แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดาราโกอินเตอร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ดาราโกอินเตอร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2560

ปู ไปรยา โกอินเตอร์เซ็นสัญญา The Society Management NYC

ข่าวดีส่งท้ายปีสำหรับนางเอกสาวลูกครึ่ง ปู-ไปรยา ลุนด์เบิร์ก ที่ได้เซ็นสัญญา The Society Management NYC ที่เป็นเอเจนซี่สังกัดเดียวกับนางแบบตัวท็อประดับโลก หลังจากเดินเข้าไปหาเอเจนซี่ที่นิวยอร์ก และพูดคุยกันหลายรอบ ล่าสุด ปู-ไปรยา เซ็นสัญญากับเอเจนซี่ชื่อดังของนิวยอร์กเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2559


The Society Management NYC เป็นเอเจนซี่นางแบบดังที่ทำรายได้สูงระดับต้นๆของวงการแฟชั่นนิวยอร์ก อย่าง เอเดรียนา ลิมา, เคนดัล เจนเนอร์ นางแบบดังที่ได้ชื่อว่าไอดอลของวัยรุ่นในอเมริกาตอนนี้, หลิว เหวิน เป็นนางแบบชาวจีนที่ได้เดินแบบให้กับ Victoria’s Secret ชุดชั้นในชื่อดังระดับโลก


โดยผู้จัดการของนางเอกสาวเผยว่า ก่อนหน้านี้น้องปูส่งโปรไฟล์ของตัวเองไปให้กับทางเอเจนซี่ที่นิวยอร์คหลายที่ มีหลายที่ที่สนใจ เรียกเข้าไปแคส และอยากร่วมงานกับน้องปู ในช่วงปลายปีที่แล้วจะเห็นว่าน้องปูบินไปต่างประเทศบ่อย และ The Society Management ก็เป็นอีกเอเจนซี่หนึ่งที่น้องปูส่งโปรไฟล์ของตนเองไป และได้เข้าไปแคส

“จนวันที่ 31 ธ.ค.59 ปูได้ใส่ชื่อของ The society management ในอินสตราแกรม น้องปูคงตัดสินใจแล้ว ไม่เช่นนั้นคงไม่ลงในอินสตราแกรมส่วนตัว ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับน้องเพราะไปสวดมนต์ข้ามปีที่ต่างจังหวัด ยังไม่อยากรบกวน ส่วนเรื่องการเซ็นสัญญานั้นยังไม่ทราบ ต้องรอให้น้องปูมาตอบเอง”

โดยทางด้านนางเอกหุ่นเฟิร์มได้เขียนข้อมูลของตนเองในอินสตาแกรมว่า Represented by The Society Management NYC@thesocietynyc c.ngai@thesocietymanagement.com


ที่มา : khaosod

วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ออม สุชาร์ เผยไม่ได้ป่วยมากแค่เลือดออกลำไส้ ดีใจได้ร่วมโครงการช่วยเด็กปากแหว่งเพดานโหว่

ดูเหมือนช่วงนี้จะมีดาราจะป่วยกันบ่อยจริงๆ อย่างดาราสาว ออม สุชาร์ มานะยิ่ง ล่าสุดก็เพิ่งจะเข้ารพ.ไปรักษาตัวมาเหมือนกัน 



ล่าสุดในงานแถลงข่าว เป๊ปซี่ ดิชคัฟเวอรี่ “กินซ่า…บ้าช้อป” ณ ลานข้างสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ มักกะสัน ได้เจอตัวสาว ออม สุชาร์ มานะยิ่ง ซึ่งก็อัพเดทอาการป่วยให้ฟังว่า
“อาการป่วยหายแล้วค่ะ จริงๆ ก็ไม่ได้ป่วยอะไรมากหรอก เหมือนถ่ายเป็นเลือด น้องก็บังคับพาไปหาหมอ เอาจริงๆ ออมเป็นคนกลัวหมอมากแต่น้องก็พาไปค่ะ เป็นมา 2-3 ปีแล้วค่ะ เหมือนเป็นโรคประจำตัวไปแล้ว คือมันเป็นๆ หายๆ ถามว่าเป็นหนักไหมมันก็คงไม่ได้หนักอะไรมากแต่ถ้าเห็นภาพก็คงตกใจ คือมันไม่ถึงขั้นเป็นริดสีดวงเพราะมันไม่มีก้อนเนื้อ ตอนแรกเราก็คิดว่ามันอยู่ข้างในแต่พอส่องไปแล้วมันก็ไม่มี ไม่รู้เลยว่าเลือดมาจากไหน คุณหมอเขาคิดว่ามันไปบาดลำไส้หรือเปล่าเลยทำให้ถ่ายเป็นเลือดแต่ออมเป็นคนทานผักเยอะมากเลยไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นได้ยังไง อาจจะเป็นเพราะทานอาหารไม่ตรงเวลาด้วยมั้ง”

“ตอนนี้คิดว่าน่าจะหายนะเพราะคุณหมอเขาก็อยากให้หาย แต่ถ้าเป็นคุณหมอเขาแนะนำว่าอย่าตกใจ ให้ทานอาหารทานน้ำที่คิดว่ามันจะรักษาได้ด้วยตัวเอง ไม่ได้ทานวิตามินเลยค่ะ ส่วนใหญ่ก็จะทานพวกกล้วยหรือของที่มันเคลือบลำไส้ ถามว่าอันตรายไหมคุณหมอบอกถ้าเป็นเยอะมันก็อันตรายเพราะมันทำให้เสียเลือดเยอะ ก็เหมือนคนมีแผลที่ร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งแล้วเสียเลือดเยอะแหละค่ะ เราก็กลัวว่าอาการมันจะทำให้เราทำงานไม่ได้แต่เราก็พยายามรักษาแหละ พยายามดูแลตัวเองให้แข็งแรง คุณหมอเขาก็ดูแลค่ะ คือโรคพวกนี้มันไม่ต้องทานยามันต้องทานพวกกากใยถึงจะหาย ตอนนี้ตั้งแต่ไปส่องกล้องก็หายแล้วเพราะเวลามีจุดเลือดตรงไหนคุณหมอเขาก็จะคลิบให้”


“งานวันนี้ (31 ม.ค.) ก็มาออกบูธกับโครงการ “Operation Smile” เกี่ยวกับช่วยเหลือเด็กที่มีอาการปากแหว่งเพดานโหว่ให้ได้รับการรักษา ตัวโครงการนี้มีอยู่ทั่วโลกแต่เราเหมือนเป็นตัวแทนของประเทศไทย ที่ได้รู้จักโครงการเพราะเรารู้จักกับคุณหมอท่านหนึ่งแล้วเขาชวนไปออกค่าย เราก็เห็นคนมีอาการแล้วเขามารวมตัวกันเยอะขนาดไหน เราได้เข้าไปในห้องผ่าตัดแล้วจับมือเขาไว้ คือเราไม่รู้ว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง อย่างน้อยเราก็มาเป็นกำลังใจให้เด็กๆ พี่พยาบาลหรือจิตอาสาที่มาช่วยในค่าย”

“หน้าที่ของหนูเหมือนเป็นประชาสัมพันธ์ให้องค์กรเพื่อให้คนรู้ว่าองค์กรเราทำอะไร เราช่วยเหลือใครบ้าง เราไม่ได้ช่วยแค่เด็กที่เกิดในไทยแต่รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้านด้วย ก็เหมือนเป็นตัวแทนของประเทศแถบนี้ค่ะ รายได้ที่เราได้รับมาเราก็นำไปให้เด็กได้รับการรักษา” 

จะมีตัวแทนแต่ละประเทศมารวมกันไหม? 
“จริงๆ เพิ่งมีไปไม่นานนี้เหมือนเป็นการประชุมองค์กร ก็จะมีตัวแทนจากที่ต่างๆ มารวมกัน ได้เจอก็ดีใจมากเลยค่ะ แล้วในนั้นเราเด็กสุดเลย ทุกคนเขาบอกว่าเราเป็นเด็กรุ่นใหม่ยังไงก็ขอฝากด้วย คือทุกคนเขาทำกันมานานแล้วซึ่งบางคนก็อาจกำลังจะปลดเกษียนเราก็เหมือนเข้ามาสานต่อค่ะ”

“ออมภูมิใจที่ได้ร่วมโครงการนี้นะ ดีใจมาก เพราะออมได้เข้ามาเห็นเอง เวลาที่เราเห็นว่าเด็กเป็นยังไง เขากลัวมากขนาดไหน เขาลำบากในการใช้ชีวิตยังไง เอาจริงๆ เราก็เป็นแค่ส่วนเล็กๆ ที่ไม่รู้ว่าจะช่วยได้เยอะขนาดไหน แต่ถ้าเราช่วยให้ชีวิตเขาสมบูรณ์ขึ้น แค่เขายิ้มได้จากใจจริงๆ เราก็มีความสุขแล้วค่ะ เราถือว่าได้สร้างประโยชน์อะไรบ้าง กับเพื่อนๆ บางทีเราก็ชวนพวกเขาไปออกค่ายด้วยเหมือนกัน หรือไม่เขาก็ช่วยในแง่หาทุนมาสนับสนุน เราก็ทำมาเรื่อยๆ ค่ะ กับโครงการอื่นๆ ก็มีช่วยบ้างซึ่งส่วนใหญ่เราจะเน้นสายเด็กค่ะ”

“สำหรับโครงการ “Operation Smile” ก็ส่งเสิรมให้เด็กมีรอยยิ้มที่สดใส ออมเชื่อว่ารอยยิ้มมันเป็นเรื่องของสากลอยู่แล้ว สำหรับใครที่มีแรงในการช่วยเหลือด้านการเงินหรือช่วยในด้านประชาสัมพันธ์ออมก็คิดว่าอยากให้ทุกคนมาร่วมรณรงค์กับโครงการนี้เพื่อให้เด็กๆ มีรอยยิ้มที่สดใสมากขึ้นค่ะ” 

เหมือนเป็นนางฟ้าของเด็กๆ? 
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ เราก็แค่คนธรรมดา อะไรที่ช่วยได้เราก็ช่วย ถ้าเราทำแล้วมีความสุขเขาก็ทำ”

วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

ใบเฟิร์น เป็นปลื้มแฟนคลับฟิลิปปินส์แห่ต้อนรับ ปัดศัลยกรรม

หลังจากละคร “คุณผีที่รัก” ออนแอร์ คนก็ตั้งข้อสังเกตว่าสาว ใบเฟิร์น หน้าเปลี่ยนจนดูสวยขึ้นผิดหูผิดตา ทำเอาหลายคนแอบสงสัยว่าเจ้าตัวไปอัพหน้ามาหรือเปล่า


ล่าสุดได้เจอ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ ที่ศูนย์การค้าเดอะไนน์ พระรามเก้า ในงาน “7 สีคอนเสิร์ตพิเศษ รวมเด็ดละคร 7 สี” เจ้าตัวก็เล่าเรื่องไปงานที่ฟิลิปปินส์พร้อมกับชี้แจงเรื่องหน้าเปลี่ยนให้ฟังว่า
“ตอนที่ไปร่วมงานหนูตื่นเต้นมากเลยค่ะ คนเยอะมาก ไปครั้งที่ 2 ก็ยังไม่ค่อยชินเพราะเราพูดภาษาอังกฤษยังไม่ค่อยได้ ก็จะเกร็งๆ คุยอะไรไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่เราก็ดีใจเพราะเราไม่ค่อยได้เห็นอะไรแบบนี้ มีป้ายมารอรับที่สนามบินหรือไม่ก็วิ่งตามรถ พวกนี้เป็นสิ่งที่หนูไม่เคยเจอ”

ทางโน้นได้ทาบทามเล่นหนังบ้างไหม?
”เหมือนมีคุยกับพี่เกล้านะคะ คือภาษาหนูไม่แข็งแรงจริงๆ เอาจริงๆ หนูก็อยากทำนะ แต่มันยากในเรื่องของเวลา การเดินทาง และอะไรหลายๆ อย่าง”

เห็นว่ามีละครซีรี่ส์ติดต่อมาด้วย?
”อันนี้หนูไม่แน่ใจเหมือนกัน อันนี้ต้องถามพี่เกล้าค่ะ”

แล้วงานพวกพรีเซ็นเตอร์หละ?
”เห็นว่ามีนะคะ เพราะพี่เกล้าเขาก็เกริ่นๆ มาว่าอยากให้หนูไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่ม”

ทำไมเราถึงได้ไปกับมาริโอ้?
”อาจจะเป็นเพราะหนูกับพี่โอ้มีแบรนด์เสื้อผ้าอยู่ที่โน้น อีกอย่างหนึ่งคือที่โน้นเขายังชอบเรื่อง “สิ่งเล็กๆ ที่เรียกว่ารัก” อยู่เลยค่ะ”

เราค่อนข้างป๊อบกับที่โน้น?
”หนูก็ยังงงๆ อยู่เหมือนกันค่ะ(ยิ้ม) แต่ก็ดีใจนะคะ เพราะหลายๆ อย่างมันคาดไม่ถึงจริงๆ”

มีแพลนจะไปจัดมีตติ้งส่วนตัวให้แฟนคลับที่โน้นไหม?
”จริงๆ หนูอยากไปเที่ยวอยู่แล้ว อีกอย่างแฟนๆ ที่โน้นน่ารักมากๆ ถ้าจะให้จัดมีตติ้งจริงๆ สงสัยต้องมีล่ามให้หนูด้วย(หัวเราะ)”

แล้วผลงานที่ไทยหละเป็นยังไงบ้าง?
”ก็ดีนะคะ ละครออนแอร์แล้ว ก็ชื่นใจค่ะ โล่งใจเพราะรอมานาน”

สำหรับเรื่อง “คุณผีที่รัก” เห็นคนว่าเราสวยขึ้น?
"น่าจะเป็นเพราะระบบ HD หรือเปล่าคะ(หัวเราะ)" 

ไม่ได้ทำอะไรมาใช่ไหม? 
"ไม่เลยค่ะ เอาจริงๆ ตอนหนูดูก็ยังสงสัยเลยว่ามันดูสวยขึ้นนะ ดูสมส่วน เพราะเมื่อก่อนดูในกล้องจะหน้าอ้วนๆ บวมๆ ตอนนี้ก็ยังบวมนะแต่ดูน้อยลงหน่อยหนึ่ง" 

คนทักว่าเราไปทำมาบ้างไหม? 
"เขาจะทักว่าสวยทั้งเรื่องมากกว่าเพราะภาพดูยืดขึ้นค่ะ”

คนถามเรื่องหน้าตาเราเปลี่ยนไปตลอดเลย เราเบื่อบ้างไหม?
”จริงเหรอ ก็ไม่เบื่อนะ" 

เพราะน้ำหนักไม่คงที่หรือเปล่า?
"อาจจะใช่เพราะตอนนี้ก็เรื่อยๆ เลยค่ะ ไม่เคยทรงตัวเลยค่ะ ก็ไม่แปลกที่คนจะทักบ่อยเพราะเหมือนเราหายเป็นช่วงๆ อย่างตอนถ่ายละครช่วงหน้าบวมก็มีนะคะ คือมันแล้วแต่ช่วงจริงๆ ว่าจะออนแอร์ช่วงไหน”

ผู้ใหญ่มีให้เราไปทำหรือเติมอะไรบ้างหรือเปล่า?
"ไม่นะคะ แต่พี่เกล้าบอกให้ลดน้ำหนักค่ะ" 

เขาจะดูแลเรื่องน้ำหนักให้ตลอด? 
"ใช่ค่ะ คุมตลอดเลย"

ตั้งใจจะลดกี่กก.?
"หนูตั้งใจจะลดตลอดเวลาแต่ไม่เคยลดได้เลยค่ะ(หัวเราะ)"

เราก็แฮปปี้ที่คนชมว่าสวยขึ้น?
”ดีใจค่ะ”

อาจจะเป็นเพราะเรื่องหัวใจด้วยหรือเปล่า?
”ไม่นะคะ”

สัญญากับช่องใกล้จะหมดหรือยัง?
"น่าจะเหลืออีก 1 ปีมั้งคะ หนูไม่แน่ใจ"

คิดจะเซ็นต่อหรือเปล่า?
"ยังไม่มีนะคะ อาจจะเป็นเพราะเราไม่ได้คุยเรื่องนี้กับใครด้วยมั้ง คือยังไม่รู้เรื่องค่ะ เรื่องจะต่อก็ต้องดูกับพี่เกล้าอีกทีว่าจะทำยังไงด้วยค่ะ"

หลายคนออกมาเป็นนักแสดงอิสระกันเยอะ เราคิดจะทำตามบ้างไหม?
”โห จริงๆ เรื่องนี้มันตอบยากเพราะไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง หนูไม่กล้าฟันธงหรือพูดไปทางไหนจริงๆ ค่ะ”

แต่ตอนนี้เราก็ยังแฮปปี้ใช่หรือเปล่า?
”แฮปปี้ดีค่ะ สนุกดี ละครแฟนๆ ก็ติดตามกัน เราก็ดีใจค่ะ”

วันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ชมพู่ ไม่โกรธ ขอข้ามคำถามถูก เจมี่ แขวะอวดรวย

อยู่ๆก็งานเข้านางเอกลูกครึ่งเซ็กซี่วิกพระรามสี่ ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต เมื่อดาราสาวเซ็กซี่ เจมี่ บูเฮอร์ โพสต์รูป ชมพู่ เดินพรมแดงในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ พร้อมเขียนคำบรรยายใต้ภาพทำนองว่า แบรนด์เครื่องสำอางดังควรจะทวงบุญคุณ สาวชมพู่ บ้างที่ให้ไปงานดังกล่าว แถมยังจ่ายค่าตัวให้นางเอกซุปตาร์เอาเงินไปซื้อของแบรนด์เนมมาอวดรวยอีก 


ล่าสุดได้เจอ ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ในงานแถลงข่าว “บุชเชอร์เปิดสูตรลับ ต้นตำรับความอร่อยระดับพรีเมียม” และสรุปกระแสตอบรับแคมเปญ “บุชเชอร์พาลัดฟ้าไปเยอรมันกับชมพู่-อารยา” ที่โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร เลยสอบถามถึงเรื่องดังกล่าว
“ก็มีทราบบ้าง มีคนมาสะกิดๆ บ้างเหมือนกัน” 

มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง? 
“ไม่มีความคิดเห็น (ยิ้ม) คือเราไม่ได้รู้ละเอียดมาก เท่าที่ทราบก็ไม่มีแล้วใช่ไหมคะ แต่ก็มีคนมาเล่าๆ ให้ฟังบ้าง” 

คิดว่าเขาว่าแรงไปไหม? 
“ไม่มีความเห็นอะไรเลย” 

งงไหมที่อยู่ๆ มีชื่อเราด้วย? 
“ก็เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเขาเนอะ” 

ส่วนตัวเคยเจอเจมี่ไหม? 
“เคยเจอค่ะ เคยเจอบ้าง เคยทักทายบ้าง”

เขาพูดว่าเราเอาเงินไปซื้อของแบรนด์เนม แล้วก็อวดรวยด้วย เราโกรธไหม? 
“เอาจริงๆ คือไม่รู้สึกอะไรเลย จริงๆ ชมเจออะไรมาเยอะแยะ ข้ามไปดีกว่า ไม่ได้โกรธอะไรเลยนะ สาบานได้”

กลัวว่าจะมีผลกระทบต่อแบรนด์ที่เราเป็นพรีเซ็นเตอร์ไหม? 
“คงไม่หรอกค่ะ การที่เราอยู่ตรงนี้มันเป็นเรื่องปกติที่เราจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ ทุกคนก็มีความเห็นของตัวเองอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ข้ามค่ะ” 

พอเขาโพสต์แบบนี้คนก็มองว่าเขาอยากจะเกาะกระแสเราด้วย? 
“โนไอเดียเลยค่ะ ผ่านค่ะ”

มีข่าวแบบนี้เขาได้โทรมาขอโทษเราไหม? 
“มันเพิ่งสดๆ ร้อนๆ เองไม่ใช่เหรอ แต่ชมไม่ติดใจอะไรเลย ข้าม” 

ทางแบรนด์ได้โทรคุยกับชมถึงเรื่องนี้ไหม? 
“คงไม่หรอกค่ะ ชมว่าทางแบรนด์ก็คงข้ามเหมือนกัน อย่างที่ชมบอกทุกคนอยู่ในสังคมเสรี ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะพูดที่จะคิด ทุกคนมี คหสต.(ความเห็นส่วนตัว) ใช่ไหม เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องปกติในสังคม” 

ดูเหมือนแฟนคลับก็จะไม่ชอบใจฝั่งโน้นเหมือนกัน? 
“แฟนคลับเขาก็มี คหสต. (ความเห็นส่วนตัว) แต่สำหรับชมวันนี้ไม่มี คหสต. (ความเห็นส่วนตัว) ใดๆ”

อยากจะพูดอะไรถึงแฟนคลับที่เขาปกป้องเราไหม? 
“ก็ขอบคุณ แต่อยากบอกว่าไม่เป็นไรแล้ว จริงๆ ก็ไม่มีอะไรมาก ข้าม (หัวเราะ)” 

คิดว่ากระแสจะแรงขึ้นไหม? 
“คิดว่าคงไม่มีอะไรค่ะ เพราะมันไม่มีอะไรจริงๆ เดี๋ยวมันก็จบแล้ว” 

ถ้าเขาโทรมาขอโทษเราโอเคไหม? 
“ชมไม่ถือ ไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ” 

เพื่อนๆ ในวงการมีมาพูดคุยถึงเรื่องนี้ไหม? 
“ส่วนมากก็จะเป็นคนที่เห็น คือเอาเป็นว่าทุกห้องแชตที่เรามีก็คุยกันเรื่องนี้ แต่เราก็บอกโอเค รู้แล้วๆ ไม่มีอะไรค่ะ ข้ามค่ะ ขอคำถามต่อไป”

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ซาร่า โพสต์ท่าแซ่บในอินสตาแกรม ทำหนุ่มๆกดไลก์กระจาย

ซาร่า มาลากุล เลน โพสต์ท่าอ้าขา สุดแซ่บสยิวลงอินสตาแกรม ทำเอาแฟนคลับหนุ่มน้อยหน่มใหญ่กระหน่ำกด LIKE จนแทบ IG แทบล่มกันเลย


สำหรับดาราสาวทรงสะบึมส์อย่าง ซาร่า มาลากุล เลน เรื่องเซ็กซี่อาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเธอไปซะแล้ว เพราะนับวันๆก็ยิ่งโพสต์ท่าแซ่บ ชวนสยิวลงอินสตาแกรม “saramalakul” ให้แฟนตามคลิกไลท์กันไม่หยุดหย่อน



 ล่าสุดเจ้าตัวก็สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการโพสต์ท่าอ้าขา ที่ปิดบังของสงวนเพียงเสี้ยวก็จะบังเกิดดอกไม้แรกแย้มแล้ว งานนี้หนุ่มๆปลื้มตามไลท์กันถล่มทลาย




วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557

ซาร่า มาลากุล เปิดเต้าโชว์อีกครั้ง

ซาร่า มาลากุล เลน โชว์สปิริตนักแสดงมืออาชีพอีกครั้ง โดยยอมเปลือยเ้ต้าในภาพยนตร์เรื่องล่าสุด Jailbai ไม่ใช้ตัวแสดงแทนแต่อย่างใด



หลังจากที่มีโอกาสได้โกอินเตอร์ไปฝากผลงานในฮอลลีวูด ซาร่า มาลากุล เลน ได้เคยโชว์หน้าอกหน้าใจให้ฝรั่งอึ้งมาแล้วในภาพยนตร์เรื่อง 12 12 12 แบบมืออาชีพสุดๆ





ล่าสุดในภาพยนตร์เรื่อง Jailbait ที่สาว ซาร่า มาลากุล เลน ก็ขอแสดงสปิริตใจเกินร้อยเปิดเต้าโชว์นมกันให้เห็นสดๆต้องบอกว่าตัวจริงโนสแตนอิน งานนี้ใครอยากให้กำลังใจสาว ซาร่า ก็ติดตามชมผลงานของเธอด้วยละกัน

ที่มา Rakdara

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

พิ้งค์กี้ โต้ลืมตัว พูดห้วน ใช้อารมณ์เวลาให้สัมภาษณ์

อยู่ๆงานก็เข้า พิ้งกี้-สาวิกา อีกหลังจากมีนักข่าวคอมเม้นท์ว่าพักหลังรู้สึกว่า สาวสวยตาคม พิ้งกี้ เวลาตอบคำถาม เหมือนไปโกรธใครมา พอเจอตัวนางเอกสาวก็เลยได้คำชี้แจงว่า


มีคนมองว่าพิ้งค์กี้ให้สัมภาษณ์สื่อฯช่วงนี้พูดจาขวานผ่าซาก พูดห้วนๆ ใช้อารมณ์?
"เฮ้ย!! ขวานผ่าซากอะไร ไม่ใช่อารมณ์ วันนี้โมโหไหม(ยิ้ม) ไม่มีเลย ถ้าเกิดอะไรที่ไม่ใช่ก็จะชี้แจง เราจะพูดในความเข้าใจเบาๆ เราไม่ใช่คนบ้านป่าเมืองเถื่อนด่าเลยก็ไม่ใช่"
       
มีคนที่ดูคำถามบอกเราดูเปลี่ยนไปมากกว่าเดิม?
"ไม่เลยค่ะ ไม่เปลี่ยน คนที่เข้าใจแบบนั้นเขาคงไม่รู้จักตัวกี้ เราไม่เคยเปลี่ยนทำงานตลอด 20 ปี ก็เป็นแบบนั้น"
         
กลัวคนเข้าใจผิดว่าลืมตัวไหม?
"ไม่เคยลืมตัว ไม่เคยทุกวันนี้ทำงานเหมือนดารานักแสดงคนนึง ไม่ได้ดังอะไร มีข่าวแบบนี้ก็ไม่กังวล ไม่ซีเรียส ย้อนดูคำสัมภาษณ์ได้เราไม่เคยพูดหยาบ เราด่าไม่เป็นไร คนที่เข้าใจผิดเขาอาจจะถามคำถามแรงไม่เข้าใจเรา ถ้าคนนั้นถามเราแรงเราก็คงไม่ยอม ไม่คิดมากมีเรื่องอื่นให้คิดมากกว่า"



ที่มา สยามดารา

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556

เสี่ยเจียง ฉุน จา-พนม ฉีกสัญญาสหมงคลฟิล์ม ขู่ฟ้องหากกล้าเล่นหนังฮอลลีวู้ด

เสี่ยเจียง ฉุน จา-พนม บอกสัญญาไม่มีสัญญาสหมงคลฟิล์ม ขู่ฟ้องแน่ถ้าหากยังมีการถ่ายทำที่ไหนในโลกโดยไม่มีการขออนุญาติจากทางต้นสังกัดเสียก่อน 


หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ  ผู้บริหารบริษัทสหมงคลฟิล์ม ออกมาแถลงข่าวยินดีกับ จา-พนม ที่นักแสดงเบอร์หนึ่งของค่ายใบโพธิ์มีโอกาสโกอินเตอร์ไปเล่นหนังระดับฮอลลีวู้ดเรื่อง The Fast and the Furious 7 (เดอะ ฟาสต์ แอนด์ เดอะ ฟิวเรียส 7) ได้ประกบนักแสดงดังอย่าง ''วิน ดีเซล'' แต่ล่าสุดพระเอกนักบู๊ จา-พนม หรือ โทนี่ จา ได้ประกาศตัดขาดกับผู้อำนวยการสร้างหนังรุ่นใหญ่ ผู้ชุบชีวิตให้ จา-พนม แจ้งเกิดในวงการ ด้วยการแอบไปเล่นหนังฮอลีวู้ดพร้อมทั้งติดต่อมาทางต้นสังกัดว่าตนไม่มีเกี่ยวข้องในสัญญาการแสดงภาพยนตร์กับทางค่ายสหมงคลแล้ว ทำเอา เสี่ยเจียงถึงกับฉุนขาด ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดใจที่บริษัทสหมงคลฟิล์ม ชั้น 9 ตึก IBM พร้อมผู้กำกับฯ คู่ใจ ปรัชญา ปิ่นแก้ว และ ผู้กำกับฯ คิวบู๊ชื่อดัง พันนา ฤทธิไกร เมื่อค่ำวันที่ 3 ก.ย. 56 ที่ผ่านมาว่า

''ที่มาแถลงข่าววันนี้ หลังจากที่มีการแถลงไปก่อนหน้านี้ที่ผมบอกให้เขาไปเล่นหนังฮอลีวู้ด หลังจากนั้นอยู่ๆ ทาง จา-พนม ก็ได้มีการยื่นโนติสมา อยู่ดีๆ ก็มาบอกว่าไม่มีสัญญาแล้ว ผมก็งง จึงได้มีการแถลงข่าววันนี้เพื่อความถูกต้อง ซึ่งทาง จา-พนม ก็ต้องปฏิบัติต้องมีการติดต่อกลับมา ที่ผ่านมาเราไม่เคยหักเปอร์เซ็นต์ใคร อยากไปเล่นหนังต่างประเทศ ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่พอมีเรื่องแบบนี้ก็ต้องให้ทางต่างประเทศติดต่อมาบ้าง ยืนยันสัญญาของ จา-พนม มีผลทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งโลกต้องขออนุญาตเรา ครั้งที่แล้วที่แถลงเพราะดีใจ จาจะไปเล่น The Fast and the Furious 7 แต่ตั้งแต่เขาไปเล่นต่างประเทศ จา ก็ไม่เคยบอก ไม่เคยมาขอ ยื่นแต่โนติสมา แล้วพูดมาได้ยังไงว่าสัญญาไม่มี จาเคยมาขอแต่เรื่องโฆษณากับทางพันนา เราก็อนุญาต เรื่องเงินก็ให้เขาดูแลเอง"

แล้วต่อไปจะทำยังไง?
''ต้องยื่นโนติสไป ถ้ามีการจ้างเล่นหนังก็ต้องไปต่อสู้กันต่อที่ศาล สำหรับผมแล้วสัญญาที่เซ็นไว้ยิ่งกว่าเป็นธรรม ทุกอย่างถูกต้องและให้มากกว่านั้น  เขาจะหาว่าไม่ส่งสัญญาให้เขาไม่ได้เพราะสัญญาส่งไปที่สุรินทร์ด้วย และจาก็มีการลงนามเซ็นสัญญาทุกอย่าง ผลประโยชน์ที่ได้รับมหาศาล เชื่อว่าไม่มีนักแสดงไทยคนไหนได้ค่าตัวมากขนาดนี้ ที่ผมให้เขามากขนาดนี้เพราะความสำเร็จจากองค์บาก 1  ผมอยู่วงการมากว่า 30 ปีไม่เคยรังแกใคร เอาเปรียบใคร''


เรื่องนี้มีผลต่อหนังที่ จา-พนม เล่นไหม?
''ไม่มีเพราะถ่ายทำหมดแล้ว ผมพยายามทำต้มยำกุ้งให้ดีที่สุด เราฉายพร้อมเมืองจีน 3 พันโรง วันที่ 23 ต.ค. พร้อมเมืองไทยเพื่อไม่อยากให้มีแผ่นผี เพื่อทำให้ทัน ผมก็ได้ซื้อเครื่องทำซีดีด้วยทุนมหาศาลเพื่อให้ทันขาย''

เป็นเพราะ จา-พนม น้อยใจที่ไม่ได้ไปฮอลลีวู้ดสักทีหรือไม่?
''ไม่เกี่ยว เพราะก่อนหน้านี้ก็มีหนังเรื่อง Rush Hour 3 ทางเราก็โอเค แต่พอทางต่างประเทศส่งบทมา เขาให้จาเล่นเป็นตัวร้ายเราก็ยอมไม่ได้ เพราะบทต้องเสมอกัน จริงๆ มีบทหนังติดต่อเข้ามาเยอะแต่คนไม่เข้าใจคิดว่ามีหนังน้อย อย่างล่าสุดก็มีหนังของ หงจินเป่า ส่งบทมา เราดูแล้วก็โอเคแต่ว่าเขาขอส่งบทให้ทางจีนเซ็นเซอร์ก่อน รอจนถึงกันยายนซึ่งจาเขาก็ไม่ว่างแล้ว และทางนู้นก็ยกกองมาแล้วก็เสียหายเป็น 10 ล้าน''

แล้วที่ก่อนหน้านี้เสี่ยเคยบอกว่ารักจาเหมือนลูก?
''อย่าให้พูดเลยดีกว่า มันโตเกินกว่าที่จะรับเป็นลูกแล้ว ตอนเล่นหนังเรื่องแรกมันมากราบผมอย่างกับผมเป็นพ่อมัน แต่ตอนนี้ผมต้องไปกราบมันเหมือนกับมันเป็นพ่อ วันเวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน ไม่พูดดีกว่า มันแล้วแต่คน แล้วแต่เวรกรรม รู้ไหมตอนที่ทำองค์บากภาคแรก ผมกับปรัชญาทะเลาะกันตั้ง 6 เดือน หนังที่จาเล่นไว้หลายเรื่องไปถ่ายตามต่างจังหวัดก็ไม่ดังสักที แต่ปรัชญาเขาไปช่วยดู ไปช่วยวางแผนว่าจะทำยังไงให้จาโด่งดัง เขาขอเงินงบลงทุนตั้ง 50 ล้านเพื่อเอาไปทำองค์บากเพื่อ ''จา-พนม'' แล้ว ปรัชญาถึงขั้นต้องไปเอาเงินจากน้องสาวมา 50,000 บาท เพื่อมาทำหนังตัวอย่างให้ดู และการลงทุนก็คือเรา ถ้าเจ๊งเราก็เจ๊ง''

แล้ววันเปิดตัวหนังต้มยำกุ้ง ยังจะมี จา-พนม หรือไม่?
''ยังไงเขาก็ต้องมาเพราะเขามีสัญญา เราต้องยื่นโนติสไป ผมเคยบอกเขา ไม่อยากให้จากับปรัชญาโกรธกัน ผมบอกเขาว่าถ้าไม่มีปรัชญาวันนั้นก็ไม่มีจาวันนี้ ตอนที่จาไปทำองค์บาก 2 เขาใช้เงินไป 300 กว่าล้าน แล้วก็ไปหลงผู้หญิงเกาหลี ตอนนั้นผมกับพันนาแทบจะเป็นลมตาย (หัวเราะ)''

ต่อจากนี้เส้นทาง จา-พนม กับหนังของสหมงคลฟิล์มจจะเป็นอย่างไร?
''ก็มีโปรเจกต์อะไรก็ทำไป ถ้าจะไปเล่นหนังต่างประเทศก็ไม่ได้ว่าอะไร แค่ให้ทางต่างประเทศเข้ามาคุยกัน เราคงไม่ยุ่งกับเขาแล้ว ก็คงยื่นโนติสอย่างเดียว ถ้าไม่มีการมาคุยและมีหนังเขาขึ้นมาเราฟ้องแน่ บริษัทสหมงคลฟิล์มไม่ได้เกิดขึ้นมาเพราะเขาอยู่แล้ว ไม่สบายใจก็ไม่ต้องอยู่ ผมอยู่วงการมาตั้งแต่ มิตร ชัยบัญชา, สมบัติ เมทะนี แล้วจาอยู่มากี่ปีเล่นหนังให้เราแค่ 5-6 เรื่อง แต่ สมบัติ เมทะนี ปีหนึ่งเขาเล่นหนัง 100 กว่าเรื่อง''

แล้วจะมีทางออกยังไงกับเรื่องนี้?
''ก็แล้วแต่คนที่จะมาเจรจา แต่ตอนนี้ถ้าเขาจะเล่นหนังอะไรก็ตาม เขาก็ต้องขออนุญาตเราก่อน ถ้ายังมีการถ่ายทำเราก็จะฟ้อง ส่วนเรื่องที่คนจะมองว่าเรามีการหักเปอร์เซ็นต์นั้น บอกเลยว่าเราไม่เคยหัก ไม่เคยกินหัวคิวใคร ไม่เคยเอาเปรียบใครทั้งนั้น''


ทัชชกร ยีรัมย์ (พนม ยีรัมย์) ที่รู้จักกันในชื่อ จา-พนม หรือ โทนี่ จา เข้าสู่วงการจากการชักนำเข้าสู่วงการโดย พันนา ฤทธิไกร  และการปลุกปั้นโดย ปรัชญา ปิ่นแก้ว โดยมีเสี่ยเจียงเป็นผู้อำนวยการสร้างหนังเรื่องแรกของ จา-พนม ด้วยทุนสร้างกว่า 50 ล้านบาท ด้วยการเป็นพระเอกหนังเรื่ององค์บาก 1 จนก้าวขึ้นเป็นพระเอกนักบู๊เบอร์ 1 ของไทย ต่อด้วยการทุ่มทุนสร้างมหาศาล 200 ล้านสร้าง ต้มยำกุ้ง เพื่อให้ จา-พนม เป็นนักแสดงแอ็กชั่นระดับอินเตอร์ แต่หลังจากโด่งดังเป็นพลุแตก จา-พนม ได้มีปัญหาความขัดแย้งกับ ปรัชญา ปิ่นแก้ว ในการทำหนังเรื่ององค์บาก 2 จนทั้งคู่แยกกันทำงาน อีกทั้งพระเอกนักบู๊ยังปัญหาเรื่องงบประมาณที่บานปลายในการกำกับหนังเรื่องแรกของตัวเอง จนทางบอร์ดใหญ่อย่างเสี่ยเจียงต้องเข้ามาช่วยคลี่คลายปัญหาที่เกิดขึ้น นอกจากนั้น จา-พนม ยังเคยตกเป็นข่าวมีปัญหาส่วนตัวกับทางครอบครัวแต่ก็ได้รับการช่วยเหลือแก้ปัญหาจากเสี่ยเจียงทุกครั้ง จนล่าสุดก็มีข่าวฉีกสัญญากับทางสหมงคลฟิล์มเพื่อหนีไปเล่นหนังที่ต่างประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน

ที่มา สยามดารา