แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น็อต อัครณัฐ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ น็อต อัครณัฐ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

น็อต อัครณัฐ ขออโหสิกรรมกับสิ่งที่มันเกิดขึ้น ยันไม่เอาผิดในทุกๆ กรณี พร้อมรับผิดชอบค่ารักษา

พิธีกรหนุ่ม น็อต อัครณัฐ คดีดัง ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมชกคู่กรณี หนุ่มขี่มอเตอร์ไซค์จนดั้งจมูกหัก ล่าสุด เจ้าตัวได้เปิดการแถลงข่าวขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่ขอเอาความใดๆ กับคู่กรณี ส่วนด้านคดีความให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ



โดยในวันนี้ (14 พ.ย.) น็อต อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล คดีฉาว "กราบรถกู" ได้เปิดใจแถลงข่าวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ที่ สน.ยานนาวา โดยมีสื่อมวลชนให้ความสนใจมาทำข่าวเป็นจำนวนมาก โดยเจ้าตัวได้เปิดใจว่า


"วันนี้ผมได้มาให้ปากคำเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าผมไม่เอาผิดอะไรน้องบอยแล้วครับ"

สาเหตุที่เราตัดสินใจไม่เอาความคู่กรณีเพราะอะไร?
"จริงๆ ผมไม่ได้แจ้งความอะไรแต่แรกครับ และผมก็รู้สึกผิดมากๆ ตอนนี้มันแย่จริงๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมเลยอยากจะมาให้ปากคำเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าผมไม่เอาเรื่องกับน้องแล้วครับ"

เราบอกไม่ได้แจ้งความแต่ต้น จะดูขัดกับคำพูดตอนแรกไหม?
"จริงๆ คือไม่ได้แจ้งความครับ แค่มาให้ปากคำเพิ่มเติม แต่ในการดำเนินคดีผมไม่ทราบจริงๆ"

วันนั้นที่มาหาตำรวจเราได้แจ้งความไหม?
"ไม่ได้แจ้งครับ วันนี้มาให้ปากคำเพราะผมรู้สึกผิดแล้วจริงๆ รู้สึกผิดกับน้องบอยและทุกๆ อย่าง เพราะฉะนั้นผมขอโทษ ผมฝากไปถึงน้องบอย ครอบครัวน้องบอย และทุกๆ คนที่เกี่ยวข้อง ผมขอโทษครับ ผมอยากจะขอโทษพี่ๆ สื่อมวลชนที่ต้องรบกวนหลายๆ ครั้ง ขอโทษครอบครัวที่ผมรักมากๆ ขอโทษเพื่อนๆ ขอโทษผู้ใหญ่จากทั้งแกรมมี่ หรือไทยพีบีเอส หรือผู้ใหญ่ทุกคนที่รักและเอ็นดูผม"

"ผมขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง ขอโทษที่มีสติไม่เพียงพอ ขอโทษโรงเรียนอัสสัมชัน ขอโทษคณะวิทยาศาสตร์การกีฬา จุฬาฯ ที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงไปด้วย ผมขออโหสิกรรมกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นนะครับ ผมรู้สึกผิดมากแล้วครับ ผมแย่มากแล้วครับ ผมขอปรับปรุงตัวใหม่ให้ดีขึ้น ส่วนเรื่องค่าที่ต้องรับปิดชอบน้องบอย ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมยืนยันเหมือนเดิมว่าผมจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลน้องบอยอย่างเต็มพลังที่จะทำได้"

"ขอบคุณนะครับสำหรับทุกคำติเตือน ผมจะเอาคำเหล่านั้นไปแก้ไขตัวเองครับ ผมผิดจริงๆ ขอโทษจริงๆ ผมอยากให้ทุกคนอโหสิให้ด้วยครับ"

วันนี้ที่ออกมาพูดเพราะจากกระแสสังคมที่โดนหนักจนทนไม่ไหวด้วยหรือเปล่า?
"กระแสสังคมไม่เกี่ยวครับ ผมรู้สึกผิดจากตัวผมเอง รู้สึกผิดจากข้างในผมเอง สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดตอนนี้มันเกิดจากตัวผมที่มีสติไม่เพียงพอ ผมเลยอยากจะมาขอโทษ"

ก่อนหน้าที่จะออกมาพูดวันนี้ ได้พูดคุยกับทางครอบครัวของน้องบอยไหม?
"ผมพยายามติดต่อน้องบอย คุณแม่น้องบอย พยายามไปหาที่โรงพยาบาลเขาก็ไม่ออกมารับ แต่ไม่เป็นไรครับ เขาคงจะโกรธผมมาก ตอนนี้ผมรู้สึกผิดแล้วจริงๆ ไม่อยากเอาผิดอะไรกับน้องเขาแล้วครับ"

ในช่วงวันแรกเราได้ถ่ายคลิปตอนเจรจาครั้งแรกกับครอบครัวน้องไว้เพราะอะไร?
"ผมกลัวครับ กลัวว่าแม่เค้าจะผิดสัญญาหรือเปล่า ตอนนั้นผมกลัว ผมขอโทษ"

ก่อนหน้าหลายคนเข้าใจว่าเราแจ้งความกลับ แต่วันนี้ยืนยันว่าไม่ได้แจ้งความ?
"ผมยืนยันนะครับว่าผมไม่เอาความผิดอะไรกับน้องเขาแล้วครับ"

"วันนี้ผมมาให้ปากคำในประเด็นนี้ครับ ว่าจะทำยังไง อยากเอาความหรือไม่เอาความ ผมก็บอกไปว่าผมยอมแล้วครับ ผมไม่เอาความ เอาแบบนี้ดีกว่าครับ ในเรื่องของคดี ตำรวจ ผมไม่ทราบว่าจะเป็นยังไงต่อไป แต่ตอนนี้ผมรู้สึกผิดจากใจ ผิดกับทุกคน ผิดมากๆ ขอโทษจริงๆ ครับที่ทำให้มันเป็นแบบนี้ ขออโหสิกรรมด้วยนะครับ"

"ทุกวันนี้ความผิดมันอยู่ที่ผมคนเดียว ไม่เกี่ยวกับใคร ขอให้ความผิดอยู่กับผมคนเดียว"

"สำหรับผู้ใหญ่ทุกท่านที่เคยเอ็นดูผม ผมพยายามโทรขอโทษ และผมจะเข้าไปขอโทษผู้ใหญ่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้และส่งผลกระทบให้ครับ"

หลังจากนี้เราแผนชีวิตไว้อย่างไรต่อไป?
"ผมคิดว่าผมจะไปปฏิบัติธรรมครับ"

แต่ขับรถชนเป็นคดีอาญาไม่สามารถยอมความได้?
"ผมไม่ทราบเลยครับ แต่ผมยืนยันคำเดิมนะครับว่าผมจะช่วยเหลือมาตลอดอย่างเต็มที่ แต่บางทีอาจจะมีคำพูดที่ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไรครับ ผมก็ยืนยันว่าผมจะไม่เอาผิดในทุกๆ กรณีครับ ซึ่งทางตำรวจก็ได้ลงบันทึกไว้เพิ่มเติมแล้วครับ"

ที่มา สนุกดอทคอม

วันจันทร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

น็อต กราบรถ โดนแกรมมี่ GMM TV แถลงยกเลิกสํญญาแล้ว

คลิป"กราบรถกู" ที่โด่งดังชั่วข้ามคืนในโลกโซเชียลของพิธีกรในสังกัดแกรมมี่ GMM TV  น็อต อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล ที่อารมณ์เดือดเกินเหตุกระชากคอเสื้อและต่อยหนุ่มมอเตอร์ไซค์ที่มาชนรถมินิของตนได้รับเสียหาย ทำให้ต้นสังกัดออกมแถลงการลงโทษสถานหนัก


คลิป กราบรถ พ่นพิษ ทำดาราและพิธีกร น็อต อัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล ในสังกัดแกรมมี่ GMM TV ที่อารมณ์เดือดทำลายร่างกายหนุ่มมอเตอร์ไซค์ที่มาชนรถมินิของน็อต ต้นกำเนิดประโยคเด็ด "กราบรถกู" ว่อนโลกออนไลน์

โดยในวันนี้ทางแกรมมี่ได้ยกเลิกแถลงข่าวของน็อตไป แต่ก็รีบออกจดหมายชี้แจง ดังนี้
จากเหตุการณ์การเผยแพร่คลิปพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมของ น็อต-อัครณัฐ ผ่านทางโซเชียลมีเดีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมานั้น บริษัทจีเอ็มเอ็มทีวี จำกัด ในฐานะต้นสังกัดรู้สึกเสียใจกับการกระทำดังกล่าวเป็นอย่างยิ่ง และเห็นถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากฐานะการเป็นพิธีกรและนักแสดง ซึ่งควรเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชน



โดยทางบริษัทฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจกับกรณีที่เกิดขี้น ได้พิจารณาถึงบทลงโทษเพื่อจะได้ไม่เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแก่เยาวชนและสังคม ตามนโยบายของบริษัทฯ ที่ไม่สนับสนุนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยมีข้อสรุปว่า บริษัทฯ ได้ยกเลิกสัญญาการเป็นพิธีกรและนักแสดง ในสังกัดของบริษัทฯ และขอยุติการทำงานทุกประเภทของ น็อต-อัครณัฐ โดยมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

โดยหลังจากที่ประกาศออกไป มีหลายเสียงชื่นชมทางแกรมมี่ ที่มีมาตรการเด็ดขาดออกไป เพื่อไม่ให้ดาราในสังกัดมีเยี่ยงอย่างที่ไม่เหมาะสมต่อไป

นอกจากนี้ยังมีเสียงตำหนิติติงจากบรรดานักแสดงและพิธีกรในวงการ รวมถึงคนดังในวงการต่างๆ ที่ได้ทราบข่าว โดยในวันนี้ (7 พ.ย.) นายวิกรม กรมดิษฐ์ นักธุรกิจและนักเขียนผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บมจ.อมตะ คอร์ปอเรชัน โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Vikrom Kromadit วิกรม กรมดิษฐ์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า


“ผมไม่เห็นด้วยกับการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนที่ใครๆ ก็ไม่อยากให้มี แต่กลับกลายมาเป็นการทำร้ายร่างกายคนที่เขาไม่แสดงการขัดแย้งอะไรเลย ไม่รู้ว่าคุณคนนี้แกใหญ่โตมาจากไหนถึงแสดงความป่าเถื่อนต่อหน้าสาธารณชนได้ถึงขนาดนี้ หากเป็นคนไร้การศึกษาก็อาจพอเข้าใจได้ แต่ได้ข่าวว่าจบถึงจุฬาฯ และมีอาชีพเกี่ยวกับสื่อสารมวลชน แถมยังได้รับรางวัลบุคคลดีเด่นอีก ทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วงสังคมไทยเราจริงๆ ว่า ความเห็นแก่ตัวแล้วมักจะทำความเดือดร้อนรุนแรงกับคนที่อ่อนแอกว่าถือเป็นเรื่องที่สังคมหรือองค์กรที่ว่าจ้างคนจำพวกนี้ ไม่ควรปกป้องพฤติกรรมป่าเถื่อนที่โลกปัจจุบันรับไม่ได้ สังคมไทยต้องรักษาความยุติธรรมและสงบสุขด้วยกัน ไม่ควรมีที่ยืนให้กับคนเถื่อนเหล่านี้ครับ”


น็อต อัครณัฐ เปิดใจถึงเหตุการณ์ฉาว"กราบรถ" วอนอย่าตัดสินผมด้วยคลิปนาทีเดียว

หลังจากมีคลิปถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์วันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา กรณีเจ้าของรถเก๋งมินิสีเหลือง ซึ่งต่อมาทราบว่า เป็น นายอัครณัฐ อริยฤทธิ์วิกุล หรือ น็อต เวคคลับ พิธีกรและนักแสดง สังกัดบริษัท จีเอ็มเอ็ม ทีวี จำกัด ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ในเครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่


โดยในคลิปดังกล่าวมีชายคนหนึ่งได้กระชากคอเสื้อชายที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ชี้ไปยังรถเก๋งมินิ คูเปอร์ สีเหลืองดำ ทะเบียน ญย 8585 กรุงเทพมหานคร โดยอ้างว่าชนแล้วหนี ก่อนที่จะชกต่อย 3 ครั้ง แล้วพูดคำว่า “กราบรถกู” บังคับให้กราบรถของตน โดยจาการสืบถามทราบว่าเหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 4 พ.ย. 2559

โดยหลังการเผยแพร่คลิปออกไปผู้เสียหายและแม่ได้เข้าแจ้งความที่สน.ยานนาวา ในเวลาต่อมา พิธีกรและนักแสดง น็อต อัครณัฐ พร้อมทนายได้เข้าพบพนักงานสอบสวนและเปิดใจกับสื่อมวลชนถึงเหตุการณ์ทั้งหมดว่า
“ผมสาบานว่าผมขอโทษที่ทำร้ายน้องบอย ผมบอกแม่ของน้องว่า แม้ผมไม่ค่อยมีเงิน ผมเป็นเด็กรับผิดชอบ วันนี้มีคนบุกมาปาไข่ที่ร้านผม พ่อแม่ผมโดนหมด ร้านอาหารผมก็โดน ผมถามว่าคนเหล่านั้นทำอะไรผิด ผมทำผิด ผมรับผิดชอบ ผมไม่เคยหนีไปไหน ผมไม่มีความจำเป็นที่ต้องหนีไปไหน ผมไม่ได้มาสร้างภาพเป็นคนดี ทุกอย่างอยู่ที่ใจของผม ผมตั้งใจทำมันออกมา แต่การกระทำแค่ 1 นาทีครึ่งนั้น อย่าเอาเรื่องนี้มาตัดสินผมเลย”

แล้วทำไมต้องให้กราบรถ ?
“ผมผิด ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าเขาจะมีมีดมีปืนอะไรหรือเปล่า แต่ผมก็กลัว ตอนนั้นผมคิดว่าน้องต้องขอโทษ ผมก็บอกให้เขากราบ ผมผิดที่ผมใช้อารมณ์”

ตอนนั้นน้องเขาขอโทษแล้วทำไมต้องทำร้ายด้วย?
“ใช่ น้องเขาขอโทษ แต่ตอนนั้นมันเร็วมาก ดอกสุดท้ายนั้นไม่ทันจริงๆ ตอนนี้ผมบอกได้เลยว่าผมขอโทษครับกับน้องบอย คุณแม่สุธีรา และญาติๆ ผมขอโทษที่ทำให้น้องเจ็บ ผมจะรับผิดชอบและจะดูแลเรื่องนี้ตราบเท่าที่ผมจะทำได้”

“ผมขอร้องนะครับ การพิมพ์ข้อความของพวกคุณ มันบั่นทอนจิตใจของผม แต่ไม่เป็นไร แต่อย่าทำร้ายคนอื่น เพราะพวกเขาไม่เกี่ยว อย่าตัดสินผมแค่ 1 นาทีครึ่งแล้วมาทำร้ายครอบครัวผม”

ทางด้าน นายอดุล ทินะพงศ์ ทนายความส่วนตัว กล่าวเสริมว่า
“ขอให้ดูทรัพย์สินที่เสียหายสิครับ ดูร่องรอยไฟท้ายรถก่อนครับว่าเสียหายมั้ยครับ ถ้านักข่าวโดนคนหยิบมือถือแล้วปาทิ้ง จะรู้สึกอย่างไร อย่าบอกว่าไม่โกรธนะครับ ถ้าไม่โกรธ ผมขอมือถือมาปาหน่อยครับ”

เมื่อนักข่าวถามว่า การที่ทรัพย์สินเสียหายก็ไม่จำเป็นต้องไปทำร้ายกัน น็อตได้กล่าวว่า
“เป็นการปกป้องสิทธิ์ของผมที่ทรัพย์สินเสียหาย”

โดยหลังจากให้สัมภาษณ์จบ น็อต อัครณัฐ ได้เดินไปยกมือไหว้นางสุธีรา แม่ของบอย เพื่อขอโทษอีกครั้ง ก่อนกลับออกไป


ที่มา ข่าวสด, ผู้จัดการออนไลน์
คลิปจาก Trevor Channel