แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2558

จุ๋ย รับคำวิจารณ์ ภาพขี่คอ พุฒ ไม่เหมาะ เผยบล็อกคนด่าหยาบ

หลังจากที่มีภาพแฟชั่นสาว จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา ในอิริยาบถขี่คอคู่จิ้นอย่างหนุ่ม พุฒ-พุฒิชัย เกษตรสิน ทำให้ถูกกระแสแอนตี้โจมตีแบบถึงพริกถึงขิง จนกลายเป็นประเด็นดราม่าถึงความไม่เหมาะสม ลุกลามบานปลายถึงแฟนคลับบางคนเข้ามาด่าทอถึงบุพการี จนเจ้าตัวต้องตามบล็อกไปหลายรายเลยทีเดียว


พอได้เจอดาราสาว จุ๋ย วรัทยา นิลคูหา ที่ศูนย์การค้าเกษรพลาซ่า ขณะมาร่วมงานเปิดตัวคอเลคชั่น โพแอม จุ๋ยก็ได้ชี้แจงถึงกรณีที่เกิดขึ้น พร้อมน้อมรับคำติติงจากแฟนๆด้วยว่า
“ต้องบอกเลยว่ามันเป็นสิ่งที่ทีมงานอยากให้รู้สึกว่าสนิท เฮฮา เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะเอารูปไปลง จริงๆแล้วก็ไม่ได้โดนอะไรนะคะ พอมีประเด็นทีมงานหนังสือก็มาขอโทษ เราก็ทำไปตามโจทก์ เบื้องหลังไม่มีใครรู้ว่าเราทำงานแข่งกับฝน แสง คิวยากมาก ฉะนั้นต้องรีบถ่ายให้ได้ครบเซทเร็วที่สุด กับกระแสที่ติติงว่าไม่เหมาะสม ก็น้อมรับค่ะ คงระมัดระวังมากยิ่งขึ้น ตอนกแรกเราก็รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ด้วยความที่เราสนิทกันอยู่แล้ว ไม่นึกด้วยว่าจะตัดภาพเต็มไปลง ภาพนั้นจุ๋ยไม่ได้ลงเองค่ะ ทางหนังสือ จะลงก็ต่อเมื่อกล้องแท็กเกี่ยวกับชุดมากกว่าที่ลงให้เขา”

“กับคนที่เข้ามาคอมเม้นท์แรง จุ๋ยไม่ได้อ่านขนาดนั้น แต่ก็รู้ว่ามันเป็นกระแสเหมือนกัน เราไม่สามารถบังคับใครได้ ใจเราไม่ได้มีอะไรเลย เราทำงานจริงๆ แต่สิ่งที่เขาพูดออกมาเราก็ยอมรับและยิ้มสู้กับมันไป การอยู่ตรงนี้ก็ต้องเข้าใจโลก เข้าใจชีวิตในระดับหนึ่ง ดังนั้นเรื่องราวเหล่านี้ก็จะผ่านไปเพราะเราไม่ได้ตั้งใจให้เป็นกระแสแบบนี้อยู่แล้ว เพจแอนตี้ก็ไม่ได้กระทบ ยังใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม รู้นะว่ามีเพราะมีคนส่งมาให้ดู ถ้าสิ่งที่เขาพูดมันไม่จริง เราก็ไม่เห็นต้องเดือดร้อนอะไร ปล่อยเขาไป แต่ก็อยากขอนิดนึงคนที่เข้ามาติดตามเราในไอจีก็อยากให้มีมารยาท มีโรคจิตด้วย ก็ต้องปกป้องพื้นที่ของเรา ต้องสกรีนคนที่มีมารยาทด้วย บางทีในนั้นมันเกี่ยวกับลูกค้าด้วย แต่ไม่ได้ซีเรียสอะไร ไม่ได้มีแค่คนไทยนะ ต่างชาติเกรียนๆก็มี ก็บล็อกไปบ้าง”

“ที่พุฒบล็อกก็อยู่ที่วิจารณญาณของเขาด้วยว่าเห็นถึงความเหมาะสมในไอจีเขาแค่ไหน บางทีเป็นถ้อยคำที่หยาบ ไม่เหมาะสม เขาก็ไม่ได้อยากให้บานปลายหรือเปล่า ช่วงที่เป็นข่าวก็มีคุยกันตลอด เราก็เข้าใจ คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วไม่ว่าดีหรือไม่ดี สำหรับจุ๋ยคิดว่ามันดีเสมอ มันทำให้เราเข้มแข็งและมีความอดทน ให้อภัยคนได้ กระแสข่าวไม่ได้กระทบกับงานคู่เพราะกำลังจะมีละครด้วยกัน ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้โคจรมาเจอกันอีกเพราะเราก็มีอื่นๆที่ต้องทำอีกเยอะ ส่วนงานคู่อื่นๆก็แล้วแต่ความเหมาะสมที่ลูกค้าให้โอกาสเราทำงานค่ะ”

มีกระแสข่าวว่าแฟนคลับพุฒไม่ชอบเรา?
“เราอย่าไปกล่าวถึงว่าเป็นแฟนคลับพุฒเลย คำว่าแฟนคลับเขาต้องให้เกียรติและรักในตัวตนของดาราคนนั้นๆ ที่จุ๋ยมีโอกาสได้เจอแฟนคลับพุฒ หลายคนน่ารักมากๆ มีมารยาทให้เกียรตินักแสดง พูดถึงในทางที่ดีๆ คนเหล่านี้จะรักที่ตัวตนจริงๆแบบนั้นเรียกว่าแฟนคลับ แต่สิ่งที่คนว่าด่าเรา ก็ต้องดูด้วยว่าเขามีศีลมีธรรมหรือเปล่า บางทีคำพูดที่หยาบคายและอคติมากๆ ตรรกะก็ไม่มี ไม่น่าจะใช่แฟนคลับที่แท้จริงของพุฒค่ะ เคยอ่านงานเขียนของพี่คนนึงบอกว่า ถ้าเราถอยลงไปดูในสเตตัสเฟซบุ๊กของคนๆนึงสัก 10 ข้อความ แล้วข้อความเหล่านั้นมีแต่ด่าทอ หยาบคาย เกลียดชังผู้คน ภายนอกเขาไม่ดีแล้ว ข้างในเขาจะดีได้ยังไง การที่ทำอะไรแบบนี้มันอยู่ที่ตัวคนๆนั้น เราไม่สามารถไปยุ่งวุ่นวายกับเขาได้ เขาจะมีความคิดแบบนั้นก็ปล่อยเขาไป แต่เราก็ไม่ซีเรียสนะ เราปรับที่ใจเราสบายที่สุด ที่บ้านก็ชิลมากไม่มีใครว่าอะไรตรงนี้ เพื่อนอ่านข้อความแล้วขำกัน บางทีเรื่องมันไม่ใช่เลย คนรอบข้างก็ไม่ได้ซีเรียสกับอะไรตรงนี้ เราก็อยู่สบายใจ”

กลัวฐานแฟนคลับคู่จิ้นน้อยลงไหม?
“ไม่ค่ะ กลายเป็นว่าพอมีข่าวเราก็เห็นคนที่รักเราและตั้งไอจีที่ก้อยท้ายว่า PJ เยอะมาก เหมือนมีบ้านใหม่เพิ่มขึ้นมา แล้วก็มีแอดมินแฟนเพจมาเล่าให้ฟัง ปกติจะมีคนกดไลค์ พอมีข่าวก็มีคนเข้ามาเม้นท์ให้กำลังใจเยอะขึ้น”

ความสัมพันธ์กับพุฒเป็นยังไงบ้าง?
“ความสัมพันธ์ตอนนี้พุฒก็เป็นเพื่อนที่ดีมาก นิสัยน่ารัก ความรู้สึกดีๆที่มีให้พุฒก็มีอย่างแน่นอน ยิ่งพอมีเรื่อง เราได้เห็นทัศนคติความเป็นลูกผู้ชายของพุฒ ก็ขอบคุณเขามากๆ ในอนาคตความรักของจุ๋ยไม่ได้เร่งรีบอะไร ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ถ้าวันนึงมันใช่แล้วมั่นใจ 100 เปอร์เซ็นต์จุ๋ยบอกพี่ๆอยู่แล้ว” 

พุฒหยอดจีบ? 
“มีบ้างตามประสาพุฒ เป็นสไตล์เขามากกว่า คิดให้ขำๆไป พุฒเป็นเพื่อนผู้ชายในวงการที่สนิทสุด เพื่อนนักแสดงรุ่นน้องก็มีสนิทเหมือนกัน แต่จุ๋ยเป็นคนไม่ได้มีเพื่อนผู้ชายมากอยู่แล้วค่ะ”


วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ดีเจพุฒ ขำคนแซวฮันนีมูนสวีท จุ๋ย ที่มัลดีฟส์ โต้ปากแข็งไม่ยอมเรียกแฟน

คู่จิ้น ดีเจพุฒ พุฒิชัย เกษตรสิน และ จุ๋ย วรัทยา นิลคูหา ที่เพิ่งจะไปถ่ายแบบที่มัลดีฟส์ด้วยกันมา เห็นว่าหวานกันจนทะเลจืด ทำเอาแฟนคลับที่จิ้นนอกจอฟินกันสุดๆ พร้อมกับคิดว่าทั้งคู่เป็นแฟนกันอยู่แล้วแต่ปากแข็งแน่ๆ


ล่าสุดมีโอกาสได้เจอ ดีเจพุฒ ที่ โรงแรมเรเนซองส์ ห้องรอยัลมณียา บอลรูม ในงานแถลงข่าว “GMM25 ละครสนุก ความสุข 2 ทุ่ม” เจ้าตัวก็ชี้แจงมาว่า

”ไปถ่ายแบบที่มัลดีฟส์ใครบอกว่าหวานเค็มจะตาย บรรยากาศการถ่ายก็สนุกสนานเพราะมันเป็น “ฮันนีมูน แอน ทราเวล” เป็นครบรอบฉลองก็ไปกันสองคู่ เรากับจุ๋ย พี่ป้องกับมะลิ ถ่ายรูปคู่ปกติมากลองไปไล่ดูก็ได้ ภาพกัดเป็นภาพเบื้องหลังที่ทีมงานขอให้เล่นกันหน่อย คู่เราเบามากแค่เดินจับมือต้องไปดูคู่ของพี่ป้องนอนบนตัวเลย ไม่รู้จะเอาตรงไหนไปอินเพราะมันร้อนมาก ที่ลงโซเชียลก็แค่เอาใจแฟนคลับ แล้วที่มีคนบอกเป็นแฟนกันก็บ้าแล้ว เอาจริงๆ ไปถ่ายที่ญี่ปุ่นสวีทกว่านี้อีก ไม่เห็นมีใครว่าอะไรเลย”

”ความสัมพันธ์ตอนนี้เป็นเพื่อนที่สนิทกัน เรารู้สึกว่ามันมีกระแสของคู่จิ้นมามันก็เป็นผลดี เดี๋ยวเราจะมีละครคู่กันอีกตอนกลางปี จริงๆ เอาใจแฟนคลับ เพราะว่าเรามีบ้านคู่ที่ต่อเนื่องมาจาก “ฝันเฟื้อง” มีเพจมีอินสตาแกรมที่คอยอัพเดทผลงาน ได้ทำงานด้วยกันเลยอัพเดทกันหน่อย ก็ไม่ได้ปากแข็งเป็นเพื่อนที่สนิทจริงๆ สามารถคุยเล่นได้ แกล้งกันได้ ก็ไม่ได้คุยกันทุกวันคุยตอนเจอกันมากกว่า ไลน์ส่วนตัวมีบ้างเป็นเรื่องงาน จุ๋ยเป็นเพื่อนที่สนิทคนหนึ่ง เรามีเพื่อนผู้หญิงอีกเยอะมาก”

”ถามว่าจะพัฒนาไหมก็ต้องคอยดูเรื่องต่อไป อยากให้จิ้นกันมากกว่า จุ๋ยเป็นผู้หญิงแมนๆ ห้าวๆ ตอนนี้ไม่มีสเปก เมื่อก่อนมีสเปกเยอะแต่ตอนนี้ถ้าคุยแล้วใช่คือใช่ดีกว่า กับจุ๋ยอย่าใช้คำว่าตัวเลือกดีกว่า เขาเป็นเพื่อนที่สนิทมากๆ ตอนนี้ เราไปทำงานกันจริงๆ โอกาสไม่รู้ตอบไม่ได้ จิ้นนอกจอไหมตอบไม่ได้เหมือนกัน ในระหว่างนี้ถ้าเจอใครที่คุยแล้วถูกใจก็เปิดตัวเลย เปิดใจให้คนอื่น เป็นผู้ชายโสดที่ต้องการความรัก”


วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558

จุ๋ย ยอมรับขอลดสถานะ หนาม ปัด ดีเจพุฒ เป็นมือที่สาม

นักแสดงสาวมากฝีมือ จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา ตกเป็นข่าวช็อกต้อนรับปีใหม่ เมื่อออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกว่าลดสถานะแฟนหนุ่มไฮโซ หนาม รวิ ธนดล อิทธิระวิวงศ์ มาตั้งแต่ปลายแล้ว สาเหตุจากไลฟ์สไตล์และทัศนคติต่างกัน ยืนยันฝ่ายชายเป็นคนดี แต่ความรักและความดีไม่ใช่ทั้งหมดในการคบหากัน 


ล่าสุดได้เจอ จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา ที่โรงแรมเซนทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ได้มาร่วมงานแถลงข่าว “ปีท่องเที่ยววิถีไทย ๒๕๕๘” โดยเจ้าตัวเผยเรื่องราวทั้งหมดให้ฟังว่า
“ปีใหม่ไปเคาน์ดาวน์ที่เกาหลีมาค่ะ ไปกับพี่ผู้จัดการส่วนตัว จริงๆ ก็ไปบ่อยอยู่แล้ว ไปเกือบทุกฤดูกาลเลย พี่หนามบวชค่ะ แต่ตอนนี้สึกแล้ว อันนี้เป็นแบบเคร่ง บวชที่วัดป่า ซึ่งจุ๋ยก็ติดธุระไปไม่ได้ รวมถึงถ่ายละครด้วย แล้วปลายปีก็มีไปเที่ยวด้วยค่ะ ถามว่าห่างไหม ก็ห่างกันค่ะ สักพักหนึ่งแล้ว ตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่เราห่างกันด้วยดีนะ เราห่างกันด้วยความเข้าใจ เรายังเป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน ยังคุยกันอยู่ เมื่อวานเขาสึกมาจุ๋ยก็มีโอกาสโทรคุยกับพี่หนาม ซึ่งดีใจที่พี่หนามเขาได้ไปเรียนรู้ธรรมมะ ศึกษาธรรมะ เขามีความคิดที่ดีมากๆค่ะ”

“ที่เราห่างกันเราก็ได้ไปทบทวน ได้ใช้เวลาทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ แต่อนาคตมันเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน อันนี้ต้องบอกว่าเราถอยออกมาด้วยความเข้าใจและยังเป็นคนที่คุยกันได้เสมอ ยังเจอกันได้ กินข้าวกันได้ อนาคตไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง แต่ตอนนี้เหมือนห่างมาเพื่อเรียนรู้ตัวเอง ได้ทำความเข้าใจกับตัวเอง ซึ่งพี่หนามเองก็เข้าใจค่ะ”

“ให้โอกาสตัวเองเสมอในทุกๆ วินาทีที่จะได้กลับมาคุยกันเหมือนเดิมหรือเปล่า ถ้าไม่เหมือนเดิมเราก็ไม่ห่วงว่าอนาคตจะเป็นยังไง คือเป็นความรู้สึกที่ดีต่อกันอยู่แล้ว ส่วนสาเหตุ มันมีหลายสาเหตุเป็นเรื่องของคนสองคนซึ่งพี่หนามกับจุ๋ยจะรู้ดีที่สุดว่ามันเป็นเรื่องอะไรกันบ้าง ในส่วนใหญ่ก็คงจะเป็นเรื่องของเวลาและไลฟ์สไตล์ต่างๆ ที่บางทีอาจจะจูนกันไม่สนิทมาก เพราะเนื่องจากว่างานเยอะกันทั้งคู่ พี่หนามเป็นคนที่ถ้าได้ทำงานก็พันเปอร์เซ็นต์ และเขาเป็นคนเก่งมากๆ ซึ่งเราลองปรับกันมาสักพักแล้ว มันรู้สึกว่ายังไม่ใช่”

“เรื่องมือที่สามไม่มีแน่นอน อันนี้เป็นความเข้าใจได้ดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย ยังคุยกันได้เหมือนเดิม ไม่ได้ห่างกันไปแบบแตกหัก ไม่คุยกันหรือว่าโกรธกันเพราะฉะนั้นไม่มีเรื่องของบุคคลที่สามแน่นอนค่ะ”

“ถามว่าเสียใจไหม มันเป็นความรู้สึกโหวงๆ มากกว่า แต่ดีใจและปลื้มใจ จุ๋ยร้องไห้เยอะมากที่เห็นพี่หนามในผ้าเหลืองมากกว่าคือมีคนส่งรูปมาให้ มันเป็นวัดที่ต่างจังหวัด เป็นวัดป่าเคร่งๆ ห้ามใช้มือถือ รู้สึกปลื้มใจ เขามีแนวคิดดีๆ และรักเมืองไทยมากขึ้น เนื่องจากว่าพี่หนามเขาไปอยู่ต่างประเทศมานานมาก เขาได้ไปบวชและได้ซึมซับอะไรในความเป็นไทย และเขาอินกับความเป็นไทย เมื่อวานเขามาพูดแล้วให้ฟังแล้วจุ๋ยก็รู้สึกดีใจ”

“ถามว่าเหงาไหม คืองานเยอะจนไม่เหงา แต่มันไม่ได้มีส่วนเติมเต็มในเรื่องของความรักหนุ่มสาว แต่จะเป็นเรื่องงานมากกว่า ตอนนี้เรียกว่าห่างกันค่ะ อนาคตจุ๋ยไม่แน่ใจเลยว่าชีวิตจะเป็นยังไง ก็คุยกับพี่หนามแล้วว่าไม่ห่วงอนาคต จะเป็นยังไงก็ปล่อยให้มันเป็นไป ตอนนี้เรามีความสุข เราโชคดีที่ได้เจอกัน เราเจอกันแล้วมีแต่เรื่องดีๆ ห่างกันก็ไม่ได้ใช้คำว่าแฟนหรือคบศึกษากันจริงจังเหมือนเดิมแล้ว แต่จุ๋ยตอบไม่ได้จริงๆ ในเรื่องของอนาคต ถ้าเราสามารถแก้ไขในสิ่งที่เราขาดตกบกพร่องระหว่างที่เราคบกันไปได้ก็อาจจะ มีแนวโน้ม”

“พี่หนามเป็นคนดีมากๆ เลยนะ แต่ว่าความรักและความดีมันไม่ ใช่ทั้งหมดในการคบกัน มันต้องมีเรื่องราวอื่นๆ มาเติมเต็มด้วย ดังนั้นถ้าระยะเวลาที่เราถอยออกมา และหาจุดให้กันได้มันก็อาจจะมีโอกาส แต่ถ้าไม่ได้ก็เป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน เพราะพี่หนามเป็นบุคคลที่เข้ามาในชีวิตจุ๋ยแล้วมีค่าและเป็นคนดีค่ะ”

ห่างกันมากี่เดือนแล้ว?
“ก็ห่างกันตั้งแต่ปลายปี แรกๆ พี่หนามก็มีลองพูดลองคุย ลองทำในสิ่งที่มันขาดหายไป แต่ว่าพอได้ไปบวชก็ได้เข้าใจในชีวิตมากขึ้น คือก่อนหน้านี้จุ๋ยจะเป็นคนที่ใช้ชีวิตค่อนข้างที่จะเอาหลักธรรมะมาใช้ เราก็บอกพี่หนาม แต่พอเขาไปบวชเขาก็เข้าใจในชีวิตมากขึ้น ซึ่งมันก็ดีค่ะ”

“เรื่องที่เราห่างกันไม่ได้มาจากพุฒเลย ไม่เกี่ยวมือที่สาม คนที่บอกขอห่างกันก็เป็นจุ๋ยเอง แต่ว่าพี่หนามเขาก็เริ่มรู้สึกเหมือนกัน เป็นจุ๋ยเองที่เริ่มพูดและเริ่มมาคุยกัน ขอยังไม่ใช้คำว่าเลิก ก็เอาเป็นว่าห่างกันมาสักพักแล้วค่ะ(หัวเราะ) อนาคตไม่มีอะไรแน่นอนค่ะ”