แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วรพรรณ พันธุ์คงชื่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วรพรรณ พันธุ์คงชื่น แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2556

แม่'ไฮโซน้ำหวานกลัวลูกเครียด สั่งงดรับรู้ข่าวสาร

 แม่ไฮโซน้ำหวาน หวั่นลูกเครียดออกคำสั่งไม่ให้ลูกสาวรับรู้ข่าวสารใดๆ ทั้งสิ้น เผยยังมีอาการฟกช้ำเนื่องจากถูกของแข็งกระแทก และไซนัสกำเริบจนลูกสาวหายใจไม่ออก ตั้งข้อสังเกตุทำไมคู่กรณีถึงไม่ไปแจ้งความตั้งแต่เกิดเหตุ แฉ จิน-จรินทร์ ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ไม่สมควรพูดกล่าวหากใดๆ ลั่นหลักฐานในภาพวงจรปิดของร้านอาหารอยู่ที่ทนายและตำรวจเรียบร้อยแล้ว ยันไม่ยอมความแน่นอน


เป็นกระแสทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ และเป็นที่จับตามองอย่างมากกับกรณีของ ไฮโซน้ำหวาน วรพรรณ พันธุ์คงชื่น ได้ส่งทนายเข้าแจ้งความว่าถูก แนน ชุมพิชา พัฒนาหิรัญ น้องของดาราสาวชื่อดัง หนิง ปณิตา ธรรมวัฒนะ ใช้โทรศัพท์มือถือตบหน้า โดยยืนยันว่า ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล จากนั้น แนน-ชุมพิชา ก็ได้เข้าแจ้งความกลับ ไฮโซน้ำหวาน ข้อหาชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกายทันที พร้อมยืนยันว่าสิ่งที่ ไฮโซน้ำหวาน พูดไม่เป็นความจริงอีกด้วยนั้น

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปอัพเดตความคืบหน้าเรื่องอาการบาดเจ็บของไฮโซสาว น้ำหวาน วรพรรณ พันธุ์คงชื่น จาก คุณแม่อำไพพรรณ พันธุ์คงชื่น ซึ่ง คุณแม่อำไพพรรณ ก็ได้อัพเดตอาการเจ็บของลูกสาวให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า
''เรื่องแผลตอนนี้ก็ทายาอยู่ค่ะ ยังคงเป็นรอยช้ำเป็นจ้ำๆ อยู่ ก็ต้องพยายามทายา แต่เมื่อคืนน้ำหวานหายใจไม่ค่อยออก คือต้องบอกก่อนว่าตัวน้องน้ำหวานเค้ามีอาการเป็นโรคไซนัส เป็นโรคประจำตัวอยู่แล้วด้วย แล้วคุณหมอมาตรวจอาการก็พบว่าเหมือนอาการไซนัสกำเริบ เรื่องจากไปกระแทกโดนของแข็งจนอักเสบขึ้นมา ตอนนี้คุณหมอก็จะดูแลเรื่องอาการไซนัสที่กำเริบขึ้นมามากกว่าค่ะ แล้วก็จะมีตรงตาที่ยังช้ำอยู่ และข้างในตาน้องน้ำหวานก็ยังมองเห็นเป็นฝ้าๆ เป็นภาพซ้อนอยู่บ้าง เราก็รักษาไปตามอาการ ก็ทายา รักษาตามปกติ ตามที่คุณหมอแนะนำค่ะ''

คุณแม่ยังกังวลในเรื่องอาการบาดเจ็บของลูกสาวตรงไหนอีกหรือเปล่า?
''ไม่กังวลอะไรเลยค่ะ คือคุณแม่เองก็ได้คุยกับหมอ คุยกับเพื่อนๆ ที่เป็นหมอบ้างแล้วนะคะ อย่างเรื่องอาการที่ตาที่จะเห็นเป็นภาพซ้อนอยู่แล้ว เพราะโดนกระแทก ก็จะต้องใช้ระยะเวลาการฟื้นตัวเอง แต่ในระยะยาวอาจจะมีเอฟเฟกต์จากอาการตรงนี้ก็ได้นะคะ ถ้าคุณแม่จะห่วงก็คงจะห่วงน้ำหวานเพียงอย่างเดียวแหละค่ะ ห่วงความปลอดภัยว่า ใครจะมาทำร้ายลูกเราอีกหรือเปล่า ตอนนี้คุณแม่ก็ไม่ให้น้ำหวานไปไหน หรือเจอหน้าใคร หรือคุยโทรศัพท์ เล่นโทรศัพท์กับใครทั้งนั้นเรียกว่า ปิดหูปิดตาเค้าหมดเลย ไม่ให้ดูข่าว ไม่ให้ดูทีวีเลยค่ะ เพราะไม่อยากให้เค้ากังวล ไม่อยากให้เค้าต้องมารับรู้กับเหตุการณ์ที่มันไม่เป็นความจริง ซึ่งเค้าจะรับไม่ได้อย่างแน่นอน โทรทัศน์ก็ไม่ให้ดูเลยค่ะ ให้เค้าดูแต่ซีรีส์เกาหลี เปิดวิดีโอให้เค้าเท่านั้นเอง''

สภาพจิตใจของ น้ำหวาน ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
 ''อย่างที่คุณแม่บอกไปนะคะว่า เราไม่ให้น้องน้ำหวานเจอหน้ากับใครเลย ไม่ให้รับโทรศัพท์ใครเลย เค้าก็มีความสุขดีอยู่ ก็ยังไม่ได้กังวลเรื่องอะไร เค้าก็นอนดูซีรีส์, ดูหนังที่คุณแม่เปิดให้เค้าดูไปค่ะ''

นอกจากนั้น คุณแม่อำไพพรรณ ยังได้ตั้งข้อสังเกตกับผู้สื่อข่าวอีกด้วยว่า
''วันเกิดเหตุทำไมเค้าถึงไม่ไปแจ้งความทันทีล่ะค่ะว่าถูกชิงทรัพย์ ถ้าเค้าถูกทำร้ายทำไมเค้าไม่ไปหาหมอที่โรงพยาบาลล่ะค่ะ ทำไมเค้าถึงกลับบ้านไปเลย ทั้งๆ ที่ร้านอาหารกับ สน.ทองหล่อ อยู่ใกล้กันนิดเดียวเองนะคะ นี่คือข้อสังเกตที่คุณแม่ตั้งขึ้นมาเฉยๆ มันแย้งกับสิ่งที่เค้าพูดออกมา ซึ่งมันผิดวิสัยของคนที่โดนทำร้าย โดนแย่งชิงทรัพย์ ว่า ทำไมเค้าไม่แจ้งความ คือถ้าน้ำหวานไม่แจ้ง เค้าก็คงไม่แจ้งใช่ไหมค่ะ อีกอย่างคำพูดของคุณจินที่ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อ คุณแม่บอกเลยนะคะว่า คุณจินไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์วันเกิดเหตุ เพราะฉะนั้นคุณจินจะพูดอย่างนั้นไม่ได้''

เห็นว่ามีหลักฐานเป็นภาพกล้องวงจรปิดที่ร้านอาหารดังกล่าวใช่หรือไม่?
''มีค่ะ...ทุกอย่างอยู่ที่ทนายความและตำรวจหมดเรียบร้อยแล้วค่ะ เห็นหมดว่า ใครเดินอยู่ทางไหน ใครเข้ามาด้านไหนทำให้น้ำหวานเขว ทุกอย่างอยู่ในขั้นตอนตามกฎหมายทั้งหมด เราแจ้งความครั้งนี้เราไม่มีประเด็นเรื่องชู้สาวนะคะ เราแจ้งความในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ถูกประชาชนอีกคนหนึ่งทำร้ายร่างกาย เราไม่ได้เอาความเป็นไฮโซ หรือความเป็นดารามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นหลักฐานทุกอย่างมีครบ คุณแม่ไม่กังวลอะไรแล้วค่ะ เพราะหากแจ้งความเท็จก็เป็นคดีเหมือนกันนะคะ ถามว่า ทางคู่กรณีมีติดต่อเจรจาไหม...ไม่เลยค่ะ ถึงติดต่อมาคุณแม่ก็ไม่คุย ไม่ยอมอยู่แล้ว ขอเจอที่ศาลอย่างเดียวเลยแล้วกันค่ะ''

ที่มา สยามดารา

วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2556

แนน น้อง หนิง-ปณิตา แจ้งความกลับ ไฮโซน้ำหวาน ชิงทรัพย์-ทำร้ายร่างกาย

แนน น้องสาว หนิง-ปณิตา ยันไม่ได้ทำอย่างที่ถูกกล่าวหา ท้าเอากล้องวงจรปิดออกมาเลย พร้อมแจ้งความกลับ ไฮโซน้ำหวาน พยายามชิงทรัพย์และทำร้ายร่างกาย ยันมีหลักฐาน อุบรายละเอียดกลัวเสียรูปคดี

ยังคงไม่จบไม่สิ้นสำหรับเรื่องราวของ ไฮโซน้ำหวาน วรพรรณ พันธุ์คงชื่น และสาว หนิง ปณิตา ธรรมวัฒนะ โดยไฮโซคนดังได้อ้างว่าถูก แนน น้องสาวของ หนิง-ปณิตา ทำร้ายร่างกาย โดยใช้โทรศัพท์มือถือตบเข้าที่หน้าอย่างแรง จนมีรอยฟกช้ำอย่างเห็นได้ชัดเจน จนตอนนี้ได้นอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมิติเวช และได้นำหนังสือมอบอำนาจ พร้อมหลักฐานให้ทนายเข้าแจ้งเแจ้งความกับ ร.ต.ท.ศิริพงษ์ กิตติภิวัฒน์ พนักงานสอบสวน ที่สน.ทองหล่อ หลังจากไฮโซน้ำหวาน ถูกดาราสาวชื่อดังพร้อมน้องสาวรุมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า เหตุเกิดที่ร้านอาหารฮาวีชั่น ชั้น 1 ซอยทองหล่อ 9 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา โดยเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องไว้ เข้าข่ายการกระทำความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่น

ล่าสุดเมื่อเวลา 18.00 น. ของวันที่ 22 ก.ย. 56 สาว แนน น้องสาวของ หนิง-ปณิตา ได้เดินทางมาถึง สน.ทองหล่อ พร้อมทนายเพื่อแจ้งความกลับไฮโซน้ำหวาน 2 คดีด้วยกันคือพยายามชิงทรัพย์ และทำร้ายร่างกาย พร้อมกับให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า
''วันนี้มารับสิทธิ์ดำเนินคดีค่ะ แจ้งไว้สองคดีค่ะ พยายามชิงทรัพย์ค่ะและทำร้ายร่างกายค่ะ จากเหตุการณ์ที่มีการพูดถึงตอนนี้ไม่เป็นความจริงเลยค่ะ และเรื่องของดีเทลจริงๆ อาจจะพูดตอนนี้ไม่ได้เดี๋ยวเสียรูปคดี  ทุกคนต้องมีวิจารณญาณของตัวเองนะคะ ถ้าคนเราอยู่ดีๆเดินไปทำร้ายกันก็คงต้องมีอะไรบางอย่าง เราไม่ได้มีเรื่องอะไรกับเขา เราไม่เคยไปยุ่งอะไรอีกเลย เราอยู่ของเราเฉยๆ เรื่องของการไปทำอะไร บอกได้เลยว่าคนสติดีๆ เขาไม่ทำกันพูดตรงๆ เลย''

เหตุการณ์ในวันนั้นว่าทางเราได้เอาโทรศัพท์ไปตบหน้าอีกฝ่ายจริงหรือเปล่า? 
''ไม่มีค่ะ ไม่มีการตี เขาตบเอง เราไม่ได้ไปทำเขาก่อนเลย เรามีพยาน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดที่แนนไปกระทำเขาก่อนแน่นอนค่ะ แผลร่างกายเราก็เล็กน้อยค่ะ เรื่องไม่มีอะไรเลยจริงๆ อาจจะเป็นการเข้าใจผิด กระทบกระทั้งกันบ้าง ที่รู้ๆ เราก็เจ็บเหมือนกันค่ะ"

ทางฝ่ายเขาบอกว่ามีภาพจากกล้องวงจรปิด เราว่าอย่างไรบ้าง? 
''เอาออกมาก็ดีค่ะ ได้รู้ว่าใครเริ่มก่อนค่ะ ไม่กลัวค่ะ ส่วนเรื่องถ่ายคลิปทางแนนไม่ได้ถ่ายค่ะ ในเหตุการณ์มีพี่ชายอาณัฐทวีปหลายคนเหมือนกัน ก็ตามข่าวค่ะ''

ก่อนมาแจ้งความคุยกับพี่หนิงไหม?
''พี่หนิงบอกว่าให้ความจริงอ่ะค่ะ เพราะแนนเชื่อว่าอย่างที่บอกคนให้กำลังใจเยอะมาก เราเชื่อว่าความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ส่วนของพี่หนิงให้เขามาจัดการของเขาละกันค่ะ''

ตอนนี้คู่กรณีเข้าโรงพยาบาลอยู่รู้หรือไม่อย่างไร?
''โนคอมเมนต์เลยค่ะ ไม่รู้  อย่างที่บอกว่าทุกคนรู้ว่าใครทำอะไร ไม่ทำอะไร ใครจะพูดอะไรก็พูดได้  แนนไม่มีอะไรจะพูด เอาความจริงมาพูดดีกว่าค่ะ แนนเชื่อว่าคนไทยมีวิจารณญาณในการรับชม คอมเมนต์ เห็นได้จากการให้กำลังใจจากทางอินสตาแกรม ทุกคนให้กำลังใจหมดเลย เราก็บอกว่าทุกคนเข้าใจและไม่มีอะไรต้องพูด เราเป็นแบบไหน เราชัดเจนแบบนี้ เราเอาความจริงมาพูดกันอ่ะค่ะ ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ตอนนี้แนนยังไม่รู้เลยจะเกิดอะไรขึ้นข้างหน้า รอให้เกิดขึ้นก่อนเนอะ เดี๋ยวจะบอก ขอพูดอย่างหนึ่งร้านอาหารราคาค่อนข้างสูง คนเยอะด้วย คงไม่ทำแบบนี้ให้ตัวเองแย่  เดี๋ยวให้พี่หนิงมาตอบเองดีกว่าค่ะ''

เมื่อถามถึงเรื่องหลักฐานและการดำเนินคดี ทางด้านทนายได้กล่าวว่า
"ขอให้เป็นเรื่องของกฎหมายละกันค่ะ ให้พนักงานสอบสวนจัดการดีกว่าค่ะ กลัวเสียรูปคดีครับ ส่วนเรื่องขึ้นศาลไหมต้องรอพนักงานสอบสวนครับ''

ที่มา สยามดารา

วันจันทร์ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2556

ไฮโซน้ำหวาน แจ้งจับ หนิง-แนน สองพี่น้อง รุมทำร้ายร่างกาย

ไฮโซน้ำหวาน อ้างถูก หนิง-ปณิตา และ แนน น้องสาว พร้อมพวกบุกทำร้าย ขณะนั่งรับประทานอาหารในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ และใช้มือถือตบที่ใบหน้า จนมีรอยฟกช้ำที่ใบหน้าอย่างชัดเจน ให้ทนายเข้าแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด


กลายมาเป็นข้อพิพาทกันอีกรอบ ระหว่างไฮโซน้ำหวาน วรพรรณ พันธุ์คงชื่น กับดาราสาว หนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะ โดยฝ่ายแรกที่นอนซมใบหน้าฟกช้ำ รักษาตัวที่โรงพยาบาล อ้างถูก แนน น้องสาว หนิง ปณิตา ทำร้ายร่างกายโดยใช้โทรศัพท์มือถือฟาดเข้าที่ใบหน้า โดยไม่ทราบสาเหตุที่ร้านอาหารย่านทองหล่อ แถมคู่กรณียังแกล้งล้มให้ดูเหมือนโดนทำร้ายก่อน ได้ให้ทนายเข้าแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ขณะที่ทางด้าน หนิง ปณิตา รับไปร้านอาหารเดียวกันจริงกับน้องสาวและเพื่อนอีกจำนวนหนึ่ง แต่ยืนยันไม่ได้ทำร้ายร่างกาย ไฮโซน้ำหวาน ทั้งนี้ได้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายถึงการดำเนินการตอบโต้ ซึ่งอาจจะมีการแจ้งความกลับกับคู่กรณีก็ได้ ขณะที่ แนน น้องสาว หนิง โพสต์ภาพและข้อความผ่านไอจีว่าได้รับบาดเจ็บเช่นกัน

โดยเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 21  ก.ย.2556  นายสอและ กูมุดา ทนายความส่วนตัวของ ไฮโซน้ำหวาน วรพรรณ พันธุ์คงชื่น นำหนังสือมอบอำนาจ จากไฮโซคนดัง พร้อมเอกสารหลักฐาน เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ศิริพงษ์ กิตติภิวัฒน์ พนักงานสอบสวน ที่สน.ทองหล่อ หลังจากไฮโซน้ำหวาน ถูกดาราสาวชื่อดัง พร้อมน้องสาวรุมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า เหตุเกิดที่ร้านอาหารฮาวีชั่น ชั้น 1 ซอยทองหล่อ 9 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา

ซึ่งทนายได้เผยว่า ไฮโซน้ำหวาน ถูกทำร้ายร่างกายเมื่อเวลาประมาณ 22.20 น.ของ วันที่ 20 ก.ย. ที่ผ่านมา บริเวณร้านอาหารฮาวีชั่น ก่อนเกิดเหตุ น้ำหวานได้มาเยี่ยมคุณแม่ที่ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท ขณะที่ทางคุณแม่หลับพักผ่อน จึงได้ลงไปรับประทานข้าวกับเพื่อนที่ร้านอาหารนี้ ระหว่างรับประทานอาหาร ได้เห็นกลุ่มหญิงสาว ประมาณ 3-4 คน เดินตรงเข้ามา แล้วนำโทรศัพท์มือถือปาใส่ที่ใบหน้า ของ ไฮโซน้ำหวาน จนได้รับบาดเจ็บ ก่อนเข้ารักษาตัวที่ รพ.สมิติเวช

ขณะนี้มีอาการบาดเจ็บบริเวณใบหน้า มีรอยฟกช้ำเป็นวงกว้างโดยมีขนาดความยาวของบาดแผลประมาณ 5 ซม. และมีอาการอ่อนเพลียมาก และวันนี้ได้รับหนังสือมอบอำนาจเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดี โดยมีหลักฐานจากภาพวงจรปิดของร้านอาหาร และพยานจากเพื่อนของไฮโซชื่อดัง จากนี้จะเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด สำหรับ ไฮโซน้ำหวาน ขณะนี้ พักฟื้นอยู่ที่ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท  คาดว่าอาจจะเกิดจากการกระทบกระเทือนทางสมอง แพทย์ลงความเห็นให้พักรักษาตัวเป็นเวลา 15 วัน ส่วนเรื่องรายละเอียดทั้งหมด ต้องรอให้เจ้าตัวเป็นคนชี้แจง

ด้าน ร.ต.ท.ศริริพงษ์ เผยว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่รับเรื่องการแจ้งความไว้ก่อน โดยการกระทำของผู้ที่ลงมือก่อเหตุเข้าข่ายการกระทำความผิดฐานร่วมกันทำร้าย ร่างกายผู้อื่น หลังจากนี้จะดำเนินการสอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม แล้วจะประสานไปทางฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ หาภาพวงจรปิดจากร้านอาหารฮาวีชั่นเพิ่มเติม และสอบสวนพยานในเหตุการณ์จากนั้นจะให้ผู้เสียหายเข้าชี้ตัว ก่อนออกหมายเรียกผู้ต้องสงสัยแจ้งข้อหาในการดำเนินคดีต่อไป

ต่อมาในวันเดียวกัน เวลาประมาณ 18.00 น.ไฮโซน้ำหวาน ได้ให้สัมภาษณ์ในสภาพใบหน้าที่ฟกช้ำ ขณะรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสมิติเวช  ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า


"ก็เจอพี่หนิงแล้วก็พี่แนน ที่ร้านอาหาร  แล้วเค้าก็ขว้างโทรศัพท์ใส่หน้า ก็ไม่ทราบมาก่อนว่าเค้าจะมา และไม่ทราบสาเหตุที่เค้าทำแบบนี้  ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้ทะเลาะกัน ไม่ได้พูดคุยหรือมีปากเสียงกันเลย พี่หนิงเค้าไม่ได้เป็นคนทำ  น้องสาวเค้าเป็นคนทำ  แต่ตอนนั้นพี่หนิงเค้าคิดว่าหนูไปตบน้องสาวเค้า คือน้องสาวเค้าเอาโทรศัพท์มาตบหนู แล้วก็ทำเป็นล้มลงไป น้องสาวเค้าทำก่อน ส่วนหนูไม่ได้ตอบโต้ยืนอยู่เฉยๆ  อาการตอนนี้ก็ดีขึ้น ส่วนการดำเนินคดีก็ให้เป็นหน้าที่คุณพ่อคุณแม่ดำเนินคดีต่อไป  และจากนี้ขอไม่ต้องมายุ่งก็พอ คำขอโทษไม่ต้อง" 

ขณะที่ทางด้าน หนิง-ปณิตา โต้กลับว่าเรื่องราวทั้งหมด ไม่ได้เป็นความจริง โดยก่อนเกิดเหตุได้ไปที่ร้านอาหารดังกล่าว โดยไปกับเพื่อนๆประมาณ 6-7 คน และ แนน น้องสาว เป็นการไปรับประทานอาหารกับเพื่อนๆ หลังจากไปงานประมูลเครื่องเพชร ที่โรงแรมฮิลตัน ซึ่งเป็นงานการกุศล เมื่อไปถึงร้านอาหารแห่งนี้ ก็เจอกับคู่กรณีโดยบังเอิญ ยืนยันไม่ได้มีเหตุอย่างที่คู่กรณีกล่าวอ้าง อยากให้ผู้รับข้อมูลข่าวสาร ใช้วิจารณญาณด้วย เนื่องจากเป็นสถานที่สาธารณะ พวกตนจะไปทำอย่างนั้นได้อย่างไร อีกทั้งกลุ่มเพื่อนทั้งหมดเป็นคนมีชื่อเสียงในสังคม จึงเป็นไปไม่ได้ จะกระทำอย่างนั้น หลังจากนี้จะปรึกษาฝ่ายกฎหมาย ถึงการดำเนินการตอบโต้ ซึ่งอาจจะมีการแจ้งความกลับกับคู่กรณีก็ได้

ทั้งนี้ หนิงยังได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตารแกรมว่า
"คนโทรมาจนสายจะไหม้อยู่แล้ว ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงและเป็นกำลังใจ ขอยืนยันว่าข่าวที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปตามนั้น"

ขณะที่ แนน น้องสาวของ หนิง ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านไอจี ระบุว่าได้รับบาดเจ็บเนื่องจากโดนทำร้าย พร้อมภาพประกอบบริเวณข้อมือขวามีรอยฟกช้ำ

ที่มา สยามดารา

วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2556

น้ำหวาน ตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมทนายชี้แจงเหตุแย่งสามี หนิง


ไฮโซน้ำหวาน วรพรรณ พันธุ์คงชื่น ตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมทนายโต้ข้อกล่าวหาแย่ง จิน สามี หนิง-ปณิตา รับโทรศัพท์ไปเคลียร์กับดาราสาวหลังมีผู้อาวุโสโทรสอบถามเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ยันไม่เคยขึ้นคอนโดฯ ฝ่ายชายย่านทองหล่อ


หลังจากที่ หนิง ปณิตา กับสามี จิน-จรินทร์  ธรรมวัฒนะ ได้ออกมาแถลงข่าวถึงเรื่องไปเป็นกิ๊ก ไฮโซน้ำหวาน วรพรรณ พันธุ์คงชื่น โดยมีภาพและข้อความออกมายืนยัน ทำให้หลายคนเกิดความเห็นใจและต่อว่าไฮโซสาวอย่างรุนแรงจนลามปามไปถึงครอบครัว จนทำให้ เมื่อวันที่  5 เม.ย.ที่ผ่านมา ไฮโซน้ำหวาน พร้อมกับทนาย ได้เปิดโต๊ะแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างละเอียด  โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่มาร่วมในงานแถลงข่าวว่า
''สำหรับงานแถลงข่าวในวันนี้ไม่จัดขึ้นเพื่อตอบโต้เรื่องข่าวที่ออกมาทุกๆ วันนี้ เพียงแค่อยากชี้แจงในอีกมุมมองนึงที่ได้เข้ามามีโอกาสเกี่ยวข้องกับเรื่องในครั้งนี้ด้วยค่ะ"

แจงกรณี ''จิน'' เผยแอบแลกเบอร์กับ ''น้ำหวาน'' ที่โรงแรม
''สำหรับจุดเริ่มต้นที่ได้รู้จักกันได้เกิดขึ้น ณ โรงแรมนี้ค่ะ พอดีหวานและ ''พี่ตั้ม'' สมประสงค์ สิงหวนวัฒน์ กับเพื่อนอีกหลายคนได้เข้ามารับประทานอาหารที่ร้าน ''อควา'' (Aqua) ซึ่งอยู่ในโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ  ซึ่งในวันเดียวกันนั้นประมาณตี 1 ''คุณจิน'' ได้เดินเข้ามาทักทาย ''พี่ตั้ม'' ต่อมาก็มีการมานั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน ''พี่ตั้ม'' จึงได้แนะนำทุกๆ คนที่โต๊ะให้กับ ''คุณจิน'' ได้รู้จักกันตามมารยาท ต่อมาก็มีการแลกเบอร์กันโดยที่ ''พี่จิน'' เป็นคนถาม ''หวาน'' และรุ่นพี่อีกคนด้วย ซึ่งการแลกเบอร์กันในครั้งนี้ไม่ใช่การ ''แอบ'' อย่างที่ ''คุณจิน'' ได้บอกออกไป เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นทุกคนบนโต๊ะรับรู้หมด"


โต้ ''จิน-น้ำหวาน'' จับมือ-ลูบศีรษะกันแบบไม่แคร์กลางงานหมั้น ''น้องสาวหนิง''
''คือ ''หวาน'' ไม่ทราบมาก่อนว่าที่โรงแรมมีการจัดงานหมั้นขึ้น ซึ่งในวันนั้น ''หวาน'' ไม่ได้มาร่วมงานหมั้นอะไรด้วยเลย แต่ยอมรับว่าวันนั้น ''หวาน'' มาโรงแรมจริง แต่ก็เป็นการมาสังสรรค์กับเพื่อนๆ ที่ร้าน ''อควา'' (Aqua) ตามปกติ ซึ่งที่ ''คุณหนิง'' ออกมาเปิดเผยว่าเห็น ''คุณจิน'' จับมือและลูบหัว ''หวาน''  ยืนยันว่าคนนั้นไม่ใช่ ''หวาน'' ซึ่ง ''คุณหนิง'' ก็คงต้องไปหาโจทย์อีกคนนึงแล้ว เพราะ ''หวาน'' เองก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะว่าคนนั้นเป็นใคร''

''น้ำหวาน''ต่อสายโทรศัพท์โทร.เคลียร์ ''หนิง'' เรื่อง ''จิน''
''ยอมรับว่ามีการโทรศัพท์ไปหา ''คุณหนิง'' จริงๆ ค่ะ ซึ่งสาเหตุที่โทร.ไปก็เพราะว่ามีท่านผู้อาวุโสคนนึงได้โทรศัพท์มาหา ''หวาน'' เมื่อประมาณวันที่ 22 มกราคม 2556 ค่ะ ซึ่งปลายสายได้ถาม ''หวาน'' ว่า ''นี่ใช่หนูน้ำหวานหรือเปล่าค่ะ?''หนูก็ตอบรับว่า ''ใช่ค่ะ'' ต่อจากนั้นท่านผู้อาวุโสก็ได้กล่าวว่า ''ทราบไหมค่ะว่าคุณจินแต่งงานแล้ว?'' หนูก็ตอบว่า ''ไม่ทราบค่ะ'' ซึ่งท่านผู้อาวุโสจึงได้ถามต่อว่า ''หนูเป็นลูกเต้าเหล่าใคร?'' หนูก็ตอบไป จากนั้นเขาเลยเอาเบอร์ ''คุณหนิง'' มาให้โดยบอกต่อว่า ''คุณหนิง'' กำลังรอรับโทรศัพท์จากหนูอยู่เพราะร้อนใจ ซึ่งพอ ''หวานได้วางสายจากท่านผู้อาวุโสคนนั้น หวานก็ได้โทรศัพท์ไปหาคุณหนิงทันที ซึ่งคุณหนิงได้บอกกับหวานว่า ''ไม่เคยแยกกันอยู่กับ ''คุณจิน'' เลย และไม่ได้มี
ปัญหาอะไรกัน'' ซึ่งหวานก็งงเหมือนกันว่าทำไมต้องมาบอก ''หวาน'' ซึ่งหากให้ย้อนหลังกลับไปก็เพิ่งรู้จักกับ ''คุณจิน'' ได้เพียงแค่ 3 วันเองค่ะ และรู้จักกันในเชิงเพื่อน โดยหลังจากที่วางสายจาก ''คุณหนิง''  ''คุณจิน''ได้โทรศัพท์มาหา ''หวาน'' และบอกว่าท่านผู้ใหญ่คนนั้นฝากมาขอโทษ เพราะไม่ทราบเรื่องที่ ''คุณหนิง'' - ''คุณจิน'' มีปัญหากัน แต่ท่านผู้ใหญ่อีกคนนึงได้รับทราบอยู่แล้วว่า ''คุณหนิง'' - ''คุณจิน'' กำลังมีปัญหากันอยู่ ซึ่งเรื่องนี้จริงไม่จริงก็ไม่ทราบ เพราะไม่ได้สนใจ เพียงแค่รับฟังและวางสายไป"

ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีภาพหลุดจากโทรศัพท์ของ ''จิน'' ที่เอาไปซ่อม
''ก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะว่ารูปที่ออกมานั้นมีใครจงใจหรือเปล่าหรือยังไง? เพราะทุกครั้งที่เราได้เจอกันหวานไปกับเพื่อนเป็นกลุ่มทุกครั้ง คือ หวานคิดว่าลำพังแค่รูปอย่างเดียวมันไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่เมื่อบวกกับข่าวที่กำลังเป็นประเด็นอยู่รวมถึงข่าวลือใส่ไข่มันก็เลยมีเรื่อง แต่ก็เข้าใจว่าเพราะเรื่องที่กำลังเป็นข่าวอยู่ เลยทำให้คนเข้าใจไปในทางลบว่า หวานได้ทราบอยู่แล้วแต่ก็ยังจะทำ ซึ่งยืนยันว่าหวานก็ไม่ได้สนใจขนาดนั้นค่ะ''

กับประเด็นที่ว่า ''หนิง'' ฉุน ''หวาน'' ส่งข้อความเรียก ''จิน'' ว่า ที่รัก (Honey)
''คือหวานคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เราไม่จำเป็นว่าจะใช้คำนี้กับคนที่รักกันหรือคนที่คบหากันเท่านั้น เพราะบางคนน่าจะเข้าใจมันสามารถใช้กับเพื่อนได้เหมือนกัน ซึ่งหวานคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ หวานคิดว่าอาจจะผิดพลาดเองที่ไม่เข้าใจในวัฒนธรรมไทยหรือไม่เข้าใจลึกซึ้งอะไรก็แล้วแต่ ก็ต้องขอโทษตรงนี้ที่ทำให้คำพูดพวกนี้กลับมาทำร้ายตัวหวานเองได้ ก็เลยทำให้เป็นเรื่องบานปลายและยาวไกลมาจนถึงขนาดนี้ แต่อย่างไรก็แล้วถ้าสังเกตให้ดีก็ไม่มีอะไรบ่งบอกแน่ชัดเลยว่าเรามีสัมพันธ์อะไรกันลึกซึ้งไปมากกว่านั้น เนื่องจากมีแต่ข้อความที่หลายคนได้เห็นกันเท่านั้น''

โต้ครหาตามตื๊อ ''จิน'' แม้ทราบว่ามีภรรยาแล้ว
น้ำหวานงัดหลักฐานการโทร.เข้าโทรออกแฉจินโทร.หาทุกวัน ''คือเขาโทร.มาหา หวานตลอดและทุกวันเลยค่ะ แต่หวานก็ไม่ได้รับ''

ชี้แจงข่าวลือหลังจากที่ทราบว่า ''จิน'' มีภรรยาแล้วยังโทร.กลับหา ''จิน'' อยู่
''ในตอนนั้นหวานอยู่ที่อเมริกา จึงไม่ทราบข่าวที่เกิดขึ้นที่เมืองไทย ซึ่งหวานก็อยากทราบข่าวของตัวเองเหมือนกันว่าเรากำลังมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ ซึ่งหวานก็อยากทราบเรื่องราวจึงบอกให้คุณจินโทรศัพท์กลับมาจะได้ไหม บวกกับที่คุณจินฝากหวานซื้อบุหรี่ต่างประเทศด้วยแต่ไม่มีของก็เลยอยากจะบอกเขาว่าของที่ฝากซื้อมันไม่มีขายก็เท่านั้นค่ะ''

โต้ข่าวแย่งสามีคนอื่น
''คิดว่าคำพูดนี้เป็นคำพูดที่แรงเกินไปหรือเปล่าคะ? มันทำให้รู้สึกว่าเขาไม่สนใจเราแต่เราพยายามจะเอา พยายามจะตื๊อเขา พยายามจะง้อเขา ซึ่งหวานคิดว่าหวานไม่มีความจำเป็นจะตื๊อหรือง้อเขาขนาดนั้น ซึ่งหวานฝากพี่นักข่าวไปดูเอกสารที่เตรียมไว้ก็แล้วกันนะคะ''

ปัดขอให้ ''จิน'' ขับรถรับส่งที่สนามบินไปอเมริกา
''คือพอดีว่าหวานจะเปลี่ยนไฟลต์กลับมากรุงเทพฯ แล้วคุณจินเป็นคนมาขอรับ-ส่งหวานเองนะคะ ไม่ใช่ว่าหวานไปขอให้เขามารับหรือมาส่ง แต่อย่างไรก็แล้วแต่ทั้งขาไปและขากลับ หวานไปเองได้ค่ะ''

ยืนยันไม่ทราบเรื่องที่ ''จิน'' แต่งงานกับ ''หนิง'' แล้ว
''ไม่ทราบค่ะ เพราะคุณหนิงเป็นดาราก็เข้าใจ แต่หวานคิดว่าหวานไม่ทันตอนนั้น บวกกับเป็นคนที่ไม่ค่อยทราบข่าวสารอะไรแบบนี้ อีกทั้งยังเป็นคนที่ไม่ค่อยดูละครด้วยก็เลยไปกันใหญ่''

ปฏิเสธนัดจับเข่าคุย 3 คน ''หนิง-จิน-น้ำหวาน''
''ไม่เคยมีการเคลียร์และคิดว่าไม่มีการจะต้องเคลียร์อะไรเลย เพราะว่ามันไม่ได้มีปัญหาอะไรตั้งแต่แรก และไม่คิดว่าจะต้องคุยอะไรกัน ซึ่งจากที่สายตาหวานเห็น หวานยืนอยู่หน้าโรงแรมและรถหวานอยู่ตรงข้าม ต่อมาคุณหนิงได้วิ่งออกมาจากรถและได้มีการเอากล้องมาถ่ายวิดีโอไว้และพูดกับโทรศัพท์ว่า นี่หนิง-ปณิตานะคะและวิ่งไปที่รถ หวานโดยมีการถ่ายรถและทะเบียนเอาไว้ก่อนจะวิ่งกลับมาถ่ายหวานอีกครั้ง ซึ่งเราก็ค่อนข้างตกใจเหมือนกันว่าใครมาทำอะไรแบบนี้''

กลบกระแสข่าวลือฟ้อง ''หนิง''
''ไม่เคยมีการพูดออกสื่อหรือใดๆ ก็ตามว่าจะมีการฟ้องร้องคุณแนนและคุณหนิง เพราะหวานคิดว่าแค่นี้ก็มีปัญหามากพอแล้ว ไม่อยากที่จะเพิ่มปัญหาไปมากกว่านี้ แต่ที่พูดว่าจะฟ้องก็น่าจะเป็นการฟ้องอินสตาแกรมใครก็ไม่รู้ที่เสพข่าวผิดๆและได้เอาทางบ้านหวานมาวิพากษ์วิจารณ์มาด่าพ่อ-แม่ มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ คือมันไม่ใช่เรื่องของเขาที่จะมารับรู้หรือมาเกี่ยวข้อง แต่ถ้าจะฟ้องก็คือ ทำไมพี่จินมาทำแบบนี้กับหวาน ? ทำไมพี่จินถึงมาทำพฤติกรรมแบบนี้? ก็เท่านั้นค่ะ'' (ผู้สื่อข่าว: เหมือนฝากบอกหรือเปล่า?) น้ำหวาน : "ใช่ค่ะประมาณนี้เหมือน ฟ้องแม่อะไรแบบนี้ค่ะ คือต้องขอโทษด้วยค่ะเพราะภาษาไทยหวานไม่ได้เรียนมาก็ต้องขอโทษด้วยเพราะหวานไม่ได้เรียนมาจริงๆ ซึ่งหวานพยายามอย่างที่สุดแล้วค่ะ"

ประเด็นที่พี่สะใภ้ ''น้ำหวาน'' ที่ชื่อ ''เทย่า'' ส่งข้อความให้ ''จิน'' เคลียร์เรื่องทั้งหมดภายใน 24 ชม.
''คือพี่เขาก็ออกมาปกป้องน้องสาว แต่การคุณเทย่าไม่ได้เป็นการออกมาปกป้องโดยตรง ''หวาน'' คิดว่าเขาอยากให้ ''คุณจิน'' มาเคลียร์ภายใน 24 ชม. แต่ไม่ใช่ว่าให้เคลียร์กับครอบครัวภายใน 24 ชม.นะคะ แต่เขาจะบอกว่าอยากให้ ''คุณจิน'' เคลียร์เรื่องรูปให้ชัดเจนว่าใครเป็นคนปล่อยภาพออกมามากกว่า ไม่ใช่ว่าให้เคลียร์เรื่องครอบครัวเขาแล้วมาอยู่กับหวาน''

แฉคู่กรณีโพสต์เหน็บแนม
''คือที่ออกมาแถลงข่าว ไม่ใช่ว่าอยากจะออกมาต่อความยาวสาวความยืด เพียงแต่หวานคิดว่าการกระทำของฝ่ายโน้นไม่เหมือนกับคำพูดที่อยากให้เรื่องนี้จบลง เพราะหลังจากแถลงข่าวก็มีการโพสต์ภาพเหน็บแนมลงอินตราแกรมของ ''คุณแนน'' เหมือนเปิดประเด็นให้คนเข้ามาด่าหวาน ซึ่งก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขาทำลงไปเพื่ออะไร (มีการหยิบภาพจากอินตราแกรมของน้องสาว ''หนิง'' ขึ้นมาประกอบ) คือนี่ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะที่เก็บเป็นหลักฐานไว้ก็เยอะมากพอสมควรค่ะ''

ลือ ''หวาน'' ไปอเมริกา แต่ก็ยังมีการติดต่อกับ ''จิน'' ตลอดเวลา
''ก็มีการโทรศัพท์ค่ะ เนื่องจาก ''หวาน'' ตกเป็นข่าวแบบนี้ก็เลยมีความอยากรู้เป็นธรรมดาว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ส่วนคุณจินโทร.มาหรือเปล่าก็ดูได้จากบิลโทรศัพท์นี้ค่ะ ซึ่งรวมแล้วค่าโทรศัพท์ทางไกลจากอเมริกาก็ประมาณ 75,000 บาท ซึ่งในตอนนั้นคุณ ''จิน'' บอกว่าจะเป็นคนออกให้ ยังไงก็ฝากพี่ๆ ทวงแล้วกันนะคะ (หัวเราะ)''

ยืนยันไม่เคยขึ้นคอนโดฯ ''จิน'' ที่ทองหล่อ
''ไม่ทราบเหมือนกันนะคะว่าเขามีคอนโดฯ ที่นั่น ''หวาน'' ทราบแค่ว่าโทร.มาบอกว่ากลับบ้านแล้ว แต่ก็ไม่ทราบว่าบ้านไหน ยืนยันว่าไม่เคยไปที่บ้านหรือที่คอนโดฯ นั้นเลยค่ะ''

ยอมรับรู้สึกมากกว่าเพื่อนไหม
''ตอนแรกเป็นเพื่อนเป็นพี่ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนหลังมาเราก็รู้สึกเหมือนกัน''

ปฏิเสธคบหาดูใจกัน
''ไม่ได้นะคะ เพราะมันเป็นเพียงแค่ระยะเวลาที่สั้นๆ ที่เขาโทร.มา หวานโทร.ไป คือจนบัดนี้ก็ยังไม่ทราบนิสัยใจคอของเขาจริงๆ ซึ่งตอนนี้ยืนยันว่าไม่ได้มีการคุยกันแล้วประมาณ 2 อาทิตย์''

โต้กลับ ''หนิง'' สงสารตัวเองดีกว่า
''การที่ ''คุณหนิง'' ไปออกรายการหนึ่ง และบอกว่าสงสาร ''หวาน'' คิดว่าว่าไม่ต้องสงสารหวาน สงสารตัวเองดีกว่าค่ะ หนูอยากให้เขามีครอบครัวที่มีความสุข และมั่นใจกันและกันมากกว่านี้ ''หวาน'' ก็ไม่ทราบว่า ''คุณจิน'' จะกลับไปคุยกับ ''คุณหนิง'' ว่าอย่างไร แต่ก็อยากให้เขาเล่าถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และทำให้ ''คุณหนิง'' เข้าใจ ''หวาน'' มากกว่านี้ ไม่ใช่ออกมาพูดถึงหวานในด้านลบอย่างเดียว ''หวาน'' คิดว่าการที่อยากจะให้ครอบครัวตัวเองดีขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องพูดเท็จหรือพูดในสิ่งที่ผิด เพื่อให้ตัวเองดีขึ้นแล้วทำให้คนอื่นแย่ลง โดยไม่คิดถึงใจของอีกฝ่ายนึง แค่เอาเป็นว่าตัวเองสบายก็พอ''

ทั้งนี้หลังจากจบประเด็นทั้งหมดไฮโซสาวได้เปิดเผยความรู้สึกที่ออกมาแถลงข่าวในวันนี้ว่า
''ตอนแรกคิดว่าเป็นเรื่องตลก ไม่ได้คิดว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้'' 

จากนั้น นายนิติธร ล้ำเหลือ ฝ่ายกฎหมายของ ''ไฮโซน้ำหวาน'' ได้พูดปิดท้ายการแถลงข่าวครั้งนี้ว่า
''ขอโทษนะครับ พอดีว่าน้องเป็นคนที่ใช้ภาษาไทยไม่ค่อยแข็งแรง ความหมายบางคำอาจจะแปรเปลี่ยนไปอาจจะเข้าใจไม่ตรงกัน ดังนั้นผมขอสรุปประเด็นดังนี้ 
1.เรื่องการโทรศัพท์ของ ''คุณจิน'' ที่บอกว่าแอบแลกเบอร์โทรศัพท์นั้นน้องเขายืนยันแล้วว่าไม่เป็นความจริง เพราะมีการขอเบอร์กันเปิดเผย โดยมีพยานบุคคลยืนยัน

2.ไปปรากฏตัวที่งานหมั้น และมีการจับมือ-ลูบศีรษะกัน น้องก็ปฏิเสธชัดเจนว่าไม่ใช่เขา และไม่เกี่ยวข้อง เพราะไม่ทราบว่ามีงานดังกล่าว

3.กรณี ''คุณจิน'' มีครอบครัวแล้ว ยืนยันชัดเจนว่าทราบ แต่พฤติกรรมก่อนหน้านั้นไม่มีการปรากฏว่ามีพฤติกรรมใดๆ ที่จะเกี่ยวข้องกัน ถ้าดูจากเอกสารต่างๆ จะทราบว่าฝ่าย ''คุณจิน'' เป็นฝ่ายที่ล่วงละเมิดเข้ามาในสิทธิ์ของเขา  แต่ผู้หญิงคนนึงจะปฏิเสธเรื่องแบบนี้อย่างแตกหักหรือจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาคงเป็นเรื่องยาก เพราะฉะนั้นถ้าทุกคนรู้จัก ''คุณจิน'' ดีก็คงจะเห็นว่าการที่ผู้ชายคนนึงจะมีพฤติกรรมแบบนี้มันต้องมีปัญหา และมีนัยยะของครอบครัวอยู่บางประการ และก็ไม่ควรกระทำให้คนอื่นตกเป็นเหยื่อ คือคำพูดต่างๆ ของน้องเราสอบถามและตามตลอด ดังนั้นก็เป็นเรื่องปกติที่เขาจะใช้ในหมู่เพื่อนฝูงเป็นมิติของการให้กำลังใจ เพราะเวลาคุณจินพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้จะเป็นในลักษณะการนำเสนอปัญหา เป็นคนที่ค่อนข้างจริงจังกับชีวิต มีปัญหาบางส่วน อันนั้นก็ไม่พูดนะครับว่าเป็นปัญหาอะไร ซึ่งเขาอาจจะมองว่าน้ำหวานเป็นบุคลที่เขาสามารถพูดคุยได้ 

4.โทรศัพท์ผมจะไม่พูดเรื่องนี้ ผมอยากให้เอานักภาษาศาสตร์มาแปล เอาข้อมูลให้ตรง เดี๋ยวเอาข้อมูลจากผมไปให้หมด และนำเสนอว่าก่อนที่จะพูดคำนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง อย่าตัดต่อข้อความ 

5.น้องไม่เคยพูดถึงเรื่องการฟ้องร้อง แต่เป็นผมต่างหากที่จะเป็นคนพูดเรื่องนี้ และให้ความเห็นกลับไป เขาไม่ประสงค์จะฟ้องร้อง แต่ผมเห็นว่าต้องปกป้องสิทธิ์ของคนๆ นึงเหมือนกัน ถ้าผู้ชายคนนึงเอาผู้หญิงสองคนมาเป็นเหยื่อ ผมคิดว่าไม่ควรจะมีใครปกป้อง ผมคิดว่าสิ่งที่คุณหนิงทำถูกต้อง เพราะเป็นการเสียสละที่จะดูแลผู้ชายคนนี้ต่ออีกทั้งชีวิต เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้มันเริ่มต้นจากการโกหกหลอกลวงก็เกิดปัญหา ฉะนั้นถ้า 2 ฝ่ายมีสติ และสื่อไม่ถามนำ เช่น ''คุณวู้ดดี้'' วุฒิธร มิลินทจินดา ที่ถามคำถามว่า คุณออกไปทำงานก่อนแล้วไปหา ''แอฟแฟร์ส'' ก่อนแล้วค่อยกลับมา ถามว่า ''แอฟแฟร์ส'' ในที่นี้มีความหมายว่าอะไร นี่จะเดือดร้อน เพราะปากคนๆ นี้  ผมคิดว่าเดี๋ยวดูมาตรการอื่นก่อนนะครับ ผมคิดว่า
ลักษณะแบบนี้มันก่อให้เกิดปัญหา อันนี้ต้องเรียนด้วยความเคารพ"

ที่มา: สยามดารา