ข่าวที่น่าสนใจ

วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2556

น้ำหวาน ตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมทนายชี้แจงเหตุแย่งสามี หนิง


ไฮโซน้ำหวาน วรพรรณ พันธุ์คงชื่น ตั้งโต๊ะแถลงข่าวพร้อมทนายโต้ข้อกล่าวหาแย่ง จิน สามี หนิง-ปณิตา รับโทรศัพท์ไปเคลียร์กับดาราสาวหลังมีผู้อาวุโสโทรสอบถามเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ยันไม่เคยขึ้นคอนโดฯ ฝ่ายชายย่านทองหล่อ


หลังจากที่ หนิง ปณิตา กับสามี จิน-จรินทร์  ธรรมวัฒนะ ได้ออกมาแถลงข่าวถึงเรื่องไปเป็นกิ๊ก ไฮโซน้ำหวาน วรพรรณ พันธุ์คงชื่น โดยมีภาพและข้อความออกมายืนยัน ทำให้หลายคนเกิดความเห็นใจและต่อว่าไฮโซสาวอย่างรุนแรงจนลามปามไปถึงครอบครัว จนทำให้ เมื่อวันที่  5 เม.ย.ที่ผ่านมา ไฮโซน้ำหวาน พร้อมกับทนาย ได้เปิดโต๊ะแถลงข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างละเอียด  โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่มาร่วมในงานแถลงข่าวว่า
''สำหรับงานแถลงข่าวในวันนี้ไม่จัดขึ้นเพื่อตอบโต้เรื่องข่าวที่ออกมาทุกๆ วันนี้ เพียงแค่อยากชี้แจงในอีกมุมมองนึงที่ได้เข้ามามีโอกาสเกี่ยวข้องกับเรื่องในครั้งนี้ด้วยค่ะ"

แจงกรณี ''จิน'' เผยแอบแลกเบอร์กับ ''น้ำหวาน'' ที่โรงแรม
''สำหรับจุดเริ่มต้นที่ได้รู้จักกันได้เกิดขึ้น ณ โรงแรมนี้ค่ะ พอดีหวานและ ''พี่ตั้ม'' สมประสงค์ สิงหวนวัฒน์ กับเพื่อนอีกหลายคนได้เข้ามารับประทานอาหารที่ร้าน ''อควา'' (Aqua) ซึ่งอยู่ในโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ  ซึ่งในวันเดียวกันนั้นประมาณตี 1 ''คุณจิน'' ได้เดินเข้ามาทักทาย ''พี่ตั้ม'' ต่อมาก็มีการมานั่งร่วมโต๊ะเดียวกัน ''พี่ตั้ม'' จึงได้แนะนำทุกๆ คนที่โต๊ะให้กับ ''คุณจิน'' ได้รู้จักกันตามมารยาท ต่อมาก็มีการแลกเบอร์กันโดยที่ ''พี่จิน'' เป็นคนถาม ''หวาน'' และรุ่นพี่อีกคนด้วย ซึ่งการแลกเบอร์กันในครั้งนี้ไม่ใช่การ ''แอบ'' อย่างที่ ''คุณจิน'' ได้บอกออกไป เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นทุกคนบนโต๊ะรับรู้หมด"


โต้ ''จิน-น้ำหวาน'' จับมือ-ลูบศีรษะกันแบบไม่แคร์กลางงานหมั้น ''น้องสาวหนิง''
''คือ ''หวาน'' ไม่ทราบมาก่อนว่าที่โรงแรมมีการจัดงานหมั้นขึ้น ซึ่งในวันนั้น ''หวาน'' ไม่ได้มาร่วมงานหมั้นอะไรด้วยเลย แต่ยอมรับว่าวันนั้น ''หวาน'' มาโรงแรมจริง แต่ก็เป็นการมาสังสรรค์กับเพื่อนๆ ที่ร้าน ''อควา'' (Aqua) ตามปกติ ซึ่งที่ ''คุณหนิง'' ออกมาเปิดเผยว่าเห็น ''คุณจิน'' จับมือและลูบหัว ''หวาน''  ยืนยันว่าคนนั้นไม่ใช่ ''หวาน'' ซึ่ง ''คุณหนิง'' ก็คงต้องไปหาโจทย์อีกคนนึงแล้ว เพราะ ''หวาน'' เองก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะว่าคนนั้นเป็นใคร''

''น้ำหวาน''ต่อสายโทรศัพท์โทร.เคลียร์ ''หนิง'' เรื่อง ''จิน''
''ยอมรับว่ามีการโทรศัพท์ไปหา ''คุณหนิง'' จริงๆ ค่ะ ซึ่งสาเหตุที่โทร.ไปก็เพราะว่ามีท่านผู้อาวุโสคนนึงได้โทรศัพท์มาหา ''หวาน'' เมื่อประมาณวันที่ 22 มกราคม 2556 ค่ะ ซึ่งปลายสายได้ถาม ''หวาน'' ว่า ''นี่ใช่หนูน้ำหวานหรือเปล่าค่ะ?''หนูก็ตอบรับว่า ''ใช่ค่ะ'' ต่อจากนั้นท่านผู้อาวุโสก็ได้กล่าวว่า ''ทราบไหมค่ะว่าคุณจินแต่งงานแล้ว?'' หนูก็ตอบว่า ''ไม่ทราบค่ะ'' ซึ่งท่านผู้อาวุโสจึงได้ถามต่อว่า ''หนูเป็นลูกเต้าเหล่าใคร?'' หนูก็ตอบไป จากนั้นเขาเลยเอาเบอร์ ''คุณหนิง'' มาให้โดยบอกต่อว่า ''คุณหนิง'' กำลังรอรับโทรศัพท์จากหนูอยู่เพราะร้อนใจ ซึ่งพอ ''หวานได้วางสายจากท่านผู้อาวุโสคนนั้น หวานก็ได้โทรศัพท์ไปหาคุณหนิงทันที ซึ่งคุณหนิงได้บอกกับหวานว่า ''ไม่เคยแยกกันอยู่กับ ''คุณจิน'' เลย และไม่ได้มี
ปัญหาอะไรกัน'' ซึ่งหวานก็งงเหมือนกันว่าทำไมต้องมาบอก ''หวาน'' ซึ่งหากให้ย้อนหลังกลับไปก็เพิ่งรู้จักกับ ''คุณจิน'' ได้เพียงแค่ 3 วันเองค่ะ และรู้จักกันในเชิงเพื่อน โดยหลังจากที่วางสายจาก ''คุณหนิง''  ''คุณจิน''ได้โทรศัพท์มาหา ''หวาน'' และบอกว่าท่านผู้ใหญ่คนนั้นฝากมาขอโทษ เพราะไม่ทราบเรื่องที่ ''คุณหนิง'' - ''คุณจิน'' มีปัญหากัน แต่ท่านผู้ใหญ่อีกคนนึงได้รับทราบอยู่แล้วว่า ''คุณหนิง'' - ''คุณจิน'' กำลังมีปัญหากันอยู่ ซึ่งเรื่องนี้จริงไม่จริงก็ไม่ทราบ เพราะไม่ได้สนใจ เพียงแค่รับฟังและวางสายไป"

ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีภาพหลุดจากโทรศัพท์ของ ''จิน'' ที่เอาไปซ่อม
''ก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะว่ารูปที่ออกมานั้นมีใครจงใจหรือเปล่าหรือยังไง? เพราะทุกครั้งที่เราได้เจอกันหวานไปกับเพื่อนเป็นกลุ่มทุกครั้ง คือ หวานคิดว่าลำพังแค่รูปอย่างเดียวมันไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่เมื่อบวกกับข่าวที่กำลังเป็นประเด็นอยู่รวมถึงข่าวลือใส่ไข่มันก็เลยมีเรื่อง แต่ก็เข้าใจว่าเพราะเรื่องที่กำลังเป็นข่าวอยู่ เลยทำให้คนเข้าใจไปในทางลบว่า หวานได้ทราบอยู่แล้วแต่ก็ยังจะทำ ซึ่งยืนยันว่าหวานก็ไม่ได้สนใจขนาดนั้นค่ะ''

กับประเด็นที่ว่า ''หนิง'' ฉุน ''หวาน'' ส่งข้อความเรียก ''จิน'' ว่า ที่รัก (Honey)
''คือหวานคิดว่าเป็นเรื่องปกติ เราไม่จำเป็นว่าจะใช้คำนี้กับคนที่รักกันหรือคนที่คบหากันเท่านั้น เพราะบางคนน่าจะเข้าใจมันสามารถใช้กับเพื่อนได้เหมือนกัน ซึ่งหวานคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ หวานคิดว่าอาจจะผิดพลาดเองที่ไม่เข้าใจในวัฒนธรรมไทยหรือไม่เข้าใจลึกซึ้งอะไรก็แล้วแต่ ก็ต้องขอโทษตรงนี้ที่ทำให้คำพูดพวกนี้กลับมาทำร้ายตัวหวานเองได้ ก็เลยทำให้เป็นเรื่องบานปลายและยาวไกลมาจนถึงขนาดนี้ แต่อย่างไรก็แล้วถ้าสังเกตให้ดีก็ไม่มีอะไรบ่งบอกแน่ชัดเลยว่าเรามีสัมพันธ์อะไรกันลึกซึ้งไปมากกว่านั้น เนื่องจากมีแต่ข้อความที่หลายคนได้เห็นกันเท่านั้น''

โต้ครหาตามตื๊อ ''จิน'' แม้ทราบว่ามีภรรยาแล้ว
น้ำหวานงัดหลักฐานการโทร.เข้าโทรออกแฉจินโทร.หาทุกวัน ''คือเขาโทร.มาหา หวานตลอดและทุกวันเลยค่ะ แต่หวานก็ไม่ได้รับ''

ชี้แจงข่าวลือหลังจากที่ทราบว่า ''จิน'' มีภรรยาแล้วยังโทร.กลับหา ''จิน'' อยู่
''ในตอนนั้นหวานอยู่ที่อเมริกา จึงไม่ทราบข่าวที่เกิดขึ้นที่เมืองไทย ซึ่งหวานก็อยากทราบข่าวของตัวเองเหมือนกันว่าเรากำลังมีปัญหาอะไรเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ ซึ่งหวานก็อยากทราบเรื่องราวจึงบอกให้คุณจินโทรศัพท์กลับมาจะได้ไหม บวกกับที่คุณจินฝากหวานซื้อบุหรี่ต่างประเทศด้วยแต่ไม่มีของก็เลยอยากจะบอกเขาว่าของที่ฝากซื้อมันไม่มีขายก็เท่านั้นค่ะ''

โต้ข่าวแย่งสามีคนอื่น
''คิดว่าคำพูดนี้เป็นคำพูดที่แรงเกินไปหรือเปล่าคะ? มันทำให้รู้สึกว่าเขาไม่สนใจเราแต่เราพยายามจะเอา พยายามจะตื๊อเขา พยายามจะง้อเขา ซึ่งหวานคิดว่าหวานไม่มีความจำเป็นจะตื๊อหรือง้อเขาขนาดนั้น ซึ่งหวานฝากพี่นักข่าวไปดูเอกสารที่เตรียมไว้ก็แล้วกันนะคะ''

ปัดขอให้ ''จิน'' ขับรถรับส่งที่สนามบินไปอเมริกา
''คือพอดีว่าหวานจะเปลี่ยนไฟลต์กลับมากรุงเทพฯ แล้วคุณจินเป็นคนมาขอรับ-ส่งหวานเองนะคะ ไม่ใช่ว่าหวานไปขอให้เขามารับหรือมาส่ง แต่อย่างไรก็แล้วแต่ทั้งขาไปและขากลับ หวานไปเองได้ค่ะ''

ยืนยันไม่ทราบเรื่องที่ ''จิน'' แต่งงานกับ ''หนิง'' แล้ว
''ไม่ทราบค่ะ เพราะคุณหนิงเป็นดาราก็เข้าใจ แต่หวานคิดว่าหวานไม่ทันตอนนั้น บวกกับเป็นคนที่ไม่ค่อยทราบข่าวสารอะไรแบบนี้ อีกทั้งยังเป็นคนที่ไม่ค่อยดูละครด้วยก็เลยไปกันใหญ่''

ปฏิเสธนัดจับเข่าคุย 3 คน ''หนิง-จิน-น้ำหวาน''
''ไม่เคยมีการเคลียร์และคิดว่าไม่มีการจะต้องเคลียร์อะไรเลย เพราะว่ามันไม่ได้มีปัญหาอะไรตั้งแต่แรก และไม่คิดว่าจะต้องคุยอะไรกัน ซึ่งจากที่สายตาหวานเห็น หวานยืนอยู่หน้าโรงแรมและรถหวานอยู่ตรงข้าม ต่อมาคุณหนิงได้วิ่งออกมาจากรถและได้มีการเอากล้องมาถ่ายวิดีโอไว้และพูดกับโทรศัพท์ว่า นี่หนิง-ปณิตานะคะและวิ่งไปที่รถ หวานโดยมีการถ่ายรถและทะเบียนเอาไว้ก่อนจะวิ่งกลับมาถ่ายหวานอีกครั้ง ซึ่งเราก็ค่อนข้างตกใจเหมือนกันว่าใครมาทำอะไรแบบนี้''

กลบกระแสข่าวลือฟ้อง ''หนิง''
''ไม่เคยมีการพูดออกสื่อหรือใดๆ ก็ตามว่าจะมีการฟ้องร้องคุณแนนและคุณหนิง เพราะหวานคิดว่าแค่นี้ก็มีปัญหามากพอแล้ว ไม่อยากที่จะเพิ่มปัญหาไปมากกว่านี้ แต่ที่พูดว่าจะฟ้องก็น่าจะเป็นการฟ้องอินสตาแกรมใครก็ไม่รู้ที่เสพข่าวผิดๆและได้เอาทางบ้านหวานมาวิพากษ์วิจารณ์มาด่าพ่อ-แม่ มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ คือมันไม่ใช่เรื่องของเขาที่จะมารับรู้หรือมาเกี่ยวข้อง แต่ถ้าจะฟ้องก็คือ ทำไมพี่จินมาทำแบบนี้กับหวาน ? ทำไมพี่จินถึงมาทำพฤติกรรมแบบนี้? ก็เท่านั้นค่ะ'' (ผู้สื่อข่าว: เหมือนฝากบอกหรือเปล่า?) น้ำหวาน : "ใช่ค่ะประมาณนี้เหมือน ฟ้องแม่อะไรแบบนี้ค่ะ คือต้องขอโทษด้วยค่ะเพราะภาษาไทยหวานไม่ได้เรียนมาก็ต้องขอโทษด้วยเพราะหวานไม่ได้เรียนมาจริงๆ ซึ่งหวานพยายามอย่างที่สุดแล้วค่ะ"

ประเด็นที่พี่สะใภ้ ''น้ำหวาน'' ที่ชื่อ ''เทย่า'' ส่งข้อความให้ ''จิน'' เคลียร์เรื่องทั้งหมดภายใน 24 ชม.
''คือพี่เขาก็ออกมาปกป้องน้องสาว แต่การคุณเทย่าไม่ได้เป็นการออกมาปกป้องโดยตรง ''หวาน'' คิดว่าเขาอยากให้ ''คุณจิน'' มาเคลียร์ภายใน 24 ชม. แต่ไม่ใช่ว่าให้เคลียร์กับครอบครัวภายใน 24 ชม.นะคะ แต่เขาจะบอกว่าอยากให้ ''คุณจิน'' เคลียร์เรื่องรูปให้ชัดเจนว่าใครเป็นคนปล่อยภาพออกมามากกว่า ไม่ใช่ว่าให้เคลียร์เรื่องครอบครัวเขาแล้วมาอยู่กับหวาน''

แฉคู่กรณีโพสต์เหน็บแนม
''คือที่ออกมาแถลงข่าว ไม่ใช่ว่าอยากจะออกมาต่อความยาวสาวความยืด เพียงแต่หวานคิดว่าการกระทำของฝ่ายโน้นไม่เหมือนกับคำพูดที่อยากให้เรื่องนี้จบลง เพราะหลังจากแถลงข่าวก็มีการโพสต์ภาพเหน็บแนมลงอินตราแกรมของ ''คุณแนน'' เหมือนเปิดประเด็นให้คนเข้ามาด่าหวาน ซึ่งก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขาทำลงไปเพื่ออะไร (มีการหยิบภาพจากอินตราแกรมของน้องสาว ''หนิง'' ขึ้นมาประกอบ) คือนี่ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะที่เก็บเป็นหลักฐานไว้ก็เยอะมากพอสมควรค่ะ''

ลือ ''หวาน'' ไปอเมริกา แต่ก็ยังมีการติดต่อกับ ''จิน'' ตลอดเวลา
''ก็มีการโทรศัพท์ค่ะ เนื่องจาก ''หวาน'' ตกเป็นข่าวแบบนี้ก็เลยมีความอยากรู้เป็นธรรมดาว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ส่วนคุณจินโทร.มาหรือเปล่าก็ดูได้จากบิลโทรศัพท์นี้ค่ะ ซึ่งรวมแล้วค่าโทรศัพท์ทางไกลจากอเมริกาก็ประมาณ 75,000 บาท ซึ่งในตอนนั้นคุณ ''จิน'' บอกว่าจะเป็นคนออกให้ ยังไงก็ฝากพี่ๆ ทวงแล้วกันนะคะ (หัวเราะ)''

ยืนยันไม่เคยขึ้นคอนโดฯ ''จิน'' ที่ทองหล่อ
''ไม่ทราบเหมือนกันนะคะว่าเขามีคอนโดฯ ที่นั่น ''หวาน'' ทราบแค่ว่าโทร.มาบอกว่ากลับบ้านแล้ว แต่ก็ไม่ทราบว่าบ้านไหน ยืนยันว่าไม่เคยไปที่บ้านหรือที่คอนโดฯ นั้นเลยค่ะ''

ยอมรับรู้สึกมากกว่าเพื่อนไหม
''ตอนแรกเป็นเพื่อนเป็นพี่ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนหลังมาเราก็รู้สึกเหมือนกัน''

ปฏิเสธคบหาดูใจกัน
''ไม่ได้นะคะ เพราะมันเป็นเพียงแค่ระยะเวลาที่สั้นๆ ที่เขาโทร.มา หวานโทร.ไป คือจนบัดนี้ก็ยังไม่ทราบนิสัยใจคอของเขาจริงๆ ซึ่งตอนนี้ยืนยันว่าไม่ได้มีการคุยกันแล้วประมาณ 2 อาทิตย์''

โต้กลับ ''หนิง'' สงสารตัวเองดีกว่า
''การที่ ''คุณหนิง'' ไปออกรายการหนึ่ง และบอกว่าสงสาร ''หวาน'' คิดว่าว่าไม่ต้องสงสารหวาน สงสารตัวเองดีกว่าค่ะ หนูอยากให้เขามีครอบครัวที่มีความสุข และมั่นใจกันและกันมากกว่านี้ ''หวาน'' ก็ไม่ทราบว่า ''คุณจิน'' จะกลับไปคุยกับ ''คุณหนิง'' ว่าอย่างไร แต่ก็อยากให้เขาเล่าถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น และทำให้ ''คุณหนิง'' เข้าใจ ''หวาน'' มากกว่านี้ ไม่ใช่ออกมาพูดถึงหวานในด้านลบอย่างเดียว ''หวาน'' คิดว่าการที่อยากจะให้ครอบครัวตัวเองดีขึ้นก็ไม่จำเป็นต้องพูดเท็จหรือพูดในสิ่งที่ผิด เพื่อให้ตัวเองดีขึ้นแล้วทำให้คนอื่นแย่ลง โดยไม่คิดถึงใจของอีกฝ่ายนึง แค่เอาเป็นว่าตัวเองสบายก็พอ''

ทั้งนี้หลังจากจบประเด็นทั้งหมดไฮโซสาวได้เปิดเผยความรู้สึกที่ออกมาแถลงข่าวในวันนี้ว่า
''ตอนแรกคิดว่าเป็นเรื่องตลก ไม่ได้คิดว่ามันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้'' 

จากนั้น นายนิติธร ล้ำเหลือ ฝ่ายกฎหมายของ ''ไฮโซน้ำหวาน'' ได้พูดปิดท้ายการแถลงข่าวครั้งนี้ว่า
''ขอโทษนะครับ พอดีว่าน้องเป็นคนที่ใช้ภาษาไทยไม่ค่อยแข็งแรง ความหมายบางคำอาจจะแปรเปลี่ยนไปอาจจะเข้าใจไม่ตรงกัน ดังนั้นผมขอสรุปประเด็นดังนี้ 
1.เรื่องการโทรศัพท์ของ ''คุณจิน'' ที่บอกว่าแอบแลกเบอร์โทรศัพท์นั้นน้องเขายืนยันแล้วว่าไม่เป็นความจริง เพราะมีการขอเบอร์กันเปิดเผย โดยมีพยานบุคคลยืนยัน

2.ไปปรากฏตัวที่งานหมั้น และมีการจับมือ-ลูบศีรษะกัน น้องก็ปฏิเสธชัดเจนว่าไม่ใช่เขา และไม่เกี่ยวข้อง เพราะไม่ทราบว่ามีงานดังกล่าว

3.กรณี ''คุณจิน'' มีครอบครัวแล้ว ยืนยันชัดเจนว่าทราบ แต่พฤติกรรมก่อนหน้านั้นไม่มีการปรากฏว่ามีพฤติกรรมใดๆ ที่จะเกี่ยวข้องกัน ถ้าดูจากเอกสารต่างๆ จะทราบว่าฝ่าย ''คุณจิน'' เป็นฝ่ายที่ล่วงละเมิดเข้ามาในสิทธิ์ของเขา  แต่ผู้หญิงคนนึงจะปฏิเสธเรื่องแบบนี้อย่างแตกหักหรือจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาคงเป็นเรื่องยาก เพราะฉะนั้นถ้าทุกคนรู้จัก ''คุณจิน'' ดีก็คงจะเห็นว่าการที่ผู้ชายคนนึงจะมีพฤติกรรมแบบนี้มันต้องมีปัญหา และมีนัยยะของครอบครัวอยู่บางประการ และก็ไม่ควรกระทำให้คนอื่นตกเป็นเหยื่อ คือคำพูดต่างๆ ของน้องเราสอบถามและตามตลอด ดังนั้นก็เป็นเรื่องปกติที่เขาจะใช้ในหมู่เพื่อนฝูงเป็นมิติของการให้กำลังใจ เพราะเวลาคุณจินพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้จะเป็นในลักษณะการนำเสนอปัญหา เป็นคนที่ค่อนข้างจริงจังกับชีวิต มีปัญหาบางส่วน อันนั้นก็ไม่พูดนะครับว่าเป็นปัญหาอะไร ซึ่งเขาอาจจะมองว่าน้ำหวานเป็นบุคลที่เขาสามารถพูดคุยได้ 

4.โทรศัพท์ผมจะไม่พูดเรื่องนี้ ผมอยากให้เอานักภาษาศาสตร์มาแปล เอาข้อมูลให้ตรง เดี๋ยวเอาข้อมูลจากผมไปให้หมด และนำเสนอว่าก่อนที่จะพูดคำนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง อย่าตัดต่อข้อความ 

5.น้องไม่เคยพูดถึงเรื่องการฟ้องร้อง แต่เป็นผมต่างหากที่จะเป็นคนพูดเรื่องนี้ และให้ความเห็นกลับไป เขาไม่ประสงค์จะฟ้องร้อง แต่ผมเห็นว่าต้องปกป้องสิทธิ์ของคนๆ นึงเหมือนกัน ถ้าผู้ชายคนนึงเอาผู้หญิงสองคนมาเป็นเหยื่อ ผมคิดว่าไม่ควรจะมีใครปกป้อง ผมคิดว่าสิ่งที่คุณหนิงทำถูกต้อง เพราะเป็นการเสียสละที่จะดูแลผู้ชายคนนี้ต่ออีกทั้งชีวิต เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้มันเริ่มต้นจากการโกหกหลอกลวงก็เกิดปัญหา ฉะนั้นถ้า 2 ฝ่ายมีสติ และสื่อไม่ถามนำ เช่น ''คุณวู้ดดี้'' วุฒิธร มิลินทจินดา ที่ถามคำถามว่า คุณออกไปทำงานก่อนแล้วไปหา ''แอฟแฟร์ส'' ก่อนแล้วค่อยกลับมา ถามว่า ''แอฟแฟร์ส'' ในที่นี้มีความหมายว่าอะไร นี่จะเดือดร้อน เพราะปากคนๆ นี้  ผมคิดว่าเดี๋ยวดูมาตรการอื่นก่อนนะครับ ผมคิดว่า
ลักษณะแบบนี้มันก่อให้เกิดปัญหา อันนี้ต้องเรียนด้วยความเคารพ"

ที่มา: สยามดารา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Related Posts

ข่าวร้อน