ข่าวที่น่าสนใจ

วันอาทิตย์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2555

เจ-เจตริน ยันเรื่อง"พลอย"แค่มุกบนเวที


คนใกล้ชิดเผย ''เจ-เจตริน'' เครียด โดนกระแสกระหน่ำ เหน็บแหนม สรรพากร เหตุพูดปกป้อง''พลอย-เฌอมาลย์'' บนเวทีคอนเสิร์ต ฝากชี้แจงไม่ได้มีเจตนาว่ากระทบ แค่แซวน้องสาวเล่นบนเวทีเท่านั้น 


เรียกว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ก่อให้เกิดกระแสได้มากมายเหลือเกิน สำหรับคอเนสิร์ต J on the moon  ของนักร้องหนุ่มรุ่นใหญ่ ''เจ'' เจตริน วรรธนะสิน ที่ขนแขกรับเชิญมามากมาย โดยแต่ละคนล้วนแต่เป็นประเด็นในสังคม ซึ่งมีทั้ง ''ธัญญ่า'' ธัญญาเรศ เองตระกูล ที่เล่นมุกชี้หน้าสามี ''เป๊ก'' สัณชัย เองตระกูล และถามว่า ''เลิกยุ่งกับเมียน้อยหรือยัง'' จนกลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ว่าทั้งสองมีปัญหากันหรือไม่ ซึ่งทางธัญญ่าชี้แจงว่า เป็นแค่การแซวกันขำๆ มากกว่า นอกจากนี้ ''เจ-เจตริน'' ยังได้กล่าวแซวนางเอกสาว ''พลอย'' เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ เรื่องภาษีที่กำลังเป็นที่กล่าวถึง ในทำนองที่ว่า ''น้องพลอยขึ้นมาบนเวทีอย่างนี้ไม่มีอะไรติดค้างแล้วนะ...วันนี้พลอยมาฟรีนะครับ เราไม่ได้จ้างพลอยมางาน เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาตรวจสอบเรื่องค่าตัวพลอยนะครับ'' พร้อมประกาศไม่ร่วมงานกับออกาไนซ์เซอร์ที่มีเรื่องกับดาราสาวอีกด้วยว่า ''สำหรับออร์แกไนซ์เจ้านั้นที่จะจ้างผมไปงาน ไม่ต้องจ้างผมมานะครับ ถึงจ้างมาผมก็ไม่ไป เพราะพวกผมกลัวพวกคุณไปหมดแล้วครับ'' โดยทางพลอยก็ได้ประกาศกลางคอนเสิร์ตว่า ''พลอยทำทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายค่ะ''

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีการนำเสนอข่าวนี้ออกมาก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์คำพูดของนักร้องหนุ่มออกมามากมาย โดยแหล่งข่าวใกล้ชิดของ ''เจ-เจตริน'' เผยว่า ตอนนี้นักร้องหนุ่มรู้สึกเครียดมาก เพราะมีคนเข้าใจผิดคิดว่าเจไปลบหลู่ และเหน็บแนมสรรพากร ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่เลย จึงได้ขอฝากชี้แจงมาด้วย ว่าเจไม่ได้มีเจตนาที่จะว่าสรรพากร เป็นแค่การแซวนางเอกสาวเล่นบนเวที เพื่อความสนุกสนานและเรียกเสียงฮาแค่นั้นเอง

ที่มาข้อมูล : siamdara

วันเสาร์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2555

ญาญ่า โต้ทาบรัศมี อั้ม


''ญาญ่า-อุรัสยา'' ปัดเทียบรัศมี ''อั้ม-พัชราภา'' ร่วมงานเดียวกันแต่แฟนคลับกรี๊ดดังกว่า ยันเรื่องแบบนี้เปรียบเทียบกันไม่ได้ ชื่นชมนางเอกรุ่นพี่สวยและหุ่นดี ตื่นเต้นได้ร่วมงานถึงกับพูดผิดๆ ถูกๆ


เรียกว่านับวันยิ่งฮอตและมีกระแสแฟนคลับมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับนางเอกสาว ''ญาญ่า'' อุรัสยา เสปอร์บันด์ แห่งวิก 3 วันก่อนเรียกว่าขโมยซีนดารารุ่นพี่หลายๆ คนที่ไปร่วมงาน  ''สยามพารากอน ฟู้ด พาสสาจ ออน โฟร์ท'' วันก่อน ไม่ว่าจะเป็น ''อั้ม'' พัชราภา ไชยเชื้อ, ''แพนเค้ก'' เขมนิจ จามิกรณ์  เพราะว่ามีแฟนคลับตามมาเชียร์สาวญาญ่ามากที่สุดจนล้นงาน แถมพอสาวญาญ่าเดินทางมาถึงงานและกำลังเดินขึ้นเวที   แฟนคลับก็กรี๊ดกระหึ่มมากกว่านางเอกรุ่นพี่ที่มายืนอยู่บนเวทีก่อนแล้ว  เรียกว่าเทียบรัศมีสาวอั้มแบบสบายๆ ไปเลย

งานนี้ผู้สื่อข่าวไม่พลาดที่จะขอเปิดใจถึงความรู้สึกที่มีแฟนคลับตามมาเชียร์มากมายขนาดนี้ ซึ่งสาวญาญ่าบอกว่ารู้สึกดีใจมาก แต่ประเด็นที่เทียบรัศมีนางเอกรุ่นพี่ ''อั้ม-พัชราภา'' นั้น ตนขอไม่สู้ดีกว่า

''แฟนคลับมาเยอะมาก เป็นกำลังใจที่ดีมากเลยค่ะ สนุกค่ะ หนูเลิกเรียนจากจุฬาฯ เสร็จหนูยังไม่รู้เลยค่ะว่าหนูจะมาไหน คุณแม่ปล่อยให้หนูเดินมาพารากอนจากคณะ เพิ่งรู้ว่างานมันใหญ่มาก (หัวเราะ) วันนี้รถติดมาก แม่ติดอยู่หน้าคณะเลยปล่อยให้หนูเดินมาค่ะ ฝนตกก็เลยช้านิดหนึ่ง วันนี้คนมาเยอะมากเลยค่ะ หนูอึ้งเลยค่ะ ไม่เคยเห็นคนเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย แล้วแฟนคลับของพี่ๆ น้องๆ เขายืนอยู่กันแล้ว แล้วเหมือนเรามาเป็นคนสุดท้าย คนก็เยอะด้วยก็เลยเหมือนเสียงจะดังกว่า ด้วยการที่แฟนคลับอยู่รวมๆ กัน มีทั้งพี่อั้ม พี่แพนเค้ก มันก็เลยเสียงดังแบบนั้นมากกว่าค่ะ เขาคงคิดว่า โอ้ย  งานจะได้เริ่มซักที เพราะมาถึงแล้ว (หัวเราะ)''

''ส่วนเรื่องทีว่าหนูเทียบพี่อั้ม  อุ๊ย  เทียบไม่ได้ค่ะ เทียบไม่ได้แน่นอน พี่อั้มเขาสวยจริง หุ่นดีจริง อะไรจริง เป็นไอดอลหนูแน่นอนค่ะ เป็นผู้หญิงที่สวยมาก วันนี้ได้คุยกับพี่เค้า   คือหนูตื่นเต้นมากค่ะ พอเจอพี่อั้มก็เลยพูดผิดๆ ถูกๆ'' ญาญ่ากล่าว

ที่มาข้อมูล : Siamdara
                    Gossip Star

วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555

"วิลลี่" ถอด "เปิ้ล"เหตุทำหนังทับทางกัน


ตกเป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการบันเทิงขึ้นมาทันที หลังจากเมื่อ ''เปิ้ล'' นาคร ศิลาชัย ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยมีข้อความว่า หลังได้รับแจ้งว่าไม่ต้องมาอัดรายการสาระแนแล้ว เหมือนถูกฟ้าผ่ากลางกบาล ไม่อยากเชื่อว่าจะมีวันนี้ ยังไม่ได้กล่าวลากับทีมงานทุกคน แต่ขอให้ทุกคนตั้งใจเดินหน้ากันต่อไป และตั้งใจทำงานให้ดี คนทำทีวี จิตใจต้องดี และรักคนดูให้มากๆ ทำเอาเหล่าแฟนๆ ที่เป็นคอรายการถึงกับตกอกตกใจ


โดยล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 19 ก.ย. 55 วิลลี่ แมคอินทอช ประธานบริษัท ลักษ์ 666 ได้เปิดโต๊ะแถลงข่าวที่ตึกลักษ์แซทเทิลไลท์ ทาวน์อินทาวน์ โดยเจ้าตัวได้ขอโทษไปยังเปิ้ล และยอมรับว่าตนรู้มาก่อน 2 สัปดาห์แล้วว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ไม่มีโอกาสได้บอกอีกฝ่าย เพราะเป็นเรื่องที่ตนลำบากใจมาก

''เรื่องนี้ผมรู้ว่าพี่เปิ้ลเสียใจ เราทุกคนที่บริษัทก็เสียใจเหมือนกัน ก่อนหน้านี้เมื่อปีที่แล้วในช่วงเวลาเดียวกัน ตอนที่พี่เปิ้ลตัดสินใจขอถอนหุ้น ผมก็บอกว่าโอเค พี่เปิ้ลก็ถามว่าถ้าจะให้พี่ช่วยเป็นพิธีกรสาระแนต่อไปเรื่อยๆ พี่ก็จะช่วย ผมก็บอกว่าได้ เพราะ ณ ตอนนี้ผมคงเปลี่ยนอะไรมากไม่ได้ในรูปแบบรายการ ก็เลยต้องรบกวนให้พี่มาช่วยก่อน และในวันจันทร์ที่ 17 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา เราอัดเทปรายการสาระแนเสร็จแล้ว ผมก็ทราบมาประมาณ 2 อาทิตย์แล้วเรื่องที่อาจจะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบรายการ และจะมีการเปลี่ยนพิธีกร แต่ผมยังไม่มีโอกาสได้เจอพี่เปิ้ล ครั้งสุดท้ายที่เจอก็คือถ่ายหนังโฆษณาด้วยกัน แล้วก็มาเมื่อวันจันทร์ การที่เรานั่งคุยกันหน้าสตูดิโอ แล้วบอกว่าพี่เปิ้ลครับ ถึงเวลาที่ผมจะไม่ต้องรบกวนพี่ในการมาทำรายการสาระแนให้อีกแล้ว เพราะผมก็รบกวนพี่มาประมาณ 1 ปีแล้ว หลังจากที่พี่เปิ้ลถอนหุ้นไป เป็นอะไรที่ผมและพี่เปิ้ลเองก็เสียใจ เราที่บริษัททุกคนเสียใจ มันมาถึงวันนึงที่ผมไม่รู้ว่า ทำไมต้องเกิดขึ้น แต่เราก็ต้องพัฒนารายการกันต่อไปเรื่อยๆ เราก็จะพยายามทำทุกคำพูดที่พี่เปิ้ลเขียนมาว่าจะทำรายการดีๆ ต้องรักคนดูก่อน ตัวผมเองก็ลำบากใจกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ การที่คำว่า ''ฟ้าผ่า'' ผมขอยอมรับผิดคนเดียวแทนบริษัทและทุกคน เป็นความผิดของผม เพราะจริงๆ ผมรู้เรื่องมา 2 อาทิตย์แล้ว แต่ผมไม่รู้ว่าจะคุยกับพี่เปิ้ลยังไง มันเป็นความลำบากใจเพราะเรารักและสนิทกันมา 15 ปี เมื่อมันมีวันเวลาที่ต้องไปพูด ผมในฐานะตัวแทนและตำแหน่ง ก็หาวิธีการว่าจะคุยกันยังไงดี''

ถามว่าทำไมถึงเลือกที่จะคุยวันนั้น?
''ก็อยากจะบอกว่าคุยวันไหนมันก็ไม่ดีทั้งนั้นละครับ วันนั้นที่ผมคุยกับพี่เปิ้ล พี่เปิ้ลก็เข้าใจนะ เพราะมันเป็นการตัดสินใจของส่วนรวมและต้องมีการพัฒนา ปรับรูปแบบรายการให้ดีขึ้น อันนั้นก็เป็นเรื่องของงาน ถามว่าเรื่องงานพี่เปิ้ลเสียใจไหม เสียใจ ผมก็บอกว่าขอโทษนะ แล้วถ้าผมเจอพี่เปิ้ลอีก ผมก็จะขอโทษอีกครั้ง เพราะคนเราอยู่กันมานานแล้วต้องปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงมันก็ลำบากมากครับ พอมาถึงจุดนึงคืองานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา แต่ชีวิตส่วนตัวของผมกับพี่เปิ้ลก็ยังเหมือนเดิม ผมยังคบหากับพี่เปิ้ลเป็นพี่น้องที่รักกันเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่ได้มีการทะเลาะกัน ตอนแรกผมไม่ได้นึกว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ เพราะว่าการพัฒนารูปแบบรายการ ผมต้องทำในช่วงที่เขามีการเปลี่ยนผัง ถ้าเสนอแบบใหม่เข้าไปมันก็ต้องมีช่วงเวลา''
     
เป็นเพื่อนสนิทกันคบหากันมานาน ทำไมมีการยกหูโทรศัพท์หากันให้เตรียมตัวก่อน? 
''ก่อนที่ผมจะพูดกับพี่เปิ้ล ผมเดินวนอยู่หลายรอบเหมือนกันนะก่อนที่จะพูดออก มันเป็นเรื่องที่ไม่ใช่ง่ายๆ ซึ่งมันเป็นเรื่องเซนซิทีฟ ถ้าเกิดว่าไปคุยกันก่อนหน้านี้ รับรองว่าเทปที่อัดวันจันทร์มันจะเป็นเทปสาระแนที่เศร้าหมอง ผมเลยคิดว่าถ้าจะคุยกันก็ต้องคุยต่อหน้า ไม่ใช่ยกหูคุย''
     
เปิ้ลไม่เหมาะกับรายการสาระแนรูปแบบใหม่ยังไง?
''เป็นแค่การพัฒนาเฉยๆ ผมจะหาพิธีกรใหม่ๆ เด็กๆ เข้ามาเพื่อให้ต้องกับเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นเหมือนเดิมเท่านั้นเองครับ ตอนแรกผมก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ถ้าเป็นแบบนี้ผมก็ขอถอยเองให้เหลือ เปิ้ล-หอย ไว้ แล้วหาพิธีกรใหม่มาแทนผมก็จะดีกว่า ผมเองก็โดนปลดออกจากรายการทีวีมาเยอะ ก็เลยไม่ได้นึกว่าจะเป็นเรื่องใหญ่''
     
การทำงานกับ ''เสนาหอย-เกียรติศักดิ์'' ยังเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า?
''เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก่อนอัดรายการ ก็ยังถ่ายโฆษณาอยู่ด้วยกันครับ ในฐานะพิธีกรร่วมของสาระแน ก็คิดว่าพี่หอยก็ยังอยู่ครับ แต่ก็จะมีพิธีกรใหม่เข้ามาเสริม''

อยากฝากบอกแฟนๆ ของพี่เปิ้ลอย่างไร?
''ผมขอรับผิดแต่เพียงผู้เดียว วันนึงมันก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงพิธีกร ผมก็เป็นห่วงเหมือนกันว่าบางคนจะรับได้ไหม บางคนก็เป็นแฟนคลับของพี่เปิ้ลอาจจะโกรธ ไม่ชอบผมกับพี่หอย แต่ผมกับพี่เปิ้ล-หอย ยังรักกันอยู่เหมือนเดิม เพียงแต่ไม่ได้ร่วมงานกันในตอนนี้ ในอนาคตอาจจะมีงานที่ทำร่วมกันก็ได้ เราไม่ได้แตกแยกในฐานะพี่น้องนะครับ แต่ยากกันทำงานเท่านั้นเอง''

จากนี้ไปจะไม่มีพี่เปิ้ลในรายการของบริษัท ลักษ์ 666 ?
''ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นครับ เพียงแค่ว่า ณ ตอนนี้ผมขอพัฒนารายการให้มันดีให้มันเป็นวัยรุ่น ตอนนี้ยังเป็นวิลลี่ เปิ้ล หอย มันรวมกันแล้วจะ 200 ปี แล้วนะ มันไม่ใช่เป้าหมายวัยรุ่นแล้วนะ ทั้งๆ ที่พยายามจะทำ ซึ่งคนที่ดูเราก็ยังเป็นวัยรุ่นอยู่''

พอจะบอกได้ไหมว่าพิธีกรคนใหม่เป็นใคร? 
''ยังบอกไม่ได้ครับ แต่ก็จะพยายามปรับเปลี่ยนรูปแบบให้สนุกขึ้น''

สาเหตุที่ต้องเปลี่ยนพิธีกรเพราะพี่เปิ้ลถอนหุ้นหรือเปล่า?
''มันก็มีส่วนครับ ตอนที่พี่เปิ้ลถอนหุ้นไป ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน เราก็ยังอยากจะรักษาสาระแนไว้ เพราะเราไม่สามารถเปลี่ยนพิธีกรใหม่ได้เลย คนดูอาจจะรับไม่ได้ ก็เลยขอให้พี่เปิ้ลอยู่ก่อน มาถึงจุดนี้แล้ว การเปลี่ยนพิธีกรมันเป็นเรื่องที่จะทำให้เป็นกระแสข่าวขนาดนี้''

ทำไมวันนี้ไม่มานั่งแถลงข่าวด้วยกัน เพราะดูจากข้อความที่พี่เปิ้ลโพสต์ออกอาการน้อยใจ?
''ใจผมก็อยากให้มานั่งแถลงข่าวพร้อมๆ กัน เพื่อให้เห็นว่าเรายังคบหากันอยู่ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย อย่าลืมว่าผมเพิ่งทราบเมื่อคืนนี้ ก็เลยตัดสินใจว่างั้นก็เชิญสื่อมวลชนมาสัมภาษณ์ผม ถ้าอยากให้จัดอีกครั้งนึงแล้วมีพี่เปิ้ลด้วย ก็ต้องใช้เวลาอีกนิดนึง เพราะผมก็ต้องไปตามพี่เขาว่าจะให้เคลียร์ที่ไหน''

เป็นเพราะต่างฝ่ายต่างกำลังมีผลงานออกมาด้วยหรือเปล่า? 
''ไม่เกี่ยวครับ ผมไม่ได้ทราบว่ามีเรื่องตรงนั้นมาเกี่ยวข้องด้วย''

ความเป็นเพื่อนกันตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้ยังเหมือนเดิมไหม?
''เหมือนเดิมครับ ยังมีแหยงๆ อยู่บ้าง คุยเรื่องงานลำบาก เพราะต่างฝ่ายต่างไปเปิดบริษัททำรายการ ทำหนังเหมือนกัน มันทับทางกันอยู่แล้ว ฉะนั้นก็เลยพยายามไม่คุยเรื่องงาน เพราะเราไม่อยากมาทะเลาะกันทีหลัง คุยเรื่องลูกหรือเรื่องอื่นได้''

เป็นเพราะงานทับไลน์กันอยู่หรือเปล่า เลยจำเป็นต้องให้พี่เปิ้ลออกจากรายการ?
''น่าจะมีส่วนครับ''

กลัวพี่เปิ้ลรู้เรื่องในบริษัท ลักษ์ 666 หรือเปล่า?
''ไม่ครับ มันไม่เกี่ยวข้องกับความลับรั่วไหล เพราะบริษัทผมไม่ได้เป็นบริษัทที่มีความลับเยอะ แค่ทำรายการเฉยๆ เพียงแต่ว่ามาถึงวันนึงถ้าอยากให้มีความชัดเจนก็ดี หลังจากคบกันมานาน ต่างฝ่ายต่างก็มีทางของตัวเอง ผมก็สนับสนุนในทางของแต่ละคนที่อยากจะไปทำ ไม่เคยคิดจะกั้นกัน ถามว่าจังหวะดีหรือไม่ดี ผมไม่รู้ พูดแล้วทำให้พี่เปิ้ลเสียใจ ผมก็เสียใจ เห็นพี่เปิ้ลร้องไห้ผมก็อยากร้องไห้''

ยืนยันว่าทุกอย่างจบกันด้วยดี? 
''ผมยืนยันว่า จริงๆ แล้ววันที่คุยกัน พี่เปิ้ลเข้าใจและจบดี ผม พี่เปิ้ล พี่หอย คงไม่ได้ทะเลาะกัน มันเป็นการเปลี่ยนงานเฉยๆ ครับ''

ที่มาข้อมูล : siamdara

วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2555

นิว-วงศกร รับโทร.เคลียร์บอสใหญ่บ้านกันตนา


''นิว-วงศกร'' รับโทร.เคลียร์บอสใหญ่บ้านกันตนา ''ตุ๊กตา-จิตรลดา'' เพียงแค่อยากปรับความเข้าใจ บอกไม่ได้ร้อนตัวเรื่องพระเอก น. เรื่องเยอะ  ด้านบอสแจงที่โพสต์แค่บ่นอยากออกกฎเหล็ก หากดาราคนไหนจะขอคิวรับงานนอกต้องมาขอแบบเป็นลายลักษณ์อักษรและขอได้ที่ตนเองเท่านั้น


ตกเป็นประเด็นที่คนทั้งวงการบันเทิงต่างก็ให้ความสนใจมากๆ ในขณะนี้ กับเรื่องของการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กของ ''ตุ๊กตา'' จิตรลดา ดิษยนันท์ บอสใหญ่แห่งค่ายกันตนา เกี่ยวกับดาราบางคนที่ทำตัวไม่เหมาะสม จนทำให้เกิดอาการปรี๊ดแตกและออกมาโพสต์ข้อความดังกล่าว ซึ่งก่อนหน้านั้นทางสยามดารา ก็ได้นำเสนอถึงเรื่องที่ด้านบอสสาวออกมาใบ้ถึงดาราผู้นั้นว่า เป็นพระเอก ''น.'' แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 55 ที่ผ่านมา ด้านตุ๊กตาต้องเดินทางมาร่วมงานประกาศรางวัลช่อสะอาด ที่กรมประชาสัมพันธ์ บรรดาผู้สื่อข่าวจึงต้องขอสอบถามเรื่องราวดังกล่าวจากปากของเธอ โดยด้านบอสคนดังก็ได้กล่าวถึงเรื่องดังกล่าวว่า

''จะบอกว่าเป็นเสียงบ่น แค่บ่นรำพึงกับตัวเองในพื้นที่ของตัวเอง แต่เผอิญว่าเสียงบ่นของเรามันอาจจะไปโดนใจใครหลายๆ คน เลยมีคนมาบ่นต่อ พี่เองก็ตกใจเหมือนกัน จริงๆ เขียนไปในนั้นตั้งแต่แรกว่า เขียนถึงหลายๆ คน ไม่ได้เจาะจงใครคนใดคนนึง''

ต่อคำถามที่ว่า คนก็พุ่งเป้าไปที่ ''นิว-วงศกร'' เพราะเป็นพระเอก น. นั้นจริงหรือไม่อย่างไร ก็ได้รับคำตอบถึงเรื่องนี้ว่า

''ก็เห็นมีคนทายกันสนุกสนาน ไม่ได้ตั้งใจให้ใครมาทายอะไร แต่อยากจะบ่น ยังบอกกับพีอาร์เลยว่า เอาไปให้ดาราในกองดูด้วยนะ เผื่อเขาได้รับรู้นิดนึงว่าเราบ่น เผื่อจะมีใครปรับปรุงตัวนิดหน่อย เราต้องการตักเตือนจริงๆ ไม่ได้คิดจะไปว่าอะไรใครขนาดนั้น มันเป็นปัญหาโลกแตกมีมานานแล้ว เป็นปัญหาที่คนทำงาน ผู้จัดทีมงานหลายๆ คนเขาประสบปัญหานี้มานานแล้วกับการให้คิว มันไม่ใช่เรื่องใหม่ เพียงแต่เผอิญช่วงนี้ฝนฟ้าตก เราก็ทำงานกันได้น้อย โทร.คุยกับผู้กำกับฯ แต่ละกองว่า แต่ละกองเขามีปัญหาอะไรบ้าง ก็มีปัญหาเหมือนๆ กัน เราก็หงุดหงิดนิดนึง''

หลังจากมีประเด็นนี้ออกมาแล้วนั้น ทางเราได้แก้ปัญหายังไงบ้างกับเรื่องดังกล่าว ผู้สื่อข่าวถามต่อซึ่งก็ได้คำตอบว่า

''ก็บ่นนี่ไง เพื่อให้คนที่เขามีพฤติกรรมอย่างนี้เขาได้ยิน แต่ก็ทราบมาว่า ตอนนี้เรียกว่าเป็นสิ่งที่ดี น้องๆ หลายๆ คนที่มีพฤติกรรมนี้ก็สะดุ้ง แต่ว่าจะปรับปรุงหรือไม่ปรับปรุง หลายคนก็คิดว่าปรับปรุงนะ ที่ผ่านมา เป็นคนๆ ตักเตือนมี ถ้าเป็นเด็กเรา เราก็เรียกคุย ถ้าเป็นผู้จัดการบางคนพูดได้ก็พูด ปัญหามันไม่ได้มาจากดาราหรอก ปัญหามาจากผู้จัดการก็มี พอดุน้องเขาไป น้องเขาก็บอกว่าไม่รู้เรื่อง เราหรอ ก็คิดได้ว่าผู้จัดการเขาอยากรับงานเยอะๆ ให้น้อง ที่ผ่านมาผู้จัดการคนไหนคุยได้ก็คุย แต่คนที่ว่าไม่ได้ก็ว่าไม่ได้''

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปอีกว่า จากที่โพสต์ไปแล้วมีใครเข้ามาขอโทษบ้างไหมนั้น ตุ๊กตาก็ได้เล่าให้ฟังต่อทันทีว่า

''ก็เป็นนิมิตหมายที่ดีที่มีน้องๆ นักแสดงเขาก็โทร.เข้ามาพูดเองเลยว่า สงสัยจะเป็นตัวเขา เราก็บอกว่าจริงๆ พี่พูดหลายๆ คน แต่ก็ดีใจที่คุณรู้ตัว เขาบอกว่าผมรู้สึกว่าสงสัยจะเป็นตัวผม เขาก็บอกว่า ต่อไปนี้จะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว เขาจะเอางานละครเป็นหลัก ซึ่งเราได้ยินเรารู้สึกดีใจมาก แต่ก็รู้สึกเสียใจเหมือนกันว่า ไม่น่าไปว่าเขาเลย เขาบอกว่ามีอะไรก็ตักเตือนเขาได้ เขาบอกว่าเขาเข้าใจแล้วต่อไปเขาก็จะพยายามดูแลงานตรงนี้ให้ดี เขาเป็นคนที่น่ายกย่องว่าทำผิดแล้วก็ยอมรับผิด คิดจะขอโทษและคิดจะปรับปรุง อันนี้ใครที่คิดว่าจะใช้คำว่าสังเวยเขาหรืออะไรเขาก็ขอนะ ให้โอกาสเขาหน่อย ดีใจมากเลยที่เขายอมรับผิดคิดจะปรับปรุง แต่กับผู้จัดการส่วนตัวเขานี่สงสัยจะยัง คนนี้คงจะปรับปรุงยาก''

ผู้สื่อข่าวยิงคำถามต่อไปว่า คนที่จะปรับปรุงนี่คือ ''นิว-วงศกร''ใช่หรือไม่ ก็ได้รับคำตอบเพียงว่า

''อันนี้ไปถามเจ้าตัวดาราเขาเองดีกว่า เพราะพี่ไม่เหมาะสมจริงๆ ที่จะมาเจาะจงชื่อใคร แล้วก็ไม่เคยคิดจะเจาะจงใคร ทั้งฮี ทั้งชี บอกเลยนะงานนี้ทั้งฮี ทั้งชีนะ หมายถึง หลายคนด้วย ทั้งมาสาย นัด 11 โมง มาบ่าย 2 เราเพียงแต่กระซิบให้ได้ยินเท่านั้นเอง คิดว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ก็ดีใจ อยากจะให้โอกาสคนที่ทำผิดแล้วยอมรับผิด แล้วคิดปรับปรุงตัว พี่รู้สึกชื่นชมนะ จะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ก็ขอว่าอย่าไปค้นหากันต่อไปแล้ว ขอให้จบ เพราะไม่ใช่เจตนาที่อยากจะให้มาเล่นใบ้คำกัน เราได้บรรลุจุดประสงค์ของเราแล้ว คือการที่เราส่งเสียงมาแล้วเขาก็รับฟัง ก็จบตรงนี้ดีกว่า''

ต่อด้วยคำถามที่ว่า ยังมีใครที่เป็นห่วงที่ยังเป็นปัญหาแล้วยังไม่รู้ตัวอีกหรือไม่ ตุ๊กตา กล่าวต่อทันทีว่า

''มันมีอยู่แล้ว มันเป็นปัญหาโลกแตกที่ไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะเรานั่งอยู่ตรงนี้มานาน ดารารุ่นนี้เกิดแล้วเป็นอย่างนี้แล้วก็จากไป ตรงนี้ก็ค่อยๆ ว่ากันไป คนไหนปรับปรุงได้เขาก็อยู่ตรงนี้ได้นาน คนไหนไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็รอดูเขาจากไป ก็ขอให้เห็นใจทีมงาน อยากจะบอกเลยว่า การทำงานการถ่ายละครมันไม่ใช่ทำได้แค่คนเดียว ทุกคนอยากมาทำงานแล้วก็อยากจะกลับบ้าน แต่จริงๆ จิตวิญญาณของการเป็นนักแสดงพี่ถือว่าทุกคนในวงการนี้ไม่ใช่เฉพาะแค่ดารานะ ช่างไฟ ช่างกล้องทีมงานทุกคนก็ติสต์กันทั้งนั้น สิ่งนึงที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ให้คิดตรงนี้ไม่มีใครอยากช้า รอได้ต้องรอนะคะ เพราะจะถ่ายคุณแค่คนเดียวไม่ได้ ละครมีตัวแสดงเป็น 10 ฉะนั้นขอให้ให้ความร่วมมือกันมันก็เสร็จเร็ว ยิงไม่แวบก็ไม่ช้า''

พอเราออกมาพูดแล้วก็มีผู้จัดหลายคนออกมาพูดด้วยเหมือนกัน ส่วนตัวแล้วรู้สึกอย่างไร ด้านบอสใหญ่บ้านกันตนา ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า

''ก็ดีใจ ตอนแรกตกใจนิดนึง ก็แปลว่าโดนใจหลายคนที่อยู่ตรงนี้ มีหลายคนสนับสนุนก็ค่อยยังชั่ว เพราะก็กลัวเหมือนกัน ต่อไปก็มีมาตรการแล้ว ตอนโพสต์ไม่ได้คิดว่าจะมันเป็นเรื่องขนาดนี้ แต่ก็ได้สั่งเด็กให้ออกร่างกำหนดประกาศออกมาที่กองโดยเป็นส่วนตัวของเราเอง เรารู้ว่าธุรกิจของเราก็ใจดี ผู้กำกับฯ ก็ใจดี ใครมาขอคิวอะไรเขาก็ให้หมด เขาก็ไม่อยากจะให้หรอกแต่เขาต้องให้ ก็บอกว่าต่อไปนี้จะทำประกาศหนังสือเวียนถึงทุกคน ถ้าจะขอคิวก็มาขอกับคนนี้ (ชี้ที่ตัวเอง) เท่านั้น นางจิตรลดา คนนี้ เป็นลายลักษณ์อักษรนิดนึง ไม่ใช่ไม่ให้นะ อยากให้ แต่อย่ามาบอกวันนี้แล้วจะเอาพรุ่งนี้ แบบนั้นไม่ได้ ก็ต้องเข้าใจนิดนึง แล้วไม่ใช่ผู้จัดมาขอนะ ดาราต้องมาขอเองนะ มาขอเป็นลายลักษณ์อักษรเลย มันเสียหาย ก็แจ้งสถานีไปแล้วด้วยว่าพี่จะแบบนี้ ก็นิดนึง ไม่ใช่ว่าไม่อยากจะให้ เราให้อยู่แล้ว ทุกวันนี้ก็กลัวจะตายอยู่แล้ว'' ตุ๊กตา กล่าว

ด้านพระเอก ''นิว'' วงศกร ปรมัตถากร ผู้ที่หลายคนคิดว่าเป็นเป็นพระเอก น. นั้นก็ได้เดินทางมาร่วมงานเดียวกัน และก็ได้ให้สัมภาษณ์ต่อผู้สื่อข่าวถึงประเด็นดังกล่าวว่า

''คือในฐานะที่ผมเป็นนักแสดงคนนึงที่ร่วมงานกันค่ายกันตนาอยู่ 2 เรื่อง เมื่อเราได้เห็นข้อความแล้วเราก็รู้สึกไม่สบายใจ เราเลยได้มีการโทรศัพท์ไปปรึกษาพี่ตุ๊กตาว่า จริงๆ แล้วมันเกิดอะไรและได้มีการปรับความเข้าใจกันแล้ว ซึ่งเรื่องของเรื่องมันไม่ได้มีอะไรมากมายครับ ส่วนตัวผมเองก็พร้อมที่จะรับฟังคำติชม และพร้อมที่จะปรับปรุงตัวตลอดเวลาถ้าพี่ตุ๊กตาแนะนำอะไร เพียงแต่ว่ามันผิดพลาดในขั้นตอนการสื่อสาร และต่อจากนี้ก็คงจะมีการพูดกับพี่ตุ๊กตาโดยตรง ซึ่งทั้งพี่ตุ๊กตาและผมเองมีความเป็นมืออาชีพในการทำงานอยู่แล้ว อย่างที่ทุกคนทราบว่าเวลาเจอผมในงานอีเวนต์ต่างๆ ก็จะถูกทักบ่อยว่า หายไปไหน ทำไมไม่ค่อยรับงานอีเวนต์ ผมก็บอกตลอดว่า ผมติดถ่ายละครอยู่ครับ และจริงๆ คิวละครกับคิวอีเวนต์เราจะมีการเคลียร์คิวกันล่วงหน้าเดือนต่อเดือนอยู่แล้ว อย่าง ณ วันนี้ ที่ผมยืนอยู่ก็มีการนัดล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วครับ ผมไม่เคยวิ่งงาน ไม่เคยรับงานอีเวนต์ในคิวละคร และตั้งแต่เล่นละครมาจนถึงทุกวันนี้ ผมไม่เคยไปกองถ่ายสายเลยสักครั้งเดียว ซึ่งในส่วนนี้พี่ตุ๊กตาก็ทราบดี''

แล้วเห็นว่าโทร.ไปหาพี่ตุ๊กตาด้วยนั้นจริงหรือไม่ พระเอกคนดังกล่าวต่อว่า

''ใช่ครับ ก็มีการโทรศัพท์ไปปรึกษา ซึ่งเมื่อกี้ก็มีการพูดคุยกันด้วย ซึ่งตอนโทร.ไปเราก็ได้ปรับความเข้าใจกันครับ ซึ่งจริงๆ แล้วปัญหาก็ไม่ได้มีอะไรมากมาย เพราะพี่เขาก็บอกว่า ไม่ได้หมายถึงผมคนเดียว เขาหมายความรวมๆ เราก็เลยได้เข้าใจว่า ปัญหามันคืออะไรบ้าง ก็ในฐานะที่เราเป็นนักแสดงที่ร่วมงานกับกันตนาอยู่ตอนนี้ครับ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเป็นใครก็ตาม แต่เราในฐานะที่ทำงานด้วยกันเราก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ เป็นผมหรือเปล่า ถ้าเกิดเป็นผม ผมยินดีรับฟังคำติชม คำแนะนำ พี่ไม่พอใจอะไรพี่บอกกับผมได้เลยครับ ผมยินดีปรับปรุงแก้ไข และพร้อมที่จะขอโทษตลอดเวลาถ้าผมทำอะไรผิด จริงๆ ถ้ากองถ่ายไม่พลอยผมก็ไม่มีสิทธิ์อยู่แล้วครับ อย่างงานรับรางวัล ช่อสะอาดในวันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ผมวิ่งงานมาจากกองถ่าย แต่พี่ตุ๊กตาก็มา ซึ่งผมก็ขออนุญาตเรียบร้อยแล้ว ยืนยันว่า ไม่มีครั้งไหนที่ผมหนีกองถ่ายไปรับอีเวนต์ เป็นไปไม่ได้ครับ ผมต้องเคลียร์คิวกับกองถ่ายแล้ว ซึ่งถ้าทางกองถ่ายไม่อนุญาตเราจะไปได้อย่างไร ถ้าไม่เช่นนั้น พี่ตุ๊กตาจะเอาผมมาเล่นละครอีกทำไม เพราะเราก็เคยได้ร่วมงานกันมาแล้วก่อนหน้านี้ตั้งหลายเรื่อง ซึ่งพี่เขาก็ทราบว่าผมมีวินัยมากขนาดไหน''

ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องการรับงานอีเวนต์ของนิวต่อว่า มีการรับงานซ้อนกับคิวถ่ายละครจริงหรือไม่ เจ้าตัวแจงว่า

''อีเวนต์นั่นเป็นคิวนอกที่อยู่นอกเหนือจากการถ่ายละครแล้ว และถึงจะมีทับคิวละครบ้างเราก็ต้องขออนุญาตจากกองครับ คือถ้ากองไม่อนุญาตเราไม่มีทางไปอยู่แล้ว อีกอย่างคิวพวกนี้ไม่ใช่ว่าจะโทร.มาวันนี้ให้ไปพรุ่งนี้เลย ไม่มีทางครับ เป็นไปไม่ได้ เราเคลียร์คิวล่วงหน้ากันเป็นเดือนครับ ยืนยันไม่เคยหนีกองไปรับอีเวนต์ครับ ก็ไม่รู้จะเครียดทำไมครับ แค่เรารู้สึกว่าต้องรีบปรับความเข้าใจกับพี่ตุ๊กตาก่อนว่าหมายถึงเราหรือเปล่า และต้องชี้แจงให้เข้าใจว่าเป็นอย่างไร''

ต่อด้วยคำถามที่ว่า การที่รีบโทร.ไปเคลียร์นั้นเป็นเพราะร้อนตัวหรือเปล่า หนุ่มนิว รีบกล่าวต่อในทันทีว่า

''จะร้อนตัวได้อย่างไร ก็อย่างที่บอกเราเห็นแล้วเราไม่สบายใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น ผิดพลาดกันยังไง เข้าใจผิดกันตรงไหน ซึ่งเราพร้อมจะอธิบายและชี้แจงอยู่แล้ว อย่างที่บอกว่าเราต้องร่วมงานกันอีกนานเราคงไม่กล้าทำอย่างนั้นหรอก เพราะถ้าทำคงไม่มีใครเอาผมเล่นละครอีก'' นิว กล่าว

ที่มาข้อมูล : siamdara

วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2555

อั้ม รับงานอีเวนต์ไม่กระทบละคร


นางเอกสาว ''อั้ม'' พัชราภา ไชยเชื้อ ตื่นเต้นแต่งเป็นเจ้าหญิงออกงานสวมหน้ากากเพชรมูลค่ากว่า 300 ล้าน ช่วงนี้เห็นออกงานอีเวนต์บ่อยเพราะเป็นงานที่รับมานานแล้ว และไม่กระทบกับงานละครเพราะจัดคิวเวลามาเป็นอย่างดี 


ยังคงเป็นสาวฮอตเบอร์หนึ่งตลอดกาล สำหรับนางเอกสวยเซ็กซี่ ''อั้ม'' พัชราภา ไชยเชื้อ ที่ช่วงนี้ออกงานอีเวนต์โชว์ตัวบ่อยเป็นพิเศษ ล่าสุดเมื่อเวลา17.00 น. วันที่ 20 ก.ย. 55 ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสสัมภาษณ์ ''อั้ม'' พัชราภา ไชยเชื้อ ที่มาอวดโฉมพร้อมสวมหน้ากากเพชร ''เมดูซ่าอาย'' มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ในงาน ''พาราไดซ์ พาร์ค เฉลิมฉลองครบรอบ 2 ปี'' โดยนางเอกสาว ''อั้ม- พัชราภา'' เผยว่า ตื่นเต้นมากที่ได้รับบทบาทเป็นเจ้าหญิงพร้อมสวมหน้ากากเพชร

''ตื่นเต้นนะคะ เพชรก็หนักมากด้วย หน้ายังเป็นรอยอยู่เลย บอกได้คำเดียวว่าอลังการค่ะ ได้ยินว่าแพงที่สุดคือพลอยที่ติดข้างหลัง วันนี้เลยมีคนมาควบคุมดูแลอย่างดีเพราะมูลค่าสูงค่ะ ดีใจมากค่ะ วันเปิดห้างอั้มก็มาร่วมงาน ครั้งนั้นแต่งเป็นเจ้าหญิง วันนี้ก็แต่งเป็นเจ้าหญิงอีกแต่ได้ใส่หน้ากากเพชรด้วย''

เมื่อถามว่าระยะนี้รับงานอีเวนต์บ่อยเป็นเพราะอะไร อั้มเผยว่า งานรับมานานแล้ว เป็นงานที่ยังค้างอยู่ ส่วนต่อไปก็จะถ่ายละครแล้ว 
   
''รับงานนี้มานานหนึ่งเดือนแล้ว อันนี้เป็นงานค้าง เดี๋ยวเหลืออีกงานหนึ่ง ส่วนอาทิตย์หน้าจะถ่ายละครแล้ว ช่วงนี้เลยอาจจะเห็นออกงานติดกันหลายรอบ''


จากกรณีรับงานอีเวนต์เยอะ ถามว่าจะกระทบคิวละครบ้างหรือไม่ เพราะล่าสุดมีผู้จัดละครออกมาตำหนิเหล่าดาราว่ารับงานอีเวนต์เยอะจนไม่มีเวลาถ่ายละคร เจ้าตัวเผยว่า ไม่กระทบคิวละคร เพราะจัดเวลาไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว
   
''ไม่ทับคิวละครแน่นอนค่ะ อั้มจะขอคิวทางกองไว้ก่อนว่าว่างวันไหน หรือถ้ารับงานไว้ล่วงหน้าแล้วก็ต้องไปปรึกษาเขาอีกทีว่าเขาจะยอมไหม ซึ่งไม่เคยมีปัญหาอะไร ซึ่งคิวของอั้มก็เป็นปกติมาตั้งนานแล้วเพราะอั้มไม่ได้ให้เขาเต็มคิวอยู่แล้ว ซึ่งเราก็มีการคุยกับทางผู้จัดไว้ก่อนอยู่แล้ว'' อั้ม กล่าว

ที่มาข้อมูล : siamdara

วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555

ไมเคิล แฟนฝรั่ง ตาล โต้ทำธุรกิจแชร์ลูกโซ่


หลังตกเป็นข่าวมานาน ช่วงบ่ายของวันที่ 21ก.ย. นักธุรกิจชาวต่างชาติ ไมเคิล ซาเฟล ผู้บริหารระดับสูง บริษัท บีฮิบ จำกัด ออกโรงแถลงข่าวชี้แจง กรณีที่ชาวเน็ตรุมแฉว่าทำธุรกิจหลอกเงินคนมานับไม่ถ้วน(แชร์ลูกโซ่) พร้อมทั้งหอบหลักฐาน ยืนยันว่าไม่ได้ผิดกฎหมาย พร้อมให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง รับถูกคนแอบอ้างชื่อและทำเว็บไซต์ปลอมเพื่อโจมตี ส่วนความสัมพันธ์กับแฟนสาวบอกยังเหมือนเดิม ปฏิเสธถอยรถคันละ 10 ล้านให้ตาล กัญญา.


ไมเคิล ซาเฟล โชว์หลักฐานยันทำงานสุจริต เปิดใจกรณีที่ชาวเน็ตแฉ ว่าธุรกิจแชร์ลูกโซ่ และหลอกเงินชาวบ้าน!!

"วันนี้มีโอกาสมาตอบถามทั้งหมดที่เคยมีในช่วงเวลาที่ผ่านมา รู้สึกพอใจมาก และหวังว่าต่อจากนี้เคลียร์ข่าวไปเรียบร้อยแล้ว" 
รู้สึกอย่างไรที่ถูกมองว่าเป็นบริษัทลูกโซ่?
"ตัวผมเองไม่ได้รู้สึกอะไรกับเรื่องนี้ เพราะผมรู้ข้อเท็จจริงว่าเราทำอะไร แต่ผมรู้สึกเสียใจแทนลูกทีมหลังจากมีข่าวออกมา ซึ่งธุรกิจของผมก็ไม่ได้เป็นธุรกิจแบบนี้ ผมขอบอกเลยว่าธุรกิจเรากับธุรกิจแชร์ลูกโซ่แตกต่างกันมาก ผมเองก็ธุรกิจนี้มา 9 ปีแล้ว คงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำแบบนั้น อีกอย่างธุรกิจของเราก็ชัดเจน เพราะเรามีสินค้า เรามีลูกค้า เรามีผู้บริโภค ซึ่งไม่บ่งบอกว่าเกี่ยวข้องกับธุรกิจแชร์ลูกโซ่เลย" 
ชาวเน็ตบอกมีการหลอกลวงโกงเงิน? 
"ผมจะบอกว่าธุรกิจแบบนี้ จะต้องมีคู่แข่งบ้าง ที่ไม่เห็นด้วยกับธุรกิจที่เราทำ แต่ตัวผมเองคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง เราก็ไม่ต้องพูดอะไรมาก เพราะคนที่อยู่รอบข้าง หรือคนที่รู้จักเราก็รู้ความจริงว่าเราเป็นคนแบบไหน"

"ซึ่งข่าวสาวทางอินเตอร์เน็ต ทางเฟชบุ๊ค จะมีคนแอบอ้างว่าเป็นผม ปลอมกันเยอะมาก ลงข้อความไม่ดี หรือทำเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อโจมตีในสิ่งที่เรา ในเมื่อทุกอย่างไม่ใช่เรื่องจริง ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะออกมาตอบโต้เรื่องนี้ทำไม เพราะถึงอย่างไรก็ต้องมีคนออกมาตอบโต้อยู่ดี แต่ถ้าเราเอาข้อเท็จจริงไปพิสูจน์จะดีกว่าครับ" 
พอข่าวออกมาทำให้ความเชื่อมั่นสมาชิกในกลุ่มลดลงบ้างไหม? 
"ตอนแรกผมไม่ได้เครียดเรื่องที่คนพูดไม่ดี เพราะผมเชื่อว่าทุกคนที่รักผมก็รู้ความจริง แต่พอพูดถึงลูกทีมก็น้ำตาไหล เพราะเป็นสิ่งที่ทำให้ผมทำงานได้อยู่ทุกวันนี้"

"ผมยืนยันได้ว่าผมทำงานโปร่งใสแน่นอน สามารถตรวจสอบได้ เพราะมีหลักฐานถูกต้องตามกฎหมายร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าผมทำผิดกฎหมาย ผมคงไม่มีโอกาสมาเจอทุกท่านในวันนี้ได้" 
หลังจากมีข่าวออกมาความสัมพันธ์กับตาลเป็นอย่างไรบ้าง?
"ก็เหมือนเดิมก็ไม่ได้มีอะไร ผมเชื่อว่าตาลรู้จักผมอย่างดี ว่าความจริงคืออะไร แต่มีข่าวลงเว็บไซต์ว่าพูดไม่ดีเรื่องผู้หญิง เป็นเรื่องเดียวทั้งหมดที่ผมโกรธ ผมรับไม่ได้กับเรื่องนี้ ถือว่ามันไม่ใช่ลูกผู้ชาย หากผมทำผิดจริงในเรื่องนี้ผมก็ยอมรับ เพราะถือว่าผมเป็นลูกผู้ชายพอ ก็เลยไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงใส่ร้ายกันแบบนี้ มันเกินไปหรือเปล่าครับ"

"สำหรับข่าวที่บอกว่าผมเอาชื่อ ตัน ภาสกรนที ไปแอบอ้างในการทำธุรกิจ ผมต้องยอมรับว่าเขาเป็นคนเก่งมาก แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจผมเลย แค่เขามาร่วมงาน แล้วก็ขึ้นเวทีสอนเรื่องชีวิตของเท่านั้น" เห็นว่าซื้อรถให้ตาลคันละ 10 ล้าน?
"ผมไม่ได้ซื้อรถให้ตาล แต่ไม่นานมานี้รถตาลมีปัญหานิดหน่อย เขาก็ยืมรถผมบ้าง บางทีเขาให้ผมไปรับ แต่ผมไปรับไม่ทัน ก็เลยให้เขาเอารถไปใช้ครับ"

ที่มาข้อมูล : Gossip Star

วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555

บอย ปกรณ์ ปัดจีบ ใบเตย อาร์สยาม


"บอย ปกรณ์" ปัดจีบ "ใบเตย" คุยไลน์แค่เรื่องงาน ชมน่ารัก  มีแฟนคงไม่ให้นุ่งสั้น ไม่หึง "มิน" คุย "ชินวุฒ" ไม่หวงโสด รอเจอคนถูกใจ ขำๆ โดนตัดต่อภาพเป้าตุง 


หนุ่ม "บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์" ยอมว่าคุยไลน์ กับ สาว "ใบเตย อาร์สยาม" จริง แต่ยืนยัน ไม่ได้จีบแน่นอน 
"กับใบเตย ก็ไม่ได้จีบ คือ ความจริงผมก็มีไลน์ของใบเตย เราก็เจอกันตามงาน แต่ก็ไม่รู้จักกัน แต่พอดีเราไปเจอกันที่ร้านอาหารแถวบ้านผม แล้วนั่งโต๊ะข้างๆ กัน จริงๆ ก็ไม่ได้มีใครขอใคร แต่ทางพี่ผู้จัดการของใบเตย ทางพี่สาวของใบเตย เขาจะจ้างงานผม เขาก็เลยขอไลน์ไว้ติดต่องานแค่นั้นเอง ที่คุยๆ กัน ก็มีเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว เพราะก็มีเจอกันตามงานบ้าง ก็คุยตามประสาขี้เล่นของผม แต่ก็ไม่ใช่แนวจีบแน่นอน ถามว่าคุยๆ ไปแล้ว กลัวเขาจะคิดเกินเลยไหม ก็ไม่ เพราะลักษณะของการคุย ก็ไม่ใช่แนวที่จีบ ไปไหน ทำอะไร คิดถึงนะ ไม่มี แต่จะมีเป็นอารมณ์แบบว่า คือ ตัวผมไม่ว่าจะคุยไลน์กับใคร ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง หรือ ผู้ชาย ผมก็จะใช้คำว่า ตัวเอง ก็มีบ้างแบบ ตัวเองจ๋า ก็คุยกันแนวแซวๆ ขำๆ มากกว่า น้องเขาก็เข้าใจ ว่า ผมไม่ได้จีบ ถามว่า ถ้าน้องเขาเปิดไฟเขียวให้จีบ ก็คงไม่ เพราะตอนนี้ ผมยังยุ่งๆ ทำงานยังไม่มีเวลา กับใบเตย ผมก็ว่าอุปนิสัยเขาก็น่ารักดี แต่ติดแค่ลุกส์ของเขาในการทำงานมากกว่า แต่นิสัยส่วนตัว เขาก็น่ารักดี

ถ้าผมมีแฟน ผมก็คงไม่ให้นุ่งสั้น เพราะผมหวง กลัวคนมอง คือ ตัวผมเองก็โสดมานานแล้ว และก็คงโสดแบบนี้ไปอีกสักพัก ผมยังเฮฮากับตรงนี้อยู่ ก็จริงๆ ผมก็อยากมีแฟนเหมือนกัน อยากมีคนคุยด้วย แต่ตอนนี้ทำงาน 7 วัน หวงความโสดไหม ก็ไม่ได้หวง ก็ถ้าวันหนึ่งเจอใครถูกใจ ก็คงสานต่อ

กับ น้องมิน-พีชญา ตอนนี้เราก็มีคุยกันบ้าง เรื่อยเปื่อย แต่ช่วงนี้ ก็ไม่ค่อยได้คุย คือ เวลาผมเป็นข่าว หรือใครเป็นข่าว ผมก็แซวหมด อย่างใบเตย เป็นข่าว เขาก็ส่งไลน์มาหาผม ว่าเป็นแบบนี้ๆ อย่าง มีน เป็นข่าวกับ ชิน ผมก็ส่งไลน์ไปแซวมีน ยืนยัน ไม่ได้หึง และไม่ได้จีบใครแน่นอน 

ส่วนเรื่องภาพตัดต่อเป้าตุง ก็เห็นแล้ว มีเพื่อนส่งมาให้ดู ก็ขำๆ ผมไม่ซีเรียสอะไรอยู่แล้ว"







วันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2555

พลอย บอกตายเพราะปากพร้อมปรับปรุงตัวใหม่


นักแสดงสาวชื่อดัง “พลอย เฌอมาลย์” บอกเป็นเรื่องเพราะความปากหมาของตน ทั้งที่ไม่ได้ผิดและไม่ได้เป็นคนเริ่มต้น แต่ถูกเบี่ยงประเด็น เผยพร้อมปรับปรุงตัวใหม่ หลังเกิดข่าวฉาวถูกสงสัยเรื่องเลี่ยงภาษี พลอยกับคุณแม่ได้ออกมาขอโทษกรณีใช้คำพูดที่ค่อนข้างจะรุนแรงผ่านสื่อ ล่าสุด นักแสดงสาวพลอยได้ออกมาเปิดเผยว่าตอนนี้สภาพจิตใจเริ่มดีขึ้นแล้ว


“ตอนนี้ก็ดีขึ้น ก็แข็งแรงแล้วแต่ยังไม่หายดีมาก ก็ค่อยๆ ดีขึ้น ฟีดแบกคนรอบข้างค่อนข้างเข้าใจ เขาเห็นใจเราเลยมีกำลังใจกลับมาเยอะ เขาบอกว่า ไม่ต้องคิดมาก ผ่านมาเดี๋ยวมันก็ผ่านไป ทุกคนโอเคกับพลอย เขาให้กำลังใจพลอยดี ไปไหนไม่มีใครพูดด้านลบเท่าไหร่”

“ช่วงแรกๆ ไม่อยากออกจากบ้านเลย ไม่ไปไหนมาไหน เครียดมาก เหมือนข้างนอกไม่ใช่ที่ของเรา แต่ตอนนี้ทุกคนก็ให้กำลังใจกันเยอะมาก ไปไหนก็มีแต่คนบอกว่าสู้นะก็เลยทำให้มีกำลังใจกลับมา เขาว่าพลอยไม่ผิดพี่รู้ ก็ขอบคุณมากๆ ที่เห็นใจพลอย”

ก่อนออกปากพร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบเรื่องการเสียภาษีของตนเอง เพราะมั่นใจว่าคนที่ดูแลเรื่องนี้ทำทุกอย่างถูกต้อง...
“ไม่หนักใจค่ะ พลอยยินดี เพราะพลอยไม่ได้ทำผิดกฏหมาย สำหรับพลอยแล้วก็ได้ให้ทนาย หรือคนที่ดูทางด้านบัญชี กฏหมายของพลอยมาพูดแล้ว”

“ถ้ามันยังไม่ชัดเจนหรือยังสงสัยกันอีกพลอยก็ยินดีให้เขาออกมาแถลงชี้แจงเพิ่มเติม ตอนนี้พลอยไม่พูดอะไรแล้วเพราะเรื่องก็ได้ผ่านไปแล้ว เราได้ยืนยันในความถูกต้องของเราไปแล้ว พลอยก็ขอโทษในส่วนของคำพูดที่มันดูขาดสติของพลอยเอง วันนี้ก็จะขอโทษอีกรอบก็ได้ พลอยขอโทษจริงๆ แล้วพลอยจะปรับปรุงตัวใหม่”

เผยได้รับเชิญจากกรมสรรพากรให้เข้าฟังเกี่ยวกับเรื่องการเสียภาษี
“จริงๆ ก็มีคุยกันอยู่ ไม่มีปัญหาเลยค่ะทุกอย่างโอเคมากเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้พลอยก็จะไปฟังเรื่องเกี่ยวกับภาษีสรรพากรด้วย เขาก็เชิญไป เพราะเรากำลังมีเรื่องมีราวก็อยากจะเชิญไปฟัง พลอยไปสิคะ คือ จริงๆ แล้วพลอยไม่รู้เรื่องพลอยไม่ได้เป็นคนทำภาษีที่บ้าน จะมีฝ่ายบัญชีที่บ้านทำที่แม่เขาเป็นคนเซตขึ้นมา”

“ตัวพลอยเป็นคนทำงานหน้างานอย่างเดียว แต่ถ้าจะให้พลอยไปฟังพลอยก็ยินดี พลอยก็อยากรู้เหมือนกันเพราะไม่รู้เรื่องอะไรมากเกี่ยวกับภาษี เป็นการเชิญส่วนตัว เขาโทรมาหลายทางเลยค่ะ พลอยก็โอเคมาก จริงๆ ดีแล้วดีใจที่ผู้ใหญ่เขาก็เอ็นดูเมตตาเราว่าจุดตรงนั้นเราทำอะไรไปบ้าง”

บอกไม่ทราบเรื่องสรรพกรเตรียมเรียกตนเองและออแกไนซ์คู่กรณีไปชี้แจง
“พลอยยังไม่ทราบค่ะ คุณก้องเขาก็ยืนยันว่า พลอยได้เอาเอกสารไปยื่นแล้ว...พลอยยินดี พลอยยินดีชี้แจงมากๆ พลอยไม่มีปัญหาไม่มีอะไรปกปิด พลอยไม่รู้เรื่องรายรับรายจ่าย พลอยแค่เป็นคนมาทำงานรับตังค์แล้วก็กลับบ้าน ถ้าจะเรียกพลอยไปว่ากล่าวสั่งสอนพลอยก็ยินดีไป เพราะพลอยเองไม่รู้เรื่องภาษค่อนข้างเยอะเหมือนกัน”

ส่วนเรื่องของบัตรประชาชนคนอื่นที่มีการนำไปใช้หักภาษีแทนนั้น เจ้าตัวบอกตนไม่รู้เรื่องต้องให้คนที่ดูแลเรื่องนี้เป็นคนตอบ...
“จริงๆ แล้วถ้าจะไม่เข้าใจอะไรยังไงพลอยยินดีให้คนดูแลด้านของพลอยมาตอบแทน เพราะพลอยไม่ทราบเรื่องนี้จริงๆ พลอยไม่สามารถตอบได้ เพราะตอนนี้คำพูดของพลอยสำคัญเหมือนกัน ถ้าพลอยตอบอะไรในสิ่งที่พลอยไม่รู้พูดอะไรไปแล้วไม่ชัดเจน มันก็จะเป็นปัญหาตามมาอีก อะไรที่พลอยไม่รู้เรื่องพลอยก็ไม่น่าจะพูดอีกแล้ว”

“เดี๋ยวพลอยจะให้ผู้ที่ดูแลด้านกฎหมายของพลอยมาตอบได้ พลอยไม่รู้เรื่อง พลอยทำงานอย่างเดียว...ตอนนี้พลอยพูดอะไรไม่ได้ พูดไปเดี๋ยวเรื่องก็จะเปลี่ยนไปอีก พลอยต้องระวังมาก เข้าใจไหมว่า พลอยพูดอะไรไปนิดนึงก็โดนบิดเบือนไปเป็นอย่างอื่น พลอยค่อนข้างกลัว”

“ขนาดเรื่องเริ่มต้นพลอยไม่ได้เป็นคนผิด 90 เปอร์เซ็นต์ที่พูดมา พลอยไม่ได้เป็นคนผิดมาก แต่ด้วยคำพูดที่ขาดสติของพลอย ที่ดูรุนแรงของพลอยแค่ 10 เปอร์เซ็นต์เอง มันทำให้เรื่อง 90 เปอร์เซ็นต์คนลืมหมด พลอยอยากให้กลับมาดูว่าจริงๆ ใครทำอะไร อย่างที่บอกพลอยได้ทำถูกต้องแล้ว ถ้าจะเชิญไปตรวจที่ยังไงก็ยินดีค่ะ”

ทำให้คนอื่นโดนจับตามองไปด้วยจากกรณีของเรา?
“พลอยไม่ทราบ จริงเหรอคะ (หัวเราะ) พลอยก็ขอโทษทุกคนด้วยแล้วกันค่ะ คือตอนนี้เรื่องมันรุนแรงขึ้นไปเรื่อยๆ เลย พลอยอยากตาย ถ้าไม่มีงานนี้พลอยไม่ออกจากบ้านเลย พลอยไม่ไปไหนเลยนะ จะวันเกิดพลอยแล้วดันมาเจอเรื่องนี้ โคตรเศร้าเลย พลอยร้องไห้เสียน้ำตาโครตเยอะแบบไม่เคยเยอะอย่างนี้มาก่อน”


เริ่มมีอารมณ์หลังถูกถามว่าต้นเหตุมาจากเงินแค่ 4,500 บาท ยันตนไม่ได้เป็นคนเริ่มเรื่องแต่ทุกอย่างเป็นเพราะความปากหมาของตนเอง...
“มันไม่ใช่ 4,500 มันไม่ได้เริ่มจากพลอย นี่ถามแบบไม่รู้ (ชี้หน้านักข่าว) มันมาจากเฟซบุ๊ก แล้วกล่าวหาว่า พี่มิวโกงเงิน 3 หมื่น ยังไง ถ้าโกงเงินต้องหาย แล้วเช็คคุณจ่ายไม่ครบด้วย เขาจ่ายไม่ครบเราก็ไม่ว่า เขียนด่าในเฟซบุคเราก็ไม่ว่า นี่คือ สิ่งที่พูด แล้วอยู่ๆ ก็มาตลบเป็นเรื่องนี้ไง แค่ความปากหมาของพลอยแค่นิดเดียวทุกคนก็ลืมเรื่องของพลอยหมด”

“พลอยขอยืนยันว่า พลอยทำถูกต้องแล้ว พลอยไม่ได้ทำผิดกฏหมายอะไร ถามว่าเป็นความผิดพลาดของฝ่ายบัญชีพลอยไหม..ใช่ พลอยแค่ทำงานอย่างเดียว เรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่ได้เกิดจากตรงนี้มันเกิดจากเฟซบุค แล้วเขาพลิกเรื่องให้เกิดเป็นแบบนี้ คนลืมเรื่องพลอย คนลืมไปแล้วว่าพลอยต่างหากที่เป็นคนโดนหาเรื่อง คนลืมไปหมดแล้วจริงๆ”

“ซึ่งตรงนี้ทำให้พลอยเสียใจมาก เราไม่ได้ทำความผิดอะไรตั้งแต่แรก แต่เพราะเราพูดจาขาดสติ เราปากหมาเลยทำให้คนลืมเรื่องจริงทั้งหมด พลอยเสียใจในคำพูดของตัวเองและทำให้เรื่องกลับกลายไปกันใหญ่มาก พลอยเสียใจน้อยใจจริงๆ เราโดนรังแกตั้งแต่แรก พลอยผิดหวังที่คนมาโจมตีมาว่าเราพลอยก็เลยตกเป็นจำเลย พลอยเสียใจมาก”

“ปกติมีข่าวจะเชิดๆ แต่อันนี้เสียใจสุดๆ ก็ยังไงเดี๋ยวรอดูภาษีปลายปีเอาแล้วกันปลายปีจะรู้ว่าเป็นยังไง สรรพากรต้องตรวจสอบพลอยอยู่แล้ว พลอยไม่มีเจตนาจะหลบหลีอะไรอยู่แล้ว แล้วพลอยก็ไม่ได้มีความกร่างว่าตัวเองสนิทกับสรรพากร พลอยหมายความว่าพลอยไปรายงานตัวทุกๆ ปี พลอยเจอเขาตลอด คุณแม่ก็ทำทุกอย่างให้ถูกต้องเกี่ยวกับเรา”

“ตอนนี้เรื่องของทวีศักดิ์พลอยพูดอะไรไม่ได้เพราะมันไม่มีคลิปเสียงมายืนยันในคำพูด พลอยก็ไม่รู้จะเชื่ออะไรพูดไปเดี๋ยวมันจะหนักกว่าเดิมรึเปล่า พลอยเลยไม่อยากพูดอะไรแล้ว”

สำหรับกรณีของแฟนหนุ่ม “นาวิน ต้าร์” ที่ออกมาต่อว่าคนในโลกไซเบอร์เพื่อปกป้องตนนั้นนักแสดงสาวบอกเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว...
“เขาก็ทำถูกแล้วที่ปกป้องเรา ก็ขอบคุณค่ะ พลอยเองก็คุยพี่ต้าร์แล้วว่าใจเย็นนะ ตอนนี้มันเป็นกระแสสังคมที่แรงมาก คนที่ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นมันก็ดูรุนแรงมาก อยากให้พี่ต้าร์เงียบๆ ดีกว่า พลอยเข้าใจว่าพี่ต้าร์อยากปกป้องพลอย แต่พลอยไม่อยากให้พี่ต้าร์ต้องมาโดนด้วย”

“จริงๆ แล้วอินสตารแกรมก็เป็นพื้นที่ส่วนตัวเราจะลงอะไรก็ได้เพราะมันเป็นของเรา ส่วนคนจะเอาไปตีความยังไงนั้นก็ย่อมทำได้ พลอยว่าแล้วแต่คนจะคิดจะมีมุมมองยังไง แต่สิ่งที่พี่ต้าร์ลงข้อความพลอยว่ามันถูกแล้ว พลอยเห็นด้วย พลอยไม่ได้มีเจตนาที่จะดูถูกคน แต่เหมือนแค่ในโลกของอินเตอร์เน็ตคนเลือกจะทำอะไรก็ได้แต่ทำไมถึงเลือกที่จะเป็นแบบนั้น”

“คือ พูดอะไรที่มันรุนแรง ใช้ถ้อยคำหยาบโลนมาก ด่าถึงพ่อถึงแม่ถึงชาติตระกูลทุกอย่างหมด หยาบสุดๆ ไม่รู้เรื่องอะไรก็ด่ากราดหมด พี่ต้าร์เขาหมายถึงว่าทำไมคุณถึงเลือกที่จะทำแบบนี้ บางคนจะผิดจะถูกไม่รู้แต่ขอให้ได้แสดงความคิดเห็น ของแสดงความเก่ง ความเหนือ ฉันด่าเฌอมาลย์ได้ สะใจไป เราก็เฮิร์ตพี่ต้าร์เขาก็สงสารก็เลยออกมาปกป้อง”

บอกอีกฝ่ายก็เครียดกับเรื่องที่เกิดเช่นกัน พร้อมยืนยันตนเองจะปรับปรุงตัวใหม่
“ก็เครียดนะ แต่เราก็ต้องก้าวต่อไป พลอยไม่ได้ทำความผิดถึงขั้นเลวร้ายหรือรุนแรง เพียงแต่พลอยไม่ระวังในคำพูดของพลอยเท่านั้นเอง พลอยรู้แล้วและพลอยจะปรับปรุงตัวให้มากกว่านี้ พลอยได้รับบทเรียนแล้วว่าการที่พลอยพูดจาขาดสติมันได้รับผลยังไง พลอยก็จะอดทนอดกลั้นต่อไป”

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์

วันเสาร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2555

ใบเตย ไม่สนคนมองโป๊สร้างกระแส


แม้ว่า นักร้องสาว สุธีวัน ทวีสิน หรือ ใบเตย อาร์สยาม ถูกมองว่าโปรโมตตัวเองด้วยการสร้างภาพเซ็กซี่ แต่ใบเตยยังมั่นว่าทำสิ่งที่ถูกต้องผ่านการไตร่ตรองมาดีแล้ว ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน
ล่าสุดมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมาเซ็งแซ่ หลังจากที่มีรูปเจ้าตัวใส่ชุดบิกินีเล่นน้ำในสระว่ายน้ำกับเพื่อนๆ.


“ไม่หรอกค่ะ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ใบเตยก็เป็นประชาชนคนหนึ่ง ถ้าไม่ใช่ ใบเตย อาร์สยาม ก็เป็นคนๆ หนึ่งในมุมหนู และสิ่งที่หนูทำก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ผ่านการไตร่ตรองมาดีแล้ว ก็ถ้าไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ก็ยังจะทำเหมือนเดิมค่ะ”

“ภาพลักษณ์ก็อาจจะหวั่นๆ บ้าง แต่ช่วงหลังๆ จะเห็นว่า ได้รับการตอบรับจากแฟนเพลงดีมากๆ เพราะว่าเขาก็รู้ว่าเราก็เป็นเด็กธรรมดาคนหนึ่ง ที่ทำงานเลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ ที่เป็นศิลปิน เราก็ยังมีความเป็นตัวของเราอยู่ เราก็มีเพื่อน มีสังคม มีความรู้สึก มีอารมณ์เหมือนทุกคน ว่าอยากไปเที่ยว อยากไปทำอะไรที่เป็นตัวของเราบ้าง”

เผยตนก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบแฟชั่น

“ก็ชอบค่ะ เพราะว่าก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความรักสวยรักงาม ชอบดูแลตัวเองด้วยหลังๆ จะเสียเงินไปกับพวกของเสริมความงามเยอะค่ะ เพราะว่าถ้าเสียเงินแล้วเราได้ใช้มันก็คุ้มค่ากับเงินที่เสียไป”
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์

วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2555

ตาล กัญญาไม่รู้แฟนฝรั่งโกงแชร์ลูกโซ่หรือไม่


ตาล กัญญา เผยไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจแฟนฝรั่ง ยอมรับเคยไปร่วมงานสัมมนาของบริษัทจริงส่วนรถเฟอร์รารี่ ตาลยืมมาใช้เพราะรถเสีย


ตาล กัญญา รัตนเพชร ได้ตกเป็นข่าวว่าคบหากับแฟนฝรั่ง “ไมเคิล ซาเฟล” ชาวเดนมาร์กซึ่งเป็นผู้นำองค์กรขายตรงของบริษัท Bhip ซึ่งเป็นสินค้าอาหารเสริมยี่ห้อหนึ่งจากสหรัฐเมริกา ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นการทำธุรกิจแบบแชร์ลูกโซ่ ที่มีคนเข้าร่วมทำธุรกิจจำนวนมากต้องสูญเสียเงินหลายแสนจากการเข้าร่วมธุรกิจครั้งนี้ ทำให้มีข้อสงสัยว่า ตาลเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ จากการที่เมื่อ 4 ปีก่อนยังขับโตโยต้าวิออสอยู่เลย แต่ตอนนี้เจ้าตัวขับรถเฟอร์รารี่สุดหรูราคา 15 ล้าน พอได้เจอดาราสาวที่ได้เดินทางไปบวงสรวงละครของช่องมีเดียชาแนลที่สตูดิโอมนตรี ลาดพร้าว 101 ผู้สื่อข่าวก็เลยสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว

“ตาลก็ทราบจากทางอินเตอร์เน็ตเพราะจริงๆ แล้วเรื่องงานของเขาตาลไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวจริงๆ ตาลแค่รับผิดชอบเรื่องการแสดงและเรื่องเรียนตาลก็แทบจะไม่ไหวแล้ว ซึ่งในเรื่องนี้ตาลไม่ทราบจริงๆ ก็ได้อ่านในเนตแล้วก็ตามโพสต์ต่างๆ ตาลก็รู้ว่าเขาเป็นนักธุรกิจนำเข้าสินค้าขายในประเทศไทย หลายคนก็เป็นห่วงว่าจะเอาชื่อตาลไปแอบอ้าง เอาเป็นว่าตาลก็เป็นห่วงตัวเองเหมือนกันค่ะ(หัวเราะ) เท่าที่ตาลคุยกับเขาตาลก็รู้จักนิสัยพื้นๆของเขา แต่ตาลไม่ได้เข้าไปยุ่งวุ่นวายชีวิตส่วนตัวของเขาเลย"

“ที่ผ่านมาเขาไม่เคยชวนทำธุรกิจ ส่วนใหญ่เราไม่คุยเรื่องนี้กันอยู่แล้ว เพราะตาลไม่เป็นเรื่องนี้เลย พอเป็นข่าวตาลไม่ได้คุยกับเขาเรื่องนี้เลย แต่ก็มีคุยบ้างคือต่างคนก็ต่างไม่รู้จะพูดยังไง ในเมื่อข่าวมันออกมาแล้วตาลเองก็ไม่รู้ว่าจะพูดยังไง เขาก็ทำธุรกิจมาแล้วตั้ง 10 ปีแล้ว ถ้าเขาจะโกงทำไมถึงไม่มีตำรวจมาจับเขา นี่คือสิ่งที่ตาลสงสัยจริงๆ ไม่ใช่ว่าตาลไปเข้าข้างเขา ตาลแค่อยากรู้ว่าถ้าเขาโกงจริงๆ ทำไมการตรจสอบของประเทศไทยถึงเข้าไปไม่ถึงผู้บริโภคของเขา"

"ก็ตกใจกับข่าวที่เกิดขึ้นเหมือนกัน นอนไม่หลับ(หัวเราะ) ก็งงค่ะ คือแบบว่าไม่ต้องไปสืบค้นก็มีคนมาให้ข้อมูลอย่างพ่อแม่ตาลเองก็เคยเจอเขานะ เรื่องงานเรื่องอะไรพวกนี้เราไม่ได้สนใจจริงๆ เราคุยกันเราไม่ได้ต้องไปรู้ว่าเขามีเงินเท่าไหร่ยังไง ตาลไม่ได้คบเขาตรงนั้น ที่บ้านตาลเองเขาก็เป็นห่วง แต่ตาลก็เฉยๆ นะเพราะรู้สึกว่าเราไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เลย ตาลไม่ได้เข้าไปเป็นพรีเซ็นเตอร์เพราะตาลเองก็มีสินค้าที่ตาลต้องเป็นพรีเซ็นเตอร์อยู่แล้วเหมือนกัน"

ถึงแฟนจะตกข่าวฉาวเป็นที่กังขาแต่ “ตาล” ก็ยังยืนยันที่จะคบกัน และอยากให้ตำรวจเข้าไปตรวจสอบจะทราบข้อเท็จจริงกันไปเลย
"ก็ยังคุยกันค่ะ แต่เราไม่เคยคุยกันในเรื่องของงาน อยากให้ทุกคนแยกระหว่างประเด็นของงานและเรื่องส่วนตัวมากกว่า จริงๆ แล้วตาลอยากให้เจ้าหน้าที่ของทางตำรวจประเทศไทยเข้าไปตรวจสอบดีกว่า เพื่อที่จะได้รู้กันแจ่มแจ้งไปเลย เพราะกระแสในอินเตอร์เน็ตมันก็มีทั้งดีและไม่ดี ถ้าเขาผิดจริงก็ต้องยอมรับว่าเขาผิดจริงๆ ส่วนตาลเองก็ยังไม่รู้ว่ายังไง แต่ก็กลัวอยู่เหมือนกันว่าจะกระทบเรา แต่ก็อยากให้แยกแยะนิดนึงว่าเรากับเขาต่างกัน เขาทำงานธุรกิจเราทำงานเป็นนักแสดง ซึ่งตาลไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรด้วยจริงๆ"

บอกไม่ได้เกี่ยวข้องแต่มีภาพที่ “ตาล” ไปร่วมสัมนากับบริษัทของแฟน
"ธุรกิจของเขาที่ทำก็มีพรีเซ็นเตอร์ที่เป็นดาราหลายคนมาก มีอันหนึ่งที่เขาบอกว่าตาลถือภาพสินค้าถ่ายรูป ซึ่งตาลทำอย่างนั้นไม่ได้อยู่แล้ว ทำตาลต้องโดนฟ้องเพราะตาลเองก็มีผลิตภัณฑ์ติดตัวตาลมา"

"งานสัมมนาของเขาก็มีคุณตัน(ภาสกรนที)ไปพูด แล้วตาลก็ไปบรรยาย ที่คุณตันพูดก็ไม่ได้พูดถึงธุรกิจนี้เลย เขาพูดเรื่องหลักของการใช้ชีวิตทั่วไป เวลาที่ตาลไปดูตาลก็จะไปดูอย่างนี้ แต่เวลาที่เขาพูดกันตาลก็ไม่ได้เข้าไปดู คือคนอ่ะไปคิดมาก คือตาลดูภาพอย่างมีภาพจับมือตาลก็มองแล้วไม่ได้รู้สึกอะไร ซึ่งตาลก็ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้คนคิดไป ภาพนั้น(จับมือไปโดนเป้าผู้ชาย)เป็นวันที่เราไปดูคอนเสิร์ต ก็นั่งร้องเพลงเล่นกัน แล้วมือมันไปพาดตรงเก้าอี้ ก็อาจจะด้วยมุมกล้องก็เลยเป็นอย่างนั้น"

ปฏิเสธแค่ยืมเฟอร์รารี่แฟนมาขับเพราะรถเสีย ไม่ใช่ของกำนัลที่แฟนซื้อให้ ไม่รู้สึกว่าแฟนรวยผิดปกติ
"ไม่ได้ซื้อค่ะ พอดีรถตาลพังแล้วเอาไปเข้าศูนย์ก็เลยเอารถเขามาใช้ก่อน ถามว่าเขารวยผิดปกติไหม เอาจริงๆ เลยนะเวลาที่เขามาหาตาลเขาก็นั่งมอเตอร์ไซต์มาจากสยามมาถึงอารีย์ ก็เลยรู้สึกว่าเขาเองก็ไม่ได้ใช้ชีวิตหรูหราอะไร ซึ่งในภาพที่เห็นๆ กันเขาก็เป็นคนหัวกระเซิงใส่กางเกงเอาเท้าพาดอะไรตามภาพนั่นแหละ ตาลก็อยากให้ช่วยตัดสินเขาจะที่เขาเป็นจริงๆ มากกว่า"

เรียกร้องให้ตำรวจเข้ามาตรวจสอบ เพราะแฟนหนุ่มอาจโดนใส่ร้าย
"ตาลไม่ค่อยอยากเข้าไปยุ่งเรื่องนี้เพราะมันเป็นงานของเขา มันอาจจะเป็นการตลาด การโปรโมทหรืออะไรสักอย่างของเขารึเปล่า เขาก็ทราบนะว่าเรื่องนี้อาจกระทบกับตาล เมื่อวานตาลก็บอกเลยว่ายังไงก็ให้ทางการกับทางตำรวจเกี่ยวกับควบคุมผู้บริโภคไปเลย ให้เขาดูแลไปเลยเพราะเราเองก็ไม่รู้ว่ามันอะไรยังไง อย่างบอกทีเขาก็บอกว่ามีบริษัทอื่นเข้ามาใส่รึเปล่า อาจจะโดนโจมตี เพราะก่อนที่จะมารู้จักกันก็เห็นเขาโดนโจมตีเยอะ"

ไม่กลัวตกเป็นเหยื่อ
"ถ้าหลอกทางใจก็คงกลัว แต่ถ้าเรื่องนี้ไม่เพราะเราไม่ยุ่งเกี่ยวกันอยู่แล้ว และตาลเองก็ไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้ ที่ผ่านมาเขาก็จริงใจนะ ตาลพูดได้ว่าตาลไม่กล้ายืนยันว่าเขาโกงรึเปล่าเพราะตาลไม่ทราบเรื่องอะไรด้วยทั้งสิ้น ตาลไม่ได้อยู่ในฐานะที่ทำงานกับเขา ตาลไม่ได้เจาะจงถึงตรงนั้น อะไรถูกอะไรผิดตาลไม่รู้แล้ว"

"ถามว่ามั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์ไหม เจอข่าวมาแบบนี้ก็คงไม่มีใครกล้า100 เปอร์เซ็นต์ ก็เผื่อใจไว้ และถ้าเกิดการตรวจสอบจริงก็คงไม่มาถึงตาลเพราะตาลไม่เกี่ยวในธุรกิจของเขา"

ถ้าผิดจริงยังไม่แน่ใจว่าจะเลิกหรือไม่
"อันนี้ตาลยังไม่ทราบเหมือนกัน ก็อยากให้เขาตรวจสอบกันก่อนว่าผลที่ออกมาจะเป็นยังไง ก็เครียดนะ อยู่ดีๆมามีข่าว งงค่ะ เราคบกันมาเกือบ 2 ปีแล้วก็ราบรื่นไม่มีอะไร"

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555

กิ๊ฟท์ซ่า ขอถือศีลจนถึงวันเกิด


จากกรณีที่นักร้องสาววง “เกิร์ลลี่เบอร์รี่ - กิ๊ฟท์ซ่า ปิยา พงศ์กุลภา” ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน จับข้อหาเมาแล้วขับ  ซึ่งทางศาลก็ได้มีคำตัดสินสั่งจำคุก 1 เดือน ปรับ 3,500 บาท การคุมประพฤติ 1 ปีและให้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม 12 ชั่วโมง และยังได้ถูกต้นสังกัดบริษัท อาร์เอสฯ สั่งพักงานเป็นเวลานาน 3-6 เดือน ทางด้านกิ๊ฟท์ซ่า ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ไปรอทำข่าวว่าตั้งใจจะถือศีล 5 จนกว่าจะเลยวันเกิด ด้วยอาการปากสั่น น้ำตาคลอตลอดการให้สัมภาษณ์เลยทีเดียว


“ก่อนอื่นต้องขอโทษที่ทำให้เสียเวลา (เสียงสั่น) จริงๆ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นกิ๊ฟท์ก็เสียใจมาก มันมีภาพอะไรหลายอย่างออกมาที่ไม่เหมาะสม กิ๊ฟท์ก็ขอโทษ และเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และขอโทษด้วยที่ทำให้เสียเวลามารอตั้งแต่เช้า สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้นกิ๊ฟท์ยอมรับผิด และยอมรับสารภาพทุกอย่าง”

“บทลงโทษตามกฎหมายก็ดำเนินการไป วันนี้ก็มาที่ศาล มันก็มีบทลงโทษ 2 ทาง ทั้งตามกฎหมายเพราะเราทำผิดกฎหมาย และบทลงโทษทางสังคม (เงียบไปสักพักก่อนตอบ) ก็มีทั้งการให้กำลังใจ มีทั้งคำตำหนิ กิ๊ฟท์น้อมรับทุกอย่างไว้ นี่เป็นบทเรียนครั้งใหญ่ค่ะ”

“วันนี้ตามที่ศาลพิพากษา คือ จำคุก 1 เดือน รอลงอาญา 2 ปี ตอนแรกปรับเยอะ พอเรารับสารภาพก็ปรับลดลงเหลือ 3,500 บาท ต้องพบเจ้าพนักงานคุมความประพฤติทั้งหมด 4 ครั้ง และบำเพ็ญประโยชน์ 12 ชั่วโมง แต่ยังไม่ได้บอกว่าให้ทำอะไรบ้าง เค้าให้ไปคุยกับเจ้าพนักงานคุมความประพฤติ ก็ให้เห็นพ้องกันว่าทำอะไรถึงจะเหมาะสม”

“ถามว่า ได้รับบทเรียนยังไงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นบทเรียนครั้งใหม่ค่ะ จริงๆ เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เหมือนกัน เราเป็นผู้หญิง ไม่เคยต้องมาขึ้นโรงขึ้นศาล หรือต้องมาเจอคดีอาญาแบบนี้ (เสียงสั่นเครือ) มันทำให้เราคิดว่าในการดำรงชีวิตอยู่ของเราแต่ละวัน บางทีเราอาจจะละเลยสิ่งที่เป็นหน้าที่ หรือว่าสิ่งที่เป็นสิทธิ หรือสิ่งที่เรามองข้ามไปมากเกินไป”

“ทำให้เราต้องย้อนกลับมาดูว่า แต่ละก้าวเดินที่เราจะก้าวต่อไปข้างหน้า มันควรต้องเป็นก้าวที่มีสติ และมีความรอบคอบมากกว่าเดิม และไม่ประมาทเพราะว่าโดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ด้วยกฏหมายแล้วกิ๊ฟท์มองว่ามันเป็นเรื่องถูก เพราะว่าการที่คนเมาแล้วขับ มันก็เป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างมาก นอกจากทำความเดือดร้อนให้กับตัวเอง หรือทรัพย์สินของตัวเองแล้วเนี่ย ก็อาจจะทำความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นได้ด้วย เพราะฉะนั้นกิ๊ฟท์ก็ถือว่าอย่างน้อยที่สุดเราได้รับบทลงโทษนี้ และทำให้เราคิดได้ มันก็ดีกว่าที่เราจะไปเจออะไรที่มันร้ายแรงกว่านี้ ส่วนคุณพ่อคุณแม่ก็ให้กำลังใจ”

ส่วนกรณีที่ “กิ๊ฟท์ซ่า” และหนุ่ม “ณัฐ สารสาส” กร่างใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจในวันที่โดนจับ จนถูกสังคมรุมจวกว่าไม่เหมาะสม กับเรื่องนี้เจ้าตัวแจงว่า…

“ถ้าตามที่เห็นในภาพ กิ๊ฟท์ไม่ได้มีเจตนาที่จะแสดงความไม่เคารพต่อใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่พนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือพี่ๆ สื่อมวลชน ไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้นเลยค่ะ ในส่วนของพี่ณัฐ อันนี้กิ๊ฟท์ไม่ขอออกความเห็นค่ะ ต้องถามเจ้าตัวเขาเองน่าจะดีกว่า”

“ส่วนเรื่องผลกระทบก็ กระทบต่อกิ๊ฟท์เยอะค่ะ เรื่องงานก็กระทบ เดี๋ยวหลังจากนี้กิ๊ฟท์ต้องไปคุยกับบริษัท แต่ในเบื้องต้นเฮียฮ้อสั่งพักงาน 3-6 เดือน ครอบครัวเขามองว่าการดื่ม มันเป็นการสังสรรค์ของคนในรุ่นราวคราวนี้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่ไม่เหมาะสมคือไม่ควรขับรถ หรือไม่ควรที่จะเมาแล้วขับ หรือแม้แต่ดื่มแล้วขับด้วยซ้ำ เพื่อนในวงก็ให้กำลังใจค่ะ จริงๆ กำลังใจก็เหมือนรดน้ำให้เราฟื้นขึ้นมานิดนึง แต่ความผิดในใจเราก็ยังติดอยู่ค่ะ”

“เดี๋ยวจะใกล้ถึงวันเกิดกิ๊ฟท์แล้ว กิ๊ฟท์ก็ตั้งใจว่าจะถือศีล 5 จนกว่าจะเลยวันเกิด ส่วนเรื่องดื่มแล้วขับก็คงไม่แล้วค่ะ เพราะปกติก็ไม่ได้ขับรถอยู่แล้ว แต่ต่อไปก็คงต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น และไม่ประมาทเหมือนเดิมแล้วค่ะ ก็อยากจะบอกว่ากฎหมายหรือว่าหน้าที่ของประชาชนทุกคน มีหน้าที่จะต้องทำตามกฎหมาย ไม่ละเมิดกฎหมายนะคะ การที่ละเมิดก็จะต้องได้รับบทลงโทษ และการได้รับบทลงโทษก็จะทำให้คุณปรับเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต และปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตให้ไปในทางที่ดีขึ้น ก็อยากให้ทุกคนไม่ประมาท แล้วก็อย่าเอาเหตุการณ์นี้มาเป็นตัวอย่างเลย และหลังจากนี้กิ๊ฟท์ก็ได้บทเรียนครั้งใหญ่แล้วค่ะ
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์

วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555

ปู-ไปรยาโต้ป่อง 2 เดือน

ปู โต้ป่อง 2 เดือน แจงเข้า-ออก รพ.บ่อย เพราะยังรักษาโรคกระเพาะและไมเกรนอยู่ พร้อมท้าพิสูจน์นับเดือนรอได้เลย บอกข่าวมันก็เป็นข่าวตนก็เพิ่งไปถ่ายแบบโชว์หน้าท้องแบนราบมา. ยังมีข่าวให้ได้ตามตลอด สำหรับสาว “ปู ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนด์เบิร์ก” ที่ล่าสุดกำลังสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ปลอดข่าวฉาว แต่กลับแฉว่ากำลังตั้งครรภ์ได้ 2 เดือนและไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลดังย่านสุขุมวิท ทำเอาสาวปูต้องชี้แจงเป็นการด่วนว่าที่ไปโรงพยาบาลเพราะป่วยเป็นโรคกระเพาะ


"ปูได้ข่าวว่าดาราหลายคนเจอข่าวนี้เหมือนกัน เอาง่ายๆ เราบริสุทธิ์ใจไม่มีอะไร ไม่นอยด์ ปูเข้าโรงพยาบาลเพราะเป็นโรคกระเพาะ เราให้คนอ่านพิจาราณาเองดีกว่าว่าอะไรจริงไม่จริง ให้เขาคิดเอาเอง ไม่ซีเรียสค่ะ ข่าวนี้มีคนมาบอกต่อหน้าแม่ปูเลย แต่แม่ก็เฉยๆ เพราะเราไม่มีอะไร เลยไม่อยากทำให้เป็นเรื่องใหญ่เพราะไม่มีอะไรจริงๆ”

“รอดูแล้วกันอีก 3-4 เดือนเป็นไง (หัวเราะ) ถามว่า ปูโกรธไหม ปูไม่โกรธ ปูเป็นคนที่ไม่โกรธอยู่แล้ว จริงๆ แล้วนักข่าวได้ยินข่าวลือมาก็มีหน้าที่ถามเป็นปกติ แล้วข่าวแบบนี้ดาราก็เจอทุกคน ปูเคยอ่านข่าว แต่เราอย่าไปซีเรียส จริงๆ แล้วอยากให้คนอ่านพิจารณาด้วยตาเองว่าอะไรจริงไม่จริง และมองภาพโดยรวมว่าเราก็เพิ่งเรียนจบกลับมา ไม่ใช่เรื่องท้อใจหรอก ข่าวมันก็เป็นข่าวเฉยๆ ดูได้เลยถ่ายแบบก็เพิ่งโชว์หน้าท้องแบนราบ”

“ปูว่าพี่ๆ นักข่าวช่วยเขียนแล้วกันว่ามันไม่ใช่ความจริง เจอกันตามงานก็จะรู้ว่าไม่มีอะไร ปูเข้าโรงพยาบาล 6 วัน เป็นโรคกระเพาะและไมเกรนยังรักษาตัวเองอยู่เลย เข้า-ออกโรงพยาบาลบ่อยพอสมควร แต่ไม่ซีเรียสเฉยๆ ที่บ้านก็ไม่ซีเรียส เขาอยู่กับปูทุกวัน เขารู้ มันก็แปลก ปูเข้าโรงพยาบาลเพราะเป็นโรคกระเพาะแต่คนตีความไปแบบนั้น เป็นผู้หญิงก็ต้องตรวจภายในบ้าง เข้าโรงพยาบาลเป็นเรื่องปกติ”

“เรื่องนั้นไม่จริงเลย (ตีท้องตัวเอง) ดาราก็ควบคู่กับข่าวลือ เราก็ต้องเข้าใจ ปูเจอข่าวมาเยอะ แล้วเราต้องดูที่ต้นตอว่าความจริงคืออะไร มันไม่จริงก็ไม่รู้จะอารมณ์เสีย ตีโพยตีพายไปทำไม กับพี่โน้ตปูไม่ได้คุยกับใครเลย ปกติเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวค่อนข้างแยกกันพอสมควร ตอนนี้ไม่มีเวลาทำอะไรนอกจากงานถ่ายละครยุ่งมากเลย”

“แต่ไม่ท้อ เรามีหน้าที่ทำตัวดีๆ นิ่งๆ ของเราต่อไปดีกว่า จะให้ทุกคนมองเราในแง่ดีมันอยู่ที่พฤติกรรม และตัวเราเองเป็นตัวพิสูจน์ ว่าเรื่องราวเป็นยังไง อยู่นิ่งๆ ของเราดีกว่า”

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์

วันอังคารที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2555

พิงค์กี้-สาวิกา โดนเม้าท์ควง สามี ธัญญ่า ดูหนัง


''พิงค์กี้'' สาวิกา ไชยเดช งานเข้าโดนเม้าท์อีกหาควงสามี ''ธัญญ่า'' ไปดูหนังในห้างย่านลาดพร้าว เจ้าตัวเผยไปดูหนังกับแม่และป้าไม่มีคนอื่น ไม่เชื่อดูกล้องวงจรปิดของห้างได้ ข่าวนี้โกรธมาก แขวะขาเม้าท์จิตใจทำด้วยอะไร ก่อนจะพูดควรดูให้แน่ใจก่อนว่าความจริงเป็นเช่นไร 


ยังคงเป็นดาราที่มีเรื่องให้พูดถึงอยู่เป็นประจำ สำหรับนางเอกหน้าแขก ''พิงค์กี้'' สาวิกา ไชยเดช ที่ล่าสุดโดนขาเม้าท์ อ้างว่าเห็นนางเอกสาวควงคู่ไปดูหนังกับ 'เป๊ก-สัณชัย สามีของนางเอกแม่ลูกอ่อน ''ธัญญ่า-ธัญญาเรศ เองตระกูล ที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง จนทำให้คนที่ได้ทราบข่าวต่างเป็นห่วงในเรื่องของมือที่สามที่ยืดเยื้อมานานว่ายังไม่จบอีกหรือ

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์นางเอกสาว พิงค์กี้ ที่เดอะ ไนน์ พระรามเก้า เมื่อวันก่อน ถึงกระแสข่าวดังกล่าวว่าแท้จริงแล้วเป็นเช่นไร ซึ่งเจ้าตัวเผยว่าตนไม่ได้ไปดูหนังกับ เป๊ก-สัณชัย แน่นอน ตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดได้ และชี้แจงว่าไปดูหนังจริง แต่ไปกับครอบครัว ซึ่งมีแม่และป้าไปด้วย ตนอยากรู้ว่าคนที่ปล่อยข่าวจิตใจทำด้วยอะไร ควรจะดูให้แน่ใจก่อนแล้วค่อยพูด ซึ่งเรื่องนี้ตนโกรธมาก

''อยากจะบอกว่าคนที่ให้ข่าวนี้ว่าจิตใจเค้าทำด้วยอะไร คิดได้ยังไง เอาข่าวเท็จมาลง การที่เราไปดูหนังเราไปกับคุณป้าคุณแม่ ที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว เราไปเป็นประจำอยู่แล้วกับครอบครัว แล้วก็พี่ๆ คนที่เก็บตัวก็ถ่ายรูปกับเราเป็นประจำอยู่แล้ว คือควรจะมีเหตุและผลบ้าง ก่อนที่จะพูดออกไป ว่าควรจะดูให้แน่ใจว่าเค้ามากับใคร ป้ากับแม่เราก็ยืนอยู่ข้างหลัง แล้วเข้าไปพนักงานทุกคนเห็นว่าเราไปกับใคร ดูกล้องวงจรปิดได้ ไม่มีผู้ชายไปด้วยแน่นอน ข่าวนี้ปัญญาอ่อนมาก และโกรธมากกับข่าวนี้ พี่เป๊กก็ไม่ใช่คนในครอบครัว และไม่ได้อยู่ในสมองหนู คือคนเม้าท์ก็อย่าเม้าท์จนเกินไป ก็รู้สึกว่าปล่อยเค้า สิ่งที่เค้าทำมันก็คงย้อนเข้าตัวเค้าเอง คนเม้าท์เราคงจะห้ามไม่ได้ถ้าอีกสิบปีเค้ายังอยากจะเม้าท์อยู่ก็ เราก็ทำอะไรไม่ได้ ก็ปล่อยเค้าไป"

เมื่อถามว่าข่าวนี้ส่งผลกระทบทางด้านจิตใจอย่างไรบ้าง เพราะโดนกระแสทางด้านลบอยู่ตลอด พิงค์กี้ เผยว่าตอนนี้ไม่ส่งผลอะไร  

"เมื่อก่อนก็อาจจะมี แต่ตอนนี้ไม่ส่งผล เพราะเราคงไม่มานั่งคิดอะไรแล้ว ก็ใช้เวลาและผลงานที่เราทำเป็นเครื่องพิสูจน์ ก็อยากฝากคนเม้าท์ก็ช่วยคิดถึงจิตใจคนอื่นบ้าง นี่ก็จะสี่ปีแล้วมันยังไม่จบอีก'' พิงค์กี้กล่าว

ต่อมาล่าสุดวันที่ 14 ก.ย. 55 ดาราสาวพิงค์กี้เดินทางมาร่วมงานของสายการบินบางกอก แอร์เวย์ส ที่ชั้น 5 สยามพารากอน ซีนีเพล็กซ์ เลยไม่พ้นที่จะถูกถามคำถามที่ ธัญญ่า พูดแซว ''เป๊ก-สัญชัย'' ในคอนเสิร์ต ''เจ-เจตริน'' ว่าเลิกยุ่งกับเมียน้อยรึยัง? โดยเจ้าตัวปฏิเสธที่จะออกความคิดเห็น เพราะเป็นเรื่องของคนอื่น

''ไม่พูดค่ะ มันไม่ใช่เรื่องของหนู มันเป็นเรื่องของคนอื่น ต่างคนต่างอยู่ดีกว่าค่ะ โนคอมเมนต์ อย่าพูดเลยดีกว่าเรื่องนี้ เอาเรื่องอนาคตดีกว่า  คงไม่อยากออกไปไหนแล้ว อยู่ดูหนังที่บ้านดีกว่า ก็พยายามแบบว่าซื้อดีวีดีมาดูที่บ้านดีกว่า ชีวิตเดินหน้า'' 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เหมือนคุณแม่อยากให้มีแฟนแล้ว มีความคิดเห็นอย่างไร พิงค์กี้เผยว่า เดี๋ยวก็คงมีแล้ว ข่าวต่างๆ เกี่ยวกับมือที่สามจะได้จบไปเสียที อีกทั้งตอนนี้ก็เปิดใจรับหนุ่มๆ แต่ยังไม่เจอคนที่ใช่ 

''เดี๋ยวก็คงจะมีแล้วล่ะ จะได้จบๆ ไป ก็เปิดใจค่ะ แต่ยังไม่ได้เจอใคร กลัว...สเปกไม่ได้คาดหวัง ถ้ามีเดี๋ยวก็เห็นเอง มีความสุขที่บ้านอยู่แล้ว เลี้ยงนก เลี้ยงแมว'' พิงค์กี้ กล่าว

วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

หมวย แม็กซิม ถูกอ้างชื่อร่วมแก๊งหลอกเหยื่อโอนเงินนับล้าน


''หมวย แม็กซิม'' ซวย ถูกแก๊งมิจฉาชีพอ้างชื่อร่วมแก๊งหลอกเหยื่อโอนเงินสูญนับล้าน เจ้าตัวลั่นพร้อมพิสูจน์ความจริง แฉคนร้ายแล้วเป็นคนที่เคยมาทำตัวตีสนิทเป็นแฟนคลับ หลังถูกขู่ทำร้ายร่างกายจนเครียดจัดกินไม่ได้นอนไม่หลับ ส่งผลกระทบเรื่องงานไม่กล้าออกจากที่พัก 


เรียกว่าซวยซ้ำซวยซ้อนก็คงจะไม่ผิด สำหรับเรื่องราวของสาวเซ็กซี่ที่ชื่อว่า ''หมวย'' พิลาวรรณ อารีรอบ อดีตสาวแม็กซิมปี 2010 ที่ก่อนหน้านี้ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ประสบปัญหาชีวิตความรักกับอดีตแฟนหนุ่มแบดบอย  ฮาเวิร์ด หวัง  จนถึงขั้นต้องขึ้นโรงพักกันหลายรอบ

ล่าสุดเจ้าตัวโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัว เตือนภัยให้คนทั่วไปรู้ถึงพฤติกรรมแก๊งมิจฉาชีพที่อ้างชื่อของตัวเอง ''หมวย แม็กซิม'' หลอกให้โอนเงิน จนมีเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินนับล้านบาทให้แก๊งมิจฉาชีพ กระทบถึงครอบครัวเหยื่อถึงขั้นบ้านแตกสาแหรกขาด งานนี้เมื่อผู้สื่อข่าวทราบเรื่อง จึงได้ต่อสายตรงหานางแบบสาวทันที โดนหมวยได้เปิดใจแฉเรื่องราวที่เกิดขึ้น ให้ผู้สื่อข่าวฟังจนหมดเปลือก โดยเล่าว่าเหตุการณ์อภิมหาต้มตุ๋นในครั้งนี้นั้น ถูกเปิดเผยขึ้นเมื่อมีภรรยาของเหยื่อรายหนึ่งติดต่อเธอมา และเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง ซึ่งทีแรกก็เข้าใจว่าเป็นเธอเต็มประดา

''คือมีคนส่งข้อความมาหาหมวยในเฟซประมาณว่า หมวยไปยุ่งกับสามีเขา แล้วเอาเงินของครอบครัวเขาไปทำให้มีปัญหากัน และเขาก็ให้เบอร์โทร.มา คือก่อนหน้านี้จริงๆ เขาไม่ได้ส่งหาหมวยโดยตรง แต่เขาส่งหาเพื่อนหมวย แล้วก็ให้เบอร์มา 3 เบอร์ พร้อมกับถามเพื่อนหมวยว่า เบอร์เหล่านั้นเป็นเบอร์หมวยหรือเปล่า แล้วทีนี้เพื่อนถึงเอาเบอร์มาให้หมวย''

''หมวยก็ได้ติดต่อเพื่อคุยกับเขา แล้วก็บอกเขาว่า เราไม่รู้จักแฟนเขา ไม่เคยเอาเงินแฟนเขา เขาก็ส่งคลิปเสียงของผู้หญิงที่อ้างว่าเป็นหมวยมาให้หมวยฟัง รวมทั้งเอกสารการโอนเงิน ซึ่งมันไม่ใช่บัญชีของหมวย ซึ่งเราเองก็ไปย้อนดูชื่อนี้ มันเป็นชื่อของผู้หญิงคนนึงที่ปลอมมาเป็นแฟนคลับหมวย เบอร์ที่เขามาให้เราดู 3 เบอร์ ก็เป็นเบอร์ของผู้หญิงคนนี้ เขามาตีสนิทกับหมวยเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา เวลาเราไปออกงานก็จะมาถ่ายรูปเรา อัดวิดีโอบ้าง แอบถ่ายเวลาเราทำงาน ซึ่งเขาเองคงเอารูปหมวยไปหลอกผู้ชายว่า เขาน่ะเป็นหมวย เขาเคยไปทำบุญกับหมวยช่วงหมวยเกิดเรื่อง ทำบุญโรงพยาบาลสงฆ์ ทำบุญบ้านเด็กกำพร้า หมวยก็ปะติดปะต่อเรื่อง แต่ทางคนที่สามีเขาโดนหลอกยังไม่เชื่อ ก็เลยนัดเจอกันที่โรงพักแล้วก็แจ้งความกัน เอาเสียงมาเทียบกันว่า เสียงในโทรศัพท์ที่เขาอัดไว้เป็นคนละคน ล่าสุดก็รู้ตัวคนทำแล้วค่ะ เขาเองก็สารภาพแล้ว''

หมวยยังเล่าอีกว่า เหยื่อของแฟนคลับจอมปลอมรายนี้ ไม่น่าจะมีเพียงแค่ 1 คน เพราะล่าสุดเพิ่งมีผู้ชายที่ตกเป็นเหยื่อโทร.มาคุยกับหมวย และเล่าให้ฟังว่าถูกหลอกเหมือนกัน

''อย่างวันนี้ก็มีคนที่เป็นเหยื่ออีกรายโทร.มา แต่คนนี้ฉลาดหน่อย ไหวตัวทัน พยายามเช็กข้อมูลของผู้หญิงคนนั้น พยายามนัดเจอ ซึ่งตอนหลังเขาก็รู้ว่าเราอยู่คนละที่กับผู้หญิงคนนั้น คือพบว่าคนที่ว่านั้นอยู่ที่พัทยา แต่หมวยอยู่กรุงเทพฯ รายนี้เขาโดนไป 8 หมื่น แต่เขารู้ตัวมาได้ประมาณ 2 เดือนแล้ว'' 

''กระทั่งเมื่อวานนี้หมวยโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กของตัวเอง เล่าให้ฟังว่า กำลังมีมิจฉาชีพเอาชื่อหมวยไปอ้างว่ามีคนเสียเงินไป 1.7 ล้านครอบครัวแตกแยก ถึงขั้นขายเลือดตัวเอง และกำลังคิดจะขายไตเพื่อนำเงินมาให้คนที่อ้างว่าเป็นหมวย ซึ่งเขาคนนั้นเมื่อรู้ว่าไม่ใช่เรา ก็ถึงกับช็อกไปเลย ซึ่งหมวยคุยกับเขาไม่รู้เรื่อง แต่คุยกับภรรยาเขา ซึ่งภรรยาก็รู้แล้ว''

นางแบบสาวยังได้เล่าอีกว่า ขณะนี้ตนนั้นถูกภัยมืดคุกคาม เพราะโดนแฟนคลับตัวปลอมที่ว่านั้น ขู่ว่าจะส่งคนมาทำร้าย โดยส่งข้อความผ่านมาทางผู้ชายที่โดนเขาหลอก ซึ่งตอนนี้หมวยก็กลัวมาก

''คนร้ายเขารู้แล้วว่าเรื่องแดง เขาก็ขู่เรามาผ่านทางผู้ชายที่ตกเป็นเหยื่อ โดยบอกว่าจะส่งคนมาตามมาทำร้ายเรา เพราะเขารู้จักบ้านเรา เพราะผู้ชายที่ตกเป็นเหยื่อขณะนี้เขายังคุยกับทางคนร้ายอยู่ เพราะต้องการเงินคืน โดยเขามีเงื่อนไขกับทางนั้นว่า จะไม่แจ้งความ จะไม่ฟ้องร้อง ซึ่งเท่าที่ทราบทางคนร้ายเองก็อ้างว่าไม่มี พร้อมกับยอมรับว่าเขาเป็นคนทำแล้วใครจะทำไม''

''เขาโมโหหมวยมาก เพราะหาว่าหมวยไปโพสต์ประจานเขาในเฟซ ซึ่งหมวยไม่ได้ระบุชื่อ แต่โพสต์เพื่อเตือนคนให้รู้ว่าใครที่คุยกับผู้หญิงที่อ้างว่าเป็นหมวย แล้วหลอกให้โอนเงินนั้น ไม่ใช่หมวยแน่นอน หมวยทำงานเองหาเงินเอง และหมวยไม่เคยขอเงินใคร ไม่เคยให้เบอร์ใครหรือพูดคุยกับใครผ่านเฟซ หมวยใช้คุยเรื่องงานหรือคุยกับแฟนคลับเท่านั้น ที่โพสต์ข้อความลงไปในเฟซและหลักฐานทางบัญชี ก็ไม่ได้มีชื่อ แต่มีแค่ตัวเลขเท่านั้น''

หมวยยังเล่าถึงมิจฉาชีพตัวแสบว่า แอบแฝงเข้ามาช่วงที่ตนนั้นประสบปัญหาก่อนหน้านี้ โดยชวนตนไปทำบุญ ตนจึงเห็นว่าเป็นคนใจดี จึงไม่ได้สงสัยอะไร 

''เมื่อต้นปีที่มวยเข้าโรงพยาบาลมีปัญหา พอเดือนมีนาฯ ผู้หญิงคนนี้ก็คุยกับหมวยในเฟซว่า ตัวเองแท้ง อยากทำบุญให้ลูกเหมือนกัน อย่างหมวยไปงานอีเวนต์ไหนเขาก็จะตามไป เจอแทบจะทุกงานจนเริ่มสนิท ผู้หญิงคนที่ว่านี้อายุประมาณ 27 รูปร่างจะอ้วนมากๆ เลย เราก็สงสารเขา เขาเหมือนว่าจะเลือกเหยื่อก่อน และดูว่านางแบบคนไหนเข้าถึงตัวง่าย เขาก็จะสวมเป็นคนนั้น โดยเอาข้อมูลทุกอย่างจากเฟซของเรา ล่าสุดก็เหมือนทางนั้นพยายามจะซัดทอดว่าหมวยอยู่เบื้องหลัง ซึ่งเราก็ไม่กลัว หนูก็พร้อมจะพิสูจน์ อย่างคนแรกที่โดน พอเขารู้ว่ากับหมวยเป็นคนละคน ก็หาว่าเป็นแก๊งเดียวกัน หนูก็เลยบอกว่าไปแจ้งความด้วยกัน เพราะเราก็เสียหายเหมือนกัน เพราะโดนแอบอ้างชื่อ ก่อนหน้านี้ที่เราไม่บอกพี่ๆ สื่อ เพราะเราก็มองหลายๆ ด้าน เหตุผลนึงหมวยคิดว่าชื่อของเรานั้นติดลบอยู่แล้ว แต่อีกทางถ้าเราไม่บอก ก็อาจจะมีคนตกเป็นเหยื่ออีก''


เมื่อถามว่าจะทำยังไงต่อไป นางแบบสาวก็ตอบว่า ทีแรกตนจะไปแจ้งความ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าเราไม่ได้เป็นคนเสียหาย ให้คนที่เสียหายไปแจ้งที่ท้องที่ที่เกิดเหตุการโอนเงิน ซึ่งคือ สน.เตาปูน แต่พอไปถึงตำรวจก็ไม่ได้รับแจ้งความ ลงแต่บันทึกประจำวันไว้อย่างเดียว โดยบอกว่าการให้ที่เกิดขึ้น เป็นการให้โดยเสน่หา ต้องไปเคลียร์กันเอง เพราะก่อนหน้านี้พอตำรวจถามถึงสาเหตุของการโอนเงินไป ผู้เสียหายเขาบอกว่าต้องการจะร่วมหลับนอนกับคนที่เขาคุยด้วย ซึ่งเขานึกว่าเป็นหมวย เท่าที่ตนทราบเนื้อหาที่เขาคุยกัน ก็จะมีแต่เรื่องเซ็กซ์

นอกจากนี้ สาวหมวยยังได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังอีกว่า เพื่อนนางแบบของตนหลายคน ก็เริ่มถูกแอบอ้างเหมือนตน

''อย่าง น้องทิพย์ โจลี่ น้องยุ้ย เพื่อนหนูหลายคน ก็เริ่มถูกแอบอ้าง หนูเชื่อว่ายังมีอีกหลายคนที่โดน แต่ไม่กล้าออกมา เพราะกลัวภรรยารู้''

สุดท้ายนางแบบสาวตัดพ้อถึงความซวยของตนเองว่า ทุกวันนี้จะออกไปทำงาน ยังไม่กล้า เพราะกลัวจะเป็นไปตามคำขู่ของคนร้าย ส่วนจะแจ้งความอีกครั้ง ก็กำลังตัดสินใจผลได้ผลเสีย

''ทุกวันนี้คนร้ายมันรู้แล้วว่า ทุกคนรู้ แต่มันก็กลับมาขู่ทำร้ายหนู จะส่งคนมาประกบเรา หมวยต้องทำงาน เราเองก็ยังไม่รู้ว่าจะกล้าออกไปทำงานหรือเปล่า  อย่าง รปภ. ก็เคยมาเล่าว่า มีคนมาหาเรา 2 คน เราอยู่คนเดียวเราก็กลัว ทีแรกวันนี้เราจะแจ้งความ แต่ผู้เสียหายรายที่ 2 เขาบอกว่าเราว่าอย่าแจ้งเลย เพราะถ้าแจ้งหมวยจะเดือดร้อนแน่ เพราะคนร้ายรู้แล้วว่าหมวยรู้ ทางนั้นก็ขู่มาแล้ว หนูเครียดมาก ยอมรับว่านอนไม่หลับมาเป็นอาทิตย์แล้ว หนูยืนยันว่าทุกอย่างเช็กได้ บัญชีเงินหนูมีอยู่ไม่กี่บาท หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีก็ไม่ใช่ชื่อหนู ทางคนร้ายก็พยายามโยนให้มาว่าเราบงการ หนูพร้อมท้าพิสูจน์ทุกอย่าง และก็ไม่อยากให้คนต้องตกเป็นเหยื่อกับพวกมิจฉาชีพพวกนี้อีก ส่วนที่ว่าจะไปแจ้งความไหม อันนี้ต้องขอตัดสินใจอีกที''

ที่มา: สยามดารา

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555

กิ๊ฟซ่า เมาแล้วขับ


กิ๊ฟซ่า เมาแล้วขับ นักร้องชื่อดังแห่งวงเกิร์ลลี่เบอรี่ ถูกจับคาด่านไม่ยอมตรวจวัดแอลกอฮอล์ เบ่งเป็นดารารู้จักนายตร. สุดท้ายยอมเป่าพบปริมาณแอลกอฮอล์ เกินกฏหมายกำหนด



(11 ก.ย) เมื่อเวลา 03.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.คลองตัด จับกุม น.ส.ปิยา พงศ์กุลภา หรือ กิ๊ฟซ่า วงเกิร์ลลี่เบอร์รี่ นักร้องชื่อดัง อายุ 28 ปี ในข้อหาเมาแล้วขับ ย่านพัฒนาการ 37 ซึ่งในตอนแรกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจ นักร้องคนดังกลับไม่ยอมเป่าปริมาณแอลกอฮอล์นานถึง 3 ชั่วโมง โดยบอกเป็นดาราและรู้จักนายตำรวจมากมาย พร้อมบอกว่าจะรอสร่างเมาแล้วค่อยเป่า เพราะไม่อยากขึ้นศาล แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันจะขอตรวจปริมาณแอลกอฮอล์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น


สุดท้ายกิ๊ฟซ่า จึงยอมเป่าพบระดับปริมาณแอลกอฮอล์ 82 มิลลิกรัมเปอร์เซนต์ ซึ่งเกินกฏหมายกำหนด โดยเจ้าตัวยอมรับว่าดื่มสุราจากสถานบันเทิงย่านทองหล่อ ตั้งแต่เวลา 22.00-01.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวส่ง สน.คลองตัน เพื่อรอส่งศาลต่อไป

ล่าสุด พ.ต.ท.สง่า ปัญญา พนักงานสอบสวน (สบ.2) สน.คลองตัน เปิดเผยว่า กิ๊ฟซ่า ได้ใช้เงินสดจำนวน 20,000 บาท ประกันตัวออกไป และได้นัดหมายนักร้องสาวอีกครั้งในวันที่ 12 ก.ย. เพื่อนำตัวส่งฟ้องไปยังศาลจังหวัดพระโขนง

ขณะที่ศาลจังหวัดพระโขนงมีคำพิพากษามีการพิจารณาคดี  วันที่ 12 กันยายน เวลา 11.30 น. ในข้อหาเมาแล้วขับและไม่มีใบขับขี่ของ น.​ส.ปิยา พงศ์กุลภา หรือ กิ๊ฟซ่า เกิร์ลลี่เบอร์รี่ ซึ่งข้อหาเมาแลวขับ มีอัตราโทษจำ​คุก 2 เดือน ปรับ 6,000บาท ข้อหาไม่มีใบขับขี่ปรับ 1,000 บาท​ ซึ่งเนื่องจากรับสารภาพและไม่เคยประพฤ​ติผิดมาก่อนศาลจึงพิจารณาลดโทษใ​ห้กึ่งหนึ่ง และรอลงอาญา 2 ปี ระหว่างการรอลงอาญา น.ส.ปิยา ต้องมารายงานตัวต่อพนักงานคุมปร​ะพฤติ 4 ครั้งใน 1 ปี และทำงานบริการสังคมตามทึ่ตกลงไ​ว้กับทางอัยการเป็นเวลา 12 ชั่วโม​ง

ขณะที่บริษัท อาร์เอส จำกัด(มหาชน) ได้มีการสั่งลงโทษนักร้องสาวด้วยการ​พักงานไปแล้ว 3 เดือน


วันเสาร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวโฟร์-มด ซดเกาเหลา


กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาทันทีทั้งคู่ต่างบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้สื่อสัมภาษณ์คู่ ขณะเดินทางมาร่วมงาน "ช่อง 8 ฟรีทีวีวาไรตี้ 24 ชม. จัดทัพปรับผัง" ล่าสุดความบาดหมางเริ่มออกอาการชัดเจนมากขึ้นถึงขนาดไม่ขอถ่ายรูปร่วมเฟรมกันเด็ดขาด โดยสาเหตุของเรื่องซดเกาเหลาครั้งนี้เริ่มมาจากที่ทั้งสองฝ่ายต่างโพสต์ข้อความเหน็บแนมผ่านอินสตาแกรม. จนสุดท้ายสาว "มด" ได้ออกมายอมรับว่าขณะนี้ "โฟร์ มด" มีปัญหากันจริงแต่ไม่มีผลกระทบต่องานแน่นอน.


"ตอนนี้ก็มีปัญหากันจริงค่ะ แต่งานเราก็ยังทำร่วมกันปกติไม่มีผลกระทบอะไร เพราะตัวหนูแยกแยะได้ว่าอันไหนเป็นเรื่องส่วนตัวและอันไหนเป็นเรื่องงาน คือคนเราถ้าโตแล้วเรื่องแค่นี้ก็น่าจะแยกแยะเองได้ว่าอะไรควรทำและอะไรไม่ควรทำ เพราะมันจะได้ไม่ไปกระทบกับคนอื่น ส่วนเรื่องเข้าไปปรับความเข้าใจตอนนี้ขอยังดีกว่าหนูอยากอยู่เงียบๆ "

ทันทีที่ "มด" สิ้นสุดการให้สัมภาษณ์ ด้านสาว"โฟร์" ก็ขอออกมาชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวบ้าง โดยงานนี้เธอถึงกับออกปากเองเลยว่า อาชีพร้องเพลงคงมาถึงจุดอิ่มตัวแล้ว!!

"เอาเป็นว่าตัวโฟร์เองไม่เคยว่าใครลับหลังค่ะ และก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรกับเรื่องนี้เลยด้วย ส่วนฝ่ายนั้นเค้าก็คงจะต้องซีเรียสแหละ เพราะโฟร์เองก็โตกว่าเลยไม่รู้สึกอะไรมาก และอีกอย่างเรื่องนี้มันก็น่าจะเกิดจากการระบายอารมณ์อะไรของเค้าสักอย่างผ่านอินสตาแกรม ซึ่งโฟร์ก็ไม่รู้นะว่าเค้าว่าโฟร์รึเปล่าเพราะเค้าไม่ได้แอดชื่อโฟร์ เพียงแต่ว่าพอเราเห็นแล้วมันรู้สึกอะค่ะ ถามว่ามันจะถึงจุดอิ่มตัวของ โฟร์-มด รึเปล่าอันนี้ก็ไม่แน่ เพราะอายุโฟร์เองก็เยอะ และถ้าหากเหตุการณ์นี้มันจะทำให้ทุกอย่างจบลงไวขึ้นเราก็คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามนั้นละค่ะ"

แต่ความแซ่บยังไม่จบลงเท่านี้ เมื่อการปะทะคารมผ่านสื่อเริ่มดุเดือดยิ่งขึ้นจนถึงขั้นที่สาว "มด" ออกมาพูดเองเลยว่า โฟร์ มด ถึงจุดอิ่มตัวก็อิ่มตัวสิ!!

"อิ่มตัวก็อิ่มตัวสิ!! คืออย่างที่บอก โตๆ กันแล้วก็น่าจะรู้ว่าถ้าเราจะทำงานตรงนี้เรื่องงานมันก็ควรจะมาก่อนและเรื่องส่วนตัวเอาไว้ทีหลังค่ะ ส่วนเรื่องที่หนูโพสต์ในอินสตาแกรมนั้นเอาเป็นว่าคนเราควรรู้ตัวเองว่าทำอะไรไปบ้าง และถ้าไม่รู้จักจะแยกแยะว่าอะไรเป็นอะไรก็จบเถอะค่ะ "

เห็นทีงานนี้... ถ้าทั้งคู่ยังไม่รีบปรับความเข้าใจ "ดูโอ้ 8 ปี อย่าง โฟร์ มด" คงถึงจุดอิ่มตัวแล้วจริงๆ!!

ที่มา: สนุกนิวส์

วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2555

หนุ่ม-อรรถพร แชร์เรื่องราว ความไร้น้ำใจ


นักแสดงผิวเข้ม "หนุ่ม-อรรถพร" จึงถือโอกาสควงแขนภรรยาคนสวย "ฝ้าย-อริญรดา" มาร่วมทำกิจกรรมสนุกๆ และ ฟังประสบการณ์แม่ลูกในงาน "เบบี้ มายด์ อุ่นรักจากอกแม่" ซึ่งงานนี้ "หนุ่ม ฝ้าย" ก็ยังขอแชร์เรื่องราว ความไร้น้ำใจของคนเมืองบางกลุ่มที่ได้เจอมา และ อัพเดทเรื่องของเจ้าตัวน้อย

หนุ่ม : "ผมขอด่าหน่อยเหอะคนที่ไม่มีน้ำใจกับคนท้องเนี่ย คือมีครั้งนึงผมไปร้านอาหารที่มีการเข้าคิว แล้วพอดีมันไม่มีเก้าอี้ว่างเลยสักตัวผมก็พูดเลยว่า "ขอเแบ่งเก้าอี้สักตัวนึงให้คนท้องนั่งรอหน่อยได้ไหมครับ" ซึ่งพอผมพูดจบก็ไม่มีใครลุกให้เลยสักคนนะ แต่ละคนยังนั่งลอยหน้าลอยตาไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ผมก็เลยตัดสินใจพูดออกมาดังๆ อีกครั้งว่า "เฮ้ย..ไม่มีใครมีน้ำใจให้กับคนท้องบ้างเลยรึไง ไม่เห็นเลยรึไงว่าคนท้องกำลังยืนอยู่" พอพูดจบครั้งที่2 ก็ยังเป็นเหมือนเดิม ผมก็เลยเข้าใจแล้วแหละว่าคนสมัยนี้เป็นอย่างนี้ แต่ก็ไม่ใช่แค่กรณีผมกรณีเดียวนะ ผมก็เคยเจอเคสอื่นๆ มาเหมือนกัน ที่แบบเห็นแล้วรู้สึกเลยว่าคนเราเห็นแก่ตัวเยอะมาก"

ฝ้าย : "วันนั้นฝ้ายขับรถไปข้างนอกคนเดียวแล้วกำลังจะกลับ แต่ระหว่างที่ฝ้ายกำลังเข็นรถเพื่อที่จะขยับให้รถเราออกได้นั้น ก็มีผู้ชายกลุ่มนึงเค้าขับรถมาจอดรอให้ฝ้ายเข็นรถออกให้เสร็จโดยที่ไม่คิดจะลงมาช่วยเลยทั้งๆ ที่ตัวฝ้ายเองก็ท้องอยู่ แล้วก็ไม่ใช้ท้องเล็กๆ นะ ประมาณ 6เดือนแล้วด้วย แต่สุดท้ายคือแรงฝ้ายไม่มีจริงๆ กว่าจะเข็นเสร็จแต่ละคันมันต้องใช้เวลานานมาก พวกเค้าขี้เกียจรอก็เลยวิ่งลงมาช่วยค่ะ"


"หนุ่ม-ฝ้าย" อัพเดทเรื่องลูก...

ฝ้าย : "ตอนนี้จะ 7เดือนแล้ว น้องดิ้นตลอดเลยวันแรงมาก แบบว่าเห็นเป็นลักษณะอวัยวะเลย เพียงแต่ฝ้ายไม่รู้ว่าเป็นส่วนไหน ซึ่งมันน่ากลัวมาก ฝ้ายก็เลยบอกเค้าไปว่า อย่าทำแบบนี้อีกนะแม่กลัว แต่เดี๋ยวนี้ก็ไม่เป็นแล้วค่ะ"

หนุ่ม : "ผมอ่านนิทานให้เค้าฟังตลอดครับ ทั้งนิทาน ทั้งปรัชญา ไม่รู้เค้าเข้าใจรึเปล่านะ แต่ก็อ่านให้ฟังไปเรื่อย บางครั้งก็มีทาโลชั่นที่ท้องให้ฝ้ายก็ได้สัมผัสเค้าไปด้วย อีกอย่างตอนนี้ผมก็เริ่มซื้อของเข้าบ้านแล้วแต่ยังไม่ได้แยกว่าอะไรเป็นอะไรบ้าง แล้วก็ชื่อยังเป็น "อันดา" เหมือนเดิมครับ เป็นการผสมระหว่างชื่อพ่อกับชื่อแม่"

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

เคน-ภูภูมิฉาวรายวัน


ข่าวฉาวถี่ยิบสำหรับเคน-ภูภูมิ พระเอกยิ้มมหาสเน่ห์ ช่วงนี้ถูกตั้งฉายาเป็น "ซุป'ตาร์จอมหื่น" ที่เมื่อสัปดาห์ก่อนโดนนางแบบสาว "แพทตี้ อาลัวร์" แคปภาพขณะคุยสยิวผ่านโปรแกรมแชตชื่อดังแจกนักข่าว ล่าสุดหนุ่มเคน ก็โดนแฉแบบจัดหนักอีกครั้งจากนางแบบสาว "มนนี่ อาลัวร์" โดยโพสต์ภาพถ่ายแบบแนบชิดยืนยันความสัมพันธ์โชว์สื่อ พร้อมยืนยันว่า หนุ่มเคนตามจีบ


งานนี้ทำเอาหนุ่มเคนถึงกับต้องรีบวิ่งออกมาแก้ข่าว กลางงาน "เปิดตัวหนัง สาระแน โอเซกไก" ที่เจ้าตัวแสดงนำเลยว่า ..รู้จักกับมนนี่จริงเพราะเป็นเพื่อนที่มหาลัย แต่ไม่เคยคิดจะจีบ พร้อมยืนยันสถานะโสด 100% แน่นอน!!!

"ไม่เคยจีบเลยครับ โทรศัพท์ก็ไม่เคยคุยด้วย แต่ยอมรับว่าเรารู้จักกันจริงเพราะเค้าเป็นเพื่อนที่มหาวิทยาลัย ส่วนรูปคู่ที่เค้าโพสต์น่าจะเป็นรูปตามงานมากกว่า อีกอย่างเรื่องนี้พวกนี้ตัวผมเองก็ไม่อยากเก็บมาคิด เพราะมันไม่เป็นความจริงเลย ซึ่งตัวผมเองก็ยืนยันได้ครับว่าตอนนีิ้โสด 100% และยังไม่มีใครเป็นตัวจริงแน่นอน"


วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณรับเฮิร์ทถูกบอกเลิก


เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ นางเอกคนสวย แห่ง วิกพระรามสี่ ยอมรับเฮิร์ท ไฮโซหนุ่ม ตั้ม สิริเกียรติ ส่งเมสเสจบอกเลิก คงไม่โทรหาเพื่อเคลียร์ก่อน เนื่องจากเป็นผู้หญิงจะดูไม่ดี เผยโสดแล้วหนุ่มๆ เรียงคิวเข้ามาจีบเพียบ ปฏิเสธ หนุ่มบอย ทายาทห้างดังมาวิน ยันสัมพันธ์เป็นแค่เพื่อน เจ้าตัวเผยยังไม่พร้อมเปิดใจให้ใครตอนนี้.


เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้โสดสนิทแล้วใช่ไหม? นางเอกสาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ตอบว่า

"สนิทเลยค่ะ ที่จริงเราก็ทำใจบ้างแล้ว แต่พอพี่เขาส่งเมสเสจมา เราก็คิดอยู่แล้วว่าผลจะต้องออกมาประมาณนี้ ก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจของทั้งสองคนแล้วกัน ว่ามาทางนี้น่าจะดีกว่าค่ะ (พอฝ่ายชายส่งข้อความบอกเลิกรู้สึกตกใจไหม?) ก็ตกใจค่ะ เพราะเจนี่อยากได้ยินเขาพูดมากกว่าเมสเสจ เจนี่ก็กลับมาคิดว่าพี่เขาคงทำใจไม่ได้ เลยทำในสิ่งที่ดีที่สุด (เฮิร์ทมากไหม?) มันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ต้องเฮิร์ท แต่จะให้เจนี่มาเฮิร์ทตลอดก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะเจนี่ต้องทำงานด้วย"

"เจนี่ก็โตแล้ว ต้องรักตัวเองมากกว่าสิ่งอื่นใดในโลกนี้ ตอนนี้เจนี่ขอทำงานอย่างเดียวค่ะ (มีข่าวว่าหนุ่มเข้าคิวตามจีบ?) ปกติน่ะ เพราะอายุเราก็ประมาณนี้แล้ว(หัวเราะ) (พยายามติดต่อหาเขาบ้างไหม?) เจนี่เป็นผู้หญิง ก็ไม่ใช่หน้าที่ที่เราจะต้องโทรไปหาผู้ชายก่อน น่าจะเป็นผู้ชายโทรมาหาเราก่อน (เพื่อนๆ ว่าอย่างไรบ้าง?) เพื่อนก็จะดูแลเราทุกครั้ง แต่ช่วงนี้นานา (นานา ไรบีนา) กำลังท้อง เธอก็จะอยู่แต่บ้าน อย่างน้อยเจนี่ก็มีเพื่อน พอเวลาเหงาก็จะไปหานานา"

วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2555

เก้า-จิรายุ ปัดคบ แนท-ณัฐชา


จากการที่เก้า-จิรายุ ละอองมณี เล่นละครกับ แนท-ณัฐชา นวลแจ่มจนดูสนิทสนมเกินเหตุ เลยมีข่าวเม้าส์ว่าทั้งคู่แอบคบหาดูใจกันอยู่ถึงขั้นที่ว่าหนุ่มเก้านั้นซื้อกีตาร์ให้แนทซะด้วย พอเจอหน้าหนุ่มเก้าในงาน New Look New Fashion ผู้สื่อข่าวจึงได้ไปสอบถามแต่หนุ่มเก้า


มีข่าวออกมาว่าเก้าไปซื้อกีตาร์ให้แนทด้วย

"ไม่ได้ซื้อครับ ไม่ครับ ไม่เคยซื้อกีตาร์ให้ ไม่ได้คบกันแบบนั้น แนทเขามีกีต้าร์อยู่แล้วปกติแนทจะเล่นกีต้าร์ที่พ่อเขาน้าแหลมให้มา คือผมเองก็เคยลองยืมเล่นแต่มันก็เป็นกีต้าร์ที่ดีอยู่แล้ว ถ้าเป็นผมผมมีตัวนั้นแล้วไม่จำเป็นต้องมีตัวอื่นอีกเลย ผมก็ไม่เคยซื้ออะไรให้ด้วย ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง"

ถึงไม่ได้ซื้อกีต้าร์ให้แต่ก็แอบไปเป็นครูสอนเพลงให้แนทด้วย

"แทบจะไม่ได้สอนเลยครับ แต่ก็มีสอนเวลาที่ซักซี๊ดมีทัวร์ไปเล่นคอนเสิร์ตบ้าง ก็ไม่ถึงกับทัวร์หรอกเพราะเราก็ไม่ถึงกับเป็นศิลปินจริงๆก็จะมีบอกแนทว่าให้เล่นแบบไหน มันก็จะต้องคุยกันอยู่แล้วเวลาเล่นดนตรีด้วยกัน แต่คนที่สอนแนทจะเป็นพี่หมูผู้กำกับมากกว่า"

ชอบเพลงแนวเดียวกันด้วย

"ก็ฟังได้ แนทเขาฟังเพลงเยอะกว่าผมอีก บางทีผมเองฟังเพลงน้อยก็ได้เพลงจากแนทที่ส่งมาให้ เราก็จะได้ฟังเพลงเยอะขึ้น ส่วนใหญ่ที่คุยกันก็มีเรื่องดนตรี แนทเขาก็โตมาในเส้นทางดนตรีอยู่แล้ว พ่อเขาเป็นนักดนตรีที่เก่งมาก ก็คุยกันเรื่องนี้บ่อยเหมือนกัน แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอกันเลยครับ ก็ยืนยันว่าไม่ได้เป็นอะไรแบบที่เป็นข่าวครับ ก็อย่างที่บอกไม่ใช่ว่าผมไม่เคยมีความรักเราก็เคยมีเราก็รู้ว่ามันเป็นยังไง เราก็รู้สึกว่าอายุเราตอนนี้พูดจริงๆมันก็น้อยมากสำหรับเรื่องอย่างนี้ ถามว่ามันก็มีได้ถือว่ามันเป็นประสบการณ์ ตอนนี้ผมเองก็รู้สึกว่าเราเองอาจต้องพลาดอะไรหลายๆอย่างไปเขาเองก็ต้องพลาดอะไรไปเหมือนกัน พลาดโอกาสที่เราจะได้เป็นเด็กอย่างเต็มที่ ทำอะไรที่เราอยากจะทำจริงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องผิด ผมเองก็ตัดสินใจว่าถ้าเราจะมีเราก็คงคุยไปเรื่อยๆก่อน ไม่อยากให้ความหวังเพราะเรายังเป็นเด็กอยู่เป็นการตัดสินใจของผมเอง"

วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

คลิปหลุดกานต์-แพมว่อนเน็ต


จากที่ได้มีการเผยแพร่ภาพคลิปหลุดคนหน้าคล้าย  นางแบบอักษรย่อ พ.พาน กับดาราหนุ่ม อักษรย่อ ก. ในโลกอินเตอร์เน็ตเมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา ในอิริยาบถคล้ายกับกำลังพลอดรักในห้องนอนส่วนตัว ทำให้มีบรรด่ผู้ใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก พยายามเสาะหาว่า นางแบบสาว พ. กับ ดาราหนุ่ม ก. เป็นใครนั้น


เมื่อวันที่ 7 กันยายน ความจริงก็ถูกเปิดเผยโดยนักแสดงหนุ่มจากละครไฟมาร "กานต์ กณิณ ปัทมานันท์" ออกมายอมรับว่าภาพในคลิปที่ว่อนทั่วอินเตอร์เน็ตนั้นเป็นตนจริง ส่วนฝ่ายหญิงคือ ′′แพม ปานพิมพ์ เตชะธนชัยพัฒน์" นางแบบดาราสาวสุดเซ็กซี่

ความจริงเป็นแค่ฉากหนึ่งจากการถ่ายภาพยนตร์โฆษณารณรงค์หยุดใช้ยาไอซ์ในวัยรุ่นของ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) หนุ่มกานต์กล่าวต่อว่าเป็นเพียงงานการช่วยเหลือสังคมและหวังว่าประชาชนคงจะเข้าใจ

ก่อนหน้านี้นักแสดงหนุ่ม กานต์ กณิณ เคยมีภาพหลุดจุ๊บปากกับ ใหม่ ดาวิกา โฮเนร์ นางเอกสาวชื่อดังช่อง 7 เมื่อปลายปีที่แล้ว และตอนนี้กำลังมีผลงานละครเรื่องไฟมาร ที่กำลังออกอากาศทางช่อง 7 สี อยู่ด้วย

ด้านสาวแพม ปานพิมพ์ ดารานางแบบเซ็กซี่เคยมีผลงานการแสดงภาพยนตร์เรื่องเดอะกิ๊ก ปัจจุบันแพมรับงานถ่ายแบบสุดเซ็กซี่ให้กับนิตยสารวาบหวิวชื่อดังหลายเล่ม และเคยมีข่าวว่าเป็นกิ๊กกับ ต๊อด ปิติ ภิรมญ์ภักดี สามีของนางเอกสาวดัง นุ่น วรนุช เมื่อปีที่ผ่านมา


พอร์ช รับสนิท มิน แค่เพื่อน


พระเอกหนุ่มสุดฮอต พอร์ช ศรัณย์ รับสนิท มิน พีชญา นางเอกร่วมค่าย ยันแค่เพื่อน เผยไปทานข้าวกับพ่อแม่ของฝ่ายหญิงที่ขอนแก่นจริง แต่ไปกันหลายคน ไม่ใช่พาไปเปิดตัว แถมรีบปฏิเสธตามจีบ สาวมิน แต่ชมไม่ขาดปากว่าน่ารัก ส่วนโอกาสพัฒนาเจ้าตัวบอกยังไม่รู้.


เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวว่าสาว มิน พีชญา พาไปเจอพ่อแม่แล้ว? พระเอกหนุ่ม พอร์ช ศรัณย์ เผยว่า
"วันนั้นไปงานด้วยกัน พอดีคุณพ่อคุณแม่เขามาด้วย ก็เลยชวนไปทานข้าว มีหลายคนที่ไปวันนั้น เราเป็นเพื่อนกันไม่มีอะไร สนิทกัน เพราะเราถ่ายละครด้วยกัน ก็มีปรึกษากันบ้าง" 

ไม่ใช่ว่ามินพาไปเปิดตัวกับพ่อแม่?
"ไม่ใช่ครับ เร็วไป" 

ตามจีบมินรึเปล่า? 
"ไม่ได้ตามจีบ ถ้าคุยก็คุยเลย ไม่ต้องตามจีบใคร(หัวเราะ) เราเป็นเพื่อนกัน เขาก็น่ารักดี แต่ไม่ถึงกับลุ้นกันขนาดนั้นหรอกครับ"

มินเป็นผู้หญิงที่สนิทที่สุดรึเปล่า? 
"ก็สนิทครับ ส่วนใหญ่ผมพยายามจะสนิทกับนางเอก เราจะได้เข้าขากันได้ง่ายครับ"

ที่มา: gossipstar.mthai.com

วันเสาร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2555

ข่าวล่าสุด-นิชคุณ

นิชคุณทำงานอาสาสมัครใหม่ โดยเลือกที่จะทำงานกับเด็กที่มีความพิการ


ปัญหาของการเกิดอุบัติเหตุทำให้นิชคุณขอพักงานวงการบันเทิงชั่วคราว ล่าสุดแหล่งข่าวเปิดเผยว่านิชคุณต้องทำงานเป็นอาสาสมัครและเขาเลือกที่จะช่วยให้เด็กที่มีความพิการโดยนิชคุณไปยังศูนย์ดูแลเด็กเล็กและใช้เวลาอยู่กับ เด็กตั้งแต่สองสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะเขาเป็นชาวพุทธ หลายคนเคยได้ยินเกี่ยวกับ ความเอื้ออาทรและหัวใจที่ดี แต่ในความเป็นจริงนิชคุณไม่ต้องการให้เป็นข่าวแพร่หลาย

นิชคุณผมอาสาที่จะทำงานในความลับเพราะความคิดเห็นในเชิงลบออกมา ขณะที่ JYP Entertainment ต้นสังกัดเห็นพ้องกับนิชคุณ ผมเห็นด้วยกับและเคารพการตัดสินใจของเขา ทีมงานของสถานที่ที่ ดูเหมือนจะเพิ่มความระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตัวแทนกล่าวว่านิชคุณมาที่นี่เพื่อทำงานเป็นอาสาสมัคร ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะเผยให้เห็น

สำหรับข่าวการประสบอุบัติเหตุของนิชคุณทำเอาแฟน ๆ หลายคนที่รักนิชคุณตะลึงมาก เรื่องคดีศาลได้ตัดสินจากผลพิสูจน์ทางคดี ส่วนกิจกรรมอาสาสมัครของนิชคุณนั้น ทำโดยสุจริตใจใ

อั้ม-พัชราภา เขิน แอมป์-พิธาน ยอมรับกำลังดูใจ


หลังนักธุรกิจหนุ่มหล่อ แอมป์ พิธาน ยอมรับว่ากำลังดูใจอยู่กับสาว อั้ม พัชราภา คนเดียว! ทำเอานางเอกซุป'ตาร์ สาวอั้ม เขินอายม้วนหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก แต่เธอยังกั๊กสัมพันธ์เรียกแฟน เปรยไม่คิดจะปิดบังแค่เกรงใจฝ่ายชาย บอกขอคุยกันไปเรื่อยๆ ก่อนจะพัฒนาไปทางดี แถมยังยิ้มไม่ยอมหุบ เพราะดีใจที่หลายคนทัก ไฮโซแอมป์ เหมาะสมเป็นหวานใจตัวจริงของ สาวอั้ม ที่สุด!!

อั้มเขินแอมป์ชมเปราะน่ารัก
"คือวันนั้นคุณแอมป์ต้องไปสัมภาษณ์เกี่ยวกับเศรษฐกิจ บังเอิญทางช่อง 7 ไปด้วย ก็เห็นคำสัมภาษณ์แล้วค่ะ ก็ดีค่ะ

รู้สึกอย่างที่แอมป์เปิดใจว่าคุยกับอั้มอยู่คนเดียว?
(เขิน) ก็คุยๆ กันอยู่

แอมป์มีตกใจไหม?
"ไม่ตกใจ เพราะวันหนึ่งก็ต้องมีคนไปถามอยู่แล้ว"

รู้สึกเกร็งบ้างไหม?
"ถ้าจะเกร็งก็เพราะโดนสัมภาษณ์ตอนนี้แหละค่ะ(หัวเราะ) ค่อยๆ ดูกันไป อยากเป็นเพื่อนคุยกันเรื่อยๆ ค่ะ ที่จริงอั้มก็ไม่ได้อยากจะปิดอะไร ก็เกรงใจเขา แต่ขอบคุณนะคะที่เขาพูดแบบนี้ อั้มก็คุยกับเขาคนเดียวค่ะ" 

หลายคนชมแอมป์น่ารักเหมาะสมกับอั้มมาก?
"ก็ดีใจแทนเขาด้วยน่ะ(เขิน) เพราะมีแต่คนพูดถึงเขาไปทางที่ดี เพื่อนๆ โทรมา แล้วก็กรี๊ดๆ กันใหญ่ อั้มก็อยากคุยกันไปเรื่อยๆ"

ได้ดูสัมภาษณ์ของเขาเป็นอย่างไรบ้าง?
"ก็ตลกดี เพราะไม่คิดว่าคุณแอมป์จะพูดแบบนี้ค่ะ''

ที่มา: gossipstar.mthai.com

วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2555

ชมพู่-อารยา โต้ควง น็อต-วิศรุต ซื้อที่ 50 ล้านสร้างเรือนหอ


นางเอกสาวฮอตลูกครึ่ง ชมพู่-อารยา โต้กระแสข่าว ควงหวานใจไฮโซ น็อต-วิศรุต ซื้อที่เขาใหญ่ 50 ล้านไว้สร้างเรือนหอ แจงเป็นของที่บ้านฝ่ายชาย ออกปากหวงชีวิตโสดไม่พร้อมแต่ง สบายใจ หนุ่มน็อต บอกรอไหว!  แม้เป็นดาราที่มีรายได้ต่อปีสูง แต่ไม่กังวลสรรพากรตรวจภาษีย้อนหลัง เนื่องจากทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้องทุกอย่าง.

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่ว่าควงแฟนหนุ่ม น็อต วิศรุต ไปซื้อที่ดินที่เขาใหญ่ไว้สร้างเรือนหอจริงหรือเปล่า ชมพู่ อารยา ชี้แจงกลั้วหัวเราะว่า
''เรือนหอไกลไปมั้ย ไม่ใช่หรอกค่ะ อันนั้นที่บ้านคุณน็อตเขาไปซื้อกันเองชมไม่ได้มีส่วนอะไรเป็นของที่บ้านเขา"

ข่าวบอกว่าราคา 50 ล้าน?
"อันนี้ไม่ทราบต้องไปถามเขาเอง"

จะเป็นเรือนหอมั้ย?
"คงไม่ค่ะอย่างที่บอกเป็นของครอบครัวเขาถ้าเป็นเรือนหอคงจะไกลไปนิดนึง"

เราได้ไปดูกับเขาหรือเปล่า?
"คือมันจะมีช่วงนึงที่ชมไปเขาใหญ่บ่อยมาก เพราะว่าถ่ายละครอาจจะมีทางพี่น็อตขับรถมารับไปดูด้วยแต่ว่าเราไม่ได้มีส่วนในการช่วยตัดสินใจอะไร''
''ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าคุณน็อตจะขอแต่งงานปีหน้าทางชมยังไม่มีกระแสอะไรนะมีแต่กระแสข้างนอก จริงๆ ชมว่ามันน่าจะเป็นเรื่องของการคุยกันของคนสองคนมากกว่าเราเลยจุดที่จะมาเซอร์ไพร้ส์กันแล้ว ถ้าเกิดจะมีคำถามแบบนั้นขึ้นมาชมเองต้องรู้ตัวประมาณนึงว่าต่างคนต่างพร้อม แต่ ณ เวลานี้เราก็คุยกันว่าชมยังอยากทำงานอยู่" 

หวงชีวิตโสดอยู่? 
"พอถึงเวลานึงต่างฝ่ายต่างต้องเสียสละแต่เวลานี้ก็ยังต้องทำเพื่อตัวเราและครอบครัวเราก่อนแล้วพอทุกอย่างมันวางใจได้แล้วเราค่อยมาคุยกันถึงรูปแบบความสัมพันธ์อีกแบบนึง"

น็อตรอไหว?
"คุยกันด้วยความเข้าใจนะเขาก็รอไหวค่ะ''

พอถามถึงกระแสภาษีของดารา นักแสดง กำลังมาแรงเพราะเป็นหนึ่งในดาราที่มีรายได้ต่อปีค่อนข้างมาก กลัวจะถูกสรรพากรเรียกตรวจมั้ย  ชมพู่ อารยา ตอบอย่างอารมณ์ดีว่า
''จริงๆ สำหรับชมนะได้ผ่านวิกฤติเรื่องภาษีมาแล้ว (หัวเราะ) หลังจากนั้นก็เป็นเด็กดีของสรรพากรมาตลอดหวังว่าคงไม่มีอะไร"

ถ้าเขาเรียกตรวจสอบย้อนหลังก็ยินดี?
"ยินดีค่ะ เพราะว่าก่อนหน้านั้นอย่างที่มีข่าวชมก็โดนเรื่องคณะบุคคลดาราเองก็มีความเข้าใจผิดหรือถูกแนะนำมาผิดๆ เรียกว่าบริหารวิธีการเสียภาษีรูปแบบคณะบุคคลซึ่งมันก็เป็นที่ถกเถียงกันว่ามันเป็นเรื่องถูกต้องหรือไม่ถูกต้องในที่สุดถึงวันนึงชมก็โดนเอาเป็นว่ามันไม่ถูกต้องนะคะก็มีการแจ้งจากสรรพากรให้เราเข้าไปชี้แจงว่าเขาก็บอกว่าเราทำแบบนี้ไม่ถูกนะ ต้องทำอย่างนี้นะ ทำลักษณะอย่างนี้มันจงใจเลี่ยงนะ เราก็ค่อยๆ เคลียร์ไป ตั้งแต่ชมมีรูปแบบบริษัทก็ทำตามขั้นตอนมาตลอด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ณ เวลานั้นเราไม่ได้ตั้งใจจะโกงเอาเป็นว่าเราได้รับคำแนะนำว่าให้ทำในแบบที่ถูกต้อง (พลอยได้มาปรึกษาหรือเปล่า?) หลายวันนี้ไม่ได้คุยกันเลยรู้แหละว่าเขาเครียด''

ที่มา: gossipstar.mthai.com

วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2555

ตูนควงก้อย ยินดีงานแต่ง ปิ๊ด-โบตั๋น


ได้เห็นนักร้องหนุ่ม ตูน บอดี้สแลม หรือ อาทิวราห์ คงมาลัย ควงคู่แฟนนางเอกสาว ก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ มาร่วมยินดีในงานแต่งงานของเพื่อนร่วมวง "ปิ๊ด-โบตั๋น" โดยที่งานนี้ตูนแปลงโฉมเป็นร็อกเพื่อชีวิตแบบน้าแอ๊ด คาราบาว บอกว่าปกติเป็นร็อกอยู่แล้วเลยอยากให้ดูแปลกไปหน่อยขอเป็นร็อกแบบไทยๆ สำหรับตัวเองขอทำงานก่อน ยังไม่มีแพลนแต่ง มาลุ้นกันอีกทีปีหน้าค่อย ส่วนงานเพลงอัลบั้มใหม่ตอนนี้เร่งทำแล้วคาดว่าได้ฟังกันเร็วๆ นี้แน่นอน 


วันนี้แต่งตัวร็อกยังไงบ้าง?
ตูน : "ในการ์ดบอกให้แต่งตัวเป็นร็อก ธรรมดาเราก็เป็นร็อกอยู่แล้ว เลยแบบเป็นน้าแอ๊ดเลย ร็อกเพื่อชีวิต ร็อกแบบไทยๆ"
ก้อย : "ก็ชอบแนวร็อกอยู่แล้ว เลยแบบว่าเสื้อผ้าที่ใส่ในชีวิตประจำวันให้เป็นแนวร็อกขึ้นมาหน่อย ให้เกียรติด้วย พี่ตูนไม่บอกก่อนไงว่าจะเป็นพี่แอ๊ด เราจะได้แต่งเป็นพี่ปลา (หัวเราะ) ชุดหาง่ายค่ะ ง่ายมาก" 

ดูบรรยากาศงานแต่งเป็นยังไง?
ตูน : "ก็ดีครับ พวกเราอยู่ในวงจรแบบนี้อยู่แล้ว ถ้าจัดเป็นพิธีการมากก็...ถูกแล้วที่จัดงานแบบนี้ ง่ายครับ" 

งานตัวเองจะจัดแบบนี้บ้างไหม?
ตูน : "งานบวชเหรอครับ (งานแต่ง?) ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ง่ายๆ ยังก่อนทำงานก่อน เล่นหนังก่อน"
ก้อย : "ก็รู้สึกดี เดี๋ยวถึงเวลานั้นก็คงมีไอเดียอะไรมาอีกเยอะ แบบนี้ก็มันส์ดี พี่โบตั๋นเขาแบบสนุกเฮฮา อยากให้คนดูเฮฮาแน่นอน"

อวยพรให้เพื่อนหน่อย?
ตูน : "สำหรับปิ๊ดกับโบตั๋นก็ยินดี เขาสนิทกันมานาน ดีใจกับทั้งคู่ด้วย ขออวยพรให้มีความสุขในชีวิตคู่ ชีวิตคู่ไม่ได้มีความสุขอย่างเดียว มันต้องมีปัญหาตามเข้ามา ก็ให้ฝ่าฟันปัญหาที่จะเข้ามาในอนาคต หรือร่วมทุกข์ร่วมสุขกันไป อวยพรให้ทั้งคู่มีความสุขครับ"
ก้อย : "ก็น้าแอ๊ดให้โอวาทไปแล้ว ก็ขอให้พี่โบตั๋นรักกันอย่างนี้ตลอดไป เป็นคู่ที่น่ารักมาก รักกันมากจริงๆ ก็ขอให้มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง ดูแลซึ่งกันและกัน เรียนรู้ให้อภัยกันแบบนี้ไปจนแก่เฒ่า" 

ปิ๊ด: "ยังไม่ไปฮันนีมูน ยังไม่มีน้อง ขอทำงานก่อน"
ตูน : "ผมไม่ได้บังคับเขานะ ผมบอกอยากไปฮันนีมูนหรือไปไหนก่อนก็ได้ เขาบอกอยากลุยงานเลย"

เริ่มทำอัลบั้มใหม่หรือยัง?
ตูน : "ตอนนี้เริ่มแล้วครับ พักให้ปิ๊ดหายใจหายคอพักนึง เดือนหน้าก็ทำงานกันครับ" 

ปีหน้าจะเป็นงานแต่ง "ตูน-ก้อย" ไหม?
ตูน : "ต้องรอดูครับ"

ที่มา: daradaily.com

ข่าวร้อน