แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นางแบบดัง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นางแบบดัง แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

"หนูนา" เผย "จูเนียร์" โพสต์น้อยใจไม่ลงรูป เพราะไม่ติดโซเชียลและไม่ชอบอวดเรื่องความรัก

นางเอกหน้าหวาน "หนูนา- หนึ่งธิดา โสภณ" ที่ถูกแฟนหนุ่ม “จูเนียร์ กรวิชญ์ สูงกิจบูลย์” โพสต์ทวิตเตอร์บ่นน้อยใจว่าถ่ายรูปและแต่งรูปส่งให้ตลอด แต่กลับไม่ลงรูปเลย ทำเอาหนูนาต้องมาเปิดใจกับสื่อยอมรับและรับปากจะปรับตัวในเรื่องนี้


ล่าสุดในพิธีบวงสรวงละคร “หนี้เสน่หา” ที่ ลานหน้าอาคารจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ย่านอโศก นางเอกหน้าหวาน หนูนา- หนึ่งธิดา โสภณ ที่ได้เดินทางมาร่วมพิธีได้เปิดใจกับสื่อว่า

ถามถึงที่จูเนียร์ลงรูปโชว์ซิกซ์แพ็ก แล้วตัวเราเข้าไปคอมเมนต์ว่ารำคาญ?
“ทำไมทุกคนถามเรื่องนี้(หัวเราะ) จริงๆ คือหมั่นไส้มากค่ะ ก่อนลงเขาเอามาให้เราเลือกรูปแล้วว่าจะลงอันไหน ส่วนใหญ่เวลาลงรูปเขาจะถามตลอดว่าลงอันนี้ดีมั้ย แล้วก็เห็นแล้วแหละ แต่พอเห็นเขาลงมีนอดไม่ได้จริงๆ หมั่นไส้เนอะ”

หมั่นไส้เฉยๆ ไม่ได้หวงใช่ไหม?
“ไม่หวงค่ะ แค่หมั่นไส้ ส่วนตัวไม่ได้ห้ามโชว์ เอาแค่พอดีๆ ถามว่าการที่เขาส่งรูปมาให้เราเลือกเหมือนขออนุญาตเราก่อนหรือเปล่า มีบ้างค่ะ แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้เชิงขออนุญาตเพราะก็ไม่ได้แบบห้ามลงนะ”

ปกติจูเนียร์เป็นแนวชอบโชว์ไหม?
“นานๆ ทีจะโชว์ แต่เขาเป็นที่ฟิตตลอดเวลาอยู่แล้ว ขอบออกกำลังกาย ซึ่งต่างกับเรามาก”

แล้วเวลาที่เราจะลงรูปต้องส่งให้เขาก่อนบางไหม?
“มีค่ะ รูปส่วนใหญ่เขาจะเป็นคนถ่ายให้อยู่แล้ว แต่รูปงานเราจะคอยให้เขาเป็นคนแต่งสี แต่งอะไรให้ เพราะว่าไม่เป็นเลยด้านแอปพลิเคชั่นต่างๆ”


จูเนียร์เลยมีการเหมือนทวิตเตอร์ข้อความเชิงน้อยใจ ว่าขนาดแต่งรูปส่งไปให้แล้วก็ยังไม่ลงเลย?
“เนี่ยๆ(หัวเราะ) เขาน้อยใจจริงๆ เพราะเขาเป็นคนชอบถ่ายรูปมาก เวลาใครไปเที่ยวกับเขาก็จะชอบ แม่หนูทุกวันนี้บอกเลยว่าไปทริปด้วยกันก็จะให้เอาจูเนี่ยไปด้วย แม่อยากมีรูป ซึ่งเขาถ่ายให้เราเป็นพันรูปเลย แต่เราไม่ลง เหตุผลเพราะว่าหนูเป็นคนไม่ค่อยติดโซเชียลเท่าไหร่ ไอจีหรือเฟซบุ๊กนานๆ จะโพสต์สักที ซึ่งเขาจะคอยบอกว่ามันเป็นสิ่งที่เป็นช่องทางของเราควรที่จะต้องทำ เขาอุตส่าห์ทำให้ทุกอย่างแล้วทำไมไม่ลงสักที จนเขางอนแล้ว”

พอเขาน้อยใจออกสื่อแบบนี้เราทำยังไง?
“หนูก็ตั้งใจว่าจะพยายามลงให้เยอะขึ้นค่ะ(หัวเราะ) อย่างที่บอกว่าที่ไม่ลงเพราะเป็นคนไม่ติดโซเชียล แต่ชอบเล่นเกมมากกว่า ส่วนเขาจะเป็นคนค่อนข้างชอบถ่ายรูป ชอบโซเชียลอีกแบบนึง เขาก็จะรู้สึกว่าทำไมเกมเล่นได้ แต่ลงรูปทำไมถึงไม่ทำ เขาก็จะงอน”

ไม่กลัวเหรอ เขาถ่ายรูปแต่งรูปให้แต่เราไม่ยอมลง เดี๋ยวเขาไปทำแบบนี้ให้คนอื่นนะ?
“นั่นน่ะสิ สงสัยต้องปรับปรุงซะแล้ว(หัวเราะ) ไม่หรอกค่ะ เขาอยากให้เราลงเพื่อตัวเราเอง เดี๋ยวนี้ช่องทางทางโซเชียลมันสำคัญ เราก็ควรที่จะทำไว้บ้าง จริงๆ เขางอนเรื่องนี้บ่อยเราชินแล้ว(ยิ้ม)”

ถามเผื่อไปถึงรูปคู่บ้างเลย จะมีโอกาสได้เห็นลงเยอะกว่านี้ไหม?
“รูปคู่จะติดตามได้ทางจูเนียร์จะลงบ่อย แต่ด้วยความที่หนูรูปตัวเองยังไม่ลงเลย เอาไว้เดี๋ยวจะพยายามลงให้ได้ดูกันเยอะๆ นะคะ แต่อย่างที่บอกว่าเราไม่ค่อยติดโซเชียลจริงๆ หลังจากนี้สัญญาว่าจะพัฒนาให้ดีขึ้นค่ะ”

คู่เราคบกันมากี่ปีแล้ว?
“ประมาณ 4-5 ปี ถามว่ามีอะไรที่ต้องปรับจูนกันอีกมั้ย ยังปรับอยู่ตลอดค่ะ เพราะว่ามีอะไรหลายอย่างที่ไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียว ไหนจะเรื่องความเป็นผู้หญิงของเราที่งี่เง่า ยิ่งในช่วงวันนั้นของเดือนก็จะงี่เง่ากว่าปกติ ต้องมีอะไรหลายอย่างที่คงปรับกันไป แต่ส่วนใหญ่ถ้าคุยกันแล้วเข้าใจก็โอเคค่ะ”

ตั้งแต่คบกันมาเคยมีปัญหาทะเลาะกันใหญ่โตไหม?
“มีปัญหากันทุกวันค่ะ(หัวเราะ) เพราะเราเป็นคนงี่เง่าอยู่แล้ว มันเลยกลายเป็นว่าเหมือนเราตีกันเป็นเรื่องปกติ เลยไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่เรื่องที่ไม่ยอมลงรูปเนี่ยเป็นเรื่องใหญ่นะ(หัวเราะ)”

แต่เวลาเขาลงรูปคู่ที่ก็หวานมากเลย?
“นานๆ ทีค่ะ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยลง หนูยังเขินเลย โดยส่วนตัวไม่ค่อยชอบเปิดเผยเรื่องราวตัวเองมากเท่าไหร่ แต่ต่อจากนี้รับรองว่าจะพยายามอยู่กับโซเชียลให้มากขึ้นค่ะ”

ที่มา สยามดารา

วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

“ญาญ่า” สุดปลื้มสร้างโรงเรียนให้เด็กดอยยอดรวมเงินบริจาคหนึ่งล้าน รับควง "พี่ณเดชน์" นั่งรถตุ๊กตุ๊ก เที่ยวหน้าล่องเรือชมคลองแสนแสบ

ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ นับเป็นอีกหนึ่งนางเอกซุปตาร์สายบุญ ที่ล่าสุดมีโปรเจคระดมทุนร่วมกับแฟนคลับเพื่อไปสร้างอาคารเรียนให้กับน้องๆ บนเขา จ.แม่ฮ่องสอน หลายคนเลยชื่นชมว่าเจ้าตัวคือนางฟ้าของเด็กๆ 


ล่าสุดในงาน Mega Happiness Season  ณ เมกา พาร์คศูนย์การ ค้าเมกาบางนา ได้เจอ ญาญ่า ในงานนี้ผู้สื่อข่าวเลยได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดย ญาญ่า ได้เล่าถึงเรื่องนี้ว่า ปิดรับเงินทำบุญก่อนวันครบกำหนดซะอีก เพราะได้เงินครบตามจำนวนที่ต้องการคือ 1 ล้านบาทเรียบร้อย


ล่าสุดเห็นว่าไปสร้างอาคารเรียนให้น้องๆ ?
“หนูไปดูพื้นที่มาค่ะ แล้วก็เปิดบัญชี ซึ่งก็ครบแล้ว หนูก็ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านเลยนะคะ หนูปิดบัญชีก่อนครบ 1 วันด้วยซ้ำ เพราะครบ 1 ล้านแล้วพอดีก็เลยปิดเลย”

ยอดเท่าไหร่?
“1 ล้านนิดๆ ค่ะ”

ที่นั่นเขาต้องการอะไรบ้าง?
“อย่างแรกคือต้องถอนตึกเก่าที่ตอนนี้มันยวบมากๆ แล้วค่ะ เขาก็จะสร้างใหม่ที่ไม่ใช่ในพื้นที่ราบและเป็นทางผ่านน้ำ ก็สร้างตึกอนุบาล ซ่อมแซมตึกที่เป็นสองชั้นของเขาที่มีนักเรียนเรียนค่ะ”

อยู่บนเขาหรือยังไง?
“ใช่ค่ะ เป็นพื้นที่ที่ขึ้นไปสูงพอสมควรค่ะ วันนั้นหนูเดินทางเกือบ 8 ชม. อยู่แม่เสลี่ยงค่ะ”

ไปเจอพื้นที่นี้ได้ยังไง?
“มีคุณครูหลายๆ ท่านที่ช่วยกันดูค่ะ และมีสำนักงานเขตของแม่ฮ่องสอนมาช่วยด้วยว่าโรงเรียนไหนไม่มีงบจริงๆ”

พอเราเสนอไปว่าอยากจะมาช่วย ทางโรงเรียนเขาว่ายังไงบ้าง?
“ทางเขาก็ให้เราดูว่าจริงๆ แล้วตึกมันทรุดจริงๆ และมันเกินงบที่รัฐบาลจะให้ เพราะนักเรียนเขาเยอะขึ้นทุกๆ ปี ก็เลยไปดูพื้นที่และคิดว่าไม่น่าจะปลอดภัยแล้วจริงๆ ค่ะ”

อันนี้ทำร่วมกันใครมั้ย?
“ทำคนเดียวเลยค่ะ ก็เป็นกิจกรรมที่ทำมานานมากๆ แล้วค่ะ”

การลงพื้นที่ของเรา คนเลยยกให้เป็นนางฟ้าของเด็กๆ เลย?
“ไม่หรอก เอาจริงๆ คือหลายๆ คนไม่รู้จักด้วยซ้ำ เขาก็ไม่ได้ดูทีวีกันอยู่แล้วค่ะ ที่นี่เขาก็ไม่ได้ใช้ไฟฟ้า เขาใช้โซล่าเซล คนก็เลยไม่ได้ดูทีวีกันขนาดนั้น”

เด็กๆ ก็กรี๊ดกร๊าดกัน?
“ไม่เห็นได้ยินเลย (หัวเราะ) แต่คุณครูเขาน่าจะบอกค่ะ เพราะเป็นคุณครูจิตอาสาทั้งนั้นเลยที่ลงพื้นที่ หลายๆ โรงเรียนที่ไม่ได้ขึ้นไปสูงขนาดนั้นก็ดูละครกลิ่นกาสะลองกัน ก็จะไม่ได้เรียกว่าญาญ่า จะเรียกว่ากาสะลอง”

จะเริ่มก่อนสร้างกันเมื่อไหร่?
“ปีหน้าเลยค่ะ มันยากตรงต้องขนของขึ้นไปข้างบน อันนั้นจะใช้เวลานานสุด”

ยังมีอย่างอื่นที่ต้องทำอีกมั้ยนอกจากตึกที่จะทำ?
“ก็จะมีย้ายตึกให้มาอยู่ในพื้นที่ราบค่ะ เขาจะทุบตึกเก่าทิ้งแล้วทำเป็นสนามเด็กเล่น หรือไม่ก็ทำเป็นสนามให้คนในชุมชนมาออกกำลังกายกัน”

เราวางแผนจะลงพื้นที่อีกมั้ย?
“ลงค่ะ จะลงไปช่วยอีก”

ชวนพี่ณเดชน์มั้ย?
“ชวนค่ะ เป็นโรงเรียนหน้า (ยิ้ม) จริงๆ ครั้งนี้ก็จะไปสองที่ แต่อีกที่นึงเขาต้องดูทางน้ำผ่าน มันก็ยากนิดนึง แต่ก็อยู่แม่เสลียงเหมือนกัน แต่อยู่คนละดอย”

ล่าสุดไปสวีทกันบนตุ๊กตุ๊ก?
“รถติดมากเลยค่ะ แล้วก็อยากลองอะไรใหม่ๆ ดูค่ะ ก็สนุกดีนะคะ มันจะธันวาคมแล้ว อากาศมันดีสุดเท่าที่จะรู้สึกได้ (ยิ้ม) หนูเป็นคนชวนขึ้นเอง แต่จริงๆ พี่แบร์ให้ขึ้นบีทีเอส แต่ด้วยเวลานั้นมันเบียดกันมาก ก็เลยคิดว่าลองนั่งตุ๊กตุ๊กก็ได้ คือเขาขับมาพอดี ก็เลยไป”

ตอนเราโบกขึ้นเขาตกใจมั้ย?
“ตอนแรกเขาไม่รู้ค่ะ แต่พอคนเริ่มถ่ายรูปเราเยอะ เขาก็เลยตกใจว่านี่พระเอกเหรอ เขาก็เลยรู้ว่านี่ณเดชน์ ญาญ่า (ยิ้ม)”

ได้ไปไหนบ้าง?
“อยู่ภายในเมืองนี่แหละค่ะ รถติดๆ”

เหมือนอยู่ในขบวนแห่เลยมั้ย คนเห็นก็ให้การต้อนรับ?
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่ก็มีเด็กๆ ปั่นจักรยานตาม”

ถือเป็นโมเม้นท์พิเศษอีกหนึ่งอย่างเลยมั้ย?
“หนูว่ามันสนุกมากกว่าค่ะ ได้ลองอะไรใหม่ๆ มันก็สนุก”

อยากไปไหนอีกมั้ย เรือแสนแสบอยากลองมั้ย?
“ได้ค่ะ ถ้าวันไหนรถติดแล้วไม่ทันจริงๆ แต่ยังไม่เคยลองเลย (ยิ้ม)”

วินมอเตอร์ไซค์เคยลองหรือยัง?
“อันนี้บ่อยเลย (ยิ้ม) เหลือเรือนี่แหละ เดี๋ยวลองดูค่ะ"

กำลังจะมีแฟนมีทติ้งเดือนหน้าด้วย?
“ใช่ค่ะ วันที่ 10 ธันวาคม จริงๆ หนูตั้งใจจะทำวันเกิดค่ะ ซึ่งคือเดือนมีนาคม แต่มันก็โดนล่นๆ ลงมา แต่ก็ตั้งใจว่าปีนี้อยากจัดอีก อยากจัดทุกๆ ปี ก็เลยจบที่เดือนหน้า”

ทำไมถึงถูกเลื่อนออกมา?
“ไม่ว่างเลยค่ะ (หัวเราะ) บินไปโน่นไปนี่ ไม่มีเวลาซ้อม”

รับกี่คน?
“300 คนค่ะ”

เราจะเป็นแซนตี้เลยมั้ย เพราะเป็นธีมคริสมาสต์?
“บอกไม่ได้ค่ะ ความลับภายในงานค่ะ (หัวเราะ) แต่ก็บังคับให้ทุกคนแต่งตามธีมคริสมาสต์นะคะ แต่งแดง เขียว จัดที่โรงแรม S31 มีเซอร์ไพรส์แน่นอนค่ะ (ยิ้ม)”

ซานต้าแบรี่มามั้ย?
 “ไม่มาๆ (ยิ้ม)”

ที่มา สยามดารา

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2562

ดราม่า มินพีชญา โชว์ชุดสวยร่วมงานพรมแดง Venice film festival โดนซูมโฟกัสผิดจุด

นางเอกสาวคนดัง มิน พีชญา วัฒนามนตรี ที่ไปร่วมเดินงานพรมแดงระดับโลก เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่เก่าแก่ที่สุด Venice international film festival ครั้งที่ 76 ณ ประเทศอิตาลี และได้โพสต์ภาพและคลิปลงไอจี อวดความสวยปังดุจนางพญากับชุดสวยเด่นเป็นที่จับตาของสื่อต่างชาติ แต่กลับมาโดนชาวเน็ตโฟกัสผิดจุด



เรื่องของเรื่องเกิดขึ้นจากการที่นางเอกสาวคนดังการโพสท่าสวยเซ็กซี่ เฉิดฉายบนพรมแดงระดับโลก ให้มันด่าแฟนๆที่ติดตามได้ดูชมกัน โดยนางเอกสาวมินพีชญา สวมใส่ชุดสวยจากการตัดเย็บสุดพิเศษของดีไซเนอร์คนดังและเครื่องประดับมูลค่าหลายสิบล้าน จนเป็นที่สะดุดตาสื่อต่างชาติ ที่รัวกดชัตเตอร์ เกือบทุกโมเม้นของนางเอกสาวไทย



แต่ชาวโซเชียลบางส่วน ได้ไปซูมดูรูปบริเวณรักแร้ของนางเอกสาวแล้วโพสต์ภาพ ขนรักแร้ พร้อมข้อความว่า "เทรนด์ใหม่ใช่ไหม" โดยมีหลายคนโต้ว่า อาจเป็นแค่ใยผ้าก็ได้ แต่ถึงแม้จะเป็นขนก็ไม่ควรนำมาล้อเลียนเป็นสิทธิ์ของเขา จนมีการวิจารณ์ตอบโต้กันไปมาจนเป็นกระแส 


ที่มา khaosod

วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560

เอมมี่ มรกต เดินสายกระจายแซ่บถึง โคเรีย

อดีตนางงาม "เอมมี่" มรกต กิตติสาระ ก็ควงสามีไปโคเรีย จัดเผ็ดหวานน้ำตาลกระจาย

แม้ว่าจะเป็นทริปเดินทางไปท่องเที่ยวกับสามีที่เกาหลีใต้ แต่อย่าได้คิดว่า "เอมมี่" ติดเบรคความแซ่บนะ เพราะนางยังเดินสายไปเทแซ่บ ทำเอาโซลแทบระเบิด




ที่มา สยามดารา

วันอังคารที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2560

"เอมมี่" โดนชาวเน็ตจวกชุดโชว์เพลง "ผู้สาวขาเลาะ" โป๊ไปมั๊ย

นาทีนี้ต้องยกให้เพลง "ผู้สาวขาเลาะ" ของลูกทุ่งสาวขาเลาะ "ลำไย ไหทองคำ" นั้นรั้งไม่หยุดฉุดไม่อยู่จริงๆ ทำให้เป็นกระแสโด่งดังจนมีดาราศิลปินหลายคนผู้นำเพลงนี้มาร้องคัฟเวอร์กันจนติดตลาด


ล่าสุดดาราและนางแบบสาวสุดเซ็กซี่ "เอมมี่" อมลวรรณ ศิริกิตติรัตน์" ที่ไปโชว์ในผับแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ-เอกมัย ก็ไม่พลาดที่จะนำเพลง "ผู้สาวขาเลาะ" มาร้องคัฟเวอร์กับเขาด้วย ซึ่งเจ้าตัวไปร้องเพลงนี้ ทั้งลีลาน้ำเสียงจัดเต็มไม่ธรรมดาเลยทีเดียว แถมลีลาก็สุดแซ่บสูสีต้นฉบับอย่างสาวลำไย


แต่การโชว์ของสาวเอมมี่ครั้งนี้ ก็มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องชุดที่สาวเอมมี่ใส่ขึ้นโชว์บนเวที เนื่องจากเสื้อที่ใส่นั้นมีลักษณะคล้ายชุดชั้นในเพียงตัวเดียว โดยสาวเอมมี่ใส่ชุดนี้ขึ้นเวที ทำให้บรรดาชาวเน็ตต่างเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสมในการแต่งตัวของสาวเอมี่ว่าอาจจะดูโป๊เกินไปหรือไม่


อย่างไรก็ตาม สาวเอมมี่ยังโพสต์คลิปการแสดงลงในเฟซบุ๊ก  Rungruthai Siriyan พร้อมแคปชั่นว่า
“#ผู้สาวขาเลาะ อะจัดให้เด้อ จบลงแบบสวยงาม การตอบรับดีเยี่ยม จากพี่น้องชาว #ทองหล่อเอกมัย ขอบพระคุณที่ไว้วางใจให้ #เอ็มมี่มดย่อง มามอบความสุขสนุกสนานในค่ำคืนนี้นะคะ”

อินสตาแกรม : mmyamalawan
ที่มา สยามดารา

วันศุกร์ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560

บี-น้ำทิพย์ โชว์จูบดูดดื่ม แพร-วทานิกา ญาญ่า-อุรัสยา เปลี่ยนลุกส์แซ่บเดินแบบจนรันเวย์ร้อนฉ่า

ในงาน บางกอก อินเตอร์ เนชั่นแนล แฟชั่น วีค 2017(BIFW2017) รันเวย์ร้อนฉ่า เมื่อเหล่าซุปตาร์คนดังระดับแถวหน้า ยกขบวนกันมาเดินแบบให้กับเสื้อผ้าแบรนด์ดัง 


ตั้งแต่นางเอกสาวญาญ่า-อุรัสยา ที่เปลี่ยนลุกส์แซ่บโชว์ขนาดนี้ แถมยังปิดท้ายเรียกเสียงฮือฮา เมื่อดาราสาว นางแบบคนดังตัวแม่ อย่างบี-น้ำทิพย์ สร้างความสยิวจูบปากดูดดื่มกับสาว แพร-วทานิกา ดีไซเนอร์คนดัง




เครดิตภาพ #BIFW2017 #vatinika , siamparagonshopping , magaret.gallery , beenamthipofficial

 ที่มา khaosod

วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2560

โบวี่ ปลงเลิกถ่ายบิกินี หันมาปฏิบัติธรรม เตรียมออกจากวงการ

เปิดใจ โบวี่ ประกาศแขวนเต้าไม่ถ่ายหวิวแล้ว จากสาวเซ็กซี่ถ่ายบิกินี่ หันมาห่มขาว ถือศีล นั่งสมาธิ ยอมยกเลิกอีเวนต์ทิ้งเงินเป็นแสนๆ เพื่อไปปฏิบัติธรรม เผยธรรมะทำให้ตนไม่ใช่โบวี่คนเดิม เป้าหมายสูงสุดคือนิพพานไม่ต้องกลับมาเกิดอีก ลั่นรอผ่อนหนี้หมด 10 ล้านจะออกจากวงการ เชื่อธรรมะจัดสรรทำให้ได้รักกับ “โอม อิทธิศักดิ์”


ถ้าพูดถึง “โบวี่ อัฐมา ชีวนิชพันธ์” ก่อนหน้าคงนึกถึงสาวภาพลักษณ์แรงในวงการที่สลัดผ้าถ่ายแบบเซ็กซี่เป็นว่าเล่น โบวี่ ชื่อนี้ไม่ได้การันตีแค่ความเซ็กซี่แต่เรื่องหัวใจยังฮอตไม่แพ้กัน ตกเป็นข่าวกับหนุ่มๆ มากหน้าหลายตาจนได้ฉายาคาสโนวี่ไปเป็นโลโก้ประจำตัว เรียกว่าที่ผ่านมาชื่อเสียงของโบวี่นั้นค่อนข้างออกไปทางลบซะมากกว่า แต่อยู่ๆ โบวี่ก็ลุกขึ้นมาประกาศแขวนเต้าเลิกถ่ายเซ็กซี่ หันหน้าเข้าวัดนุ่งขาวห่มขาวปฏิบัติธรรมเปลี่ยนแนวไปชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านไปแล้ว 1 ปีที่เจ้าตัวปฏิบัติธรรมจริงจัง วันนี้โบวี่ได้ค้นพบความสุขที่แท้จริง ปล่อยวางได้ ไม่อยากมีอยากได้เหมือนตอนเข้าวงการแรกๆ กลายเป็นโบวี่คนใหม่ ตั้งเป้าหมายสูงสุดคือนิพพาน หลุดพ้นไม่กลับมาเกิดอีก รอผ่อนหนี้หมด 10 ล้านจะออกจากวงการ

ทิ้งเงินเป็นแสนๆ ไปปฏิบัติธรรม แฮปปี้ที่ตัวเองไม่ใช่โบวี่คนเดิม

“ฝึกจริงๆ มา 1 ปีแล้ว จริงจังแบบไม่รับงานเลย ถ้าตรงช่วงที่เราเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมก็ต้องยอมตัดใจไม่รับงาน แล้วอย่างถ้าเราลงคอร์สไว้แล้วว่าจะไปแต่พอใกล้ๆ จะไปมีอีเวนต์หรือมีงานอื่นติดต่อมาหลายแสนก็ต้องตัดใจไม่งั้นเราก็จะไม่ได้ไป จริงๆ มันเป็นการฝึกเราอย่างนึงเรื่องของการตัดกิเลส ซึ่งมีหลายครั้งมากที่เป็นแบบนี้ พอจะไปจะมีงานติดต่อเข้ามาเราก็จะบอกผู้จัดการส่วนตัวไว้เลยว่าปฏิเสธไปเลยเพราะล็อกคิวไปปฏิบัติธรรมแล้ว เพราะคอร์สปฏิบัติธรรมมันต้องจองล่วงหน้าและต้องรอคิวนาน แล้วถ้าเราได้คิวแล้วแล้วไม่ไปกว่าจะไปจองใหม่มันใช้เวลาไงคะ ส่วนใหญ่จะไป 7 วัน แต่บางทีก็มีคอร์สเล็ก 3 วันบ้างค่ะ ถามว่าทิ้งเงินเป็นแสนๆ เสียดายมั้ย โบวี่ว่าแล้วแต่คนนะคะ เรื่องแบบนี้เอาที่พอดีที่ไม่เดือดร้อนตัวเองดีกว่า อย่างตัวเราเองความรู้สึกเสียดายจะมีน้อยมากเลย แปลกมากเลยค่ะ เรารู้สึกเห็นค่าของการที่เราได้ไปฝึกจิตมากกว่ามันมีค่ามากกว่าเงินมหาศาล ต้องไปลองฝึกค่ะแล้วจะเข้าใจว่าการฝึกจิตจนจิตมันคลายจากความยึดมั่นถือมั่น ปล่อยวาง มันดีอย่างนี้นี่เอง”

“ก็มีทั้งไปเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมและจะนั่งสมาธิอยู่ที่บ้านครั้งละ 1 ชั่วโมง 1 ชั่วโมงครึ่งแล้วแต่วัน พยายามทำให้บ่อยที่สุดเท่าที่ทำได้ เพิ่งฝึกมาปีเดียวเราก็ยังต้องฝึกอีกเยอะยังไม่ถึงขั้นว่าปล่อยสละได้ทุกอย่าง แต่เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเองเท่านั้นเอง จากที่เมื่อก่อนกิเลสอาจจะ 100 ตอนนี้มันเหลือ 70 เรายังแฮปปี้ขนาดนี้ แล้วคิดดูว่าถ้าเราทำต่อไปเรื่อยๆ ชีวิตจะมีความสุขขนาดไหน ฝึกมา 1 ปีที่มันหายไปเยอะมาก อย่างเช่น เมื่อก่อนเราทำงานในวงการมันเครียดนะ เมื่อก่อนจะรู้สึกฉันอยากได้งานนี้ๆ มันเป็นเรื่องของการแข่งขัน และก็ไม่ใช่แค่วงการบันเทิงหรอก ทุกวงการไม่ว่าจะทำธุรกิจหรือทำงานอื่นก็จะมีการแข่งขันแก่งแย่งกันหมด แล้วในจุดที่เราต้องวิ่งไปกับโลกที่วุ่นวายแก่งแย่งมันเหนื่อยนะ จะไม่ไปก็ไม่ได้มันเหมือนบังคับให้เราวิ่งตลอดเวลา”

“พอได้รู้จักที่จะหยุดและวางทำให้รู้ว่านี่คือความสุขที่แท้จริง ตอนนี้โบวี่จะรู้สึกแค่ว่าเราทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ ได้แค่ไหนเอาแค่นั้น ไม่ได้รู้สึกว่าฉันจะต้องดังแบบนี้ จะต้องไปให้ถึงตรงนี้ ต้องรวยแบบนี้ๆ ทั้งที่เมื่อก่อนคิดเลยนะว่าจะทำธุรกิจให้รวยสิบล้านร้อยล้านอะไรแบบนี้ ทุกวันนี้ก็ทำงานปกตินะคะ ถ้าไปถึงจุดนั้นได้ก็ดีแต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร คือเราไม่ได้ตั้งเป้าอะไรที่มันจะทำให้เกิดความโลภเกิดกิเลสเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ทำงานแบบไม่ทุกข์ อย่างเวลามีข่าวก็ไม่เครียดแล้ว คิดแค่ว่าจะออกมาแก้ข่าวยังไงออกมาแก้ไขยังไง สุดท้ายผลจะเป็นยังไงเราก็ปล่อยวาง”


มีบางคนบอกว่าเวลาฝึกไปขั้นสูงในระดับนึงจะถอดจิตได้ เราเคยทำแบบนั้นมั้ย?
“จริงๆ มันเป็นเรื่องปกติมากเลยนะของคนที่ปฏิบัติแต่ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่โบวี่ยังไม่เคยเป็นค่ะ คนที่ฝึกเหมือนจิตมันมีกำลังมีความละเอียด เขาสามารถอ่านจิตคนได้ บางคนเห็นอดีตเห็นอนาคตได้”

เห็นว่าเป็นอาสาสมัครเผยแพร่พระพุทธศาสนา?
“ที่โบวี่มาทำมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา เพราะคิดว่าเราอยู่ในจุดที่สามารถพูดได้เพื่อให้คนอื่นรับรู้เรื่องธรรมะก็เลยอยากใช้ตรงนี้ให้เต็มที่ เด็กรุ่นใหม่ก็สามารถเรียนรู้ธรรมะได้นะ ธรรมะไม่ใช่เรื่องขอคนแก่ ไม่ต้องอายุ 60 หรือเกษียรก่อนค่อยไปเข้าวัด ธรรมะไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อแต่เป็นเรื่องที่เจอไวยิ่งดี เพราะธรรมะคือธรรมชาติการที่เรารู้จักธรรมชาติแล้วเข้าใจมัน ไม่ยึด ปล่อยวาง ไม่ว่าจะมีเรื่องร้ายแรงเข้ามาในชีวิตแค่ไหนถ้าเรารู้ธรรมชาติตรงนี้ว่าทุกอย่างมันก็มีแค่นี้ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เราก็จะชิลล์ เราก็จะอยู่บนยุคดิจิตอลได้อย่างมีความสุข”

“ทุกวันนี้โลกมันวิ่งไปเร็วจริงๆ และมันเป็นสังคมของการแก่งแย่ง มันทุกข์นะ และก็เหนื่อยด้วย ซึ่งต้องอาศัยการฝึกสมาธิอย่างสม่ำเสมอ พอจิตมีกำลังเวลาต้องเจออะไรก็จะชิลล์มาก วาง ไม่สนใจ มันจะทำให้มีความสุขง่ายขึ้น ไม่ต้องวิ่งตามโลกทุกอย่าง ไม่มีความรู้สึกที่ว่าฉันจะต้องรวยเท่านั้นเท่านี้ ฉันจะต้องมีรถยี่ห้อนี้ๆ ถึงจะมีความสุข ไม่มีเลย แค่อยู่ในบ้านหลังธรรมดาๆ อยู่แบบนี้ก็มีความสุขได้แล้ว ถ้าเรื่องของจิตใจก็ปล่อยวางได้มากขึ้น อย่างถ้าตอนที่โดนข่าวมือที่สาม(ชาคริต-วุ้นเส้น) ยิ่งพวกคอมเมนต์นี่แรงมาก ขนาดคนที่ดูแลเราไปอ่านยังประสาทเสียขนาดเขาไม่ได้เป็นเรา บางคนส่งแมสเสจมาในเฟซบุ๊กส่วนตัวเราด่าอี_อกแย่งผัวเพื่อน เราเห็นก็อืมตลกดีเนอะ เมื่อก่อนถ้าโดนเยอะๆ ก็อาจจะนอยด์ ส่วนนึงเป็นเพราะเราปฏิบัติธรรมทำให้ไม่รู้สึกอะไรอย่างที่บอก และอีกอย่างคือไม่ใช่เรื่องจริงก็เลยเฉยๆ เวลามีเรื่องมากระทบก็ยังมีอารมณ์โกรธแต่จะวางไวขึ้น โกรธปุ๊บตัดเลย”

“ตั้งเป้าหมายให้ตัวเองไว้ว่าในชาตินี้จะลดกิเลสของตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เป้าของโบวี่คือปรารถนา มรรคผล นิพพาน การหลุดพ้นไม่ต้องกลับมาเกิดอีก เป็นจุดมุ่งมายสูงสุดที่พระพุทธเจ้าได้บอกไว้ โบวี่ก็อยากไปให้ถึงตามแบบท่าน ในชาตินี้ก็เลยตั้งใจจะทำให้มากที่สุด การฝึกจิตทางธรรมมันดีกว่าทางโลกตรงที่ว่า เงินทองที่หามาได้จากทางโลกเวลาเราตายไปมันเป็นศูนย์ ชาติหน้าคือต้องมาเริ่มทุกอย่างใหม่ แต่ว่าการฝึกจิตในทางธรรมมันเป็นสกิลที่เราเห็นเลเวลไว้ได้ สมมุติในชาตินี้เราทำไว้ที่ 60 ในชาติหน้าเราไปต่อที่ 61 ได้ จนกว่าเราจะไปถึงเลเวล 100 โบวี่เคยได้ยินพระอาจารย์ท่านพูดว่าเวลาเราปฏิบัติภาวนาแล้วเราจะมีเทวดามาเป็นพวก เพราะเทวดาท่านก็อยากได้บุญท่านก็จะอยู่ใกล้คอยช่วยเหลือคนที่ทำกุศลแล้วท่านก็จะได้บุญด้วย บางคนป่วยมาแต่พอมาปฏิบัติธรรมเขาหาย อันนี้เคยเห็นจริงๆ ไม่ลองไม่รู้จริงๆ นะ ต้องมาลองปฏิบัติธรรมเอง บางคนเป็นโรคกรรมโรคเวรพอมาปฏิบัติแล้วแบ่งบุญให้เจ้ากรรมนายเวรแล้วหาย”

รอหมดหนี้สิน 10 กว่าล้าน เตรียมหันหลังให้วงการเข้าสู่ทางธรรม
“ส่วนอนาคตในวงการ ตั้งเป้าหมายให้ตัวเองว่าจะออกจากวงการบันเทิง สำหรับโบวี่งานในวงการบันเทิงเป็นงานที่มีอายุงาน เราคงไม่ทำจนตลอดชีวิต อย่างตอนนี้ต้องผ่อนบ้าน ต้องดูแลที่บ้านอยู่ ยังต้องทำงานหาเงิน แต่พอสักจุดนึงอยากออกจากวงการบันเทิงอยู่แล้ว พอมาปฏิบัติธรรมมันทำให้เราเห็นเค้าโครงชีวิตว่าเราจะเป็นยังไง ความตั้งใจอีกอย่างนึงคืออยากมีเวลาช่วยเหลือมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้าฯ ให้มากกว่านี้ ตอนนี้โบวี่เป็นอาสาสมัครอยู่ก็จริงแต่กลับยังทำได้ไม่เต็มที่มากนัก แต่ถ้าเกิดอนาคตไม่อยู่ในวงการบันเทิงแล้วแต่อาจจะขายของนิดๆ หน่อยๆ ของเราไปเพื่อให้ใช้ชีวิตอยู่ได้ และมีเวลาช่วยเหลือองค์กรและมีเวลามานั่งปฏิบัติภาวนามากขึ้นกว่านี้”

“ชีวิตในอนาคตเราสามารถอยู่เรียบๆ ติดดิน ธรรมดาๆ ได้ ไม่ต้องรอให้รวยร้อยล้านก่อน ขอแค่หมดหนี้หมดสินและมีเงินดูแลที่บ้านได้ทุกเดือนเพราะพ่อแม่ไม่ได้ทำงานแล้ว แค่นี้โบวี่ก็อยู่ได้แล้วนะ”

มีกำหนดมั้ยว่าเมื่อไหร่จะเฟดตัวออกจากวงการ?
“อยากเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ มันอยู่ที่ว่าจะผ่อนบ้านให้หมดได้เร็วแค่ไหน ราคาบ้าน 20 กว่าล้าน แต่ผ่อนมาจนเหลือ 10 กว่าล้านแล้วค่ะ ถ้าหมดหนี้บ้านก็อยากจะละวางแล้วอ่ะ ไม่รู้ว่าถึงวันนั้นจะเป็นยังไงนะแต่นี่คือสิ่งที่ตั้งใจไว้ ส่วนเรื่องถ่ายเซ็กซี่ไม่ถ่ายแล้วเพราะการถ่ายเซ็กซี่มันขัดจริงๆ ค่ะ เราเป็นอาสาสมัครองค์กรเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาด้วยมันขัดมาก แต่ถ้าเป็นงานอื่นเล่นละครหรือถ่ายแฟชั่นปกติเราถ่ายนะ”

เชื่อธรรมะจัดสรรทำให้ได้ปิ๊งรักกับ “โอม อิทธิศักดิ์” หวานใจคนล่าสุด
“อย่างเรื่องความรักเราก็ตั้งจิตตลอดว่าอยากเจอคนที่ศีลเสมอกัน ธรรมเสมอกัน เกื้อกูลกันทั้งทางโลกทางธรรม ที่ผ่านมาเจอก็ไม่ใช่ๆ แต่โอมกลับเป็นสิ่งที่เราตามหา สมมุติมี 20 ข้อ เราชอบเขา 18 ข้อแล้วอ่ะ(ยิ้ม) ถ้าเป็นสเปกคือถูกสเปก 90% จากที่เมื่อก่อนคิดว่าแค่ถูกใจแค่ 60% ก็โอเคแล้ว โบวี่ชอบโอมเพราะไลฟ์สไตล์เขาอยู่บนความพอเพียงและเรียบง่าย ไม่ตะเกียกตะกาย เราชอบเพราะเราอยากมีชีวิตแบบนั้น อยู่ด้วยแล้วรู้สึกว่าสบายใจนี่แหละคือชีวิตที่เราอยากมี”

“ในความคิดโบวี่การอยู่ง่ายๆ ติดดินชีวิตยิ่งแฮปปี้ โบวี่ใช้ชีวิตหวือหวามาเป็น 10 ปีแล้ว อยู่ในจุดที่หวือหวาเหลือเกิน ถ่ายเซ็กซี่(หัวเราะ) มีข่าวนั่นนี่ แต่ไม่ได้บอกว่าที่ผ่านมาไม่ดีนะคะเพียงแต่พอเรามาเจอจุดที่มันสงบแล้วมันดีกว่า อย่างโอมก็เรียกว่าศีลเสมอกันได้เพราะเขาก็เป็นคนที่มีธรรมในใจ รู้สึกว่าเขาใช่ ณ เวลานี้แต่ก็ต้องใช้เวลาในการค่อยๆ ดูไปว่าในระยะยาวเป็นยังไง เราไปพูดแทนอนาคตไม่ได้ ถ้าสิ่งที่เขาเป็นมันไม่เที่ยงก็คือไม่เที่ยง ถ้าเขาเปลี่ยนไปก็คือเปลี่ยนไป อยู่กับปัจจุบันดีกว่า กับคนนี้โบวี่คิดเอาเองว่าเป็นธรรมะจัดสรร(ยิ้ม)”

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

วันพุธที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ไฮโซ ม่านฟ้า(Marnfha) โชว์ความเซ็กซี่ขึ้นปก PLAYBOY

หลังการหารือมายาวนานเพื่อหาข้อสรุปว่านางแบบคนไหนจะได้อวดโฉมบนปกนิตยสาร PLAYBOY Thailand ซึ่งก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ในเดือนนี้ ในที่สุดได้มาลงตัวที่ ม่านฟ้า-อรปภัตร จันทรสาขา นักธุรกิจสาวผู้ซึ่งรวยทั้งความคิด ความสามารถ และเสน่ห์ ที่ได้มาอวดความเซ็กซี่บนปก PLAYBOY เดือนกรกฎาคมนี้  


หลังมีข่าวทานข้าวกับดาราหนุ่มคนดัง เธอตกเป็นกระแสสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ชื่อของ ไฮโซม่านฟ้า ได้กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ชั่วข้ามคืนผู้คนต่างให้ความสนใจ เริ่มขุดคุ้ยประวัติและเรื่องราวส่วนตัวของเธอ ทำให้นักธุรกิจสาวผู้มีพร้อมทั้งความคิด ความสามารถ และ ความมีเสน่ห์น่าหลงใหล ที่ชื่อ อรปภัตร จันทรสาขา เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว พร้อมกับคำครหาว่าต้องการเกาะกระแสดารา ในชื่อที่ใครๆ เรียกกันติดปากว่า “ไฮโซม่านฟ้า” ซึ่งเจ้าตัวได้เผยว่า

“ม่านไม่เคยมองตัวเองเป็นดาราหรืออยากดัง เพราะม่านเป็นนักธุรกิจ ซึ่งธุรกิจของม่านไม่มีความจำเป็นต้องใช้ชื่อเสียงนอกเหนือจากฝีมือและมันสมองเท่านั้น แต่เผอิญเรามีข่าวกับดาราคนนั้นคนนี้ จนทำให้สังคมเริ่มตั้งคำถาม เราเป็นใคร มาจากไหน ตอนนั้นเป็นอะไรที่สุดๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งเลยค่ะ (หัวเราะ) จากที่อยู่เงียบๆ ม่านต้องมาคอยตอบคำถามต่างๆ นานา พูดตรงไปก็อาจไม่เป็นผลดีกับตัวเอง เพราะม่านเป็นคนพูดตรงและแรง พอพูดไม่ตรงก็หาว่าเราโกหก จะตอบแบบกลางๆ ก็ยากเหลือเกิน สุดท้ายก็พยายามเป็นตัวเราละกัน ทุกวันนี้ก็พยายามปรับตัวและวางให้ตัวดีแค่นั้นพอค่ะ”


สำหรับการสลัดผ้าถ่ายแฟชั่นชุดชั้นในพร้อมกับเครื่องเพชรให้กับนิตยสาร PLAYBOY THAILAND ของไฮโซสาว “ม่านฟ้า อรปภัตร จันทรสาขา” ทำให้หนุ่ม ๆ ยกฉายาอึ๋มพันล้านให้เธอเลยทีเดียว


โดยล่าสุด เจ้าตัวเปิดใจว่าแฮปปี้มากกับกระแสตอบรับที่ดี มั่นใจไม่กระทบภาพนักธุรกิจ พร้อมยันว่าไม่ได้ตกอับ ไม่ได้ถังแตก เพราะเพชรราคาหลักล้านเป็นของตนเองล้วน ๆ


ขอขอบคุณภาพจาก Playboy Thailand
ขอขอบคุณคลิปจาก daradaily
ที่มา ไทยรัฐออนไลน์, ผู้จัดการออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2558

เก๋ กันยากร โต้ปล่อยคลิปหลุดจ๊วบปากนัวสาวเซ็กซี่

นางแบบสาวเซ็กซี่ เก๋ กันยากร ศุภการค้าเจริญ ขยันโชว์ของดี จนงานเข้า แจงไม่ได้ปล่อยคลิปหลุด ด๊วบปาก นัวสาวเซ็กซี่




หลังมีคลิปหลุดจ๊วบปากนัวสาวเซ็กซี่ ไปโผล่ใน เพจเฟซบุ๊ก You like คลิปเด็ด v2 โดย สาวเซ็กซี่ เก๋ กันยากร ศุภการค้าเจริญ ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงผ่านอินสตาแกรมระบุว่า




ที่มา Siamdara
วีดีโอจาก Rakdara Dotnet
อินสตาแกรม : khun_Lederer44

วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ฮั่น เดอะสตาร์ ยอมรับกำลังเดินหน้าจีบ ไอซ์ ปรีชญา

หลังจากที่มีภาพถูกชาวโซเชียลจับผิดรูปภาพที่คล้ายๆ กันของ นักร้องหนุ่ม อิสริยะ ภัทรมานพ หรือ ฮั่น เดอะสตาร์ กับ นักแสดงสาวไอซ์ ปรีชญา ออกมาให้เห็นเรื่อยๆ ทำให้มีการจับตาความสัมพันธ์ที่แท้จริงของทั้งคู่


ล่าสุดได้โอกาสมาเจอหนุ่มฮั่น จึงไม่พลาดที่จะสอบถามถึงความสัมพันธ์ที่แท้จริง โดยเจ้าตัวได้เปิดเผยให้ฟังว่า

ความสัมพันธ์กับ ไอซ์ ปรีชญา หลายคนจับตามอง?
"ก็....คุยกันครับ"

สถานะความสัมพันธ์ตอนนี้คืออะไร?
"สนิทกันมากขึ้นครับ ค่อยๆ คุย"

ทราบหรือเปล่าว่า ไอซ์มีแฟนแล้ว?
"เรื่องนั้นให้เขามาตอบเองดีกว่าครับ ถ้าจะให้ผมพูดถึงอีกบุคคลหนึ่งขอไม่พูดดีกว่า"

เราได้ถามเขาหรือเปล่า?
"จริงๆ ผมทราบข้อมูลมาบ้างครับว่าเป็นอะไรยังไง แต่ไม่ขอพูดถึงดีกว่าครับ"

กลัวคนจะมองว่าเราไปแย่งแฟนคนอื่นมาไหม?
"อันนี้แล้วแต่คนจะมอง แต่ผมเชื่อว่าถ้าเกิดน้องออกมาข้อมูลต่างๆ น่าจะรู้ว่าข้อเท็จจริงเป็นยังไง"

เรามั่นใจว่าเขาโสด?
"ถ้าจะคุยก็คงต้องทำการบ้านนิดนึงครับ" (ยิ้ม)

ทางด้านฝ่ายชายได้เข้ามาพูดคุยกับเราบ้างหรือเปล่า?
"ผมไม่ได้รู้จักกับพี่เขาเป็นการส่วนตัว ก็ไม่รู้จะพูดอะไร ผมว่าน่าจะเข้าใจมากกว่า เพราะโตๆ กันแล้ว"

เราชอบไอซ์ตรงไหน?
"เขาเป็นคนน่ารักครับ คุยและเข้าใจกัน"

ไปรู้จักกันได้อย่างไร?
"ก่อนหน้านี้เคยทำงานร่วมกันมาก่อน 3-4 ครั้ง ได้คุยกันมากขึ้น สนิทกันในช่วงคอนเสิร์ตครับ"

คอนเสิร์ตที่ผ่านมาเรามีส่วนเลือกให้ไอซ์มาเป็นแขกรับเชิญบ้างไหม?
"ผมรีเควส์เองครับ แต่ไม่รู้ว่าเขาทราบหรือเปล่า"

ตอนนั้นเริ่มศึกษากันแล้วใช่ไหม?
"ไม่ครับ ตอนนั้นไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าจะมีโอกาสได้รู้จักกันขนาดนี้"

แฟนคลับว่าอย่างไรบ้าง?
"ผมว่าเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่จะมีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบ แต่พยายามจะบอกทุกคนว่าให้โฟกัสเรื่องงาน ถ้าจะคบกันจริงๆ คงไม่ทำให้งานเสีย"

ก่อนหน้านี้ได้พูดคุยว่าจะออกมาให้สัมภาษณ์บ้างไหม?
"ก็มีคุยครับ เพราะรู้อยู่แล้วว่ามาวันนี้อาจต้องโดนพี่ๆ ถาม อะไรที่เราตอบก็ไม่ได้โกหก ตอบตามตรง เราคุยกันรู้จักกันมากขึ้น แต่ถ้าถามว่าเป็นแฟนกันหรือยัง ผมว่าใช้คำนั้นอาจจะเร็วไปสำหรับหนึ่งเดือน ยังมีหลายๆ จุดที่เราต้องทำความเข้าใจ ผมมีความสุขดีกับสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้"

ตอนนี้ถือว่าสนิทกันได้ไหม?
"ก็สนิทครับ"

คนเห็นว่าวันที่ไปกินเค้กด้วยกัน มีป้อนกันด้วย?
"อื้ม...(หัวเราะ) อาจจะเป็นจังหวะที่คนเขาเห็น แล้วเราไม่รู้ก็ได้"

ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยไหม?
"ถ้าว่างก็เจอกันบ้างครับ"

ออกมายอมรับ กลัวเรตติ้งไหม?
"เราทำงานอยู่ตรงนี้ ถ้าโกหกคนก็รู้ว่าโกหก เพราะเรามีไปไหนมาไหนด้วยกันบ้าง"

ถ้าเรียกว่าหวานใจได้ไหม?
"อันนี้ไม่รู้เหมือนกันครับ" (เขิน)

มีโอกาสได้เจอครอบครัวกันบ้างหรือยัง?
"มีเจอคุณแม่เขา ตอนคอนเสิร์ตครับ ตอนนั้นน้องเขาเจ็บขา เราเอาลูกโป่งไปให้กำลังใจ ก็เจอคุณแม่เขา ท่านน่าจะรู้ว่าเราคุยกันอยู่"

เรากลัวว่าเราจะออกตัวแรงเกินไปไหม?
"ผมว่าไม่ใช่การออกตัวแรง แต่มันเป็นเรื่องที่ไม่อยากโกหกมากกว่า"

แต่ก่อนหน้านี้เราก็มีข่าวกับอิงฟ้า พอเขามีข่าวกับ บอย ปกรณ์ เราเลยโดนจับตามองว่าจะแข่งเปิดตัวกัน?
"ผมว่าไม่ใช่ครับ ไม่ได้มีการแข่งกันอยู่แล้ว ผมกับพี่บอยก็รู้จักกันอยู่แล้ว แต่ละคนมีทางเดินของตัวเอง อยู่ที่ว่าใครจะเลือกแบบไหนมากกว่า ผมกับน้องอิงฟ้าก็ยังเป็นพี่เป็นน้องเหมือนเดิม ไม่ได้ทะเลาะกัน ถ้าสองคนคบกันจริงๆ ผมก็ยินดีด้วย พี่บอยเป็นพี่ชายที่ดี เหมือนน้องเราได้ผู้ชายดีๆ มาดูแล ก็ยินดีครับ"

ที่มา www.popcornfor2.com
ขอขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม hunz_iph, icepreechaya

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558

แตงโม เปิดใจ สถานะความสัมพันธ์กับ โตโน่

นักแสดงสาว แตงโม ภัทรธิดา ได้ออกมาเปิดใจเรื่องความสัมพันธ์กับหวานใจหนุ่ม “โตโน่ ภาคิน” ซึ่งงานนี้เธอได้ยอมรับว่าแยกกันอยู่แล้วจริง โดยให้เหตุผลว่าห่างเพื่อทบทวน ยังไม่ใช้คำว่าเลิก แต่อยู่ในช่วงคลุมเครือเพราะไม่ได้ติดต่อพูดคุยกันเลย หากอนาคตตกลงกันเรียบร้อยว่าสถานะจะเป็นอย่างไร จะออกมาแจ้งให้ทราบทันที พร้อมทั้งยังยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับมือที่สามแน่นอน


หลายคนอยากรู้ถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น?
”สำหรับเหตุการณ์ทุกอย่าง เป็นเวลาสักพัก ที่โมไม่เคยพูด นี่เป็นครั้งแรก ต้องยอมรับว่า มันยังไม่ถึงเวลา มันเป็นเรื่องของคนสองคน มันจะมีบทสรุป มันต้องเกิดจากคนสองคนและครอบครัวทั้งสองฝั่ง อย่างที่เขาบอก เรื่องแบบนี้ต้องใช้เวลา โมขอให้เป็นหน้าที่ของหัวหน้าครอบครัวในการตัดสินใจ”

โตโน่บอกว่าเราแยกกันอยู่แล้ว?
”ค่ะ สักประมาณหนึ่งเดือน เราตัดสินด้วยกันทั้งคู่ เราอาจจะห่างกันเพื่อทบทวนอะไรบางอย่าง การที่เราเจอปัญหา ก็ต้องการเวลาที่จะคิด บางทีการอยู่ใกล้กันเกินไป เลยไม่มีช่องว่างให้คิด สาเหตุเบสิกของชีวิตคู่ ทั้งนี้ทั้งนั้นขอรับไว้คนเดียวดีกว่า”

สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาครั้งนี้?
”เป็นสาเหตุทั่วไป เรื่องรายละเอียดเล็กน้อยแต่สะสม เรื่องที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้ไม่เกี่ยวเลยค่ะ”

ยังได้พูดคุยกันอยู่เหมือนเดิมใช่ไหม?
”ตอนนี้ห่างกันนะคะ โมยังเชื่อมั่นในพระเจ้า ถ้าเราฝากชีวิตไว้ที่ท่าน พระเจ้าจะหาทางออกที่ดีให้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตาม ร่วมสุขมันง่าย ร่วมทุกข์ได้เราจะโตขึ้น เราต้องอดทนฝ่าฟันอุปสรรค์ไปให้ได้ บางทีการที่เรายอมแพ้ต่อปัญหาได้ง่ายๆ มันไม่ใช่ฝ่ายใดแพ้ แต่มันแพ้ทั้งคู่ ไม่ใช่พระประสงค์ของพระเจ้าแน่นอน”

แสดงว่าเรายังรอโอกาสรีเทิร์น?
”ตอนนี้เรายังไม่เลิกกันนะคะ เรารักกันจะตาย ที่เคยสัญญามา ออกมาจากความรู้สึกล้วนๆ ซึ่งการที่เราได้พบกันมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และการจากลาก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเหมือนกัน ถ้าวันหนึ่งเราจะสรุปยังไง โมสัญญาว่าจะมาบอกแน่นอนค่ะ ส่วนตอนนี้เป็นแบบไหนขอพูดแบบนั้นก่อน”

เราจะเดินหน้าง้อก่อนไหม?
”ในเรื่องการง้อก่อน ไม่ใช่เรื่องสำคัญ มันเลยระดับแบบนั้นไปแล้ว มันยิ่งใหญ่กว่านั้น”

ครอบครัวว่าอย่างไรบ้าง?
”ต่างฝ่ายต่างไม่แฮปปี้ที่สถานการณ์เป็นแบบนี้ เขาอยากเห็นเรามีความสุขมากที่สุด ท่านทั้งสองก็เป็นกำลังใจให้เราค่ะ ส่วนในอนาคตที่คอนเฟิร์มไม่ได้ เราไม่รู้ว่าถ้าเราบอกแง่บวก แต่ถ้าสรุปเป็นลบ ก็กลายเป็นว่าเราพูดไม่จริง”

มีกระแสข่าวว่า เฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน เป็นมือที่สาม?
”ขอยืนยันตรงนี้เลยว่าน้องไม่รู้เรื่องอะไรเลย ที่น้องให้สัมภาษณ์ไป เพราะน้องมีจุดประสงค์แค่ส่งความห่วงใย เป็นกำลังใจให้เราสองคน”

ข่าวว่าเราขี้หึงมาก?
”ไม่น่าใช่ค่ะ”

เรียกว่าสถานะยังคลุมเครืออยู่ได้ไหม?
”ใช่ค่ะ ยังคลุมเครืออยู่ เราอยู่ในช่วงสับสน แต่คิดว่าจะสรุปได้ในเร็วๆ นี้ เรื่องนี้บั่นทอนจิตใจอยู่เหมือนกัน”

ถามถึงเรื่องที่ โม อมีนา ออกมาปกป้องเรา?
”น้องโม เป็นคนใจร้อน โมก็เห็นตัวเองในตัวโม อมีนา เหมือนกัน ถ้าเมื่อก่อนโมคงเป็นแบบนั้น แต่นี่โมเป็นนิวโมแล้ว โกรธเกลียดใครไม่เป็นแล้ว มันไม่แปลกที่น้องโมโห แต่ก็ต้องใจเย็นบ้าง”

โม อมีนา ยอมรับว่าคนนั้นคือ อักษรย่อ อ.?
”โมไม่ขอพูดถึงบุคคลที่สามดีกว่าค่ะ โมเสียใจแต่ก็กลับไปรักกับเพื่อนคนนั้นได้ โมก็รักเขาและครอบครัวเขาเหมือนเดิม”

แสดงว่าเรายังรักเพื่อนคนนั้นอยู่?
”รักสิคะ โมไม่เคยเกลียดใคร ยิ่งใกล้ชิดพระเจ้า โม ไม่อยากโกรธใครอีกเลย”

หลายคนสงสัย ทำไมถึงปิดไอจี?
”สำหรับไอจี ก็เสียดายเหมือนกัน เล่นมา 5 ปี แต่ว่าโมอยากจะอธิบายว่า ไอจีคนให้ความสำคัญมากเกินไป มันไม่สำคัญเท่าจิตใจของเรา ไม่สำคัญเท่ากับคนในรูปภาพ บางทีมีพวกนักเลงคีย์บอร์ดเข้ามาทำลดเกียรติรูปภาพเล่านั้นลงไป บางทีโมถ่ายกับผู้ใหญ่เพื่อเก็บความทรงจำ พอมาเจอแบบนี้เลยขอปิดดีกว่า และสร้างไอจีใหม่ลงแต่ผลงานโม ใครจะติอะไรก็ได้โมรับฟัง ยอดฟอลโล่ไม่ใช่สิ่งที่วัดความสำเร็จของชีวิตมันอยู่ที่ตัวตนเรามากกว่า”

สภาพจิตใจตอนนี้เราเป็นอย่างไรบ้าง?
”จิตใจโมโอเค ด้วยความที่เขาใช้เวลา เราต้องได้กำลังใจดี”

สถานะความสัมพันธ์ของเรากับโตโน่ตอนนี้คืออะไร?
”ตอนนี้ยังไม่มีคำตอบที่ดีที่สุด สถานะตอนนี้ก็ยังไม่มีคำตอบที่ดีที่สุดค่ะ”

ที่มา : sanook.com

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ใบเตย โดนชาวเน็ตรุมจวกเละ หลังโพสต์ภาพกับข้อความ "คนซอฟท์ๆไม่มีที่ยืน"

ลูกทุ่งนุ่งสั้น ใบเตย อาร์สยาม คงไม่ชอบอยู่เฉยๆ เงียบๆ เพราะอยู่ๆ ก็ออกมาโพสต์ภาพคำว่า “แ_ง” หรือ “แ_ด” พร้อมข้อความว่า “#คนซอฟท์ๆไม่มีที่ยืน #สื่อไม่สนใจ #รับทราบค่ะ #ชัดเจนนะคะ” ลงอินสตาแกรมส่วนตัว จนชาวเน็ตเข้ามารุมก่นด่ากันยาวเป็นหางว่าว


ไม่รู้ว่าอารมณ์ไหน จู่ๆ ใบเตย อาร์สยาม ออกมาโพสต์ภาพพร้อมติดแท็ก #คนซอฟท์ๆไม่มีที่ยืน #สื่อไม่สนใจ ลงไอจี จนทำให้มีคนมาคอมเม้นท์มากมายหลายอารมณ์ ตัวอย่างเช่น

- ปกติไม่เคยเม้นดาราคนไหนน๊ะ แต่รู้สึกได้ว่า ดาราคนนี้ ชอบสร้างกระแส สร้างเรื่องในทางผิด เห็นเรื่องผิดๆหน้าอายเป็นเรื่องถูกไป สงสารจัง เหนื่อยไหมที่ต้องทำแบบนี้ ถ้าบอกว่าไม่เหนื่อย จะเหนื่อยได้งัย ก็มันติดเป็นนิสัยไปแล้ว สงสาร

- ไม่หรอกครับ ดาราดีๆก้อมีเยอะนะครับ เช่นคุณอั้ม พัชราภา คุณแอน ทองประสม เขาก็ทำตัวดี ดูแพงนะครับ

- ทำไมต้องเอาตัวเองมาเป็นตัวอย่างค่ะ ถ้ามีที่ยืนแบบความคิดคุณขออยู่นอกโลกดีกว่า คุณคืิอกากไอดอลของฉัน ฉันจะทำทุกอย่างตรงข้ามคุณ ที่ยืนเพียบ

- พี่แอน. พี่อั้ม พี่ชม. เค้าวางตัวดีเสมอมา เค้าก็ยังมีที่นั่งแบบไม่มีคนชิงบัลลังก์ได้. แต่คนที่ดังเพราะฉาว ดังเพราะแรด ก็ไม่แปลกคะ ที่จะดับเป็นเรื่องปกติ

- คนที่เค้าดูดีเลอค่าแบบไม่ต้องแรดตอแหลและแรงมีถมไปมีมากมายก่ายกองพวกที่ต่ำเท่านั้นแหละเน้อะที่คิดแบบนี้พี่อั๊มไม่เห็นต้องแรสต้องแรงค่าตัวหลักล้านสิบล้าน

- คิดใหม่สิจ้ะ ดูอั้มพัชราภา แอฟทักษอร ชมพู่อารยา ฯลฯ เขาไม่แรดไม่แรง และเปนคนซอฟๆ ยังดังได้เลยค่ะ #คิดสิคี๊ดดดดดดดดดด

- สร้างกระแส อยากดังละสิ อีพี่เตยย คิดได้แค่นี้หรอ สมองอันน้อยนิด เรียกร้องความสนใจ เหอะๆ

- เลิกติดตามนางนี่กันเถอะค่ะ #อาการกำเริบอีกแล้วใบเตยยย

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558

มิ้นต์ เคลียร์ชัด ขอไม่มีแก๊งดีกว่า สบายใจเข้าได้กับทุกคน

นางเอกสาว ช่อง 3 มิ้นต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง เจอดราม่าว่าหันไปซบแก๊งใหม่ หลังจากไปร่วมงานวันเกิดนางเอกฮอตต่างช่องอย่าง ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่  จากเหตุสัมพันธ์กับเพื่อนแก๊งละครซีรีส์ สี่หัวใจแห่งขุนเขาล่ม


พอเจอสาวมิ้นต์ขณะไปร่วมเปิดงาน เทสต์ ออฟ นิวซีแลนด์ 2015 เจ้าตัวเลยขอเคลียร์เรื่องนี้ว่า

"กับใหม่รู้จักมาสักพักแล้ว ก็คุยกันตลอด แต่ไม่เคยลงรูป ด้วยกัน จริงๆ ไม่ได้สนิทแบบเพื่อนซี้อะไรแบบนั้น คือเราอยู่วงการเดียวกัน วงการนี้ค่อนข้างแคบก็เจอกันแค่นั้นแหละ"

คนจับตาว่าไปอยู่แก๊งเดียวกับใหม่หรือเปล่า? 
"ไม่ค่ะ อยู่อย่างไม่มีแก๊งดีกว่า สบายใจจะอยู่ตรงไหนเราแฮปปี้ก็อยู่ไปเรื่อยๆ อยู่ได้กับทุกคนดีกว่า"

ใหม่ชวนย้ายช่องไหม?
"ไม่มีๆ สัญญากับช่อง 3 ยังเหลือ อีกหลายปี ถามว่ากับแก๊งเรามีเจอกันบ้างหรือเปล่า มีล่าสุด เพิ่งเจอมาร์กี้ (ราศรี) ไปถ่ายแบบด้วยกันค่ะ"


ข่าวว่า ญาญ่า-อุรัสยา มายุให้เราแตกคอกับ คิม-คิมเบอร์ลี่? 
"ไม่มีแน่นอน กับญ่าไม่ค่อยได้คุยกัน กลุ่มนี้ไม่ค่อยได้เจอกัน ไม่มีอะไรจะต้องยุแยงกัน เราอยู่ช่องเดียวกันด้วยค่ะ"

มีอีกที่บอกว่าญาญ่าและมาร์กี้เก็บความลับไม่เก่ง?
"ไม่น่าใช่ มิ้นต์ไม่ได้คุยกับญ่ามาสักพักแล้ว แต่เรายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ความรู้สึกดีๆ ที่มีให้ญ่าก็เหมือนเดิมค่ะ กับมาร์กี้ก็ไม่จริง เขานิสัยดี น่ารักมาก เรื่องพวกนี้เหมือนข่าวเม้าธ์ผ่านมาเดี๋ยวก็ไป"

มิ้นต์โดนโจมตีเรื่องการคบเพื่อนตลอดเลย? 
"ใช่ เหมือนเป็นที่โฟกัสข่าวทุกครั้งก็ต้องเกี่ยวกับเรื่องเพื่อน ถามว่านอยด์ไหม ก็ไม่ เราก็มีความสุขในแบบของเรา ไม่ได้ซีเรียส ถามว่าจากทีม สี่หัวใจแห่งขุนเขา ไม่สนิทกันเหมือนเดิมแล้ว คือไม่ค่อย ได้เจอกัน เราโตขึ้นสังคมก็มากขึ้น แล้วที่เขาไปไหนมาไหนแล้วไม่ได้ชวนเรา ก็ยังไม่เห็นว่าไปไหนนะ"

อยากจะมีนัดกับเพื่อนๆ เพื่อสยบข่าวไหม? 
"ตอนนี้คงยาก ทุกคนงานเยอะ แต่ความสัมพันธ์เราก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม"

ถามถึงงานละคร ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
"ถ่ายละครกับพี่โอ้ (มาริโอ้) เรื่อง สองหัวใจนี้เพื่อเธอ สนุก ดำเลยไปทะเลมา"

ทำงานเยอะอย่างนี้ ภูผา เตชะณรงค์ ดูแลยังไง? 
"ดูแลตัวเองค่ะ ก็เจอกันบ้างแต่น้อย พี่เขาทำงานใหม่ด้วยก็ต้องปรับตัว แต่ก็มีส่งขนมคือช่วงนี้ไม่ได้เจอ ก็ให้คนขับรถซื้อขนมมาให้ ก็เรียกว่ายังดูแลดีค่ะ (หัวเราะ) และก็มีบอกมาทะเลนะ ก็ถ่ายรูปส่งไปให้ ตอนนี้พี่ภูผาทำงานบริษัทไม่มีเวลาไม่ว่างเลย เราก็เข้าใจค่ะ"

ที่มา ข่าวสดออนไลน์

วันพุธที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2558

บุ๋ม น้อยใจ โดนวิจารณ์คลิปนัวเนีย เอก หนักมาก ลั่นไม่ได้ทำอะไรเสียหาย

ล่าสุดบนโลกโซเชียลได้มีการแชร์คลิป บุ๋ม โชว์หวานกับสามี เอก เอกริน จนกลายเป็นกระแสที่กำลังพูดถึงกันอย่างมากในขณะนี้เลยทีเดียว โดยสาเหตุที่ทำให้เป็นกระแสเพราะมีคนจับผิดว่าทั้งคู่อยู่บนเตียงแถมกอดกันนัวเนียเลยโดนวิจารณ์ว่าไม่เหมาะสม

พอมีโอกาสได้เจอ “บุ๋ม” ในงานมอบรางวัล  “ทูตความดี ศรีวิสาขบูชา” เนื่องในวันวิสาขบูชาโลก ประจำปี ๒๕๕๘ ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร เจ้าตัวก็บอกว่า



“คลิบนัวเนียเอกบนเตียงพูดเลยว่าน้อยใจ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ บางคนเป็นแค่แฟนแต่สนิทแนบเนื้อก็ไม่เห็นด่ากัน แต่ของเรานี่ใช้คำว่าสามี-ภรรยากลับเป็นกระแส เพราะเราไม่ได้ทำอะไรเกินเลยและไม่ได้ทำต่อหน้าลูกด้วย เสื้อผ้าก็ใส่ครบแถมเล่นกันที่ห้องรับแขก ที่มันเป็นกระแสก็เพราะมีบางคนถ่ายไปแค่รูปที่คอแล้วเอามาด่ากัน เราถือว่าคนทำนี่จิตใจหยาบทราม ก็ไม่คิดว่าจะฟ้องหรอกขอด่าอย่างเดียวเพราะเขาแรงมาเราก็แรงกลับเราไม่ผิดอะไร เราทำงานด้วยกันในสังคมเราต้องจริงใจกันสิ ก็เข้าใจว่างานคุณคือการทำข่าวแต่ไม่ใช่ว่าสำนักหนึ่งทำข่าวแล้วอีกสำนักนำไปเขียนต่ออีก จะให้บอกวันที่ก็ได้ว่าใครทำก่อนทำหลัง เรื่องงดสัมภาษณ์ 1 เดือนนี่ยังไม่ถึง 1 เดือนเลยแต่ไม่เป็นไร บางอย่างมันเลี่ยงไม่ได้

สำหรับเรื่องน้องกะเทยมันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งเราไปตัดสินเองไม่ได้ก็ให้สังคมดูเองดีกว่า ถามว่าจบแล้วหรือเปล่าก็ยังแต่บางทีอาจจะไม่ใช่แค่คนเดียวเพราะเดี๋ยวนี้เขาทำเป็นกระบวนการ ก็ขอเตือนน้องๆ พริตตี้ตรงนี้เลยนะ ขอชมสำหรับน้องๆ ที่ตั้งใจในการทำงาน แต่ไม่เห็นด้วยกับพริตตี้บางคนที่ส่งข้อความไปให้ผู้ชายแล้วก็อปข้อความนั้นออกมาปล่อย เดี๋ยวนี้ดาราเขาคุยกันนะว่าใครเป็นคนทำแบบนั้น เราก็ไม่อยากอะไรมากเพราะเดี๋ยวจะหาว่าดาราทำร้ายประชาชนแต่ดาราก็ต้องปกป้องตัวเองเหมือนกัน

ตอนนี้ก็กำลังรวบรวมข้อมูลอยู่ ก็ส่งคนไปคุยกับเขาว่าเราจับได้แล้วว่าเป็นอะไร เราก็ไม่อยากจะแฉเขาหรอกเพราะเขาต้องทำมาหากินแถมดาราชายที่เป็นข่าวเขาก็จะเสียไปด้วย แต่พอเราให้คนไปคุยกลายเป็นว่าเขาหนีเฉยเลยทั้งที่ตอนแรกเขามาขอความช่วยเหลือจากเราด้วยซ้ำ ก็ขอประกาศตรงนี้เลยว่าถ้าทำผิดจริงก็อย่ามาเล่นอย่างนี้เพราะเรารู้แล้วและเราเอาจริง จะเรียกว่าแม่พระของคนในวงการไหมคือเราก็พยายามช่วยเต็มที่เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะมีแรงใจช่วยถึงตอนไหน แต่ในส่วนที่เราทำความดีมาโดยตลอดทางผู้ใหญ่หลายๆ ท่านจะรู้และทำให้เราทราบว่าควรแจ้งกับใครหรือทำยังไง ทำให้เราสามารถช่วยน้องได้ทุกๆ เคส ณ วันนี้ก็ดีใจที่ช่วยเหลือคนอื่นได้”

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ใหม่ ปัดขึ้นแท่นเจ้าแม่พรีเซ็นเตอร์ โต้ข่าว มิ้นต์ เข้าแก๊งบอกตนไม่มีกลุ่ม

หลังจากที่ ดาราสาว มิ้นต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง ได้ไปร่วมงานเบิร์ธเดย์ ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ก็เลยตกเป็นประเด็นเม้าท์ว่าสาว มิ้นต์ กำลังหันไปคบแก๊งของสาว ใหม่ แทนแก๊งเดิมเสียแล้ว

พอได้เจอ “ใหม่” ในงาน เจ้าตัวก็ให้สัมภาษณ์ว่า
“ข่าวที่บอก “มิ้นต์ ชาลิดา” ย้ายมาอยู่แก๊งเราก็เปล่า เราไม่มีแก๊ง ส่วนใหญ่ทำแต่งาน จริงๆ น้องเขาน่ารักนะ ถามว่ารู้จักได้ไงคืออยู่ในวงการก็ไม่ได้กว้างอะไรมาก เคยเจอตามงานบ้าง แต่พอรู้จักนิสัยและมีโอกาสได้เจอกันบ่อยขึ้นเลยทำให้สนิทกันเอง เขาเป็นคนน่ารักมาก ก็อย่าโจมตีมิ้นต์เลยนะ กับข่าวนี้ก็พอจะอ่านหัวข้อข่าวมาบ้าง

กับงานพรีเซ็นเตอร์ก็น่าจะเยอะพอๆ กับคนอื่น ตอนนี้ก็มีพูดคุยกันอยู่ ยังไม่ชัวร์ในบางสินค้า ก็เป็นเกียรติมากที่ได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ ช่วงนี้ออกอีเว้นท์บ่อยก็อย่าเพิ่งเบื่อนะ ก็ไม่น่าจะถึง 20 นะ ราคาตัวละ 10 ล้านก็เป็นไปไม่ได้ ก็ไม่ค่อยอยากให้เรียกเจ้าแม่พรีเซ็นเตอร์สักเท่าไร ที่บอกขึ้นแท่นเจ้าแม่พรีเซ็นเตอร์แทนญาญ่าอันนี้ไม่รู้ เราไม่ยึดติดถ้ามีมาก็เป็นโอกาสที่ดีในชีวิต ที่เขาเลือกเราก็คงเป็นเพราะน่าจะตรงกลุ่มลูกค้า สินค้าที่เป็นผู้หญิงที่ดูมั่นใจเขาก็จะเลือกเรา”

ส่วนที่บอกว่า อ๊อฟ พงษ์พัฒน์ จีบให้ไปเล่นช่อง 3 คือพี่เขาก็ไม่จีบหรอก เราเคยร่วมงานกับพี่อ๊อฟ เขาเป็นสีสันประจำกอง จะมีโอกาสเป็นไปได้ไหมก็ไม่รู้ ตอนนี้ยังทำงานวันต่อวัน ยังไม่มีโอกาสได้เจอพี่อ๊อฟเลย ยังไม่มีการพูดคุยเลย คือเรายังมีสัญญาอยู่ ยังทำงานต่อไปให้ดีที่สุด ก็ไม่รู้ว่าเหลืออีกกี่ปี ไม่รู้เหลือเยอะน้อยขนาดไหน”