แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จ๊ะจ๋า พริมรตา แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ จ๊ะจ๋า พริมรตา แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

จ๊ะจ๋า แจงเหตุเต้นแนบ จิ๊บ-วสุ บนคอนเสิร์ต เผยปลื้มคนชมฝีมือการแสดงดีขึ้น

เมื่อเร็วๆ นี้เห็นกระทู้ในเว็บไซต์แห่งหนึ่งที่คนต่างก็พูดถึงละครที่สาว “จ๊ะจ๋า” ได้แสดงพร้อมกับชมไม่ขาดปากว่าสาว “จ๊ะจ๋า” แสดงได้อินสุดๆ งานนี้ทำเอาเจ้าตัวคงปลื้มอกปลื้มใจกันน่าดู



ล่าสุดพอมีโอกาสได้เจอสาว จ๊ะจ๋า พริมรตา เดชอุดม โดยเจ้าตัวก็พูดถึงเรื่องนี้ให้ฟังว่า
”ก็อยากจะบอกว่าขอบคุณมากๆ ที่พูดถึงและบอกต่อค่ะ จริงๆ มันเป็นกระทู้เล็กๆ ในพันทิปเกี่ยวกับละครที่จ๊ะจ๋าเล่น ตัวจ๊ะจ๋าได้เข้าไปดูแล้วแต่ไม่แน่ใจว่าได้แคปลงอินสตาแกรมหรือเปล่า ยังไงก็ฝากขอบคุณตรงนี้เลยว่าขอบคุณมากๆ ที่เขียนถึงเรา แล้วทุกคำติชมมีอะไรบอกจ๊ะจ๋าได้เลยเพราะจ๊ะจ๋าจะนำมาพัฒนาฝีมือต่อไปเรื่อยๆ ค่ะ ในการเป็นนักแสดงสิ่งที่สำคัญนอกจากมีคนชอบละครที่เราแสดงแล้วก็คือมีคนเห็นว่าเรามีการพัฒนาที่ดีขึ้น ก็ดีใจค่ะ(ยิ้ม)”

”ละครแนวดราม่าจ๊ะจ๋าคิดว่าน่าจะมีมาเรื่อยๆ แต่เรื่องต่อไปที่จะได้ชมจะเป็นแนวตลกคอเมดี้จาก “หมอผีไซเบอร์” เป็นนางตานีแสนซนและป่วนทุกคนทั้งเรื่อง ก็จะเล่นกับหมอก้องและแพทค่ะ ก็ไม่กดดันนะคะ ยิ่งกระแสในโลกโซเชี่ยลมาแรงเวลาคนติชมจ๊ะจ๋าว่ามันทำให้เราใกล้ชิดกับคนดูมากขึ้น แม้ว่าละครจะถ่ายล่วงหน้าก่อนออนแอร์มันไม่มีทางแก้ไขอะไรได้แต่ทุกคำติชมก็สามารถเป็นกำลังใจให้เราต่อไปได้ เป็นสิ่งที่ทำให้เราได้ปรับปรุงฝีมือของเราในเรื่องต่อๆ ไปค่ะ กับละครเรื่องอื่นปีหน้าจ๊ะจ๋าว่าทุกคนคงได้เห็นละครของจ๊ะจ๋าเยอะหน่อยนะคะ ตอนนี้ที่มีอยู่ก็ 3 เรื่องคือ “หมอผีไซเบอร์”, “สะใภ้จ้าว” แล้วก็มี “บุษบาเร่รัก” ถ้าอันไหนพูดชื่อผิดก็ขออภัยด้วยเพราะละครยังไม่ได้ถ่ายเลยค่ะ(ยิ้ม) ปีนี้เป็นปีที่จ๊ะจ๋ารู้สึกดีมากๆ เพราะเราถ่ายละคร 7 วันตลอดเลย ไม่มีเวลาทำอย่างอื่นเลยค่ะ”

”กับคอนเสิร์ตก็สนุกมากเลยค่ะ ประทับใจมากๆ เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับจ๊ะจ๋าอีกช่วงหนึ่งเลยค่ะ ได้ทำอะไรใหม่ๆ เป็นการเรียนรู้และเข้าไปในโลกเพลงของยุค 80 นะคะ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยขึ้นคอนเสิร์ตเลยค่ะ เคยแต่เป็นพิธีกร นักแสดง เดินแฟชั่นโชว์ก็ทำมาแล้ว คือเป็นมาหลายอย่าง แต่สิ่งที่ไม่เคยทำเลยคือการร้องเพลงขึ้นคอนเสิร์ต ครั้งนี้ก็ขอบคุณไทยประกันชีวิตและ The palace ที่ให้โอกาสจ๊ะจ๋าได้ลองทำอะไรที่มันท้าทาย ผลตอบรับก็ค่อนข้างพอใจค่ะ จ๊ะจ๋าชอบมาก(ยิ้ม)”

”ส่วนเรื่องท่าเต้นที่บอกถึงเนื้อถึงตัวกับพี่ “จิ๊บ วสุ แสงสิงแก้ว” คือคอนเสิร์จนี้เป็นไปตามหนังเลยค่ะ สำหรับใครที่เป็นแฟนๆ ของ “Grease” จะบอกเลยว่าคู่นี้เป็นคู่ที่น่ารักมากๆ เป็นเด็กนัธยม 2 คนที่จีบกัน ก็จะมีฉากกุ๊กกิ๊กกัน ส่วนคนอื่นจะมองยังไงจริงๆ มันก็เป็นเรื่องของงานนะคะ ใครที่เห็นภาพนี้แล้วนึกย้อนไปถึงหนังเรื่องนี้ก็จะดีมากเลยค่ะ กับภาพที่บอกว่าประคองขึ้นรถอันนี้จ๊ะจ๋าเห็นแล้วค่ะ คือไม่ได้เห็นภาพแต่เห็นสื่อได้เขียนขึ้นมาว่าประคองจ๊ะจ๋าขึ้นรถ แต่ถ้าได้เห็นภาพคือไม่ได้ประคองขึ้นรถแต่เป็นภาพในคอนเสิร์ต คือเรื่องนี้พี่เขาให้สัมภาษณ์ไปแล้วจ๊ะจ๋าก็ขอไม่พูดอะไรต่อแล้วกัน ก็เป็นไปตามนั้นค่ะ พี่เขาว่ายังไงจ๊ะจ๋าก็ว่าอย่างนั้น แต่ว่าการที่เราได้ทำงานร่วมกันมากขึ้นความสนิทสนมในการทำงานมันก็ต้องมีเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องปกติของสังคมคนเรา ทีนี้จ๊ะจ๋ากับพี่จิ๊บที่เราเดินสายโปรโมทและซ้อมเต้นด้วยกันมาเป็นปีก็คงไม่แปลกที่เราจะสนิทสนมกัน”

”จ๊ะจ๋าว่าเราต้องแยกให้ออกก่อนว่าชีวิตจริงของเราคืออะไรแล้วชีวิตในโลกของสื่อคืออะไร ชีวิตของจ๊ะจ๋าคือทำงานทุกวันเป็นเรื่องปกติแล้วเวลาที่เราได้ร่วมงานกับใครก็ไม่แปลกที่จะสนิทสนมกันทุกคนด้วยความเป็นมืออาชีพของพวกเรา ทีนี้พอมีข่าวที่คนสนใจในเรื่องของความรักหรืออะไรก็แล้วแต่จ๊ะจ๋าก็ขอยกเรื่องพวกนี้ให้เป็นเรื่องความสนใจของข่าวเพราะงานกับเรื่องส่วนตัวมันไม่ควรจะเอามาปนกันและไม่ควรที่จะนำภาวะของข่าวมาทำให้งานของเราสะดุด จ๊ะจ๋าเคยให้สำภาษณ์ไปแล้วว่าการเป็นมืออาชีพเราพร้อมจะทำงานกับทุกคนที่เป็นมืออาชีพ ทางพี่จิ๊บเองเขาก็เป็นพี่ที่น่ารัก มีความตั้งใจในการทำงานและมีคำแนะนำที่ดี พี่เขาเป็นมืออาชีพมากๆ เพราะมีหลายครั้งที่พี่เขาให้ความช่วยเหลือในงานใหม่ๆ ของเรา จ๊ะจ๋าโชคดีมากๆ ที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับคนที่เก่งและมีความสามารถค่ะ”

”ถามว่าซีเรียสกับข่าวไหมจะซีเรียสทำไมคะ ความสัมพันธ์ที่ดีไม่มีอะไรต้องซีเรียสหรอกค่ะ(ยิ้ม) สำหรับที่พี่จิ๊บพูดให้เกียรติจ๊ะจ๋าก็ขอบคุณค่ะ จริงๆ ตัวจ๊ะจ๋าเองบอกตรงๆ เลยว่าไม่ค่อยได้ติดตามข่าวสักเท่าไรด้วยความที่ยุ่งมากๆ แต่ตัวจ๊ะจ๋าก็ชอบอ่านข่าวซุบซิบเหมือนกัน ข่าวดารานี่สนุกมากๆ (หัวเราะ) แต่คือในหลายๆ เรื่องมันเป็นความรู้สึกที่ดี สำหรับใครที่มีความรู้สึกดีๆ ให้เราถ้ารับไว้มันก็เป็นสิ่งที่ดี ก็ขอบคุณมากๆ ในการพูดถึงที่ดี ขอบคุณสำหรับคำชมต่างๆ ค่ะ ที่บอกพี่จิ๊บไม่กล้าเขยิบความสัมพันธ์ก็เอาตามนั้นเลยค่ะ จ๊ะจ๋าว่าจุดที่ดีที่สุดในเรื่องของความสัมพันธ์ก็คือความสบายใจ สบายใจตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น สบายใจที่จะบอกอะไรก็บอกแบบนั้น ตัวจ๊ะจ๋าเองก็เป็นธรรมชาตินะ เวลาอยู่หน้ากล้องหรือหลังกล้องจ๊ะจ๋าก็เป็นแบบนี้เพียงแต่หลังกล้องอาจจะมีมุมที่ซนนิดหน่อย สำหรับจ๊ะจ๋าเรื่องข่าวไม่ค่อยมีผลอะไรยกเว้นข่าวที่ทำให้เสียใจก็อาจจะมีเก็บไปร้องไห้ที่บ้านคนเดียว(หัวเราะ) ก็สบายๆ ค่ะ”

”ตอนนี้มีหนุ่มเข้ามาคุยบ้างค่ะ สเปกมีอยู่แล้ว ถามว่าหนุ่มที่เข้ามาตรงสเปกไหมก็…อยู่ในจุดที่เลือกได้ก็ควรจะเลือกนิดหนึ่ง(ยิ้ม) เอาเป็นว่าถ้าเริ่มมีความชัดเจนจ๊ะจ๋าเองก็ไม่ใช่คนที่หลบซ่อน ตัวเราก็ค่อนข้างเปิดเผยเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวกับคนรอบข้าง ถ้าใครเห็นจ๊ะจ๋าไปทานข้าวหรือไปไหนกสามารถทักทายได้ ถามได้ ถ้าใช่จ๊ะจ๋าก็จะส่งสัญญาณให้รู้เลยว่าใช่ บางทีในเรื่องความสัมพันธ์สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะผู้หญิงไทยการที่จะออกมาพูดมากๆ จ๊ะจ๋าว่ามันเป็นสิ่งที่อาจจะต้องระมัดระวัง อีกอย่างเราเป็นคนของสื่อด้วย น้องๆ ที่มาเห็นเขาจะคิดว่าคนที่เขาชื่นชอบมีการวางตัวแบบไหนและพูดยังไง ยิ่งยุคนี้เป็นยุคที่โลกโซเชี่ยลมันไวมากๆ การจะพูดอะไรก็น่าจะกรองสักหน่อยเพราะบางครั้งคำพูดของเราอาจจะส่งผลให้คนรู้สึกไม่ดี อันนี้ก็ต้องระวังกันนิดหนึ่ง เรื่องความรักก็เหมือนกันค่ะ(ยิ้ม)”

วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2557

จ๊ะจ๋า ตอกกลับ หนิม นิ่มๆ พูดเคลียร์ไปชัดเจนควรจะพอได้แล้ว

กรณีรักสามเส้ากรณีนักแสดงสาว จ๊ะจ๋า พริมรตา เดชอุดม เข้าไปแทรกกลางความรักของ หนิม AF5 คะนึงนิจ ธนพิชชาภรณ์ กับนักร้องหนุ่มรุ่นใหญ่ จิ๊บ วสุ แสงสิงแก้ว จนรักล่ม ดูท่าจะไม่จบลงง่ายๆ เสียแล้ว เพราะล่าสุดหนิมออกมาให้สัมภาษณ์ว่าได้มีการโทรศัพท์เคลียร์กับจ๊ะจ๋า แต่กลับโดนอีกฝ่ายตอกกลับด้วยถ้อยคำรุนแรงชนิดที่ตัวเองก็นึกไม่ถึง และตอนนี้ก็ได้ยุติความสัมพันธ์กับจิ๊บไปเรียบร้อยแล้ว


ล่าสุดในงานประกาศเกียรติคุณ รางวัล “แม่ดีเด่นแห่งปี” และ “ลูกตัวอย่างกตัญญู” และรางวัล “ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม” ครั้งที่ ๒ ประจำปี ๒๕๕๗ ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสเจอจ๊ะจ๋า จึงได้สอบถามเรื่องดังกล่าวก็ได้ความมาว่า

“จ๊ะจ๋า ว่าคำพูดของคนเรามันสามารถจะพูดจริง พูดเกินจริง หรือว่าพูดโกหกก็ได้ แต่ว่าสุดท้ายแล้วใจของเราจะรู้ตัวเองว่าความจริงเป็นยังไง สำหรับ จ๊ะจ๋าบอกได้ว่าไม่เคยมีพฤติกรรมแบบนั้น โดยเฉพาะกับคนที่ จ๊ะจ๋า ไม่ได้รู้จักและไม่ได้สนิทสนม และยิ่งเป็นความอ่อนไหวแบบนี้ยิ่งไม่มีทางที่ จ๊ะจ๋า จะทำแบบนั้น ทีนี้ขอความกรุณาอย่าเอา จ๊ะจ๋า ไปเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์อะไรแบบนี้เลย จ๊ะจ๋า รู้สึกว่ามันเกินไปมากแล้ว และการที่เราได้เคลียร์พูดอะไรไปอย่างชัดเจนมันก็น่าจะจบแล้ว และไม่ควรจะมีประเด็นอะไรต่อที่โยงไปเกาเหลาผู้หญิงกับผู้หญิง ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ควรจะทำ”

“คือเราไม่จำเป็นต้องพูดทุกอย่างที่เรารู้ที่เราคิด เราเป็นคนในสื่อสารมวลชน คำพูดของดารานักแสดงกับคำพูดของประชาชนทั่วไปมันต่างกัน เวลาที่เราเป็นนักแสดงสิ่งที่เราพูดออกไปคือสิ่งที่ต้องเป็นความรับผิดชอบ ต่อสังคมด้วย รับผิดชอบต่อคนที่รับข่าวสารด้วย เวลาจ๊ะจ๋าเจอพี่ๆ นักข่าวก็จะบอกในสิ่งที่ จ๊ะจ๋า เป็น และพูดความจริงด้วยความจริงใจ ก็ขออนุญาตอย่าเอา จ๊ะจ๋า ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยไม่ว่าจะเป็นข่าวใดๆ ก็ตาม จ๊ะจ๋า เห็นหมด ขอบคุณทุกคอมเมนต์ ทุกคำติชม ขอบคุณที่มีคนมาบอกว่าพอได้แล้ว จบได้แล้ว มันไม่ได้ช่วยให้สังคมเรามีอะไรที่ดีขึ้น มันไม่ได้สร้างสรรค์อะไรเลยกับข่าวแบบนี้”

กลัวไหมว่าเรื่องไม่จบ เพราะคนอยากรู้ว่าใครพูดจริง ใครโกหก?
“จ๊ะจ๋าเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันจะไม่เกิดกับจ๊ะจ๋ากับคนรอบข้างแน่นอน เพราะว่าตัว จ๊ะจ๋า รู้ดีว่าเราเป็นคนยังไง และคนรอบข้าง จ๊ะจ๋า โดยเฉพาะครอบครัว เพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงาน คนในกองถ่าย ขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ เขาก็จะรู้จักเราดีว่าเราเป็นคนยังไง สุภาพยังไง เอาเป็นว่าคนที่วิจารณ์เรา คนที่ตีความเรา เขาเป็นคนที่ไม่รู้จักเรา เพราะ ฉะนั้นเราควรจะแคร์คนที่รู้จักหรือไม่รู้จักล่ะ แล้วการที่มีเรื่องราวแบบนี้ออกมา จ๊ะจ๋า ถามว่าข่าวนี้สร้างสิ่งที่ดีให้กับ อาชีพของเราหรือเปล่า สร้างสิ่งที่ดีให้กับความภูมิใจในตัวเราหรือเปล่า หรือสร้างสิ่งดีๆ ให้กับสังคมหรือเปล่า คำตอบนี้ขอให้คนที่ได้รับฟังใช้วิจารณญาณเอาเองค่ะ”

โกรธหนิมหรือไม่อย่างไร?
“ไม่โกรธหรอกค่ะ จ๊ะจ๋า ว่าเราเป็นพี่นะ อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่าพี่ยังไงก็เป็นพี่วันยังค่ำ ในวงการบันเทิงพี่น้องเพื่อนฝูงก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ถ้าเกิดเราแก้ปัญหาด้วยเหตุและผลทุกอย่างก็จะเป็นเหตุผล แต่ปัญหา ใดๆ ก็ตามที่ไม่ได้คิดก่อนพูดหรือว่าใช้อารมณ์นำแก้ปัญหา มันก็มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง เพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าเรารู้ตัว เรามีสติอะไรที่มันถาโถมเข้ามาเราก็ยืนเฉยๆ แล้วก็แค่บอกว่าเราเป็นยังไงเท่านั้นเอง ไม่ต้องไปหวั่นไหวกับมัน เอาเป็นว่า จ๊ะจ๋า และคนรอบข้างทั้งหมดรู้ว่าอะไรเป็นอะไร”

ยังได้คุยกับ “จิ๊บ วสุ” อยู่หรือเปล่า?
“ก็ได้คุยกับพี่จิ๊บค่ะ และยังคงคุยกันถึงประเด็นเรื่องข่าวพวกนี้แหละว่ามันเป็นยังไงถึงไหนกัน คืออายุของข่าวตามความเข้าใจของเรามันก็ควรจะมีเวลาของมัน สัมภาษณ์ไปแล้วอีก 2-3 วันเป็นข่าวทำงานและข่าวก็จะจบไป ก็ยังสงสัยว่าวงจรของข่าวนี้มันกระเพื่อมแรงจังนะ เพราะอะไร คำตอบที่จ๊ะจ๋าคิด คำตอบที่หลายๆ คนคิดก็อาจจะตรงกันหรือไม่ตรงกันก็ได้ แต่จ๊ะจ๋าขออนุญาตไม่อยู่ในวัตถุประสงค์อื่นใดที่ไม่เป็นความจริงหรือมีอะไรที่แอบแฝง”

“แต่พี่จิ๊บจะไปเคลียร์กับเขาหรือเปล่าอันนี้จ๊ะจ๋าตอบไม่ได้หรอกค่ะ เพราะเราไม่ได้พูดคุยกันเพื่อเคลียร์ เราพูดคุยกันในเชิงของการทำงานร่วมกัน แล้วก็มีโอกาสมีเวลาว่างก็นั่งคุยกันพี่เป็นยังไง น้องเป็นยังไง แล้วก็ไม่ใช่คุยกันสองคน แต่เป็นการคุยร่วมกันหลายคน เหมือนกับว่าตอนนี้มีที่ปรึกษาเยอะแยะมากมายที่บอกเราว่าเราควรจะทำยังไงกับ สิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งมันก็ตรงกับที่จ๊ะจ๋าคิดว่าถ้าเรายืนอยู่จุดไหนแล้วเรามั่นคง เราไม่จำเป็นต้องก้าวออกจากจุดนี้ไป เราอยู่กันคนละจุดอยู่แล้วในทุกๆ คน”

“จ๊ะจ๋าจะกังวลเรื่องความรู้สึกของคนที่อ่านข่าวมากกว่า จ๊ะจ๋าแคร์คนที่เป็นแฟนละคร แคร์คนที่ติดตามข่าวสารเรา และเด็กๆ หลายคนเห็นเราเป็นไอดอล แล้วข่าวแบบนี้มันเป็นข่าวที่ไม่ดี เขาก็จะตั้งคำถามว่าจริงหรือเปล่า ซึ่งเขาก็มีสิทธิจะตั้งเพราะว่าเขาไม่ได้รู้จักเรา ทีนี้เราเป็นนักแสดงเป็นคนของประชาชน ส่วนหนึ่งเราอยู่ได้เพราะแรงสนับสนุนจากพวกเขา แล้วจ๊ะจ๋าไม่มีโอกาสที่จะบอกว่าจริงๆ มันเป็นยังไง อยากจะเอาหลักฐานทุกอย่างมายืนยันตรงหน้าเลย แต่ว่าทำแล้วได้อะไร”

คิดว่าเราถูกใช้เป็นเครื่องมือโปรโมตอะไรหรือเปล่า?
“คิดว่าเราตกเป็นเครื่องมือไหม ดิฉันคือเหยื่อเหรอคะ (หัวเราะ) เอาเป็นว่าสิ่งที่ทุกคนคิดหรือสิ่งที่คนอื่นคิด จ๊ะจ๋า ไม่สามารถจะบอกได้ว่า มันใช่หรือไม่ใช่ จริงหรือไม่จริง เพราะมันคือความคิดเห็นส่วนบุคคล แต่จ๊ะจ๋าอยากจะบอกในฐานะที่ตัวเองอยู่ในวงการทำงานมานานแล้วนะคะ คือการที่เราจะก้าวไปสู่ในจุดที่มันมากกว่านี้ก็คือคุณภาพของงาน การที่เราตั้งใจทำงาน มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับนักข่าว กับเพื่อนในกองถ่าย มีความจริงใจกับสิ่งที่เราทำในเรื่องของงาน จ๊ะจ๋าว่ามันสำคัญกว่าและมันอยู่ยั่งยืนกว่าการที่เรามีข่าวในเรื่องแบบนี้ ไม่อย่างนั้นจ๊ะจ๋าก็คงมีข่าวตั้งแต่เข้าวงการแล้วล่ะ (ยิ้ม)”

“แต่ถามว่ากระทบกับภาพลักษณ์ของเราไหม อันนี้กระทบแน่นอนเพราะว่าเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ถามว่าจ๊ะจ๋าหวั่นไหวไหม ก็ถ้าเรามั่นใจในความถูกต้องความจริงใจของเราก็ไม่ต้องกลัว สัก วันหนึ่งข่าวเรื่องนี้มันก็จะผ่านไปเอง อย่างที่บอกว่ามันเหมือนลม ถ้าเราไปอ่อนไหวกับมัน เราก็จะกลายเป็นเครื่องมือของมัน เพราะฉะนั้นถ้าเรามีสติเราก็จะรู้ว่าควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไรค่ะ”