ข่าวที่น่าสนใจ

วันเสาร์ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2560

โบวี่ ปลงเลิกถ่ายบิกินี หันมาปฏิบัติธรรม เตรียมออกจากวงการ

เปิดใจ โบวี่ ประกาศแขวนเต้าไม่ถ่ายหวิวแล้ว จากสาวเซ็กซี่ถ่ายบิกินี่ หันมาห่มขาว ถือศีล นั่งสมาธิ ยอมยกเลิกอีเวนต์ทิ้งเงินเป็นแสนๆ เพื่อไปปฏิบัติธรรม เผยธรรมะทำให้ตนไม่ใช่โบวี่คนเดิม เป้าหมายสูงสุดคือนิพพานไม่ต้องกลับมาเกิดอีก ลั่นรอผ่อนหนี้หมด 10 ล้านจะออกจากวงการ เชื่อธรรมะจัดสรรทำให้ได้รักกับ “โอม อิทธิศักดิ์”


ถ้าพูดถึง “โบวี่ อัฐมา ชีวนิชพันธ์” ก่อนหน้าคงนึกถึงสาวภาพลักษณ์แรงในวงการที่สลัดผ้าถ่ายแบบเซ็กซี่เป็นว่าเล่น โบวี่ ชื่อนี้ไม่ได้การันตีแค่ความเซ็กซี่แต่เรื่องหัวใจยังฮอตไม่แพ้กัน ตกเป็นข่าวกับหนุ่มๆ มากหน้าหลายตาจนได้ฉายาคาสโนวี่ไปเป็นโลโก้ประจำตัว เรียกว่าที่ผ่านมาชื่อเสียงของโบวี่นั้นค่อนข้างออกไปทางลบซะมากกว่า แต่อยู่ๆ โบวี่ก็ลุกขึ้นมาประกาศแขวนเต้าเลิกถ่ายเซ็กซี่ หันหน้าเข้าวัดนุ่งขาวห่มขาวปฏิบัติธรรมเปลี่ยนแนวไปชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านไปแล้ว 1 ปีที่เจ้าตัวปฏิบัติธรรมจริงจัง วันนี้โบวี่ได้ค้นพบความสุขที่แท้จริง ปล่อยวางได้ ไม่อยากมีอยากได้เหมือนตอนเข้าวงการแรกๆ กลายเป็นโบวี่คนใหม่ ตั้งเป้าหมายสูงสุดคือนิพพาน หลุดพ้นไม่กลับมาเกิดอีก รอผ่อนหนี้หมด 10 ล้านจะออกจากวงการ

ทิ้งเงินเป็นแสนๆ ไปปฏิบัติธรรม แฮปปี้ที่ตัวเองไม่ใช่โบวี่คนเดิม

“ฝึกจริงๆ มา 1 ปีแล้ว จริงจังแบบไม่รับงานเลย ถ้าตรงช่วงที่เราเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมก็ต้องยอมตัดใจไม่รับงาน แล้วอย่างถ้าเราลงคอร์สไว้แล้วว่าจะไปแต่พอใกล้ๆ จะไปมีอีเวนต์หรือมีงานอื่นติดต่อมาหลายแสนก็ต้องตัดใจไม่งั้นเราก็จะไม่ได้ไป จริงๆ มันเป็นการฝึกเราอย่างนึงเรื่องของการตัดกิเลส ซึ่งมีหลายครั้งมากที่เป็นแบบนี้ พอจะไปจะมีงานติดต่อเข้ามาเราก็จะบอกผู้จัดการส่วนตัวไว้เลยว่าปฏิเสธไปเลยเพราะล็อกคิวไปปฏิบัติธรรมแล้ว เพราะคอร์สปฏิบัติธรรมมันต้องจองล่วงหน้าและต้องรอคิวนาน แล้วถ้าเราได้คิวแล้วแล้วไม่ไปกว่าจะไปจองใหม่มันใช้เวลาไงคะ ส่วนใหญ่จะไป 7 วัน แต่บางทีก็มีคอร์สเล็ก 3 วันบ้างค่ะ ถามว่าทิ้งเงินเป็นแสนๆ เสียดายมั้ย โบวี่ว่าแล้วแต่คนนะคะ เรื่องแบบนี้เอาที่พอดีที่ไม่เดือดร้อนตัวเองดีกว่า อย่างตัวเราเองความรู้สึกเสียดายจะมีน้อยมากเลย แปลกมากเลยค่ะ เรารู้สึกเห็นค่าของการที่เราได้ไปฝึกจิตมากกว่ามันมีค่ามากกว่าเงินมหาศาล ต้องไปลองฝึกค่ะแล้วจะเข้าใจว่าการฝึกจิตจนจิตมันคลายจากความยึดมั่นถือมั่น ปล่อยวาง มันดีอย่างนี้นี่เอง”

“ก็มีทั้งไปเข้าคอร์สปฏิบัติธรรมและจะนั่งสมาธิอยู่ที่บ้านครั้งละ 1 ชั่วโมง 1 ชั่วโมงครึ่งแล้วแต่วัน พยายามทำให้บ่อยที่สุดเท่าที่ทำได้ เพิ่งฝึกมาปีเดียวเราก็ยังต้องฝึกอีกเยอะยังไม่ถึงขั้นว่าปล่อยสละได้ทุกอย่าง แต่เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเองเท่านั้นเอง จากที่เมื่อก่อนกิเลสอาจจะ 100 ตอนนี้มันเหลือ 70 เรายังแฮปปี้ขนาดนี้ แล้วคิดดูว่าถ้าเราทำต่อไปเรื่อยๆ ชีวิตจะมีความสุขขนาดไหน ฝึกมา 1 ปีที่มันหายไปเยอะมาก อย่างเช่น เมื่อก่อนเราทำงานในวงการมันเครียดนะ เมื่อก่อนจะรู้สึกฉันอยากได้งานนี้ๆ มันเป็นเรื่องของการแข่งขัน และก็ไม่ใช่แค่วงการบันเทิงหรอก ทุกวงการไม่ว่าจะทำธุรกิจหรือทำงานอื่นก็จะมีการแข่งขันแก่งแย่งกันหมด แล้วในจุดที่เราต้องวิ่งไปกับโลกที่วุ่นวายแก่งแย่งมันเหนื่อยนะ จะไม่ไปก็ไม่ได้มันเหมือนบังคับให้เราวิ่งตลอดเวลา”

“พอได้รู้จักที่จะหยุดและวางทำให้รู้ว่านี่คือความสุขที่แท้จริง ตอนนี้โบวี่จะรู้สึกแค่ว่าเราทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ ได้แค่ไหนเอาแค่นั้น ไม่ได้รู้สึกว่าฉันจะต้องดังแบบนี้ จะต้องไปให้ถึงตรงนี้ ต้องรวยแบบนี้ๆ ทั้งที่เมื่อก่อนคิดเลยนะว่าจะทำธุรกิจให้รวยสิบล้านร้อยล้านอะไรแบบนี้ ทุกวันนี้ก็ทำงานปกตินะคะ ถ้าไปถึงจุดนั้นได้ก็ดีแต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร คือเราไม่ได้ตั้งเป้าอะไรที่มันจะทำให้เกิดความโลภเกิดกิเลสเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ทำงานแบบไม่ทุกข์ อย่างเวลามีข่าวก็ไม่เครียดแล้ว คิดแค่ว่าจะออกมาแก้ข่าวยังไงออกมาแก้ไขยังไง สุดท้ายผลจะเป็นยังไงเราก็ปล่อยวาง


มีบางคนบอกว่าเวลาฝึกไปขั้นสูงในระดับนึงจะถอดจิตได้ เราเคยทำแบบนั้นมั้ย?
“จริงๆ มันเป็นเรื่องปกติมากเลยนะของคนที่ปฏิบัติแต่ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคน แต่โบวี่ยังไม่เคยเป็นค่ะ คนที่ฝึกเหมือนจิตมันมีกำลังมีความละเอียด เขาสามารถอ่านจิตคนได้ บางคนเห็นอดีตเห็นอนาคตได้”

เห็นว่าเป็นอาสาสมัครเผยแพร่พระพุทธศาสนา?
“ที่โบวี่มาทำมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า เพื่อการปกป้องพระพุทธศาสนา เพราะคิดว่าเราอยู่ในจุดที่สามารถพูดได้เพื่อให้คนอื่นรับรู้เรื่องธรรมะก็เลยอยากใช้ตรงนี้ให้เต็มที่ เด็กรุ่นใหม่ก็สามารถเรียนรู้ธรรมะได้นะ ธรรมะไม่ใช่เรื่องขอคนแก่ ไม่ต้องอายุ 60 หรือเกษียรก่อนค่อยไปเข้าวัด ธรรมะไม่ใช่เรื่องน่าเบื่อแต่เป็นเรื่องที่เจอไวยิ่งดี เพราะธรรมะคือธรรมชาติการที่เรารู้จักธรรมชาติแล้วเข้าใจมัน ไม่ยึด ปล่อยวาง ไม่ว่าจะมีเรื่องร้ายแรงเข้ามาในชีวิตแค่ไหนถ้าเรารู้ธรรมชาติตรงนี้ว่าทุกอย่างมันก็มีแค่นี้ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เราก็จะชิลล์ เราก็จะอยู่บนยุคดิจิตอลได้อย่างมีความสุข”

“ทุกวันนี้โลกมันวิ่งไปเร็วจริงๆ และมันเป็นสังคมของการแก่งแย่ง มันทุกข์นะ และก็เหนื่อยด้วย ซึ่งต้องอาศัยการฝึกสมาธิอย่างสม่ำเสมอ พอจิตมีกำลังเวลาต้องเจออะไรก็จะชิลล์มาก วาง ไม่สนใจ มันจะทำให้มีความสุขง่ายขึ้น ไม่ต้องวิ่งตามโลกทุกอย่าง ไม่มีความรู้สึกที่ว่าฉันจะต้องรวยเท่านั้นเท่านี้ ฉันจะต้องมีรถยี่ห้อนี้ๆ ถึงจะมีความสุข ไม่มีเลย แค่อยู่ในบ้านหลังธรรมดาๆ อยู่แบบนี้ก็มีความสุขได้แล้ว ถ้าเรื่องของจิตใจก็ปล่อยวางได้มากขึ้น อย่างถ้าตอนที่โดนข่าวมือที่สาม(ชาคริต-วุ้นเส้น) ยิ่งพวกคอมเมนต์นี่แรงมาก ขนาดคนที่ดูแลเราไปอ่านยังประสาทเสียขนาดเขาไม่ได้เป็นเรา บางคนส่งแมสเสจมาในเฟซบุ๊กส่วนตัวเราด่าอี_อกแย่งผัวเพื่อน เราเห็นก็อืมตลกดีเนอะ เมื่อก่อนถ้าโดนเยอะๆ ก็อาจจะนอยด์ ส่วนนึงเป็นเพราะเราปฏิบัติธรรมทำให้ไม่รู้สึกอะไรอย่างที่บอก และอีกอย่างคือไม่ใช่เรื่องจริงก็เลยเฉยๆ เวลามีเรื่องมากระทบก็ยังมีอารมณ์โกรธแต่จะวางไวขึ้น โกรธปุ๊บตัดเลย”

“ตั้งเป้าหมายให้ตัวเองไว้ว่าในชาตินี้จะลดกิเลสของตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เป้าของโบวี่คือปรารถนา มรรคผล นิพพาน การหลุดพ้นไม่ต้องกลับมาเกิดอีก เป็นจุดมุ่งมายสูงสุดที่พระพุทธเจ้าได้บอกไว้ โบวี่ก็อยากไปให้ถึงตามแบบท่าน ในชาตินี้ก็เลยตั้งใจจะทำให้มากที่สุด การฝึกจิตทางธรรมมันดีกว่าทางโลกตรงที่ว่า เงินทองที่หามาได้จากทางโลกเวลาเราตายไปมันเป็นศูนย์ ชาติหน้าคือต้องมาเริ่มทุกอย่างใหม่ แต่ว่าการฝึกจิตในทางธรรมมันเป็นสกิลที่เราเห็นเลเวลไว้ได้ สมมุติในชาตินี้เราทำไว้ที่ 60 ในชาติหน้าเราไปต่อที่ 61 ได้ จนกว่าเราจะไปถึงเลเวล 100 โบวี่เคยได้ยินพระอาจารย์ท่านพูดว่าเวลาเราปฏิบัติภาวนาแล้วเราจะมีเทวดามาเป็นพวก เพราะเทวดาท่านก็อยากได้บุญท่านก็จะอยู่ใกล้คอยช่วยเหลือคนที่ทำกุศลแล้วท่านก็จะได้บุญด้วย บางคนป่วยมาแต่พอมาปฏิบัติธรรมเขาหาย อันนี้เคยเห็นจริงๆ ไม่ลองไม่รู้จริงๆ นะ ต้องมาลองปฏิบัติธรรมเอง บางคนเป็นโรคกรรมโรคเวรพอมาปฏิบัติแล้วแบ่งบุญให้เจ้ากรรมนายเวรแล้วหาย”

รอหมดหนี้สิน 10 กว่าล้าน เตรียมหันหลังให้วงการเข้าสู่ทางธรรม
“ส่วนอนาคตในวงการ ตั้งเป้าหมายให้ตัวเองว่าจะออกจากวงการบันเทิง สำหรับโบวี่งานในวงการบันเทิงเป็นงานที่มีอายุงาน เราคงไม่ทำจนตลอดชีวิต อย่างตอนนี้ต้องผ่อนบ้าน ต้องดูแลที่บ้านอยู่ ยังต้องทำงานหาเงิน แต่พอสักจุดนึงอยากออกจากวงการบันเทิงอยู่แล้ว พอมาปฏิบัติธรรมมันทำให้เราเห็นเค้าโครงชีวิตว่าเราจะเป็นยังไง ความตั้งใจอีกอย่างนึงคืออยากมีเวลาช่วยเหลือมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้าฯ ให้มากกว่านี้ ตอนนี้โบวี่เป็นอาสาสมัครอยู่ก็จริงแต่กลับยังทำได้ไม่เต็มที่มากนัก แต่ถ้าเกิดอนาคตไม่อยู่ในวงการบันเทิงแล้วแต่อาจจะขายของนิดๆ หน่อยๆ ของเราไปเพื่อให้ใช้ชีวิตอยู่ได้ และมีเวลาช่วยเหลือองค์กรและมีเวลามานั่งปฏิบัติภาวนามากขึ้นกว่านี้”

“ชีวิตในอนาคตเราสามารถอยู่เรียบๆ ติดดิน ธรรมดาๆ ได้ ไม่ต้องรอให้รวยร้อยล้านก่อน ขอแค่หมดหนี้หมดสินและมีเงินดูแลที่บ้านได้ทุกเดือนเพราะพ่อแม่ไม่ได้ทำงานแล้ว แค่นี้โบวี่ก็อยู่ได้แล้วนะ”

มีกำหนดมั้ยว่าเมื่อไหร่จะเฟดตัวออกจากวงการ?
“อยากเร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ มันอยู่ที่ว่าจะผ่อนบ้านให้หมดได้เร็วแค่ไหน ราคาบ้าน 20 กว่าล้าน แต่ผ่อนมาจนเหลือ 10 กว่าล้านแล้วค่ะ ถ้าหมดหนี้บ้านก็อยากจะละวางแล้วอ่ะ ไม่รู้ว่าถึงวันนั้นจะเป็นยังไงนะแต่นี่คือสิ่งที่ตั้งใจไว้ ส่วนเรื่องถ่ายเซ็กซี่ไม่ถ่ายแล้วเพราะการถ่ายเซ็กซี่มันขัดจริงๆ ค่ะ เราเป็นอาสาสมัครองค์กรเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาด้วยมันขัดมาก แต่ถ้าเป็นงานอื่นเล่นละครหรือถ่ายแฟชั่นปกติเราถ่ายนะ”

เชื่อธรรมะจัดสรรทำให้ได้ปิ๊งรักกับ “โอม อิทธิศักดิ์” หวานใจคนล่าสุด
“อย่างเรื่องความรักเราก็ตั้งจิตตลอดว่าอยากเจอคนที่ศีลเสมอกัน ธรรมเสมอกัน เกื้อกูลกันทั้งทางโลกทางธรรม ที่ผ่านมาเจอก็ไม่ใช่ๆ แต่โอมกลับเป็นสิ่งที่เราตามหา สมมุติมี 20 ข้อ เราชอบเขา 18 ข้อแล้วอ่ะ(ยิ้ม) ถ้าเป็นสเปกคือถูกสเปก 90% จากที่เมื่อก่อนคิดว่าแค่ถูกใจแค่ 60% ก็โอเคแล้ว โบวี่ชอบโอมเพราะไลฟ์สไตล์เขาอยู่บนความพอเพียงและเรียบง่าย ไม่ตะเกียกตะกาย เราชอบเพราะเราอยากมีชีวิตแบบนั้น อยู่ด้วยแล้วรู้สึกว่าสบายใจนี่แหละคือชีวิตที่เราอยากมี”

“ในความคิดโบวี่การอยู่ง่ายๆ ติดดินชีวิตยิ่งแฮปปี้ โบวี่ใช้ชีวิตหวือหวามาเป็น 10 ปีแล้ว อยู่ในจุดที่หวือหวาเหลือเกิน ถ่ายเซ็กซี่(หัวเราะ) มีข่าวนั่นนี่ แต่ไม่ได้บอกว่าที่ผ่านมาไม่ดีนะคะเพียงแต่พอเรามาเจอจุดที่มันสงบแล้วมันดีกว่า อย่างโอมก็เรียกว่าศีลเสมอกันได้เพราะเขาก็เป็นคนที่มีธรรมในใจ รู้สึกว่าเขาใช่ ณ เวลานี้แต่ก็ต้องใช้เวลาในการค่อยๆ ดูไปว่าในระยะยาวเป็นยังไง เราไปพูดแทนอนาคตไม่ได้ ถ้าสิ่งที่เขาเป็นมันไม่เที่ยงก็คือไม่เที่ยง ถ้าเขาเปลี่ยนไปก็คือเปลี่ยนไป อยู่กับปัจจุบันดีกว่า กับคนนี้โบวี่คิดเอาเองว่าเป็นธรรมะจัดสรร(ยิ้ม)”

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์

วันพุธที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2560

เก้า ฮอร์โมน โต้ข่าวโกงสอบ ยันไม่ใช่หนู

เก้า สุภัสสรา ธนชาต งงข่าวเพื่อนในคณะแฉ โดนพักการเรียนเพราะลอกข้อสอบ ยันปกติอยู่มหาวิทยาลัยน้อยมากไม่เคยเห็นหน้าใคร บอกเกรดเทอมล่าสุดได้ 3 กว่า เผยที่ยอมดร็อปเรียนปี 4 เพราะไม่พร้อม และไม่อยากให้เกรดตก คาดจบช้า 1 ปี 


อยู่ดีๆ งานก็เข้า หลังมีข่าวลือออกมาว่านักแสดงจากแก๊งฮอร์โมน โกงข้อสอบเลยถูกสั่งพักการเรียน โดยบอกใบ้ว่า ไม่มีสังกัด เลิกรากับแฟนหนุ่ม แล้วก็เพิ่งเปิดตัวแฟนคนใหม่ ทำให้หลายรายพุ่งเป้ามาที่ ''เก้า'' สุภัสสรา ธนชาต โดยเจ้าตัวออกมาเคลียร์แล้ว และยอมรับว่าดร็อปเรียนจริง แต่เกิดจากความไม่พร้อมของตนเองมากกว่า
   
''ตอนแรกที่เห็นข่าวยังคิดว่าใคร สุดท้ายแล้วทำไมมาเป็นเรา ก็คงเป็นเราคนเดียวที่ดร็อปอยู่ ตอนนี้ดร็อปมา 1 เทอม ต้องบอกว่าเราดร็อปเรียนจริง แต่ดร็อปจากความไม่พร้อมของเราเอง''
     
''ปัญหาเรื่องเรียน ก่อนหน้านี้ไม่มีปัญหา แต่เก้าคิดว่าตัวเองไม่ไหวตั้งแต่ปี 2 แล้ว เพราะมันทรมานมาก เนื่องจากคณะเก้ามีเรียนเสาร์-อาทิตย์ ด้วย ตัวเก้าเองก็เลือกที่จะไปเรียนตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์ ด้วย ซึ่งวันเสาร์-อาทิตย์ เก้าติดถ่ายละคร ที่บอกว่าเป็นเราก็ไม่รู้มาจากไหน ไม่รู้มูลมาจากไหนนะ คนที่รู้เรื่องเราเป็นคนสุดท้ายก็เป็นตัวเรา ก็เลยงงว่ามันมาจากไหน ยังไง''
   
มีข่าวว่าเราถูกคนในคณะออกมาแฉ ?
''(มองบน แล้วหัวเราะ) อันนี้ก็ไม่รู้ว่ามาจากไหน เรื่องมันเกิดมาจากยังไง เพราะอินเตอร์มีอยู่ไม่กี่คน ตัวเก้าเองไม่เคยมีปัญหาอะไรกับเพื่อนที่เรียน เวลาเรียนวันๆ เก้าแทบจะอยู่มหาวิทยาลัยน้อยมาก คนในมหาวิทยาลัยจะไม่ค่อยเห็นหน้าเก้า ไปเรียนเสร็จ 3 ชั่วโมงกลับ กลับมาเรียนเสร็จก็กลับ เก้าไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไร ถ้าเก้าไปทำอะไรให้ไม่พอใจก็ขอโทษด้วยแล้วกันค่ะ คนเราก็ต้องมีคนที่ทั้งชอบและไม่ชอบเรา สิ่งที่ตอบไปวันนี้ ก็ไม่รู้ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ เราก็ตอบความจริงในส่วนของเรา''
   
''จริงๆ ตอนนี้เหลือ 12 ตัวค่ะ ลงเทอมละ 6 ตัว 2 เทอมก็จบแล้ว เก้าเองก็มานั่งคำนวณดู คงไม่ถึงขั้นต้องลงซัมเมอร์ ตอนนี้ก็ปี 4 แล้ว ปีสุดท้าย ก็จะช้ากว่าเพื่อน 1 เทอม แต่ก็ต้องตีเป็น 1 ปี เพราะเขารับปริญญากันปีต่อปี ตอนแรกที่เข้ามาเรียนก็คิดว่ามันจะบาลานซ์ได้ทั้งสองอย่างไปพร้อมกัน แต่ด้วยเก้าอินเตอร์ และคณะก็เรียนยาก มันไม่สามารถจะสลับโยกย้ายอะไรได้เลย''
     
''ก็มีถามเพื่อน เพื่อนก็ไลน์มาถามว่าโอเคมั้ย เรามีโทร.ไปถามมหาวิทยาลัย ว่าเรื่องมันเกิดมาได้ยังไง ทางมหาวิทยาลัยก็งงๆ เหมือนกัน ทางมหาวิทยาลัยก็บอกให้เราสู้ๆ เขาก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีเรื่องแบบนี้ออกมา ตัวเก้าเองไม่ได้มีใครมาถามนะคะ ว่ามันเกิดขึ้นจริงรึเปล่า''
     
''ไม่เกี่ยวกับเราไม่ช่วยงานเพื่อน บางทีงานกลุ่มทำคนเดียวด้วยซ้ำ (หัวเราะ) แต่ถ้ามีปัญหาแบบนี้ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เราก็เต็มที่กับเพื่อนอยู่แล้ว เรารู้สึกว่า ถ้าเราไปเรียน ไม่ดร็อป พยายามจะจบพร้อมเพื่อน แล้วงานกลุ่มจะเยอะมาก ถ้าเราไม่ได้ไปช่วยเพื่อนทำ เราจะรู้สึกผิดมาก''
     
ข่าวที่ออกมาดูเหมือนว่าเป็นเพราะเราเหมือนมีสิทธิ์มากกว่าคนอื่น?

''เรื่องนี้ต้องปฏิเสธมาก เพราะมหาวิทยาลัยไม่เคยให้อภิสิทธิ์อะไรเราขนาดนั้นเลย ด้วยความที่เป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาล และคณะเก้าเป็นคณะที่เข้มงวดพอสมควร อาจารย์ช่วยแค่ให้คำปรึกษาสำหรับบางอย่าง ส่วนเรื่องเวลาการเข้าเรียนเก้าก็พยายามขาดไม่เกิน 3 ครั้ง เพราะถ้า 3 ครั้ง ก็ได้เอฟ เหมือนมาตรฐานมหาวิทยาลัยทั่วไปค่ะ ครอบครัวไม่มีใครมาถามอะไรเก้าเลย เขาคงรู้ว่าความจริงเป็นยังไง''

''มันเหนื่อยตรงที่เราต้องเข้าเรียนตลอด บางทีเราเข้าไม่ได้ เวลาเรียนเราก็จะขาดไป ไหนต้องตามเนื้อหาด้วย ก็ค่อนข้างหนักอยู่ เรื่องกลับไปเรียนแล้วเจอปัญหาเหมือนเดิม ตรงนี้ก็เครียดอยู่เหมือนกัน แต่ก็พยายามลงเรียนเท่าที่จะทำได้ แต่ทางช่อง 3 เขาค่อนข้างเข้าใจในเรื่องการเรียน เขาก็พยายามให้เราแบ่งได้''

แล้วผลการเรียนของเก้าเป็นอย่างไรบ้าง?
''เก้าเป็นคนเรียนกลางๆ มาก เทอมที่แล้ว 3.14 เก้าก็ไม่ได้เก่งมาก ก็พอไปรอดสำหรับคนคนหนึ่ง ที่ดร็อปส่วนหนึ่งก็เพราะไม่อยากให้เกรดมันดาวน์ด้วย เพราะทางผู้ใหญ่อย่างคุณพ่อคุณแม่ก็คงอยากให้เราได้เกรดดีๆ''

''มีข่าวแบบนี้ก็แอบเฟลเหมือนกัน เพราะเราทำงานมาตลอด แต่อยู่ดีๆ ทำไมมีข่าวแบบนี้ขึ้นมาโดยที่เราไม่ได้ไปมหาวิทยาลัยเลยค่ะ แต่ก็ไม่ได้โกรธ และคงไปตามหาคนที่ปล่อยข่าวไม่ได้หรอก เพราะเรายืนอยู่จุดนี้ เราก็ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด เราเป็นนักแสดง เป็นนักศึกษา เราก็ทำหน้าที่และพัฒนาการทำงานของเราในทุกๆ วันดีกว่า แค่นี้ก็พอใจแล้ว''

''ได้คุยกับ ปันปัน (สุทัตตา อุดมศิลป์) เขาก็โทร.มาเล่าว่าโดนถามเรื่องนี้ แต่ปันก็เฉยๆ ไม่รู้จะตอบยังไง เพราะความจริงก็คือความจริงค่ะ'' 

ข่าวร้อน