตามตรงว่าถ้ามีคนมาแบบนี้พี่ก็นอนไม่หลับนะ แล้วพี่ก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรได้มากเพราะพี่ไม่ใช่มูลนิธิ พี่ไม่ใช่นายก พี่ไม่ใช่ตำรวจ พี่เป็นแค่ดาราคนหนึ่ง พี่คงช่วยไม่ได้มากกว่านี้ แล้วที่พี่ทำมันก็ข้ามเส้นหลายคน แต่พี่ก็สามารถที่จะช่วยและให้ข้อมูลได้ อย่าลืมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแบบนี้มันไม่ใช่องค์กรเล็กๆ อันตรายจะอยู่ที่พี่”

เรากลัวไหม?
”กลัวสิ เพราะเราพอจะรู้ว่ามีหลายคนที่มีอำนาจซึ่งเขาดูแลอยู่ ถ้าพี่ไปทับเส้นเขามากอันตรายจะอยู่ที่พี่เอง”

ตัวเราอยู่ในที่แจ้งด้วย?
”ใช่ค่ะ เพียงแต่ถ้าเราช่วยได้เราก็ช่วยในฐานะลูกผู้หญิง เมื่อไม่อยากขายก็คือไม่อยากขายใช่ไหมหละ ใครที่เต็มใจก็ทำงานไปเราไม่เคยว่าแต่เราก็ไม่ได้สนับสนุนเรื่องนี้ สำหรับใครที่ขอความช่วยเหลือมาเราก็พยายามช่วยแค่นั้นเอง”

แบบนี้เราจะป้องกันตัวเองยังไง?
”ไม่รู้เหมือนกันค่ะ คือตอนนี้บุ๋มทำอะไรไม่ได้เลย จะถามว่าบุ๋มพกอาวุธไหมก็ไม่ได้พก เรามีใจที่อยากจะช่วยก็คือช่วยแค่นั้นเอง”

หลังจากได้ช่วยน้องๆ แล้วมีเหตุการณ์แปลกๆ เข้ามาหาเราบ้างหรือยัง?
"ยังไม่มีค่ะ เพียงแต่ตอนนี้เราพยายามจะกันลูกเอาไว้ เอาอันดามันให้ปลอดภัยที่สุดต้องมีผู้ใหญ่ประกบตลอด" 

เอกช่วยดูแลยังไง? 
"สำหรับคุณเอกจะสังเกตได้ว่าระยะหลังเขาจะประกบบุ๋มทุกงาน ขับรถให้เอง เป็นเลขาด้วย ครบเลยแพ็คเกจ 3 รายการ" 

ไม่ค่อยห่วงตัวเองห่วงลูกมากกว่า? 
"ใช่ค่ะ เป็นห่วงว่าสิ่งที่เราทำเรามีความตั้งใจดีแต่คนที่คิดไม่ดีมันก็มี"

ยังมีกระแสแขวะเราว่าสร้างภาพอีกไหม?
”หลังๆ มานี่ไม่มีแล้วค่ะ เพราะเขารู้ว่าบุ๋มเอาจริง หลังจากที่เราส่งรายชื่อให้คสช.ไปแล้วเราก็รอสนช.เพื่อจัดตั้งกลุ่มอยู่ พอจัดตั้งแล้วเขาก็จะพิจารณาในเรื่องของกฏหมายซึ่งบุ๋มก็ประกาศไปแล้วเรียบร้อยว่าทีมที่ให้คำปรึกษาเรื่องกฏหมายที่บุ๋มรวมมาไม่เคยเกิดขึ้นในเมืองไทยมาก่อนทั้ง NGO มูลนิธิ อัยการ นักกฏหมาย เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ซึ่งนี่คือทีมที่เขาอยู่ในเรื่องเด็กและสตรีมากว่า 10 ปี บุ๋มเป็นแค่คนรวมกลุ่มให้เขาและไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทางการเมือง บุ๋มแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนค่ะ บุ๋มต้องการเห็นสิ่งดีๆ เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างแท้จริง หลังจากนี้ก็จะมีการเปลี่ยนกฏหมายในเรื่องนี้ เพียงแต่บุ๋มโดนผู้ใหญ่ล้อมาว่าจะเป็นปวีณา 2 เหรอ บุ๋มบอกเลยว่าไม่เป็นนะคะ เป็นดาราต่อไปดีแล้ว เรายอมช่วยเหลืองานสังคมทั่วๆ ไปดีกว่าค่ะ บุ๋มไม่เอาการเมือง”

หลังจากเอกขอแต่งงานไปเรามีแพลนอะไรไว้บ้างหรือยัง?
”เนื่องจากว่าเราแค่คิดว่ามันเป็นปีหน้าตอนนี้เราก็เลยชิลๆ ยังไม่ได้ทำอะไรเลยเพราะที่ผ่านมาก็จะมีเคสมาให้ช่วยเหลือตลอด ณ ตอนนี้ที่น้อยใจก็คือมีคนเอาไปเม้าท์ว่าทำไมต้องไปแต่งที่วัด ไม่รบกวนพระเหรอ คุณขา คุณเอาไปเม้าท์เอาไปด่ากันเนี่ยคุณรู้หรือยังว่าพิธีการและขั้นตอนมีอะไรบ้าง คือยังไม่ทันได้รู้ก็เอามาเม้าท์กันแล้ว ดิฉันไม่ได้ไปสำมะเลเทเมากินเหล้ากันในวัดนะคะ งานแค่ช่วงเช้ามีตักบาตรถวายของพระ มีฟังเทศน์ และก็มีผูกข้อมือจากผู้ใหญ่แล้วก็จบ มีแค่นี้เอง ซึ่งนี่เป็นพิธีการของคนทางเหนือเขาอยู่แล้วค่ะ อีกอย่างหนึ่งบุ๋มก็ไม่ได้เชิญใครนะคะ เพราะเท่าที่หลายๆ คนเห็นคือบุ๋มยังไม่ได้แจกการ์ด คือเราไม่ได้เชิญใครให้มาวุ่นวายในวัดแต่ถ้าจะมาก็มาร่วมทำบุญด้วยกันค่ะ ดังนั้นไม่ต้องห่วงนะคะ และกรุณาอย่าด่าล่วงหน้าถ้ามีอะไรก็ให้ถามค่ะ”

ยืนยันว่าแต่ง 18 ม.ค.?
”ใช่ค่ะ แต่ง 18 ม.ค.ค่ะ”

วันอังคารที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557

กระต่าย โต้ วี-วีรภาพ ช่วยล้างรถที่คอนโด

หลังมีตาดีแอบเห็นพระเอกคาสโนว่า วีรภาพ สุภาพไพบูลย์ ไปช่วย กระต่าย ทรรศิกา ยุติมิตร ดาราสาวเซ็กซี่ล้างรถที่คอนโดฯย่านพระราม 9 จนมีกระแสข่าวเม้าท์ถึงความสัมพันธ์ทั้งคู่ว่ามากกว่าพี่น้องรึเปล่า? ซึ่งต่อมาพระเอกชื่อดังของช่อง 7 สี ออกมายืนยันไปแล้วความสัมพันธ์กับอีดตสาวเซ็กซี่แมกซิมเป็นพี่น้องเหมือนเดิม และไม่เคยไปช่วยล้างรถแต่อย่างใด 


ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา "กระต่าย-ทรรศิกา" ที่กำลังมีละครเรื่อง รักแท้นายถึก และสัญญาเมื่อสายัณห์ เป็นฝ่ายออกมาเคลียร์เรื่องนี้ผ่านสยามดาราบ้าง โดยดาราสาวเซ็กซี่เผยว่า
"กระต่ายอย่างงเลยค่ะกับเรื่องนี้ แม่ก็โทรมาถามว่าเรื่องมันเป็นอย่างไร ก็บอกไปตามความจริงว่า ไม่ใช่อย่างที่มีข่าวออกมาเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าไปลือกันแบบนั้นได้อย่างไร เค้าบอกว่าพี่วีมาช่วยล้างรถด้วย ที่คอนโดไม่มีคาแคร์นะคะ ไม่อนุญาติให้ล้างรถนะ อยากเห็นรูปพี่วีมาล้างรถเหมือนกันค่ะ น่าเป็นการเข้าใจผิดมากกว่าค่ะ" 
 
โดยทางด้านดาราสาวเซ็กซี่ยืนยันด้วยว่า
"พี่เขาเคยมาส่งกระต่ายที่หน้าคอนโดฯ ครั้งเดียวค่ะ แต่นานมาแล้ว ตอนนั้นเรานัดเจอกัน กินข้าวกันและก็ปรึกษากันเรื่องงานที่ต้องทำส่งอาจารย์ที่สอนปริญญาโท พอดีกระต่ายไม่ได้เอารถไปพี่เขาก็มาส่งแค่นั้นไม่มีอะไร ตั้งแต่เริ้มเรียนด้วยกันมาประมาณปีครึ่ง จนถึงตอนนี้ก็ยังเป็นพี่น้องกัน เมื่อวันที่ซ้อมรับปริญญาก็เจอกันค่ะ ถ่ายรูปเล่นกันตามปกติ เดี๋ยวกวันที่ 23 สิงหาคมนี้ รับจริงก็เจอกันอีก ก็ดีใจนะคะที่เรียนจบพร้อมกัน เพราะช่วงที่เรียนก็การช่วยเหลือโน่นนี่นั่นกันเยอะค่ะ หนูกับพี่วีไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่น้องจริงๆ" 

ที่มา สยามดารา

วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2557

บอย ปัดแอบคบ มาร์กี้ เตรียมขยายสาขาธุรกิจไอศกรีมโยเกิร์ต

ต้องนับว่าเป็นปีทองของบ้าน “ฉัตรบริรักษ์” จริงๆสำหรับปีนี้ หนุ่มก็มีงานรุม คุณแม่ได้รับรางวัล  แถมธุรกิจไอศกรีมโยเกิร์ต “ปาร์ตี้แลนด์” ของ บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ที่ร่วมหุ้นกับ มาร์กี้ ราศรี บาเล็นซิเอก้า ได้ยินว่ากำลังจะขยายสาขาต่ออีกด้วย


ล่าสุดในงานแถลงข่าวเปิดตัวแคมเปญเพื่อสังคม Levi’s® Give&Get ต่อฝันปันสุข ณ ศูนย์การค้า Terminal 21 ชั้น G ได้เจอหนุ่ม บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ก็เลยได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า
"ช่วงนี้มีอีเว้นท์เรื่อยๆ ครับ ตอนนี้ช่วงจันทร์ถึงพุธก็ยังมีว่างบ้างเพราะบทของเรื่อง “หงส์” ยังมาไม่หมดก็เลยยังว่างครับ" 

รอนางเอก? 
"ไม่เชิงครับ คือบทยังไม่มาด้วยครับ ฉากที่มีผมเข้าฉากคนเดียวก็มีแต่ยังไม่ได้ถ่ายเลยครับ"

รับงานเยอะแบบนี้เก็บเงินไปทำธุรกิจหรือเปล่า?
”มีครับ ธุรกิจปาร์ตี้แลนด์ที่ทำอยู่ก็กำลังจะขยายสาขาด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ขยายนะ ยังคุยกันอยู่ว่าจะขยับไปทางไหน ก็เหมือนที่เคยบอกไว้ว่าอยากค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ค่อยๆ ทำไปทีละสาขาเพราะเราอยากให้สาขามั่นคงทำออกมาแล้วดี อีกอย่างตอนนี้ก็เล็งทำธุรกิจอย่างอื่นบ้าง”

แสดงว่าผลตอบรับที่ผ่านมาเป็นที่น่าพอใจ?
"ก็ดีครับ ฟีดแบ็กค่อนข้างดีเลยอยากลองขยายที่อื่นดูบ้าง" 

คนแน่นตลอด? 
"แน่นเป็นช่วงๆ ครับ ถ้าเสาร์-อาทิตย์ถึงจะแน่นตลอด"

ต้องใช้เงินเยอะหรือเปล่า?
”ก็เยอะพอสมควรครับ”

คือเราจะไม่ขายแฟรนไชส์แต่จะใช้วิธีขยายสาขาไปเองใช่ไหม?
”ช่วงนี้จะต้องเป็นการขยายด้วยตัวเองก่อนครับ ต้องลองดูก่อนครับ หลังจากที่เรามีสาขาเองเยอะๆ แล้วเราถึงจะขายแฟรนไชส์ได้ครับ”

มีหลายๆ เสียงบอกว่าไอศกรีมเราราคาค่อนข้างสูงไปนิดหนึ่ง?
”เรื่องราคาไอศกรีมความจริงแล้วอาจจะเป็นในเรื่องที่ไม่ชินกันมากกว่า ตอนแรกๆ อาจจะมีคนพูดบ้างเพราะคนกดเยอะมากด้วยความที่เป็นแบบเซลล์เซอร์วิสกดเองคนก็เลยยังกะกันไม่ถูก แต่ตอนนี้ไม่ค่อยมีคนพูดถึงเรื่องราคาแล้วครับ คนเริ่มกะกันถูกแล้วว่ากดแค่ไหนถึงจะอิ่ม อีกอย่างเราค่อนข้างมั่นใจในคุณภาพสินค้าของเราว่าอร่อยและเป้นของนำเข้า ผมว่าราคาค่อนข้างสมน้ำสมเนื้อครับ”

น้องๆ เด็กมัธยมยังกะกันไม่ค่อยถูก?
”เราก็พยายามจะบอกน้องๆ เขาครับ ผมก็จะให้พนักงานคอยบอกตลอด หรือไม่ถ้าผมไปเห็นเองผมก็จะบอกน้องๆ เขาว่ากดเท่าไรเพราะบางคนเขากะไม่ถูกนะ บางคนเขาคิดว่ากดเต็มถ้วยถึงจะอิ่มแต่สุดท้ายก็ทานไม่หมด ก็กดพอดีๆ แล้วราคาจะไม่ได้แพงมากครับ”

ได้ยินว่าอยากจะทำธุรกิจ 3 พี่น้อง ตอนนี้ไปถึงไหนแล้ว?
”ยังครับ ตอนนี้ต่างคนต่างทำอยู่ ตอนนี้หน่องก็เริ่มขายไอศกรีมแข่งกับผมแล้ว(หัวเราะ) ล้อเล่นครับ อันนี้เขาทำกับเพื่อน ภัทรก็ยังทำธุรกิจของตัวเอง เรื่องทำธุรกิจร่วมกันก็เคยคิดๆ เอาไว้บ้างแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ครับ”

แล้วที่บอกว่าอยากทำธุรกิจอื่นอีก เราอยากทำอะไร?
"ก็อยู่ในแวดวงเกี่ยวกับการค้าขายนี่แหละครับ เพียงแต่เรากำลังคิดอยู่ว่าอยากเปิดร้านอะไร ตอนนี้ก็มีเพื่อนมาชวนทำบ้างแล้ว" 

เป็นแนวไหน? 
"อาจจะเป้นร้านอาหารครับ ส่วนเสื้อผ้าจุดนี้ผมอาจจะไม่ได้ชำนาญมากครับ"

แล้วเรื่องโรงเรียนอนุบาลหละ?
”อันนี้ต้องถามภัทรก่อนว่าเขาพร้อมแค่ไหน เพราะถ้าทำมันจะเป็นโปรเจกต์ที่ค่อนข้างใหญ่ก็ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปครับ”

อีกไม่นานนี้คงได้เปิดร้านขายยาด้วย?
"อันนี้ก็เป็นโปรเจกต์ที่ค่อนๆ ข้างใหญ่เหมือนเนอสเซอรี่ เวลาทำก็คงต้องให้เวลาค่อนๆ ข้างมาก ใช้บุคลากรค่อนข้างเยอะ ดังนั้นเอาไว้รอพร้อมกว่านี้ดีกว่าครับ ตอนนี้ยังไม่ค่อยพร้อมสำหรับเปิดร้านขายยาสักเท่าไร"

ยังจำได้ไหมว่ายาอะไรรักษาอะไร? 
"พอได้ครับ ถ้าเกิดเราอยู่ในกองแล้วมีพี่ๆ มาถามโรคทั่วไปเราก็พอแนะนำได้ แต่ถ้าเป็นโรคเฉพาะเราก็ต้องกลับมาทบทวนหน่อย"

ปีนี้เหมือนเป็นปีทองของบ้านเราเลย เรารู้สึกยังไงบ้าง?
”ก็ดีนะครับ ปีนี้ก็ถือเป็นปีที่ดีอีกปีหนึ่ง เป็นปีที่มีเรื่องดีๆ เข้ามาหลายอย่าง ก็ต้องขอบคุณทุกๆ คนที่ให้การสนับสนุนบ้านผม พอมีเรื่องดีๆ เข้ามาเราก็ต้องทำบุญออกไปด้วยครับ”

ได้ยินว่าวันเกิดมาร์กี้จะทำบุญร่วมกัน?
”ก็ถือโอกาสชวนพี่ๆ ถ้าใครว่างก็มาร่วมทำบุญกันในวันที่ 23 ส.ค.นี้ที่สถานเลี้ยงเด็กอ่อนพญาไทแต่อยู่ที่ 5 แยกปากเกร็ดนะครับ เดี๋ยวผมลงแผนที่ในอินสตาแกรมอีกทีหนึ่ง ก็ทำกันตั้งแต่ 10 โมงครึ่งถึงบ่าย 2 ปีนี้เราก็ยังมีเหมือนเดิมคือขายเสื้อการกุศลแล้วเอาเงินไปทำบุญ เดี๋ยวจะมาแจกแจงให้ทุกคนได้ฟังอีกที คือปีที่แล้วเงินที่ได้จากงานขายเสื้อเราก็บริจาคไปหมดเลย หลังจากวันนั้นเราก็มีเปิดขายอีกในเมลล์เพราะมีคนอยากได้เสื้อเยอะซึ่งก็ขายได้อีกประมาณ 2000 ตัว เงินก้อนนี้ยังมีอยู่บ้างนะครับ ผมก็จะคอยแบ่งเงินไปบริจาคตามงานต่างๆ อย่างวันนี้ผมก็จะแบ่งมาบริจาคเหมือนกันโดยจะบริจาคในนามผม มาร์กี้ และแฟนคลับครับ แล้วปีนี้ถ้าเราขายเสื้อได้เงินอีกเราก็จะเก้บเงินไว้ทำบุญเรื่อยๆ ครับ”

แปลว่าเงินที่เราได้มาเราก็บริจาคไปหมดเลย?
”แน่นอนครับ รายละเอียดเดี๋ยวจะมาแจกแจงให้ฟังอีกทีว่าเอาไปทำอะไรบ้าง”

ไม่มีใครมาเคลือบแคลงสงสัยใช่ไหม?
”ไม่มีครับ ทุกคนมั่นใจได้ว่าเงินก้อนนี้ผมเก็บมาทำบุญแน่นอน ขอให้ทุกคนสบายใจว่าใครที่มาซื้อเสื้อคุณได้ทำบุญแน่นอนครับ”

มีหมอดูทักวันดวงเรากับมาร์กี้เกื้อหนุนกัน ถ้าคบกันจะพากันรุ่ง?
”อ๋อครับ คบกันเป็นเพื่อนก็รุ่งได้ครับ ความจริงก็มีคนจับตาดูเรื่องผมกับมาร์กี้อยู่ เราก็เข้าใจไม่ได้ซีเรียสอะไร ความสัมพันธ์ของเราก็ยังเป็นพี่น้องกันอยู่”

หนังสือบางเล่มเขียนแซวว่าเราทั้งคู่รอวันเปิดตัว?
”ไม่มีครับ จริงๆ ก็มีคนมาถามเหมือนกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมก็บอกปกติว่าเป็นเพื่อนกัน" 

คนใกล้ตัวถามเหรอ? 
"ไม่ได้ใกล้มากครับ แต่ก็จะมีบางคนที่ได้ยินมาว่าผมแอบคบกันเลยรอเปิดตัว ก็ขอบอกเลยว่าไม่มีแน่นอน ยังเป็นพี่น้องกันไม่ได้แอบคบกันครับ"

เราหวั่นๆ หรือกดดันกับคำถามนี้ไหม?
”ไม่ได้กดดันเพราะเราค่อนข้างชินกับคำถามนี้เนื่องจากโดนมานานแล้ว เพียงแต่ช่วงนี้จะโดนเยอะหน่อยเพราะต่างคนต่างโสด ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรครับ”

เห็นว่าน้องวันใหม่เพิ่งขึ้นปกหนังสือ?
”หนังสือ “แพรว” นะครับ ก็มีน้องๆ หลายคนถ่ายด้วยกัน ก็ดีครับ น้องวันใหม่เหมือนจะเริ่มชินแล้ว เริ่มชินที่จะเจอกล้องเจอคนบ้างแล้ว เขาเริ่มเข้าใจว่านี่เป็นการทำงาน ทุกวันนี้เวลาเขาทำงานเราก็จะมีรางวัลให้เขา เวลามีงานหนังสือติดต่อมาผมจะให้เขาไปถ่ายเพราะว่าเราสามารถเก็บเอาไว้ให้เขาดูตอนโตได้ครับ เราเองก็อยากดูด้วย ก็เก็บเอาไว้เป็นพ็อกเก็ตบุ๊คของเขา”

เราไปดูแลน้องเอาไหม?
”ถ้าผมว่างผมก็ไป ผมจะไปคอยเชียร์เวลาเขาถ่ายด้วย แต่ถ้าผมไม่ว่างคุณแม่ก็จะไปแทน คือถ้าใครว่างไปก็ไปครับ”

เวลาเจอคนเยอะๆ เขาก็จะไม่ค่อยงอแง?
”ไม่งอแงครับ ยกเว้นถ้าเขาง่วงเขาก็จะนิ่งเฉยๆ แต่จะงอแงแบบไม่ยอมนี่ยังไม่มี”

ให้ทำงานตั้งแต่เด็กแบบนี้เรากลัวชีวิตวัยเด็กของเขาหายไปหรือเปล่า?
”ไม่ครับ เพราะเราแบ่งเวลาให้เขา เวลาทำงานก็จะเป็นส่วนน้อยของชีวิตเขา เราไม่ได้รับทุกงานให้เขา เวลาส่วนตัวหรือช่วงกิจกรรมที่น้องควรจะมีอันนี้สำคัญกว่าครับ เราก็จะให้ส่วนนี้ของเขาเต็มก่อนครับ ส่วนที่จะไม่รับให้เขาส่วนใหญ่จะดูว่างานไหนไม่เกินความสามารถของเขา จะรับแค่งานที่เขาทำได้และโปรดักส์เข้ากับตัวน้องด้วยครับ”


วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

จ๊ะจ๋า ยันไม่ได้เป็นมือที่สาม จิ๊บ-หนิม ลั่นใช้ชีวิตถูกต้องตามศีล

หลังจากที่ดาราสาว จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม ตกเป็นข่าวเป็นชนวนเหตุให้ นักร้อง นักแสดงรุ่นใหญ่ จิ๊บ-วสุ แสงสิงแก้ว กับสาว หนิม-คะนึงพิมพ์ พรมกร ต้องแยกทางกัน  ล่าสุด จ๊ะจ๋าเปิดปากย้ำชัดไม่เคยก้าวล่วงความสัมพันธ์”จิ๊บ-หนิม” แน่นอน


ล่าสุดนักแสดงสาว จ๊ะจ๋า-พริมรตา เดชอุดม มาร่วมกิจกรรม Open Your World ชั้น6 โรงภาพยนตร์เอ็มบาสซี่ ดิโพลแมทสกรีน เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ เจ้าตัวก็เลยถือโอกาสชี้แจงถึงประเด็นข่าวฉาวที่เกิดขึ้นทั้งหมดแบบละเอียดยิบให้ฟังว่า

“อันนี้บอกได้เลยว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด จากนิสัยจ๊ะจ๋าเองที่เป็นคนสนุกสนานร่าเริงและมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับพี่จิ๊บ ในงานคอนเสิร์ตไทยประกันชีวิต ต้องไปทัวร์กันทั่วประเทศถึงสิ้นปี จากวันแรกๆที่เคยเจอพี่เขาเมื่อหลายปีก่อน แล้วช่วงที่สนิทสนมคุ้นเคยก็เป็นช่วงนี้แหละค่ะที่มีโอกาสเดินทางด้วยกัน อย่างทีบอกด้วยนิสัยจ๊ะจ๋าเป็นคนเฟรนด์ลี่และพี่ๆในวงก็ให้ความเอ็นดู ให้ความรักดูแลเอาใจใส่เพราะผู้หญิงในทริปมีคนเดียว เลยเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องสนิทสนมกัน”

ด้วยสาเหตุนี้หรือเปล่าเลยทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิดว่าเราเป็นมือที่สาม?
“จ๊ะจ๋าไม่สามารถตอบแทนใครได้ แต่ที่ตอบได้คือว่าจ๊ะจ๋าไม่ได้มีความคิดที่จะก้าวข้ามไปในความสัมพันธ์ของใคร ไม่ว่าจะเป็นเจตนาหรือไม่เจตนาก็ตาม จ๊ะจ๋าเชื่อว่าเวลาเราทำงาน เราก็มุ่งมั่นกับการทำงานและเต็มที่ จ๊ะจ๋ามีความสุขมากๆที่จะทำให้คนรอบข้างมีความสุขโดยที่ไม่ได้คิดว่าจะต้องเข้าไปในความสัมพันธ์ของใคร”

เป็นเพราะในทริปเราสนิทกับ “พี่จิ๊บ” มากที่สุดคนก็เลยจับตามอง?
“จะบอกว่าจริงๆแล้วสนิทกับคนอื่นมากกว่าอีกค่ะ จะมีคนที่มาตลอดแต่สำหรับพี่จิ๊บบางครั้งก็ไม่ได้มาบ้าง อยากจะบอกว่าท่านอื่นให้ความเอ็นดู ฝากของพูดคุยสนิทสนมมากกว่าพี่จิ๊บก็มี เพียงแต่ว่าไม่ได้เป็นประเด็นเท่านั้นเองค่ะ”

เราสนิทสนมกับ “พี่จิ๊บ” ขั้นไหน?
“เป็นขั้นเพื่อนร่วมงาน พี่น้องธรรมดาทั่วไป อย่างเราเล่นละคร พอได้เล่นละครกับใครบ่อยๆช่วงนึงก็จะมีความสนิทสนมคุ้นเคยกัน พอวันที่ละครเรื่องนั้นจบเราก็ต้องไปเจอคนใหม่ๆ คือก็เป็นการสนิทสนมจากการทำงาน”

มีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้ “หนิม” เข้าใจผิด?
“จ๊ะจ๋าไม่ทราบว่าทำไมเขาถึงเข้าใจผิดอะไรขนาดนี้”

มีคุยกันนอกรอบไหม?
“ไม่มีค่ะ”

เห็นบอกว่า “หนิม” โทรมาหาเรา?
“อันนี้จ๊ะจ๋าขอไม่พาดพิงถึงน้องแล้วกันค่ะ จ๊ะจ๋าจำไม่ได้แล้วค่ะ”

เราได้อธิบายหรือเคลียร์กับใครบ้างหรือเปล่า?
“เรื่องที่อธิบาย อันดับแรกคือพูดกับครอบครัวก่อนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเข้าใจผิดที่เกินจริงไปมาก จริงๆคนใกล้ชิดจ๊ะจ๋าก็รู้อยู่แล้ว ทุกคนก็สงสัยว่ามันเกิดเรื่องนี้ได้ยังไง เราก็อธิบายกับคนใกล้ตัวที่รู้สึกเป็นห่วงเป็นใยและแคร์ก่อนอันดับแรก ส่วนคนอื่นที่ทยอยโทรมาเคลียร์หรือสอบถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยก็ได้ชี้แจงกันไป”

“พี่จิ๊บ” ได้โทรมาเคลียร์อะไรกับเราบ้าง?
“หลังจากที่เป็นข่าว จ๊ะจ๋ายอมรับว่ามีการโทรมา บอกได้เลยว่า 80-90 เปอร์เซ็นต์ที่โทรมาเป็นการขอโทษ เพราะเขาเองบอกว่าจ๊ะจ๋าไม่ควรจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แล้วก็แสดงความเสียใจ ซึ่งจริงๆจ๊ะจ๋าเองรู้สึกขอบคุณและดีใจที่พี่เขาโตกว่าเรามาก จ๊ะจ๋าก็เป็นเด็กที่เพิ่งเข้าวงการมาเอง ไม่จำเป็นต้องขอโทษก็ได้ จ๊ะจ๋าเกรงใจ แต่พี่เขาบอกว่าไม่เป็นไร เรื่องนี้ถ้าเขาทำให้จ๊ะจ๋าไม่สบายหรือว่าทำให้จ๊ะจ๋ามีข่าวที่เสียหายกับชีวิตหรือรบกวนการทำงาน เขาขอโทษ”

“พี่จิ๊บ” ได้เล่าเรื่อง “หนิม” ให้กับเราหรือทีมงานฟังบ้างไหม เพราะอีกฝ่ายก็ซีเรียสว่าฝ่ายชายเอาเรื่องเขามาเล่าให้คนอื่นฟังให้ทางที่ไม่ดี?
“ส่วนตัวเวลาเราพูดคุยกันหลังจากเลิกงานก็จะเป็นการพูดคุยกันโดยรวมเป็นกลุ่ม การพูดถึงเรื่องราวต่างๆในชีวิต มันเกิดขึ้นได้อยู่แล้วในวงสนทนา การที่จะพูดในเชิงดีหรือไม่ดี ส่วนตัวที่จ๊ะจ๋าได้รับทราบหรือพูดคุยก็เป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้น และก็เป็นเรื่องที่เป็นความจริง”

ตอนนี้เราโดนตราหน้าว่าเป็นมือที่สาม โกรธไหม?
“ไม่โกรธเลยค่ะ ตอนแรกยอมรับว่าซีเรียสเพราะมันไม่ใช่เรื่องจริงและเป็นเรื่องที่เกินจริง เพราะมันผิดหลักการการใช้ชีวิตของจ๊ะจ๋ามากเลย จ๊ะจ๋าเองแม้จะโสดแต่ก็ไม่คิดที่จะเข้าไปแย่งของของใคร ไม่คิดที่จะก้าวเข้าไปทำลายความสัมพันธ์ของใคร”

ก็เลยถูกโยงไปถึงข่าวก่อนหน้านี้ระหว่าง “ติ๊งโน้ต” กับ “บุ๋ม-ปนัดดา”?
“เสน่ห์แรงก็อย่างนี้แหละ (หัวเราะ)”

เวลาร่วมงานกันเราต้องวางตัวแบบไหน?
“จ๊ะจ๋าเองบอกได้เลยว่ามาตรฐานในการทำงานของจ๊ะจ๋ายังเหมือนเดิม ร่าเริง สนุกสนานยังไงก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม ส่วนการที่เจอหน้าพี่เขาต้องทำตัวยังไง ก็มันไม่มีอะไรก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปจากเดิม”

สามารถร่วมงานกับ “หนิม” ได้ไหม?
“ได้ค่ะ จ๊ะจ๋าอยากบอกว่าไม่มีปัญหา กับสิ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องของอารมณ์ต่างๆจากฝ่ายน้องหรือฝ่ายใครก็ตาม บอกได้เลยว่าจ๊ะจ๋าไม่คิดที่จะถือโทษโกรธเลย ในความที่จ๊ะจ๋าเป็นพี่ที่โตกว่าบางทีเราเจอเรื่องที่หนักกว่านี้ตั้งเยอะแยะ ที่บ้านสอนตลอดว่าเราควรให้อภัยอะไรที่มันเกิดจากอารมณ์”

ณ ตอนนี้เคลียร์ลงตัวหรือยัง?
“ลงตัวไม่ลงตัวไม่ทราบ แต่รู้ว่าจ๊ะจ๋าสามารถจะชี้แจงข้อเท็จจริงในสิ่งที่พูดได้ว่าจ๊ะจ๋าเป็นยังไง”

เคลียร์กับ “หนิม” จบลงด้วยดี?
“จ๊ะจ๋าไม่ได้มีการเคลียร์หรือจบอะไรด้วยดี แต่ว่าจ๊ะจ๋าชัดเจนว่าไม่ได้มีความต้องการที่จะก้าวเข้าไปในความสัมพันธ์ของใคร”

มีโอกาสจะเคลียร์หรือพูดคุยกันไหม?
“ถ้าเกิดว่าเราเจอกันในงานก็สามารถทำงานร่วมกันได้ จ๊ะจ๋ามืออาชีพพอที่จะทำงานร่วมกับใครก็ได้ในวงการนี้”

อยากนัดเคลียร์เลยไหม?
“อย่างที่บอกค่ะมันเป็นเรื่องเล็กน้อย”

อีกฝ่ายดูมั่นใจว่าเราเป็นมือที่ 3?
“จ๊ะจ๋าขออนุญาตตอบว่าเรื่องความสัมพันธ์เป็นเรื่องของคนสองคน จ๊ะจ๋าเป็นคนนอกไม่ว่าความเข้าใจของคนสองคนจะเกิดจากอะไร จะมีผลกระทบออกไปสู่ใครก็ตามในฐานะที่เราเป็นคนนอกจะไม่ขอออกความเห็นใดๆกับเรื่องของสองคนเด็ดขาด”

ทางด้าน “ปุยฝ้าย” เพื่อนสนิทของ “หนิม” ก็เดือดถึงขั้นโพสต์ไอจีระบุชื่อเราเลยว่า “พี่จิ๊บ”พูดอะไรกับเรา?
“ใครๆก็พูดชื่อจ๊ะจ๋าได้ อย่างที่บอกจ๊ะจ๋าไม่โกรธและไม่ได้เก็บมาเป็นอารมณ์ ถ้าเก็บมาคิดเราก็คงแย่แน่ๆ มันมีผลกระทบนะคะเวลาเราทำงานเพราะจ๊ะจ๋าเวลาทำงานใช้ใจ จริงใจมาก แล้วต้องไปแคร์กับเสียงอะไรก็ไม่รู้มันก็ปวดหัว จ๊ะจ๋า ถือคติว่าอะไรที่ให้อภัยได้ ยกโทษกันได้ก็ให้อภัยกันไป วงการนี้มันแคบ เดี๋ยวเราก็ต้องมาเจอกันอีก จ๊ะจ๋าว่าเราเข้ามาวงการนี้เราเข้ามาเพื่ออะไร เราเข้ามาเพื่อทำงานเป็นนักแสดงมอบความสุขให้กับประชาชน จ๊ะจ๋าเป็นพิธีกรด้วย ร้องเพลงด้วย ทำหลายๆอย่าง การโคจรมาเจอกันเป็นเรื่องที่มีแน่ๆ ส่วนอยากจะข่าวหรืออะไรก็ปล่อยให้เป็นไป จ๊ะจ๋าไม่ขออยู่ในข่าวเสียหายแบบนี้อีก”

อยากวอนให้เขาหยุดโยงไหม?
“บางทีห้ามใจตัวเองยังลำบาก จะไปห้ามคนอื่นได้ยังไง จ๊ะจ๋าว่าสิ่งที่เราทำได้คือปรับสติ ควบคุมตัวของเราเอง ปัญหาอะไรที่เราจัดการด้วยอารมณ์ผมกระทบมันก็จะเป็นด้วยอารมณ์ ถ้าเราจัดการด้วยเหตุและผลทุกอย่างก็จะอยู่ในเหตุและผล”

ผู้ใหญ่เรียกไปคุยหรือเปล่า?
“เชื่อไหมว่าไม่มีเลย ถ้าเทียบก็คือข่าวทั่วไป มันเล็กน้อยมากจริงๆและในข่าวที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นเรื่องของใครจ๊ะจ๋าสามารถอธิบายได้ด้วยความเป็นจริงจากความจริงใจที่จ๊ะจ๋าเคยตอบคำถามพี่ๆมาตลอด 10ปีที่อยู่ในวงการนี้”

ปัญหาเกิดจากความขี้เล่น เสน่ห์แรง เราจะลดลงมาหน่อยไหม?
“ตัวของจ๊ะจ๋ารู้ตัวว่าเป็นคนยังไง สิ่งที่จ๊ะจ๋ามีมันส่งผลดีและผลเสียยังไง ถ้าจะลดความขี้เล่น ความสนุกสนาน ร่าเริงจากสถานการณ์นี้ จ๊ะจ๋าคิดว่ามันไม่ค่อยเมคเซ้นส์ ถ้าจะลดอาจจะเป็นด้วยวัยที่โตขึ้นแล้วหรือเหนื่อยแล้วก็ลดลงไปเอง จากเรื่องนี้ ข่าวนี้จ๊ะจ๋าจะไม่ยอให้มีผลต่อการทำงานหรือความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานของจ๊ะจ๋าเด็ดขาด”

ที่เขาบอกว่าเราอายุ 30 ปีแล้ว อยากจะหาคู่แต่งงานแล้ว อันนี้จริงหรือเปล่า?
"โอ้โห…เจ็บปวดมาก ชี้แจงตรงนี้เลยนะคะ เรื่องของคนสองคน ชีวิตคู่อย่าเอาอายุมาเป็นอิทธิพลเลย ส่วนตัวจ๊ะจ๋าเอง 30 แล้วไง" 

เขาบอกว่าเพราะสาเหตุนี้ด้วย เราอยากแต่งแล้ว? 
"นานาจิตตัง ใครอยากมองอะไรก็ปล่อยให้เขามองไป จ๊ะจ๋ารู้เองว่า ณ วันนี้ถ้าอยากแต่งงานกับใครสักคน ก็ต้องเป็นความต้องการของคนสองฝ่าย ไม่ใช่มโนขึ้นมาเคนเดียว จ๊ะจ๋าไม่ใช่คนที่อยากแต่งงานแล้วก็คว้าใครก็ได้มาแต่งงาน เพราะฉะนั้นจะแซว ล้อเล่น พูดถึงเรื่องอายุ ไม่มีผลค่ะ"

ยืนยันว่าไม่ใช่มือที่สามอย่างแน่นอน?
“ยืนยันค่ะ สำหรับจ๊ะจ๋าเองบอกตรงนี้เลยว่าเราอยู่วงการนี้มานาน เห็นความเป็นไปของข่าว เข้าใจว่าการมีข่าว มีกระแส เล่นเรื่องความสัมพันธ์แบบนี้มันน่าสนใจ ขออนุญาตไม่อยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้ เอาไว้จ๊ะจ๋ามีแฟนหรือมีคนคุยอยู่แล้วจะบอก ซึ่ง ณ วันนี้ยังไม่ได้มีใคร ยังโสด ที่เคยประกาศหาคู่ไปก็อย่าเพิ่งเข้ามานะคะ ยังไม่พร้อมรับใครตอนนี้ ขออยู่นิ่งๆก่อน”

เสียใจไหมที่เราเป็นสาเหตุทำให้คู่นี้เลิกกัน?
“จ๊ะจ๋าไม่ทราบว่าความสัมพันธ์เขาเป็นยังไง ขอไม่ออกความเห็นนะคะ แต่ว่าพูดถึงความเสียใจ จ๊ะจ๋าเสียใจที่ทำให้คุณแม่ ครอบครัว น้องสาว คิดมากๆกว่า ก็อยากขอโทษครอบครัว คุณแม่ น้องจุ๊บแจง ญาติทั้งหมดที่ทำให้เป็นห่วง นอนไม่หลับ จ๊ะจ๋ายังแข็งแรง มีสติ หลักการใช้ชีวิตที่ถูกต้องตามศีลทุกประการ”

เรามีโอกาสได้คุยไลน์กับ “พี่จิ๊บ” ไหม?
“อยากจะให้พี่ลองถามพี่จิ๊บดูว่ามีไลน์ไหม ขอฝากคำถามเดียวเท่านั้นเอง และยืนยันว่าไม่มีรับส่งค่ะ”


วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557

น้ำตาล ขอบคุณแฟนคลับยกตำแหน่งคู่จิ้นฟันใหญ่ให้

ต้องบอกว่า ละครเรื่อง"ดาวเคียงเดือน"ที่กำลังออนแอร์อยู่ตอนนี้ กระแสมาแรงมากทีเดียว ทำให้นางเอกสาวดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง น้ำตาล พิจักขณา วงศารัตนศิลป์ ที่เล่นคู่กับพระเอกหนุ่ม เคน ภูภูมิ พงศ์ภาณุ โดนจับให้เป็นคู่จิ้นฟันใหญ่(คู่ใหม่)ของวงการบันเทิงกันเลยทีเดียว 


งานนี้พอได้เจอสาวน้ำตาลที่ถึงกับหลุดขำระหว่างสัมภาษณ์กันเลยทีเดียว พร้อมขอบคุณแฟนคลับสำหรับตำแหน่งสุดฮาที่มอบให้ อีกทั้งยืนยันไม่คิดทำศัลยกรรมแน่นอน ปล่อยให้มันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างนี้แหละดีแล้ว

ฟีดแบคละครดาวเคียงเดือนเป็นยังไงบ้าง?
"ดีมากเลยค่ะ ตอนนี้เวลาไปไหนมาไหนคนก็ไม่เรียกชื่อน้ำตาลแล้วดาริกา แล้วก็แซวเรื่องฟันตลอด"

หลายคนก็แซวว่าน้ำตาลกับเคนเป็นคู่จิ้นฟันใหญ่?
"ใช่ค่ะ คนจะโยงไปตรงจุดนี้มาก (หัวเราะ) ขอบคุณละครมากจริงๆที่เอาจุดนี้มาเล่นก่อน ไม่อย่างนั้นคงโดนล้อหนักกว่านี้เยอะ แต่ก็ดีนะเพราะตาลรู้สึกว่าของตาลยังน้อยกว่าเคน"

แต่เคนเขาบอกว่าฟันเขาเล็กกว่าน้ำตาลนะ?
"จริงเหรอ แต่เคนนี่มาเป็นแพ็คคู่เลยนะ คิดว่ากำแพงเมืองจีน"

รู้สึกยังไงบ้างที่โดนแซวเรื่องนี้เยอะมาก?
"ขำค่ะ ตั้งแต่ในกองแล้ว อย่างตัวเคนเองเขาก็จะพยายามพรีเซ้นต์ว่าฟันเขาเล็กกว่าตลอด"

โดนแซวเยอะแบบนี้คิดอยากจะทำศัลยกรรมให้มันดูเล็กลงไหม?
"คงไม่หรอกค่ะ มันก็เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราไปแล้วดังนั้นไม่ทำแน่นอน เพราะมันก็ดีเหมือนกัน เวลาคนทักจะได้ยิ้มสู้ อีกอย่างถ้าทำเดี๋ยวหน้าก็เปลี่ยนไปอีก"

วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ชมพู่ ไม่โกรธ ขอข้ามคำถามถูก เจมี่ แขวะอวดรวย

อยู่ๆก็งานเข้านางเอกลูกครึ่งเซ็กซี่วิกพระรามสี่ ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต เมื่อดาราสาวเซ็กซี่ เจมี่ บูเฮอร์ โพสต์รูป ชมพู่ เดินพรมแดงในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ พร้อมเขียนคำบรรยายใต้ภาพทำนองว่า แบรนด์เครื่องสำอางดังควรจะทวงบุญคุณ สาวชมพู่ บ้างที่ให้ไปงานดังกล่าว แถมยังจ่ายค่าตัวให้นางเอกซุปตาร์เอาเงินไปซื้อของแบรนด์เนมมาอวดรวยอีก 


ล่าสุดได้เจอ ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ในงานแถลงข่าว “บุชเชอร์เปิดสูตรลับ ต้นตำรับความอร่อยระดับพรีเมียม” และสรุปกระแสตอบรับแคมเปญ “บุชเชอร์พาลัดฟ้าไปเยอรมันกับชมพู่-อารยา” ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร เลยสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว
“ก็มีทราบบ้าง มีคนมาสะกิดๆ บ้างเหมือนกัน” 

มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง? 
“ไม่มีความคิดเห็น (ยิ้ม) คือเราไม่ได้รู้ละเอียดมาก เท่าที่ทราบก็ไม่มีแล้วใช่ไหมคะ แต่ก็มีคนมาเล่าๆ ให้ฟังบ้าง” 

คิดว่าเขาว่าแรงไปไหม? 
“ไม่มีความเห็นอะไรเลย” 

งงไหมที่อยู่ๆ มีชื่อเราด้วย? 
“ก็เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเขาเนอะ” 

ส่วนตัวเคยเจอเจมี่ไหม? 
“เคยเจอค่ะ เคยเจอบ้าง เคยทักทายบ้าง”

เขาพูดว่าเราเอาเงินไปซื้อของแบรนด์เนม แล้วก็อวดรวยด้วย เราโกรธไหม? 
“เอาจริงๆ คือไม่รู้สึกอะไรเลย จริงๆ ชมเจออะไรมาเยอะแยะ ข้ามไปดีกว่า ไม่ได้โกรธอะไรเลยนะ สาบานได้”

กลัวว่าจะมีผลกระทบต่อแบรนด์ที่เราเป็นพรีเซ็นเตอร์ไหม? 
“คงไม่หรอกค่ะ การที่เราอยู่ตรงนี้มันเป็นเรื่องปกติที่เราจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ ทุกคนก็มีความเห็นของตัวเองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ข้ามค่ะ” 

พอเขาโพสต์แบบนี้คนก็มองว่าเขาอยากจะเกาะกระแสเราด้วย? 
“โนไอเดียเลยค่ะ ผ่านค่ะ”

มีข่าวแบบนี้เขาได้โทรมาขอโทษเราไหม? 
“มันเพิ่งสดๆ ร้อนๆ เองไม่ใช่เหรอ แต่ชมไม่ติดใจอะไรเลย ข้าม” 

ทางแบรนด์ได้โทรคุยกับชมถึงเรื่องนี้ไหม? 
“คงไม่หรอกค่ะ ชมว่าทางแบรนด์ก็คงข้ามเหมือนกัน อย่างที่ชมบอกทุกคนอยู่ในสังคมเสรี ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะพูดที่จะคิด ทุกคนมี คหสต.(ความเห็นส่วนตัว) ใช่ไหม เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องปกติในสังคม” 

ดูเหมือนแฟนคลับก็จะไม่ชอบใจฝั่งโน้นเหมือนกัน? 
“แฟนคลับเขาก็มี คหสต. (ความเห็นส่วนตัว) แต่สำหรับชมวันนี้ไม่มี คหสต. (ความเห็นส่วนตัว) ใดๆ”

อยากจะพูดอะไรถึงแฟนคลับที่เขาปกป้องเราไหม? 
“ก็ขอบคุณ แต่อยากบอกว่าไม่เป็นไรแล้ว จริงๆ ก็ไม่มีอะไรมาก ข้าม (หัวเราะ)” 

คิดว่ากระแสจะแรงขึ้นไหม? 
“คิดว่าคงไม่มีอะไรค่ะ เพราะมันไม่มีอะไรจริงๆ เดี๋ยวมันก็จบแล้ว” 

ถ้าเขาโทรมาขอโทษเราโอเคไหม? 
“ชมไม่ถือ ไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ” 

เพื่อนๆ ในวงการมีมาพูดคุยถึงเรื่องนี้ไหม? 
“ส่วนมากก็จะเป็นคนที่เห็น คือเอาเป็นว่าทุกห้องแชตที่เรามีก็คุยกันเรื่องนี้ แต่เราก็บอกโอเค รู้แล้วๆ ไม่มีอะไรค่ะ ข้ามค่ะ ขอคำถามต่อไป”

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

แอมป์ ลั่นพร้อมแต่งแล้ว ทำเอา อั้ม เขินไปเลย

ไม่ค่อยจะมีโอกาสได้สัมภาษณ์คู่กันเลยสำหรับ คู่รักซุปตาร์ อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ กับไฮโซหนุ่ม แอมป์-พิธาน องค์โฆสิต ตั้งแต่ได้คบหาดูใจกันมา ล่าสุดได้ควงกันมาร่วมงานเปิดตัวธุรกิจแบรนด์เครื่องสำอางของหนุ่มแอมป์ “THE FACESHOP Rebirth Party” ที่เป็น โรงแรม W Bangkok สาทร ทั้งคู่ก็เลยควงกันมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า


แอมป์ : “ผมว่าก็ออกมาดีนะครับ ต้องขอบคุณคุณอั้มและเพื่อนๆ คุณอั้มครับ ไม่งั้นงานก็คงไม่เป็นแบบนี้ครับ”

วันนี้อั้มชวนเพื่อนมาเยอะเลย?
อั้ม : “ใช่ค่ะ เพื่อนแอมป์มี 3-4 คน ล้อเล่นๆ ค่ะ วันนี้เพื่อนๆ ก็อยากมากันด้วยค่ะ”

งานนี้อั้มมาด้วยใจ?
อั้ม : “ใช่ค่ะ”

ค่าตัวมีไหมงานนี้?
อั้ม : “ไม่มีเลยค่ะ”
แอมป์ : “ผมคงจ่ายไม่ไหวมั้งครับ”

วันนี้อั้มเต็มที่มากมีการบอกให้ช่างภาพถ่ายรูปอั้มบนเวทีด้วย?
อั้ม : “ใช่ค่ะ วันนี้ถ้าถ่ายอั้มต้องถ่ายแอมป์ด้วยนะคะ”

วันนี้ถ่ายภาพคู่แอมป์เองในงานวันนี้บ้างหรือยัง?
อั้ม : “ยังไม่มีเลยค่ะ วันนี้ก็ยุ่งๆ กันค่ะ”

ที่แอมป์ไม่ถ่ายคู่อั้มเพราะเขินหรือเปล่า?
แอมป์ : “เขินตลอดอยู่แล้วครับ”

เห็นในงานมีช็อตกรี๊ดเชียร์ด้วย?
อั้ม : “ต้องเชียร์ค่ะ สร้างความมั่นใจ เขาไม่ขาดหรอกค่ะ เขาล้น”

อั้มมีส่วนร่วมในงานนี้อย่างไรบ้าง?
อั้ม : “ก็ชวนเพื่อนๆ แหละค่ะ คือถ้าทำอะไรให้ได้ก็ทำค่ะ คือถ้าเป็นพรีเซ็นเตอร์เนี่ย อั้มติดของมิสทีน ของแอมป์เป็นเดอะเฟซช็อป ก็ต้องแยกกันน่ะเนอะ แต่ก็ช่วยกัน เพราะมางานวันนี้ก็ขอกับทางมิสทีนแล้วว่าจะมาให้กำลังใจเดอะเฟซช็อปนะคะ”
แอมป์ : “ก็ต้องขอบคุณทางมิสทีนที่ให้คุณอั้มมานะครับ”

วันนี้อั้มชวนเพื่อนมาเยอะมาก แอมป์รู้สึกอย่างไรบ้าง?
แอมป์ : “ก็ดีใจครับที่เขามาช่วยครับ เพราะว่าเขาก็รู้ว่าเราตั้งใจกับงานนี้มาก เขาเลยจัดเพื่อนๆ มาแทบครบทุกคน”
อั้ม : “ใช่ค่ะ เพื่อนสนิทมาหมดแล้วค่ะ”

จะมีโอกาสทำธุรกิจร่วมกันไหม?
แอมป์ : “ผมว่าเราก็ดูๆ ทุกอย่างนะครับ เมื่อเวลาพร้อม ทุกอย่างพร้อม ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรครับ”
อั้ม : “อะไรที่ได้เงินก็อยากทำทั้งนั้นแหละค่ะ ถามว่ามีแพลนไว้ไหมว่าเป็นธุรกิจแบบไหนยังไม่มี ณ ตอนนี้ค่ะ”

เห็นอั้มเคยบอกว่าจะเปิดธุรกิจของตัวเองเร็วๆ นี้?
อั้ม : “ของอั้มยังไม่เสร็จเลยค่ะ คือรอมานานมากแล้วค่ะ ต้องรอต่อไปค่ะ”

แบบนี้แอมป์จะมีส่วนช่วยอะไรอั้มไหม?
แอมป์ : “ผมช่วยอะไรได้ผมก็อยากช่วยครับ ถามว่าช่วยด้วยใจหรือเปล่าก็พยายามอยู่นะครับ”

พอแอมป์เปิดธุรกิจ เขามีปรึกษาปัญหากับอั้มไหม?
อั้ม : “ไม่มีค่ะ เขาเก่งมากค่ะ เขาเก่งอยู่แล้ว ส่วนมากอั้มจะมีเรื่องไปปรึกษาเขามากกว่า”

วันนี้เป็นการออกงานคู่กันครั้งแรก แอมป์เขินไหม?
แอมป์ : “เขินครับ กล้องเยอะมากครับ”

อั้มเตี๊ยมแอมป์เรื่องตอบคำถามบ้างไหม?
แอมป์ : “ไม่ได้เตี๊ยมครับ เขาก็บอกว่าคงจะมีนักข่าวเยอะนะ ต้องเตรียมตัวนิดนึงแค่นั้นแหละครับ”

พอมาเห็นหน้างานวันนี้เราประหม่าไหม?
แอมป์ : “อ๋อ เห็นแบบนี้ทุกคนก็คงประหม่ามั้งครับ”

ที่ผ่านมามีแต่คนถามเรื่องแต่งงานตลอด มีแผนแต่งงานไหม?
แอมป์ : “ตอนนี้อั้มเขามีละครมีหนังนะครับ ก็ต้องรออั้มเขาพร้อม จริงๆ แล้วเนี่ยทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวอั้มครับ ตัวผมก็พร้อมอยู่แล้วครับ”
อั้ม : “โห พูดซะสวยเลยอ่ะ (หัวเราะ) ไม่กล้าพูดอะไรเลยอะ (เขินรึเปล่า) เปล่าค่ะ หาต่างหูอยู่ค่ะ”

เห็นในงานก็มีแต่เพลงรักทั้งนั้นเลย?
อั้ม : “พี่บุรินทร์เขาร้องเพลงแบบนี้เพราะอยู่แล้วค่ะ เราก็ชอบฟังแบบนั้นด้วยค่ะ”

แอมป์คิดจะมีแพลนขอแต่งงานไหม?
แอมป์ : “ผมเป็นผู้ชายครับ ผมก็ต้องแพลนให้ไกลไว้ก่อนนะครับ แพลนอนาคต ผมอยู่กับอั้มก็ต้องมองไกลๆ ไว้ก่อนครับ”
อั้ม : “มองทางหนีทีไล่หรือเปล่า”
แอมป์ : “ใช่ (หัวเราะ) ล้อเล่นครับ”

คิดไว้ว่าสักกี่ปีถึงจะแต่ง?
แอมป์ : “อย่างที่ผมบอกต้องถามคุณอั้มครับ ไม่ได้อยู่ที่ตัวผม”

อั้มติดอะไรอยู่ ทำไมถึงยังไม่พร้อม?
อั้ม : “ติดความเป็นวัยรุ่นค่ะ พวกเรายังเป็นวัยรุ่นอยู่เนอะ”

แอมป์มีโอกาสเจอคุณพ่อคุณแม่อั้มไหม?
แอมป์ : “เจอหลายทีแล้วครับ คุณพ่อคุณแม่ไม่ดุครับ น่ารักทั้งคู่ครับ คุณพ่อตลกครับ”

ในโซเชียลเน็ตเวิร์คมองว่าตั้งแต่อั้มคบแอมป์มีแต่ข่าวดีๆตลอด เหมือนเป็นคู่บุญ?
อั้ม : “ไม่เคยมีเรื่องปวดหัวเลยค่ะ”
แอมป์ : “ขอให้เป็นอย่างนั้นแล้วกันครับ”

สุดท้ายแล้วฝากธุรกิจของตัวเองหน่อย?
แอมป์ : “อยากจะฝาก THE FACESHOP นะครับ เพราะว่าเราก็ตั้งใจทำกัน เปลี่ยนผู้บริหารใหม่ ปรับลดราคา ก็อยากให้ทุกคนลองนะครับ ถ้าของไม่ดีผมก็คงไม่เอามาครับ”
อั้ม : “แล้วต้องลงข่าวด้วยนะคะที่พูดเนี่ย”


วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2557

คิทตี้ เมินคนเปรียบเทียบแฟนเก่า เผย ต้าร์ ดูแลดี ยันไร้ปัญหาแม้อายุห่าง

ตั้งแต่คู่รัก ต้าร์ นาวิน เยาวพลกุล และ คิทตี้ ชิชา อมาตยกุล ประกาศเป็นแฟนกันดูเหมือนจะหวานสุดๆ ทำให้พักนี้ถูกจับตาเรื่องความรักอยู่ตลอด ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะทั้งคู่อายุค่อนข้างห่างกันเยอะ แต่ก็ไม่วายมีกระแสนำมาเปรียบเทียบกับแฟนเก่าของหนุ่ม ต้าร์ อยู่ดี 


ล่าสุดพอได้โอกาสเจอทั้งคู่ในงาน “IROBOT Two Years True Friends” ที่ Eden 1 ชั้น 1 Central World สื่อจึงได้ขอสัมภาษณ์คู่ แต่กลับไม่สะดวก โดยสาว “คิทตี้” ได้บอกว่า
“วันนี้ออกงานคู่กับพี่ต้าร์ครั้งแรกก็ตื่นเต้นค่ะ แต่ก็ดีเพราะมีคนช่วยดูแลใกล้ๆ ค่ะ จริงๆ อีเว้นท์นี้ค่อนข้างฉุกละหุกเพราะเป็นอีเว้นท์ที่ถูกเลื่อนจากตอนเคอร์ฟิว เราก็ลืมว่าใกล้วันงานเลยเพิ่งไปหาชุดกันเมื่อไม่นานนี้เองค่ะ”

ทำไมไม่ให้สัมภาษณ์คู่กัน?
”เขินค่ะ อยู่ใกล้ๆ พี่ต้าร์เดี๋ยวสัมภาษณ์ไม่ถูกค่ะ(ยิ้ม)”

ตอนนี้เรียกว่าแฟนได้หรือยัง?
”ก็เหมือนที่บอกว่าถ้าเจอเพื่อนๆ ก็คงแนะนำว่าเป็นแฟนค่ะ”

เขาดูแลดีไหม?
”เขาดูแลดีตลอดเลยค่ะ เหมือนใน MV “ชีวิตดีเพราะมีเธอ” เลยค่ะ(ยิ้ม)”

หลายๆ คนค่อนข้างจับตามอง เรากดดันหรือเปล่า?
”ไม่กดดันค่ะ คือเรายังไม่เคยเจอคนที่เข้ามากดดันใกล้ๆ ตัวเรา ส่วนมากก็จะเป็นกระแสที่อยู่ตามอินเตอร์เน็ตซะมากกว่า ส่วนใหญ่คิทตี้ก็ไม่ได้เช็คเองเพราะที่ผ่านๆ มานี้ยุ่งมากแต่ก็มีคนมาบอกบ้าง คือเรื่องนี้เราคงห้ามใครไม่ได้ถ้าคนเขาจะคิดกันยังไง ขอแค่คนที่อยู่รอบตัวเราเข้าใจก็พอแล้วค่ะ”

อาจจะกดดันตรงที่เราถูกเปรียบเทียบกับแฟนเก่าเขา?
”ไม่เป็นห่วงในเรื่องนี้เพราะคนของเราไม่เอาเรามาเปรียบเทียบกับใครอยู่แล้วค่ะ ส่วนใครที่เอาเราไปเปรียบเทียบกับแฟนเก่าพี่ต้าร์เราไม่ได้ให้ความสำคัญในจุดนี้แต่เราก็รับฟังเอาไว้เพราะคนที่เอาเราไปเปรียบเทียบไม่ใช่ครอบครัวเรา ครอบครัวพี่ต้าร์ ผู้จัดการ หรือตัวพี่ต้าร์เองค่ะ พี่ต้าร์ก็ไมไ่ด้ปลอบใจอะไรเราเพราะเราไม่ค่อยเอาเรื่องนี้มาคิดสักเท่าไร ถ้าเรามัวแต่เอาเรื่องนี้มาคิดก็คงรู้สึกไม่ดี อีกอย่างคนที่มาพูดให้เราฟังเดี๋ยวพรุ่งนี้เขาก็คงลืมแล้วค่ะ”

ผู้ใหญ่ว่ายังไงบ้าง?
”ตอนไปเจอคุณพ่อคุณแม่พี่ต้าร์ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไรนะคะ คือเจอกันมาหลายเดือนแล้ว ท่านก็แซวเล่นบ้างว่าเห็นออกข่าวกันนะ ส่วนคุณแม่หนูก็จะมีแซวว่าพี่ๆ สะกดนามสกุลหนูผิดค่ะ ตอนที่เจอคุณพ่อคุณแม่หนูท่านก็จะบอกพี่ต้าร์ว่าคิทตี้ซน เวลาพ่อแม่ดุจะไม่ค่อยฟัง ก็จะบอกให้พี่ต้าร์คอยสอนและฝากฝังค่ะ กับช่องอันนี้หนูไม่รู้เพราะหนูไม่ได้เซ็นสัญญากับใครค่ะ”

แปลว่าผู้ใหญ่ของเราค่อนข้างไว้ใจ?
”ใช่ค่ะ”

ช่วงนี้ดูเหมือนต้าร์เด็กลงด้วย?
”พี่เขาออกกำลังก็ต้องดูเหมือนเด็กอยู่แล้วค่ะ (เป็นเพราะมีแฟนเด็กด้วยหรือเปล่า) ไม่เกี่ยวหรอกค่ะ (ห่างกันเท่าไร) 15 ปีค่ะ ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะคะ มันเหมือนเป็นช่วงว่างที่เราให้เกียรติกันมากกว่า พอเขาโตกว่าก็ทำให้เรารู้สึกว่าเวลาเขาดูแลเราตัวเราเองก็จะเกรงใจเขา ขณะเดียวกันเวลาพี่เขาจะทำอะไรเขาก็ขอโทษเราเพราะเขามองว่าเราเด็กกว่า ก็ให้อภัยและค่อยๆ สอนกันค่ะ”

ต้าร์หวานยังไงบ้าง?
"พี่ต้าร์เป็นคนไม่ได้หวานในวันพิเศษแต่พี่ต้าร์เขาจะหวานทุกๆ วัน จะมีช่วงหนึ่งที่คิทตี้ไม่สบายแล้วพี่ต้าร์ทำกับข้าวมาส่ง"

ดูแลอย่างดี?
"ใช่ค่ะ"

เป็นโปรโมชั่นหรือเปล่า?
"ไม่น่าใช่มั้งคะ ถ้ามีก็ขอต่อแล้วกัน(หัวเราะ)"

แพลนจะไปเที่ยวไหนกันหรือเปล่า?
"อาทิตย์หน้าเป็นวันเกิดคิทตี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะไปไหน อาจจะแพลนไปเที่ยวกันที่ภูเก็ตก็คงไปซ้อมไตรกีฬาค่ะ"

มีของขวัญอะไรอยากได้เป็นพิเศษไหม?
"ไม่มีค่ะ แค่มีพี่ต้าร์เป็นแฟนก็ถือว่าเป็นของขวัญที่พิเศษแล้วค่ะ ก็ไม่ลุ้นว่าเขาจะให้อะไรหรือเปล่าเพราะทุกวันนี้แฮปปี้มากๆ ค่ะ"

วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2557

พลอย โต้ไม่ได้กระชากแขนนักข่าว ยันไม่มีการขอโทษ

จากกรณี นางเอก พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ถูกกระแสข่าวโจมตีว่ากระชากนักข่าวสาวรุ่นน้องที่ซักถามเรื่องปมพิพาทไอจีกับไฮไซรุ่นใหญ่ ในการให้สัมภาษณ์ระหว่างร่วมงานของ TMB ที่เซ็นทรัลเวิลด์เมื่อ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา


ล่าสุด นางเอกสาว พลอย-เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ เจ้าของฉายา "ปากปลาร้าหน้าแป๊ะ" ก็ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโดนนักข่าวรุมแอนตี้ ว่า
“ไม่ต้องได้รับข่าววันนั้นก็พอเดาได้ค่ะว่าต้องออกมาเป็นรูปแบบนี้อยู่แล้ว ยินดีค่ะ กระแสข่าวยังไม่ต้องออกค่ะ เราก็รู้อยู่แล้วว่าต้องเขียนว่าเราเป็นคนเลวไว้ก่อน แต่พลอยไม่ได้ซีเลย ”

แฟนๆ เหมือนรู้ว่าเรามีเรื่องราว เขาก็มาให้กำลังใจกันเยอะ?
“ทุกคนก็เป็นห่วงความรู้สึกเรา ว่าพอเราเป็นข่าว คือไม่ต้องมีกระแสอะไรออกมาก่อน เขาก็รู้อยู่แล้วว่าเราต้องถูกโจมตีก่อน อะไรก็แล้วแต่ เราจะถูกจะผิดเราก็จะถูกโจมตีก่อนอยู่แล้ว เพราะเราเป็นคนเบื้องหน้า ก็ยอมรับและเข้าใจ”

แต่มีข่าวเหมือนว่าเรากระชากมือนักข่าว เราจะว่ายังไงไหม?
“เอาภาพมาสิคะ เราว่าอันนั้นไม่ได้กระชากค่ะ เรียกว่าดึงออกมา ถ้ากล้าถามที่ว่าโยงประเด็นให้คนเขาตีกัน ก็กล้าโผล่เอาหน้าสวยๆ ของตัวเองออกมาในกล้องเพื่อให้คนเขาเห็นว่าคุณมาจากสำนักไหน ใช่ไหมคะ คุณมาจากสำนักไหน คุณเป็นใคร ทำไมไม่เอาหน้าโผล่มา เราไม่ได้กระชาก ถ้ากระชากคือ…(ทำท่าให้ดู โดยกระชากนักข่าวอีกสำนักเป็นตัวอย่าง) นี่เขาเรียกว่ากระชาก แต่นี้เรียกว่าดึงออกมา เดี๋ยวเขาจะเข้าใจผิด คือถ้าเป็นคำถามที่โยงทำให้คนเขาตีกัน หรือว่าคุณกล้าพูดชื่อของบุคคลนั้นออกมา คุณก็ต้องกล้าเอาหน้าตัวเองออกมาและบอกว่ามาจากสำนักข่าวอะไร ใช่ไหมคะ (หันหน้ามาหานักข่าว) แต่ก็ไม่ออก”

แบบนี้เราจะมีการปรับความเข้าใจกับน้องคนนั้นไหม?
“ปรับอะไรคะไม่มีค่ะ เราบอกแล้วว่า วงการนี้ ถ้าเรากล้าถาม กล้าพูด กล้าโยงประเด็น กล้าให้คนตีกัน ก็ต้องกล้าโผล่หน้าออกมาเพราะเราไม่ได้กระชาก ก็ไม่มีอะไรเคลียร์ค่ะ ตามนั้น ตามอินสตราแกรม บางทีเราพูดไปมันก็บิดเบือนเหมือนเราเป็นตัวร้ายอยู่ดี ก็ตามนั้นใครยังไม่เข้าใจก็ไปอ่านในอินสตราแกรมเราได้ ก็จบ”

เห็นมีข่าวว่าแม่พลอยโทร.ไปขอโทษกับเจ้านายของน้องเขา?
“ยังไงดี แม่พลอยยังไม่ได้โทร แม่เราไม่เกี่ยวเลยค่ะเรื่องนี้”

แล้วจะมีการขอโทษไหม?
“เราไม่ได้ทำอะไรผิดนี่คะ”

มีอะไรอยากพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไหม?
“พูดไปแล้วค่ะ ในอินสตราแกรมค่ะ โอเคนะคะ ไปอ่านได้”

ที่โพสต์ว่าสู้ คือสู้กับอะไร?
“แล้วแต่จะคิดค่ะ”

ที่มา : ข่าวสดออนไลน์

วันจันทร์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เคน รับกดดันคอนเสิร์ตห้าหนุ่ม ยัน น้ำตาล แค่เพื่อน

เหล่าแฟนคลับของหนุ่ม เคน คงตั้งตารอกับคอนเสิร์ต 5 หนุ่มสุดฮอต ซึ่งหนุ่ม เคน ภูภูมิ พงศ์ภาณุ เป็น 1 ในหนุ่มที่ขึ้นคอนเสิร์ตเหมือนกัน ซึ่งอีกหลายคนคงเตรียมตัวชมคอนเสิร์ตเด็กในสังกัดนักปั้นมือทอง เอ ศุภชัย อย่างใจจ่อใจจ่อเลยเชียวแหละ  


ล่าสุดได้มาเจอ “เคน” ในงาน “สี่ขาขาจร Give a chance 2014″  ณ โซน Eden ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เจ้าตัวได้มาอัพเดทถึงความคืบหน้าคอนเสิร์ตให้ฟังว่า
“คอนเสิร์ตก็อยู่มรช่วงที่เรากำลังเตรียมงาน ถือว่าเป็นโจทย์ที่ยากแต่พวกเราก็พยายามจะทำออกมาให้ดีที่สุดครับ”

จุดที่เรากังวลคืออะไร?
”กังวลทั้งเรื่องร้องและเต้นเพราะผมไม่ถนัดสักเท่าไรแต่จะพยายามทำให้ดีที่สุดครับ”

เรากลัวจะโดนเปรียบเทียบกับ 4 คนที่เหลือไหม?
"เรื่องเปรียบเทียบคนอื่นๆ คงไม่ครับ ผมว่าทุกคนคงไม่น่าจะเอามาเปรียบเทียบหรอกครับ ทุกคนน่าจะดูแบบมีความสุขมากกว่า" 

กลัวแฟนคลับเราน้อยกว่าไหม? 
"ไม่หรอกครับ แค่มาดูเราก็ดีใจแล้วครับ"

แต่เราก็กดดัน?
”กดดันครับ เพราะยอมรับว่าเราเองไม่ถนัดทางนี้เท่าไรแต่ก็พยายามจะศึกษาเพิ่มอยากจะให้มันออกมาดีมากที่สุดครับ”

ไม่กลัวว่าจะถ่วงคนอื่นใช่ไหม?
”ไม่ครับ คือเราทำงานกันเป็นทีมมากกว่า เรา 5 คนถือว่าเป็นทีมเดียวกัน ร่วมหัวจมท้ายด้วยกัน แค่มาดูพวกเราก็ดีใจแล้วครับ”

เตรียมไปถึงไหนแล้ว?
”ตอนนี้พวกเราอยู่ในช่วงเริ่มอัดเพลงและกำลังดูเพลงที่จะร้องครับ ผมอยากให้ทุกคนได้มาฟังเพลงที่ชอบ อยากให้ทุกคนได้ฟังมุมอีกมุมที่เราเป็นอย่างนี้ครับ”

มีของอะไรมาโชว์แฟนๆ?
”อันนี้ไม่รู้เหมือนกันว่าในคอนเสิร์ตจะเป็นยังไง แต่ผมอยากให้ทุกคนได้มาฟังเพลงที่ผมชอบและผมอยากร้องให้ฟังจริงๆ ก็อาจจะเป็นแนวที่ทุกคนคาดไม่ถึงครับ”

จะมีแขกรับเชิญหรือเปล่า?
”มีครับ แขกรับเชิญกำลังเสนอไป ยังไม่รู้ว่ายังไง เป็นผู้หญิงยังบอกไม่ได้ว่าเป็นใคร (พี่อั้ม) กับพี่เขาก็อยากให้เป็นไปได้มากๆ แต่ก็ขออุบไว้ก่อนครับ(ยิ้ม)”

แฟนคลับว่ายังไงบ้าง?
”ทุกๆ คนก็ให้กำลังใจครับ เขาก็คอยให้กำลังใจเราในสิ่งที่เราต้องเรียนรู้เพิ่มเติม ก็ต้องฝึกอีกมากเลยเพราะทุกๆ คนเขาเข้าใจว่าพวกเราส่วนใหญ่จะไม่ถนัดทางนี้เท่าไร สำหรับคนที่เคยดูคอนเสิร์ต 4+1 ก็จะรู้ว่าพวกเราเต็มที่อยู่แล้วครับ”


ได้ยินว่าหลังถ่าย “ดาวเคียงเดือน” จบเราก็ยังคุย “น้ำตาล พิจักขณา” อยู่บ่อยๆ?
”ก็ยังคุยกันบ่อยครับ คือเหมือนเราเล่นละครด้วยกันก็เลยสนิทกัน มีไปทานข้าวบ้างแต่ไปกันเป็นกลุ่มเพื่อนๆ ครับ”

เราไม่ได้จีบใช่ไหม?
”ไม่ได้จีบครับ เป็นเพื่อนร่วมงานที่เราสนิทและเราทำงานเข้ากันได้ดี (ไม่มีพิเศษเหรอ) ก็เป็นเพื่อนกันนี่แหละครับ”

มีโอกาสพัฒนาไหม?
”ตอนนี้ก็ร่วมงานกันแบบเพื่อนไปก่อนดีกว่าครับ”

แต่แฟนๆ ก็ดูเหมือนจะชอบให้เราคู่กัน?
”บางคนเขาอาจจะชอบจากละครครับ ผมชอบที่น้ำตาลเป็นตัวของตัวเองแล้วเขาก็เป็นคนที่ชอบลุยๆ”

ได้ยินว่าเขาก็มีคนที่คุยอยู่?
”เรื่องนี้ผมไม่ค่อยได้คุยกับเขาเท่าไรครับ”

วันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2557

นาวิน ต้าร์ เผยคนแซวแอ๊บเด็ก ยันงานรุมไม่เกี่ยวมีรัก

ช่วงนี้กำลังฮอตสุดๆก็ว่าได้สำหรับหนุ่ม ต้าร์ นาวิน เยาวพลกุล ที่งานรุมแถมยังมีข่าวดีเรื่องความรักเรียกว่า ลัคกี้อินเลิฟ แอนด์ ลัคกี้อินเกม เลยทีเดียวเชียว


ล่าสุดในงานบวงสรวงภาพยนตร์เรื่อง “คน อก หัก” ณ หน้าอาคารจัสมินอินเตอร์เนชั่นแนลทาวเวอร์ ชั้น G ถนนแจ้งวัฒนะ เจอหน้าหนุ่มต้าร์ไม่วายโดนแซวว่าเดี๋ยวนี้ดูเด็กลงหรือเป็นเพราะมีแฟนเด็กก็เลยแอ๊บทำตัวให้กลมกลืนหรือเปล่า พร้อมกันนี้เจ้าตัวยังเผยว่าวันที่ 1 สิงหาคมนี้เตรียมควงหวานใจสาว “คิทตี้ ชิชา อมาตยกุล” ออกงานคู่กันเป็นครั้งแรกอีกด้วย

ช่วงนี้เห็นออกงานถี่?
“ตอนนี้มีเวลาว่างเยอะเพราะมหาวิทยาลัยปิดเทอมยาวมากเพื่อปรับเข้าสู่ระบบใหม่ ก็เลยมีเวลามาทำงานด้านบันเทิงมากขึ้น ใครที่รู้สึกว่าที่ผ่านมาผลงานนาวินต้าร์ไม่ค่อยเยอะ ก็ตั้งแต่ปลายปีจนถึงต้นปีหน้าก็มีผลงานมาให้ชมกัน”

เล่นภาพยนตร์เป็นเรื่องที่เท่าไหร่?
“เรื่องที่ 2 ครับ ก็ดีใจและตื่นเต้นที่มีโอกาสได้รับงานที่มีความหลากหลายมากขึ้น”

คนอยากให้ออกงานเยอะเพราะอยากถามไถ่เรื่องความรักครั้งใหม่หรือเปล่า?
“ไม่รู้เหมือนกันนะครับ รู้สึกว่าเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่าที่ช่วงนี้ออกงานเยอะและเจอพี่น้องนักข่าวบ่อยขึ้น ไม่รู้จะเบื่อหน้ากันหรือเปล่า”

ได้ข่าวว่ามีงานคู่กัน?
“ใช่ครับ วันที่ 1 สิงหาคมจะมีงานคู่กัน จริงๆงานนี้รับไว้นานแล้วก่อนที่จะเปิดข่าว ไม่ได้ตั้งใจจะออกงานคู่”

มีติดต่องานคู่อีกไหม?
“ยังมีแค่งานเดียวนะครับ หลังจากนี้ไม่ทราบว่าจะมีงานอื่นหรือเปล่า แต่คงไม่ถึงกับตั้งหน้าตั้งตาที่จะรับ อยากจะดูเป็นงานๆด้วย ว่าความหมายของงานนั้นเป็นยังไง มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นงานที่เราอยากจะไปเสมอไป ตัวผมไม่ได้อยากที่จะสร้างกระแสหรือเป็นเรื่องใหญ่โตอะไร เราก็ธรรมชาติ แต่ก็ขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจ เราก็น้อมรับ ผมมองว่าการที่คนเราคบกันถ้ามีเรื่องดีๆมาแชร์กันก็เป็นเรื่องดีครับ”

ตอนนี้เรียกว่าลัคกี้อินเลิฟ แอนด์ ลัคกี้อินเกมได้ไหม?
“ไม่รู้เหมือนกันนะครับ รู้สึกว่าถ้าเรามีอะไรดีๆเข้ามาในชีวิตหรือช่วงเป็นช่วงที่ดีของชีวิตเราก็น่าจะดีใจ และเตรียมพร้อมที่จะรับมือไว้”

“คิทตี้”ก็โดนจับตาเรื่องความสัมพันธ์ เราได้มีการพูดคุยกันไหม?
“ก็มีบ้างครับ มีเตือนและเป็นห่วงบ้าง เขาก็ยังเด็กบางทีด้วยความเป็นเด็กเวลาพุดอะไรก็จะตรงไปตรงมา เด็กสมัยใหม่บางทีพูดอะไรเราฟังก็ยังตกใจ ตรงขนาดนี้เลยเหรอ แต่ก็ย้ำและบอกกับน้องเขา พยายามให้คนรักเรามากๆ อย่าไปพูดพาดพิงถึงใคร พูดคุยกับสื่อมวลชนไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าพี่ๆน้องๆไม่ได้ไปถามอะไรยากมาก”

คงไม่ยากเท่าวิชาของ “พี่ต้าร์”?
“วิชาของผมก็ตายตัว สอนเลข จริงๆไม่ยากหรอก แต่คำถามเนี่ยยากมาก”

ดูช่วงนี้แต่งตัวแอ๊บเด็กเพื่อให้เข้ากับน้องหรือเปล่า?
“ไม่ถึงขนาดนั้น เราก็พยายามทำให้ตัวเองดูดีอยู่เสมอ ตอนนี้ต้าร์รู้สึกว่าอายุเป็นเพียงตัวเลขจริงๆ มันอยู่ที่ว่าความคิด วุฒิภาวะ ความแข็งแรงของเรามากกว่า เวลาเจอคนรุ่นเดียวกันเราก็พยายามเรียกเขาพี่ด้วยความเคารพ”

มีคนทักเยอะไหมว่าเราดูเด็กลง?
“มีคนแซวเหมือนกัน อาจจะเพราะคบกับเด็กหรือเปล่า จริงๆแล้วไม่ใช่ต้าร์เป็นคนออกกำลังกายสม่ำเสมอ อยากที่จะดูอ่อนวัยก็มาออกกำลังกายกันนะครับ”

หลายคนก็แซวว่าเป็นเจ้าของเนอสเซอรี่?
“ผมก็รักเด็กทุกคนครับ รักแต่ไม่ได้อยากจะเป็นแฟนกับเขา จริงๆผมอยู่กับเด็กเยอะเพราะเป็นอาจารย์สอนเด็กๆในมหาวิทยาลัยด้วย เราก็รู้สึกว่าเด็กก็มีความสดใส เวลาอยู่ใกล้และได้สัมผัสกับพวกเขา มันก็สดชื่น”

ช่วงนี้งานเยอะแล้วได้เจอกันน้องบ่อยไหม?
“ก็เจอกันประจำครับ”

ข่าวร้อน