แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แคท แคทรียา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แคท แคทรียา แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2557

แคทรียา อิงลิช สุดทน จ่อฟ้องสื่อบันเทิงละเมิด

แคทรียา อิงลิช นักร้อง นักแสดงสาวชื่อดังโพสต์จวกนิตยสารบันเทิงดังลงอินสตาแกรมส่วนตัว หลังจากที่นิตยสารบันเทิงดังขุดคุ้ยภาพเก่าของเธอมาขึ้นปกพร้อมพาดหัวข่าวด้วยถ้อยคำล่อแหลมที่ว่า “แคท รับได้จิ๊โม๊ะรอด แต่ห้ามถ่ายก้นเผละ” 


โดยสาวแคทได้โพสต์ข้อความผ่าน katreeya_e ความว่า
"อดทนมาก็หลายครั้งแล้ว…สำหรับการพาดหัวข่าวและการนำภาพหลุดต่างๆ ที่ไม่สร้างสรรค์ มาลงเพื่อขายข่าวในหนังสือพิมพ์บันเทิง… ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะต้องมาเจอกับตัวเองอีกครั้ง… ครั้งนี้แคทขอพูด ขอระบายในสิ่งที่แคทอัดอั้นมานานในไอจีของแคทเอง กับหนังสือพิมพ์ Super บันเทิง….สื่อ คือส่วนสำคัญที่จะทำให้สังคมดีขึ้นหรือแย่ลง นี่หรือคือการกระทำของสื่อ? จรรยาบรรณของความเป็นสื่อมวลชนของคุณไปอยู่ที่ไหน?

การที่คุณขุดรูปเก่าๆมาเต้าข่าว มาพาดหัวข่าวให้เป็นประเด็น ซึ่งเป็นรูปที่คุณถ่ายได้ระหว่างการโชว์เต้นของแคท ซึ่งตามมารยาทของนักข่าวแล้ว มันไม่ควรกระทำเช่นนั้น..ข่าวอื่นดีๆ การทำงานดีๆ น่ารักๆ มีมากมายทำไมคุณถึงไม่นำเสนอ… ทำไมในหนังสือพิมพ์ของคุณถึงบรรจุแต่ข่าวที่ไม่สร้างสรรค์ ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรกับสังคม และไม่ได้สร้างความจรรโลงใจให้กับผู้อ่านเลยสักนิด..แคทให้ความเคารพและให้เกียรติคุณในการให้สัมภาษณ์ แต่อยากถามกลับว่าคุณให้เกียรติแคทในการเขียนข่าวบ้างหรือไม่..ประเด็นที่สัมภาษณ์ไป..มันอยู่ที่ไหน…ทำไมถึงขายแต่ข่าวลักษณะแบบนี้..คุณเอาอาชีพนักข่าวมาขาย มาแต่งเติมคำสัมภาษณ์ของแคททั้งข้อความที่เขียน..ทั้งภาพที่เลือกมาใช้..เน้นแต่เรื่องที่ไม่ให้เกียรติผู้หญิง ไม่ได้ให้เกียรติเพศแม่เลยสักนิด… สังคมไทยทุกวันนี้มันยังแย่ไม่พอใช่มั้ย..คุณจะเอาอะไรมาสอนเด็กเยาวชนรุ่นใหม่..ในเมื่อตัวคุณเองที่เป็นสื่อมวลชนยังปฏิบัติตัวแบบนี้.. คุณควรเป็นแบบอย่างที่ดีใช่หรือไม่.. สื่อมวลชนอื่นๆ พี่ๆน้องๆนักข่าวคนอืนๆที่ดีๆให้เกียรติแคทให้เกียรติดารานักแสดงก็มีอยู่มาก.. แต่เพราะคุณเป็นแบบนี้คุณไม่คิดบ้างหรือว่าคุณทำให้นักข่าวที่ดีๆ เหล่านั้นต้องมาเสียหายไปด้วย..อยากถาม Super บันเทิง รวมไปถึงหนังสือพิมพ์บันเทิงอื่นๆที่ชอบเสนอข่าวลักษณะนี้ ว่าคุณต้องการอะไรจากสังคม….และสังคมจะได้อะไรจากคุณ.. ด้วยความเคารพค่ะ"

ล่าสุดขณะมาร่วมงานบวงสรวงละครเรื่อง “สองรักสองวิญญาณ” ณ Acts Studio สาวแคทได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นข่าวดังกล่าวว่า
"จากกรณีข่าวที่เกิดขึ้นนั้น ตอนนี้ตนกำลังรอปรึกษาทางผู้ใหญ่เรื่องฟ้องร้องอยู่ ส่วนแฟนคลับก็เข้ามาให้กำลังใจกันอย่างล้นหลาม"

วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

แคท น้ำตาคลอเผยพ่อผ่ามะเร็งอาการทรุด เครียดหาเงินเป็นค่ารักษา

แคท แคทรียา อิงลิช เครียดหนัก หลังคุณพ่อที่ป่วยเป็นมะเร็งสมองอาการทรุดต้องนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ต้องพยายามทำงานให้มากที่สุดเพื่อหาค่ารักษาสูงถึงเดือนละสี่แสน


ล่าสุดพอมีโอกาสเจอตัวสาวแคทมาร่วมงานแถลงข่าวละครเวทีลางลิง ที่ลานกิจกรรมเดอะ ซีน ผู้สื่อข่าวจึงรีบเข้าไปซักถามทันที แต่พอเริ่มถามคำถามแรกก็ทำเอาเจ้าตัวถึงกับน้ำตาคลอ พร้อมเปิดเผยว่า
''คุณพ่อตอนนี้อาการทรุดนิดนึง คือหมอจะให้สแกนทุก 3 เดือน สแกนอยู่เรื่อยๆ หลังจากทำครีโมเสร็จไป 3 เดือนก็มาสแกนอีกก็ปรากฏว่ามะเร็งกลับมา ขึ้นที่เดิมและใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเพิ่งผ่าไปเมื่อ 3 วันที่แล้ว ตอนนี้คุณพ่อก็อยู่โรงพยาบาล ท่านก็งงว่าทำไมมันกลับมา ก็คือเป็นมะเร็งชนิดที่ไม่มีวันหาย คุณหมอก็บอกให้ทำใจ คือจริงๆ แล้วถ้าคนที่ทราบเรื่องมะเร็งชนิดนี้จะอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน แต่นี่คุณพ่ออยู่มาได้ปีกว่าแล้ว และหมอก็บอกคุณพ่ออาการดีขึ้น พอผ่าเสร็จพ่อก็ออกจากห้องไอซียูเลย คือฟื้นได้เร็วกว่าคราวก่อน แต่ว่าคุณพ่อจะมีอาการวูบบ่อย คือจะเวียนหัวมากๆ จะต้องมีคนอยู่ด้วยตลอดเวลา จะไปไหนมาไหนก็ค่อนข้างที่จะลำบากมากขึ้นกว่าปีที่แล้ว และคุณพ่อก็เหมือนใจไม่สู้แล้ว แต่เราก็
จะคอยบอกตลอดเวลาให้สู้ จะพยายามให้กำลังใจ''

ตอนนี้สภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง?
''ก็พยายามให้คุณพ่ออารมณ์ดีและตัวของเราก็พยายามให้กำลังใจตลอด คอยบอกให้สู้ เมื่อวานพ่อก็ร้องไห้บอกว่าพ่อขอโทษ พ่อไม่อยากอยู่แล้ว ไม่อยากให้เป็นภาระกับใคร แต่เราก็บอกกับพ่อว่าไม่ได้เป็นภาระให้ใครเลย ทุกคนอยากให้อาการพ่อดีขึ้น อยากให้พ่อสู้ พ่อไม่ต้องมาขอโทษ คือมันเป็นมะเร็งชนิดที่ไม่มีทางหาย แล้วตั้งแต่แรกหมอเขาก็บอกให้ทำใจแล้ว ซึ่งเราก็ทำ แต่เราไม่เอา เราจะมายอมแพ้ง่ายๆ เราจะพยายามพยุงให้ถึงที่สุด แต่ตอนนี้สิ่งที่กังวลใจที่สุดคือค่ายา หลังจากนี้เดือนละ 4 แสน ตอนนี้สงสารคุณพ่อมาก ไม่อยากให้พ่อมีความรู้สึกใจไม่สู้แล้ว เพราะผ่าอีกครั้งมันก็ยังกลับมาอีก แล้วทำไมมันขึ้นที่เดิมและยังใหญ่กว่าเดิมด้วย ซึ่งมันเป็นส่วนของสมองที่ไม่มีผลกระทบกับร่างกายเท่าไหร่ แค่เรื่องสายตาข้างซ้ายที่จะมองเห็นด้านหน้าอย่างเดียว มองไม่เห็นด้านข้างแล้ว ก็เป็นห่วงคุณพ่อมาก ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลยังไงแคทก็ต้องรับงานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะตอนนี้เราก็เหมือนเป็นหัวหลักของครอบครัว เราก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุดงานทุกอย่างตอนนี้แคทยินดีทำ และจะพยายามทำให้ได้มากที่สุด''