ข่าวที่น่าสนใจ

วันพฤหัสบดีที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2557

บุ๋ม เผยดีใจช่วยสาวถูกหลอกไปขายตัวได้ แต่ก็หวั่นเรื่องความปลอดภัยเหมือนกัน ยันไม่คิดเล่นการเมือง

เริ่มจากการที่ดาราสาว บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องล่ารายชื่อคนไทย 1 แสนคนคดีข่มขืน เมื่อเร็วๆ นี้ก็ได้ช่วยหญิงสาวที่ถูกหลอกไปขายตัวและกักขังอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในประเทศบาห์เรน แถมล่าสุดสาว “บุ๋ม” ยังได้ช่วยหญิงสาวจากการถูกพาไปขายตัวในประเทศไทยได้อีกรายด้วย จนกลายเป็นกระแสฮือฮามาพักใหญ่ๆ ทำเอาแฟนๆ ต่างก็ซาบซึ้งในความดีที่สาว บุ๋ม ได้ทำเพื่อผู้หญิงด้วยกัน แถมในปีหน้าสาว บุ๋ม ก็จะเข้าพิธีมงคลกับ เอก เอกริน นิลเศรษฐี แฟนหนุ่มอีกด้วย เรียกว่าคนดีผีคุ้มจริงๆ


ล่าสุดได้พอเจอ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ในงาน “Grand Opening Hoodiebuddie” ณ Zen Event Gallery ที่ศูนย์การค้า เซ็นทรัลเวิลด์ เจ้าตัวก็เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นพร้อมกับอัพเดทเรื่องงานแต่งให้ฟังว่า

”อ๋อ ที่โดนหลอกไปขายตัวที่บาห์เรนใช่ไหมคะ อันนั้นเป็นเคสที่แปลกมากเพราะเราไม่เคยช่วยมาก่อน แล้วทีนี้เขาก็มาขอความช่วยเหลือจากเราทางอินสตาแกรมแล้วน้องๆ แฟนคลับรู้เรื่องก็เลยช่วยฟอร์เวิร์ดให้กับอื่นๆ ไปก่อน พอคุณเอกบอกมีเคสนี้มาขอความช่วยเหลือบุ๋มก็เลยโทรไปหาผู้ใหญ่ซึ่งตามขั้นตอนแล้วมันมีขั้นตอนเยอะมากจนบุ๋มถามว่าเมื่อไรถึงจะไปถึงตัวน้องเขาเพราะน้องเขาแจ้งว่าพวกนั้นย้ายผู้หญิงไทยออกจากตึกนั้นไปหมดแล้วเนื่องจากน้องเขาถ่ายรูปโพสต์ในอินสตาแกรมน้องเขาเองว่าอยู่ตึกไหนอะไรยังไง น้องเขาก็บอกว่ามีเสียงบอกจะย้ายตึกภายใน 1 ชม.บุ๋มก็เลยรู้สึกว่าถ้ารอให้เสร็จทุกขั้นตอนแล้วจะเจอน้องเขาไหม บุ๋มก็นึกออกว่าเรามีเพื่อนทำธุรกิจอยู่บาห์เรนเหมือนกันก็เลยโทรหาเพื่อนคนนั้นให้ช่วยหน่อย ทำยังไงก็ได้ที่จะพาคนไปตึกนั้น ทีนี้น้องแฟนคลับในอินสตาแกรมบุ๋มก็ช่วยกันตามหาคนไทยว่ามีในบาห์เรนไหม จนกระทั่งน้องเขาได้แลกไอดีไลน์แล้วได้คุยกันและได้วีดีโอคอลกันด้วย เราก็ได้เห็นภาพตึก เห็นภาพห้อง เห็นสภาพน้องเขาร้องไห้ เห็นสภาพผู้ชาย 3 คนลากตัวน้องเขายังไง น้องเขาถึงกับร้องว่าแม่หนูอยากกลับบ้าน เพราะคำนี้ทำให้เราถึงอยากช่วยเขาเต็มที่ เราก็เลยโทรไปหาเพื่อนอีกทีว่ายังไงก็จะเอาเด็กคนนี้กลับบ้านให้ได้ เพื่อนก็เลยทำยังไงไม่รู้เพื่อช่วยออกมาซึ่งบุ๋มก็เพิ่งรู้ว่าเพื่อนบุ๋มใหญ่ขนาดไหน ช่วงเวลาที่ส่งตำรวจไปบุ๋มก็ต้องถ่วงเวลาทำเป็นพูดภาษาอังกฤษไม่คล่องแล้วหลอกถามโรงแรมทำเป็นสาวไทยที่อยู่ที่นั่นแล้วอยากเจอน้องผู้หญิงคนนั้นเพราะน้องโวยวายมาก บอกจะไปช่วยสงบสติอารมณ์ให้แล้วถามว่าจะย้ายไปห้องไหน เขาก็บอกย้ายจาก 404 มา 103 บุ๋มก็ส่งข้อมูลให้กับตำรวจทางนั้น ตอนนั้นบุ๋มใช้ 2 เครื่อง เครื่องหนึ่งคุยกับน้องอีกเครื่องคุยกับตำรวจแต่จู่ๆ เครื่องน้องสัญญาณหายไปติดต่อไม่ได้ รู้สึกเริ่มไม่ดีแล้ว ตอนนั้นตำรวจก็แจ้งว่าไปค้น 2 ห้องแล้วไม่มีแล้วบอกอีกว่าทางเจ้าหน้าที่บอกน้องออกไป 2 ชม.แล้วซึ่งมันจะเป็นไปได้ยังไงเพราะเมื่อกี้เรายังวีดีโอคอลกันอยู่ ดังนั้นช่วยหาอีกได้ไหม เราก็บอกกับเพื่อนให้ช่วยกดดันให้หน่อย แล้วอยู่ๆ ถ้าเกิดไปเจอสภาพน้องเขาโดนซ้อมหรือเสียชีวิตขึ้นมาบุ๋มไม่ช็อคเหรอ เขาก็บอกโอเค เขาก็หายไปสักพักหนึ่งจนเกือบๆ ตี 3 เขาก็บอกให้โทรกลับไปหาเขาหน่อยเราโทรกลับไปก็ได้ยินเสียงเด็กผู้หญิง ผลปรากฏว่าตอนที่เราบอกเขาให้หาต่อบุ๋มได้ยินคำสุดท้ายก่อนสัญญาณหายว่าให้ลงไปข้างล่างแล้วสิ่งที่บุ๋มเห็นคนมันไม่มีหน้าต่างและไม่มีประตู ดังนั้นบุ๋มก็คิดได้ว่าน่าจะอยู่ใต้ดิน ก็บอกเขาว่าลองหาใต้ดินดูที จากนั้นตำรวจก็เลยเรียกมาทั้งโรงพักแล้วค้นหาหมดเลยก็ได้เจอตัวเด็กที่ห้องใต้ดิน เขาก็ส่งขึ้นเครื่องในคืนนั้นเลยเพื่อกลับมาเมืองไทยค่ะ พอตอนเช้าบุ๋มก็โทรแจ้งตำรวจฝ่ายสวัสดิภาพเด็กและสตรีให้ไปรับตัวน้องเขาเพราะบุ๋มคิดว่าน้องเขาน่าจะมีคนไปรับตัวเพื่อรับแจ้งข้อมูลอื่นๆ ต่อไปว่าคนไทยอื่นๆ ที่โดนไปมีใครบ้าง”

เราได้มีโอกาสเจอน้องเขาหรือยัง?
”ไม่เจอและไม่ไปรับด้วยเพราะบุ๋มไม่ต้องการเป็นภาพข่าว บุ๋มแค่ต้องการช่วยเขา คำว่าช่วยพอได้ช่วยแล้วก็จบค่ะ”

แล้วเคสล่าสุดหละ?
”เคสล่าสุดเมื่อคืนนี้เองค่ะ (17 ส.ค.) ก็มาเหมือนเดิม เขาเข้าอินสตาแกรมบุ๋มแล้วบอกกับเราว่าน้องเป็นผู้หญิงไทยอยู่หนองบัวลําภูแล้วโดนหลอกไปหัวหินบอกจะพาไปทำงานโรงแรมแต่โดนพาเลาะขึ้นเรือไปชม.กว่าแล้วเหมือนไปอยู่เกาะร้างซึ่งที่นั่นมีผู้หญิงอยู่ 30 กว่าคนให้ช่วยพาเขากลับหน่อย คือน้องเขามีมือถือ 2 เครื่อง เครื่องหนึ่งโดนยึดไปแล้วเหลืออีกเครื่องเลยแอบไว้ บุ๋มก็เลยโทรไปคุยกับเจ้าหน้าที่เมืองไทยที่อยู่แถบชายฝั่งก็คือทหารเรือทั้งหมดเขาก็เลาะชายฝั่งแล้วคุยกัน ซึ่งเราคุยกันว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่ที่เกาะ ถ้าจะมีซ่องมันก็ต้องมีน้ำ มีไฟ มีลูกค้า ของพวกนี้มันต้องขึ้นฝั่ง คือน้องเขาเป็นเด็กต่างจังหวัดจะไปรู้ได้ยังไงว่าสภาพที่อยู่เป็นแบบไหน ก็เลยให้พี่ทหารเรือคำนวนเส้นทางว่าควรจะขึ้นฝั่งได้ที่ไหนซึ่งพี่ๆ เขาก็คำนวนได้ว่าน่าจะขึ้นฝั่งที่ประจวบคีรีขันธ์ค่ะ เราก็ให้ลูกค้าคนหนึ่งดึงตัวน้องไว้ทำเป็นออฟเด็กออกมาซึ่งเราก็สัญญากับเขาว่าเราจะไม่แจ้งตำรวจแล้วก็ส่งน้องขึ้นรถบัสกลับบ้านแล้วเมื่อคืนค่ะ ปลอดภัยเรียบร้อยแล้วค่ะ”

เรียกว่าใครขอความช่วยเหลือเราก็ช่วยหมด?
”ไม่ใช่ค่ะ พูดตามตรงว่าถ้ามีคนมาแบบนี้พี่ก็นอนไม่หลับนะ แล้วพี่ก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรได้มากเพราะพี่ไม่ใช่มูลนิธิ พี่ไม่ใช่นายก พี่ไม่ใช่ตำรวจ พี่เป็นแค่ดาราคนหนึ่ง พี่คงช่วยไม่ได้มากกว่านี้ แล้วที่พี่ทำมันก็ข้ามเส้นหลายคน แต่พี่ก็สามารถที่จะช่วยและให้ข้อมูลได้ อย่าลืมว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแบบนี้มันไม่ใช่องค์กรเล็กๆ อันตรายจะอยู่ที่พี่”

เรากลัวไหม?
”กลัวสิ เพราะเราพอจะรู้ว่ามีหลายคนที่มีอำนาจซึ่งเขาดูแลอยู่ ถ้าพี่ไปทับเส้นเขามากอันตรายจะอยู่ที่พี่เอง”

ตัวเราอยู่ในที่แจ้งด้วย?
”ใช่ค่ะ เพียงแต่ถ้าเราช่วยได้เราก็ช่วยในฐานะลูกผู้หญิง เมื่อไม่อยากขายก็คือไม่อยากขายใช่ไหมหละ ใครที่เต็มใจก็ทำงานไปเราไม่เคยว่าแต่เราก็ไม่ได้สนับสนุนเรื่องนี้ สำหรับใครที่ขอความช่วยเหลือมาเราก็พยายามช่วยแค่นั้นเอง”

แบบนี้เราจะป้องกันตัวเองยังไง?
”ไม่รู้เหมือนกันค่ะ คือตอนนี้บุ๋มทำอะไรไม่ได้เลย จะถามว่าบุ๋มพกอาวุธไหมก็ไม่ได้พก เรามีใจที่อยากจะช่วยก็คือช่วยแค่นั้นเอง”

หลังจากได้ช่วยน้องๆ แล้วมีเหตุการณ์แปลกๆ เข้ามาหาเราบ้างหรือยัง?
"ยังไม่มีค่ะ เพียงแต่ตอนนี้เราพยายามจะกันลูกเอาไว้ เอาอันดามันให้ปลอดภัยที่สุดต้องมีผู้ใหญ่ประกบตลอด" 

เอกช่วยดูแลยังไง? 
"สำหรับคุณเอกจะสังเกตได้ว่าระยะหลังเขาจะประกบบุ๋มทุกงาน ขับรถให้เอง เป็นเลขาด้วย ครบเลยแพ็คเกจ 3 รายการ" 

ไม่ค่อยห่วงตัวเองห่วงลูกมากกว่า? 
"ใช่ค่ะ เป็นห่วงว่าสิ่งที่เราทำเรามีความตั้งใจดีแต่คนที่คิดไม่ดีมันก็มี"

ยังมีกระแสแขวะเราว่าสร้างภาพอีกไหม?
”หลังๆ มานี่ไม่มีแล้วค่ะ เพราะเขารู้ว่าบุ๋มเอาจริง หลังจากที่เราส่งรายชื่อให้คสช.ไปแล้วเราก็รอสนช.เพื่อจัดตั้งกลุ่มอยู่ พอจัดตั้งแล้วเขาก็จะพิจารณาในเรื่องของกฏหมายซึ่งบุ๋มก็ประกาศไปแล้วเรียบร้อยว่าทีมที่ให้คำปรึกษาเรื่องกฏหมายที่บุ๋มรวมมาไม่เคยเกิดขึ้นในเมืองไทยมาก่อนทั้ง NGO มูลนิธิ อัยการ นักกฏหมาย เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ซึ่งนี่คือทีมที่เขาอยู่ในเรื่องเด็กและสตรีมากว่า 10 ปี บุ๋มเป็นแค่คนรวมกลุ่มให้เขาและไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับทางการเมือง บุ๋มแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนค่ะ บุ๋มต้องการเห็นสิ่งดีๆ เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างแท้จริง หลังจากนี้ก็จะมีการเปลี่ยนกฏหมายในเรื่องนี้ เพียงแต่บุ๋มโดนผู้ใหญ่ล้อมาว่าจะเป็นปวีณา 2 เหรอ บุ๋มบอกเลยว่าไม่เป็นนะคะ เป็นดาราต่อไปดีแล้ว เรายอมช่วยเหลืองานสังคมทั่วๆ ไปดีกว่าค่ะ บุ๋มไม่เอาการเมือง”

หลังจากเอกขอแต่งงานไปเรามีแพลนอะไรไว้บ้างหรือยัง?
”เนื่องจากว่าเราแค่คิดว่ามันเป็นปีหน้าตอนนี้เราก็เลยชิลๆ ยังไม่ได้ทำอะไรเลยเพราะที่ผ่านมาก็จะมีเคสมาให้ช่วยเหลือตลอด ณ ตอนนี้ที่น้อยใจก็คือมีคนเอาไปเม้าท์ว่าทำไมต้องไปแต่งที่วัด ไม่รบกวนพระเหรอ คุณขา คุณเอาไปเม้าท์เอาไปด่ากันเนี่ยคุณรู้หรือยังว่าพิธีการและขั้นตอนมีอะไรบ้าง คือยังไม่ทันได้รู้ก็เอามาเม้าท์กันแล้ว ดิฉันไม่ได้ไปสำมะเลเทเมากินเหล้ากันในวัดนะคะ งานแค่ช่วงเช้ามีตักบาตรถวายของพระ มีฟังเทศน์ และก็มีผูกข้อมือจากผู้ใหญ่แล้วก็จบ มีแค่นี้เอง ซึ่งนี่เป็นพิธีการของคนทางเหนือเขาอยู่แล้วค่ะ อีกอย่างหนึ่งบุ๋มก็ไม่ได้เชิญใครนะคะ เพราะเท่าที่หลายๆ คนเห็นคือบุ๋มยังไม่ได้แจกการ์ด คือเราไม่ได้เชิญใครให้มาวุ่นวายในวัดแต่ถ้าจะมาก็มาร่วมทำบุญด้วยกันค่ะ ดังนั้นไม่ต้องห่วงนะคะ และกรุณาอย่าด่าล่วงหน้าถ้ามีอะไรก็ให้ถามค่ะ”

ยืนยันว่าแต่ง 18 ม.ค.?
”ใช่ค่ะ แต่ง 18 ม.ค.ค่ะ”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Related Posts

ข่าวร้อน