วันอาทิตย์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โดนัท รับมีหนุ่มคุยแล้ว ยัน เจนี่ ไม่ใช่มือที่สาม

ดาราสาว โดนัท มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล ที่ขึ้นแท่นผู้กำกับเต็มตัว ได้โชว์ฝีมือการกำกับภาพยนตร์เรื่อง LoveSuck รักอักเสบ ยอมรับว่าตอนนี้แม้จะโสดแต่ก็มีหนุ่มเข้ามาทำให้หัวใจหวั่นไหวแล้วเหมือนกัน


โดยล่าสุดเมื่อช่วงเช้า (10 พ.ย.57) ที่ผ่านมา มีการบวงสรวงภาพยนตร์เรื่อง LoveSuck รักอักเสบ ณ บริเวณ ลานพระพิฆเนศ เซ็นทรัลเวิลด์ โดยหลังเสร็จสิ้นพิธีแล้ว เจ้าตัวได้มาร่วมพูดคุยกับผู้สื่อข่าวถึงประเด็นข่าวเม้าท์ว่า “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์” เป็นมือที่ทำ 3 และอัพเดทสถานะหัวใจให้ได้รู้กัน

“ตอนนี้หัวใจโอเคมากค่ะ ก็มีคนเข้ามาบ้าง ตอนนี้ไม่ได้ตั้งใจว่าจะต้องมีแฟน พูดแล้วก็ดูไม่ค่อยดี เพื่อนพยายามบอกว่าอย่าคิดแบบนี้เดี๋ยวจะชิน ด้วยตอนนี้กำลังทำงานกับ Love Suck และเตรียมละครกับช่อง 3 ก็เลยไม่รู้จะมีตอนไหน ยากมาก อย่างทีมที่เห็นในวันนี้คือทีมที่เจอกันทุกวันในช่วงเวลานี้ ก็จะมีแต่เรื่องงานมากกว่า ตอนนี้ถ้าจะเจอใครก็คงเป็นทีมอาร์ต ช่างภาพ ด้วยวัยเราและสิ่งที่ผ่านมามันทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้นว่าเราอยากเจอคนแบบไหน เราไม่ใช่คนคุยไปเรื่อย ถ้าชอบคุยเลย อีกอย่างเป็นคนทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ไม่ค่อยเป็น คนที่คุยด้วยก็จะเป็นคนที่ทำงานร่วมกันมากกว่า”

"ก็มีคนเข้ามาทำให้ใจหวั่นไหวบ้างนิดหน่อย เดี๋ยวดูก่อน บอกไม่ได้ว่าคนในหรือนอก เดี๋ยวก็รู้หมด เราก็อายุไม่ใช่น้อยก็ต้องมีคนเข้ามาคุยบ้างเป็นธรรมดา แต่ว่ายังไม่รู้ว่ายังไงต่อ จริงๆแล้วมันนานแล้วเหมือนกันที่เราสามารถคุยกับคนอื่นได้ โดนัทว่ามันเป็นแค่จังหวะมากกว่า จริงๆไม่ได้คิดหรือตั้งใจเราจะต้องมี พอมีคนคุยแล้วก็แปลกๆ เรายังไม่ได้คิดอะไร คิดแต่ว่า Love Suck ถ่ายกี่วัน นักแสดง ทีม เป็นยังไงบ้าง" 

โสดแล้วเนื้อหอม ?
"โดนัทว่ามันมีเวลามาทำงานมากกว่าค่ะ" 

กับคนที่คุยคนนี้ อนันดาทราบไหม?
"เขาก็ถามทุกครั้งที่คุยกันว่าคุยกับใครหรือยัง โดนัทว่าเขาก็คงอยากรู้ว่าเขาไปคุยกับคนอื่นได้หรือยัง ไม่หรอกโดนัทว่าเป็นห่วงเป็นใยกันมากกว่า ณ วันนี้โดนัทยังไม่ได้มีใครเป็นพิเศษ ขอทำงานก่อน"

เห็น อนันดา บอกว่าส่งทีมมาช่วยงานเราเหมือนกัน? 
“อนันดาส่งทีมมาช่วยหนังสั้นเฉลิมพระเกียรติค่ะ ก็คุยกับเขา เขาบอกว่าเพิ่งได้กล้องมาใหม่ดีมากเลย พอกล้องลงถึงเมืองไทยก็เซทอัพ แล้วส่งมาให้และส่งทีมมาช่วยค่ะ ส่วนเรื่อง Love Suck เขาไม่ได้ส่งทีมมาช่วย จะเป็นแนวคุยกันมากกว่า เหมือนช่วงนี้เขาพยายามปล่อยให้เราทำ ล่าสุดเขาก็ถามว่าอยากเขียนบทให้เขาไหมเพราะมีหนังที่เขาต้องทำ โดนัทก็เลยบอกว่าเดี๋ยวรอให้เรื่องนี้ลงตัวเรียบร้อยก่อน”

“ที่ว่าเหมือนคุยกันอยู่ปกติ คือมันมีช่วงนึงที่พูดกันยาก แต่ช่วงนี้ก็เริ่มพูดกันบ้าง พยายามคุยกัน เปลี่ยนสถานะแล้วมาคุยกันก็ไม่ได้รู้สึกแปลก ตอนนี้คุยกันดีกว่าแต่ก่อน ต่างคนต่างพยายามมีช่องว่างให้แก่กันมาก เวลาจะพูดอะไรกันก็จะนึกถึงใจกันมากกว่าแต่ก่อนค่ะ ด้วยความแต่ก่อนเราสนิทกันมาก เราไม่ค่อยแคร์กัน ตอนนี้พอเรารู้ว่าบางอย่างเราทำไม่ได้เหมือนเดิมเราก็เกรงใจกันมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้คุยกันบ่อยมากนะคะ ไม่ถึงขนาดตัดบัวเหลือใย เหมือนคนเลิกกับเพื่อน มันก็ยากนิดนึงแหละเพราะมันเป็นเพื่อนกัน”

“Love Suck เป็นโปรเจกต์ของโดนัทที่ทำเองมาตั้งแต่ต้นค่ะ จริงๆอาจจะเป็นหนังที่ผู้ชายดูแล้วไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เพราะมันจะพูดถึงมุมมองความรักของผู้หญิง บางทีผู้ชายอาจจะนึกไม่ออก จุดเริ่มต้นเราไปเล่นซีรีส์อกหัก ทำไมคนอกหักต้องเสียใจกันอย่างเดียว เราชีวิตเรามีปัญหา เราก็มองย้อนว่าหรือว่ายังไม่มีผู้หญิงทำหนังแบบนี้ ก็เลยเกิดเป็น Love Suck ขึ้นมาค่ะ”

ถามถึงข่าวมือที่ 3 ที่โยง “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ์” เข้ามาเกี่ยว เนื่องจากตอนนี้หนุ่มอนันดาก็ยอมรับว่าสนิทกับนางเอกหน้าหวานจริง โดยสาวโดนัทรีบปฏิเสธทันทีว่า
“เรื่องมือที่ 3 ไม่เกี่ยวค่ะ เรื่องของโดนัทมันนานกว่านั้น แค่ไม่ได้เป็นคนออกมาพูดอะไรมากกว่า เรื่องนี้โดนัทไม่ตอบดีกว่าเพราะไม่อยากให้มันยาว เรื่องข่าวที่เกิดขึ้น เราก็ถามแหละว่ายังไง เขาก็บอก แต่ไม่ได้ถึงขั้นว่าต้องมาชี้แจง เขาก็ขำ แซวว่าทำไมต้องมาอธิบาย เราก็ถามเป็นข้อๆ อยากรู้อยากเห็นมากกว่า ไม่ใช่ว่าหึง”

วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

จ๊ะจ๋า แจงเหตุเต้นแนบ จิ๊บ-วสุ บนคอนเสิร์ต เผยปลื้มคนชมฝีมือการแสดงดีขึ้น

เมื่อเร็วๆ นี้เห็นกระทู้ในเว็บไซต์แห่งหนึ่งที่คนต่างก็พูดถึงละครที่สาว “จ๊ะจ๋า” ได้แสดงพร้อมกับชมไม่ขาดปากว่าสาว “จ๊ะจ๋า” แสดงได้อินสุดๆ งานนี้ทำเอาเจ้าตัวคงปลื้มอกปลื้มใจกันน่าดู



ล่าสุดพอมีโอกาสได้เจอสาว จ๊ะจ๋า พริมรตา เดชอุดม โดยเจ้าตัวก็พูดถึงเรื่องนี้ให้ฟังว่า
”ก็อยากจะบอกว่าขอบคุณมากๆ ที่พูดถึงและบอกต่อค่ะ จริงๆ มันเป็นกระทู้เล็กๆ ในพันทิปเกี่ยวกับละครที่จ๊ะจ๋าเล่น ตัวจ๊ะจ๋าได้เข้าไปดูแล้วแต่ไม่แน่ใจว่าได้แคปลงอินสตาแกรมหรือเปล่า ยังไงก็ฝากขอบคุณตรงนี้เลยว่าขอบคุณมากๆ ที่เขียนถึงเรา แล้วทุกคำติชมมีอะไรบอกจ๊ะจ๋าได้เลยเพราะจ๊ะจ๋าจะนำมาพัฒนาฝีมือต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ ในการเป็นนักแสดงสิ่งที่สำคัญนอกจากมีคนชอบละครที่เราแสดงแล้วก็คือมีคนเห็นว่าเรามีการพัฒนาที่ดีขึ้น ก็ดีใจค่ะ(ยิ้ม)”

”ละครแนวดราม่าจ๊ะจ๋าคิดว่าน่าจะมีมาเรื่อยๆ แต่เรื่องต่อไปที่จะได้ชมจะเป็นแนวตลกคอเมดี้จาก “หมอผีไซเบอร์” เป็นนางตานีแสนซนและป่วนทุกคนทั้งเรื่อง ก็จะเล่นกับหมอก้องและแพทค่ะ ก็ไม่กดดันนะคะ ยิ่งกระแสในโลกโซเชี่ยลมาแรงเวลาคนติชมจ๊ะจ๋าว่ามันทำให้เราใกล้ชิดกับคนดูมากขึ้น แม้ว่าละครจะถ่ายล่วงหน้าก่อนออนแอร์มันไม่มีทางแก้ไขอะไรได้แต่ทุกคำติชมก็สามารถเป็นกำลังใจให้เราต่อไปได้ เป็นสิ่งที่ทำให้เราได้ปรับปรุงฝีมือของเราในเรื่องต่อๆ ไปค่ะ กับละครเรื่องอื่นปีหน้าจ๊ะจ๋าว่าทุกคนคงได้เห็นละครของจ๊ะจ๋าเยอะหน่อยนะคะ ตอนนี้ที่มีอยู่ก็ 3 เรื่องคือ “หมอผีไซเบอร์”, “สะใภ้จ้าว” แล้วก็มี “บุษบาเร่รัก” ถ้าอันไหนพูดชื่อผิดก็ขออภัยด้วยเพราะละครยังไม่ได้ถ่ายเลยค่ะ(ยิ้ม) ปีนี้เป็นปีที่จ๊ะจ๋ารู้สึกดีมากๆ เพราะเราถ่ายละคร 7 วันตลอดเลย ไม่มีเวลาทำอย่างอื่นเลยค่ะ”

”กับคอนเสิร์ตก็สนุกมากเลยค่ะ ประทับใจมากๆ เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับจ๊ะจ๋าอีกช่วงหนึ่งเลยค่ะ ได้ทำอะไรใหม่ๆ เป็นการเรียนรู้และเข้าไปในโลกเพลงของยุค 80 นะคะ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยขึ้นคอนเสิร์ตเลยค่ะ เคยแต่เป็นพิธีกร นักแสดง เดินแฟชั่นโชว์ก็ทำมาแล้ว คือเป็นมาหลายอย่าง แต่สิ่งที่ไม่เคยทำเลยคือการร้องเพลงขึ้นคอนเสิร์ต ครั้งนี้ก็ขอบคุณไทยประกันชีวิตและ The palace ที่ให้โอกาสจ๊ะจ๋าได้ลองทำอะไรที่มันท้าทาย ผลตอบรับก็ค่อนข้างพอใจค่ะ จ๊ะจ๋าชอบมาก(ยิ้ม)”

”ส่วนเรื่องท่าเต้นที่บอกถึงเนื้อถึงตัวกับพี่ “จิ๊บ วสุ แสงสิงแก้ว” คือคอนเสิร์จนี้เป็นไปตามหนังเลยค่ะ สำหรับใครที่เป็นแฟนๆ ของ “Grease” จะบอกเลยว่าคู่นี้เป็นคู่ที่น่ารักมากๆ เป็นเด็กนัธยม 2 คนที่จีบกัน ก็จะมีฉากกุ๊กกิ๊กกัน ส่วนคนอื่นจะมองยังไงจริงๆ มันก็เป็นเรื่องของงานนะคะ ใครที่เห็นภาพนี้แล้วนึกย้อนไปถึงหนังเรื่องนี้ก็จะดีมากเลยค่ะ กับภาพที่บอกว่าประคองขึ้นรถอันนี้จ๊ะจ๋าเห็นแล้วค่ะ คือไม่ได้เห็นภาพแต่เห็นสื่อได้เขียนขึ้นมาว่าประคองจ๊ะจ๋าขึ้นรถ แต่ถ้าได้เห็นภาพคือไม่ได้ประคองขึ้นรถแต่เป็นภาพในคอนเสิร์ต คือเรื่องนี้พี่เขาให้สัมภาษณ์ไปแล้วจ๊ะจ๋าก็ขอไม่พูดอะไรต่อแล้วกัน ก็เป็นไปตามนั้นค่ะ พี่เขาว่ายังไงจ๊ะจ๋าก็ว่าอย่างนั้น แต่ว่าการที่เราได้ทำงานร่วมกันมากขึ้นความสนิทสนมในการทำงานมันก็ต้องมีเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องปกติของสังคมคนเรา ทีนี้จ๊ะจ๋ากับพี่จิ๊บที่เราเดินสายโปรโมทและซ้อมเต้นด้วยกันมาเป็นปีก็คงไม่แปลกที่เราจะสนิทสนมกัน”

”จ๊ะจ๋าว่าเราต้องแยกให้ออกก่อนว่าชีวิตจริงของเราคืออะไรแล้วชีวิตในโลกของสื่อคืออะไร ชีวิตของจ๊ะจ๋าคือทำงานทุกวันเป็นเรื่องปกติแล้วเวลาที่เราได้ร่วมงานกับใครก็ไม่แปลกที่จะสนิทสนมกันทุกคนด้วยความเป็นมืออาชีพของพวกเรา ทีนี้พอมีข่าวที่คนสนใจในเรื่องของความรักหรืออะไรก็แล้วแต่จ๊ะจ๋าก็ขอยกเรื่องพวกนี้ให้เป็นเรื่องความสนใจของข่าวเพราะงานกับเรื่องส่วนตัวมันไม่ควรจะเอามาปนกันและไม่ควรที่จะนำภาวะของข่าวมาทำให้งานของเราสะดุด จ๊ะจ๋าเคยให้สำภาษณ์ไปแล้วว่าการเป็นมืออาชีพเราพร้อมจะทำงานกับทุกคนที่เป็นมืออาชีพ ทางพี่จิ๊บเองเขาก็เป็นพี่ที่น่ารัก มีความตั้งใจในการทำงานและมีคำแนะนำที่ดี พี่เขาเป็นมืออาชีพมากๆ เพราะมีหลายครั้งที่พี่เขาให้ความช่วยเหลือในงานใหม่ๆ ของเรา จ๊ะจ๋าโชคดีมากๆ ที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับคนที่เก่งและมีความสามารถค่ะ”

”ถามว่าซีเรียสกับข่าวไหมจะซีเรียสทำไมคะ ความสัมพันธ์ที่ดีไม่มีอะไรต้องซีเรียสหรอกค่ะ(ยิ้ม) สำหรับที่พี่จิ๊บพูดให้เกียรติจ๊ะจ๋าก็ขอบคุณค่ะ จริงๆ ตัวจ๊ะจ๋าเองบอกตรงๆ เลยว่าไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสักเท่าไรด้วยความที่ยุ่งมากๆ แต่ตัวจ๊ะจ๋าก็ชอบอ่านข่าวซุบซิบเหมือนกัน ข่าวดารานี่สนุกมากๆ (หัวเราะ) แต่คือในหลายๆ เรื่องมันเป็นความรู้สึกที่ดี สำหรับใครที่มีความรู้สึกดีๆ ให้เราถ้ารับไว้มันก็เป็นสิ่งที่ดี ก็ขอบคุณมากๆ ในการพูดถึงที่ดี ขอบคุณสำหรับคำชมต่างๆ ค่ะ ที่บอกพี่จิ๊บไม่กล้าเขยิบความสัมพันธ์ก็เอาตามนั้นเลยค่ะ จ๊ะจ๋าว่าจุดที่ดีที่สุดในเรื่องของความสัมพันธ์ก็คือความสบายใจ สบายใจตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น สบายใจที่จะบอกอะไรก็บอกแบบนั้น ตัวจ๊ะจ๋าเองก็เป็นธรรมชาตินะ เวลาอยู่หน้ากล้องหรือหลังกล้องจ๊ะจ๋าก็เป็นแบบนี้เพียงแต่หลังกล้องอาจจะมีมุมที่ซนนิดหน่อย สำหรับจ๊ะจ๋าเรื่องข่าวไม่ค่อยมีผลอะไรยกเว้นข่าวที่ทำให้เสียใจก็อาจจะมีเก็บไปร้องไห้ที่บ้านคนเดียว(หัวเราะ) ก็สบายๆ ค่ะ”

”ตอนนี้มีหนุ่มเข้ามาคุยบ้างค่ะ สเปกมีอยู่แล้ว ถามว่าหนุ่มที่เข้ามาตรงสเปกไหมก็…อยู่ในจุดที่เลือกได้ก็ควรจะเลือกนิดหนึ่ง(ยิ้ม) เอาเป็นว่าถ้าเริ่มมีความชัดเจนจ๊ะจ๋าเองก็ไม่ใช่คนที่หลบซ่อน ตัวเราก็ค่อนข้างเปิดเผยเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวกับคนรอบข้าง ถ้าใครเห็นจ๊ะจ๋าไปทานข้าวหรือไปไหนกสามารถทักทายได้ ถามได้ ถ้าใช่จ๊ะจ๋าก็จะส่งสัญญาณให้รู้เลยว่าใช่ บางทีในเรื่องความสัมพันธ์สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะผู้หญิงไทยการที่จะออกมาพูดมากๆ จ๊ะจ๋าว่ามันเป็นสิ่งที่อาจจะต้องระมัดระวัง อีกอย่างเราเป็นคนของสื่อด้วย น้องๆ ที่มาเห็นเขาจะคิดว่าคนที่เขาชื่นชอบมีการวางตัวแบบไหนและพูดยังไง ยิ่งยุคนี้เป็นยุคที่โลกโซเชี่ยลมันไวมากๆ การจะพูดอะไรก็น่าจะกรองสักหน่อยเพราะบางครั้งคำพูดของเราอาจจะส่งผลให้คนรู้สึกไม่ดี อันนี้ก็ต้องระวังกันนิดหนึ่ง เรื่องความรักก็เหมือนกันค่ะ(ยิ้ม)”