วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ฟรอยด์ ยอมรับอยู่ด้วยจริง แต่ไม่ได้ใช้เจลลี่มอมยา นศ.สาว จ่อฟ้องกลับถ้างานเสียหาย

นักแสดงหนุ่ม ฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์ ออกมานับว่าอยู่ในเหตุการณ์จริง แต่ไม่ได้ให้อะไรกิน และก็ไม่ได้ออกไปด้วยแต่อย่างใด งงว่าเรื่องมาถึงตัวเองได้ยังไง เตรียมดำเนินการทางกฎหมายหากงานได้รับความเสียหาย


หลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความเตือนภัยให้กับผู้หญิงว่า ตนเองเป็นนักศึกษาฝึกงานของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง และได้รู้จักกับรุ่นพี่ในที่ฝึกงาน โดยวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา รุ่นพี่ชวนไปทานข้าว และได้พบกับดาราคนหนึ่ง ซึ่งได้ยื่นเจลลี่ให้ทาน และบีบเจลล้างมือให้ ต่อมารู้สึกมึนหัว โลกหมุน จนเบลอ หัวใจเต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมา รู้สึกเหมือนโดนมอมยา จึงพยายามควบคุมสติ และเรียกรถผ่านแอพลิเคชั่นเพื่อไปโรงพยาบาล แต่ว่ารุ่นพี่พยายามจะปักหมุดไปที่อื่น ซึ่งตนเองยังคงยืนยันว่าจะไปโรงพยาบาล โดยระหว่างทางได้โทรศัพท์คุยกับพ่อตลอดเวลา หลังจากนั้นจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ลาดกระบัง ในวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา


จากการตรวจสอบภายในร้านอาหารดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิด เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงพบว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 16.03 น.ของวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพนักศึกษา และรุ่นพี่ เดินลงมาจากรถก่อนที่จะเข้าไปในร้านอาหาร จากนั้นประมาณ 15 นาที รุ่นพี่และดาราชายคนดังกล่าวได้เดินออกมาสูบบุหรี่ที่หน้าร้าน ก่อนจะกลับเข้าไปอีกครั้ง และออกมาอีกครั้งโดยมีรุ่นพี่ และตัวนักศึกษา ได้ขึ้นรถออกไปพร้อมกัน


โดยพนักงานสอบสวนเตรียมเชิญตัวรุ่นพี่และดาราคนดังกล่าวมาสอบปากคำเพิ่มเติมในวันที่ 20 พ.ย.นี้ สำหรับดารา ฟ. คนดังกล่าว มีรายงานว่าเป็นนักแสดงชื่อดัง เล่นภาพยนตร์ไทยระดับพันล้านมาแล้ว


ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดาราหนุ่มฟรอยด์ ณัฏฐพงษ์ ชาติพงศ์ ที่ถูกพาดพิงถึง ได้เปิดเผยผ่าน รายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ว่า ตนไปร้านนั้นจริง อยู่ในเหตุการณ์จริง โดยเรื่องเกิดขึ้นเมื่อวันอังคาร ร้านนี้ผมไปกินเป็นประจำอยู่แล้ว รุ่นน้องตน คือ ผู้ชาย เดินทางมาพร้อมผู้หญิง ผมรู้จักรุ่นน้องผู้ชาย และ ผู้ที่กล่าวหาผม วันที่เกิดเหตุร่วมโต๊ะกัน เพราะสนิทกัน ไม่ได้นัดกัน แต่สนิทกันเลยให้ร่วมโต๊ะกันได้ สั่งอาหารมากินกันตามปกติ

ฟรอยด์ เปิดเผยต่อว่า ในวันเกิดเหตุน้องบอกว่า หนาว ให้ปิดแอร์ ร้านก็ปิดแอร์ให้ จากนั้นมีการบอกว่า มึนหัว เหมือนจะเป็นลม ตนเองคิดว่า น้องเป็นอะไรหรือไม่ และคิดว่าเพิ่งมาจากข้างนอกอาจจะเหนื่อยหรือไปทำอะไรมาหรือไม่ จึงบอกว่า กินอะไรหวานๆ มั้ย โดยเหตุการณ์ดังกล่าว ทุกคนในร้านเห็นเหมือนกันหมดสามารถเรียกมาสอบถามได้ แต่ผู้หญิงยืนยันว่า อยากไปโรงพยาบาล จากนั้นมีการเรียกแกร็บ และรุ่นน้องผู้ชายได้ออกไปกับน้องผู้หญิง

“ผมงงมาก ว่า ข่าวมันมาเกี่ยวข้องกับผมได้อย่างไร ยืนยันว่า ผมอยู่ในเหตุการณ์แต่ไม่ได้ให้อะไรกิน หรือ ไม่ได้ออกไปด้วยแต่อย่างใด”

เมื่อถามว่า เยลลี่ คือ อะไร ฟรอยด์ กล่าวว่า  “ผมไม่ได้ยื่นอะไรให้กินทั้งนั้น มีแต่สั่งอาหารมากินบนโต๊ะ ก็กินด้วยกัน ผมก็ไม่รู้ว่า เขากินอะไรผิดสำแดง ผมไม่รู้ว่า ข้อมูลที่พูดออกมา มาถึงตัวผมได้ยังไง”

“ผมไม่ได้ให้เยลลี่ หรือ อะไรกิน ขนมบนโต๊ะวันเกิดเหตุ มีทั้งขนมที่ผมไปเที่ยวมาก็เอามากินด้วยกัน และที่สั่งมาจากร้าน แต่ยืนยันว่า เจลลี่ไม่ใช่ของผม ที่เดินออกมาสูบบุหรี่ น้องผู้หญิงอยู่ในร้าน เมื่อผมกลับเข้ามา น้องผู้หญิงบอกว่า มึน ซึ่งผมคิดว่า เขาไปเหนื่อยหรือร้อนมาจากข้างนอกอะไรหรือไม่”

“สุดท้ายน้องทั้งสองคนก็ไปโรงพยาบาลกัน ส่วนผมอยู่ในร้าน ไม่ได้ไปด้วย ส่วนที่บอกว่า คุยกับพ่อตลอดทางรุ่นน้องผู้ชายบอกผมว่าเป็นคนคุยกับพ่อของผู้หญิงไปจนถึงโรงพยาบาล ส่วนที่บอกว่า ปักหมุดไปที่อื่นไม่ใช่โรงพยาบาล ผมก็ไม่ทราบว่าใครเป็นคนปักหมุด”

ฟลอยด์ กล่าวที้งท้ายว่า
“ผมยินดีจะออกมาพูดเพราะไม่มีอะไรเกี่ยวกับผมเลย ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นผมได้รับผลกระทบต่อหน้าที่การงานของผม ทางอีเว้นท์ที่ผมกำลังจะทำก็ไม่สบายใจ สุดท้ายหากมีการแคนเซิลงานของผม ก็จะมีการดำเนินการทางกฎหมายหากผมได้รับความเสียหาย ผมยืนยันว่า ผมอยู่ในเหตุการณ์ แต่ไม่ได้มีการให้กินอะไร หรือ ไปกับน้องคนนี้แต่อย่างใด”

ล่าสุดจากการตรวจสอบพบว่าเป็นเยลลี่ที่มีส่วนผสมของกัญชานั้นมีอยู่จริง โดยจะมีสาร THC (Tetrahydrocannabinol) อยู่ 300 มิลลิกรัม โดยสาร THC มีคุณสมบัติต่อจิตประสาท ทำให้เกิดความผ่อนคลาย และเคลิบเคลิ้ม หากได้รับในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยลดอาการตึงเครียดได้ แต่หากได้รับในปริมาณที่มากเกินอาจเป็นอันตราย ซึ่งผลข้างเคียงของสาร THC จะทำให้มีอาการปากแห้ง กระหายน้ำ หัวใจเต้นเร็ว ตอบสนองช้า ตาแดง หรือความทรงจำลดลง ซึ่งในเบื้องต้นนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บรวบรวมพยานแวดล้อมไว้แล้ว ส่วนผลการตรวจร่างกายจากแพทย์คาดว่าไม่เกินสัปดาห์หน้าคงจะมีความชัดเจน.

ที่มา ข่าวสด

วันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562

ปาย สิตางค์ รับซุ่มเสริมอึ๋ม ยันลงทุนเพื่องาน ฟุ้งหวานใจไฟเขียวเซ็กซี่

นักแสดงสาว “ปาย สิตางศุ์ ปุณณภพ” ที่ช่วงหลังเสิร์ฟภาพเซ็กซี่ในอินสตาแกรมถี่ยิบ แถมยังดูแซ่บยกกำลัง ถามดูเจ้าตัวยืดอกรับว่าไปอัพอึ๋มเพิ่มความมั่นใจ ทำให้ดีกรีความเซ็กซี่ที่มีอยู่ยิ่งเพิ่มขึ้นไปอีก นอกจากนี้เจ้าตัวยังยอมรับว่ามีคนรู้ใจแล้วซึ่งเป็นหนุ่มนอกวงการ



ล่าสุด สื่อเจอสาว " ปาย" เลยถามถึงการอัพไซส์หน้าอกโดยเจ้าตัวเผยให้ฟังว่า
“จริง ๆ เริ่มมาจากหนูถ่ายละครหัวใจศิลา ในเรื่องเราต้องเล่นเป็นแม่เล้า ต้องแต่งตัวเซ็กซี่ สู้กับโจร เสื้อที่ปายใส่ต้องใช้สติ๊กเกอร์แปะ พอถ่ายฉากต่อสู้ ที่ถ่ายเอาต์ดอร์ เหงื่อออกเยอะทำให้ซิลิโคนหลุดลงมาเลยรู้สึกว่าไม่เวิร์คเลย ทำให้เรากังวลในเรื่องของการแสดง แล้วมีหลายคนมากที่อยากให้ทำ ตอนแรกปายรู้สึกว่าไม่ได้เป็นปัญหา เลยไม่ทำ แต่พอเกิดปัญหาในการทำงานแล้วเห็นได้ชัดในมอนิเตอร์ รู้สึกว่าควรทำดีกว่า ทำให้เราทำงาน การใส่เสื้อผ้าพอดีขึ้น"

คนรอบข้างว่ายังไงบ้าง?
“คนกดไลค์เยอะมากจริง ๆ (หัวเราะ) แล้วมีคนถามค่อนข้างเยอะว่าทำที่ไหน ดูดีจังเลย ทำให้เรามั่นใจ โดยรวมฟีดแบคออกมาคือดี ก็แฮปปี้” 

หลังจากนี้จะได้เห็นเซ็กซี่มากขึ้น?
“จริง ๆ เราก็เซ็กซี่มาตลอดอยู่พอทำแล้วเวลาแต่งตัวก็สวย ก็โชว์นิดนึง” 

หนุ่ม นิค หวานใจว่ายังไงบ้าง? 
“เค้าถ่ายรูปให้ตลอด ไม่ได้ว่าอะไร เราแต่งตัวตามกาลเทศะอยู่แล้ว ส่วนงานเซ็กซี่ก็มีติดต่อเข้ามาเยอะ แต่ด้วยความที่ปายอายุมากแล้ว ถ่ายมาหมดทุกเล่ม เดี๋ยวนี้เปิดไอจีมาก็โชว์ได้ เลยไม่ได้ถ่ายกับเล่มไหน แต่ในละครมีอยู่แล้วที่ต้องเซ็กซี่”

เค้าหวงมั้ย? 
“ก็ไม่ค่อยหวง เค้าชอบ เวลาใส่เซ็กซี่ก็ออกมาสวย” 

ต้องขออนุญาตเค้าก่อนทำมั้ย? 
“ไม่เลยค่ะ ขอแม่คนเดียวเลย”


ก่อนทำปรึกษาคนที่เคยทำมั้ย?
“ถามยิปซี-คีรติ ทุกอย่าง เพราะเราไม่มีความรู้เลย“

อัพขึ้นมากขนาดไหน? 
“ประมาณเอไปซี ถ้าเทียบกับตัวก็ไม่ได้มากไป เมื่อก่อนเรามีความมั่นใจอยู่แล้ว พอทำแล้วก็มั่นใจขึ้น แต่ว่ามันมีปัญหาเรื่อง ดีเอ็มทางไอจีมาเยอะขึ้น อย่าง สวยจัง เซ็กซี่จัง ขอเลียหน่อย บางคนก็ส่งรูปมาเห็นหมดเลย เราก็บล็อก พอถึงเคสที่หนักมาก เราจะแคปข้อความของเค้า แล้วไปลงสตอรี่เราว่าช่วยไปด่าเค้าหน่อย แล้วเค้าก็จะปิดไอจีไปเลย” 

แฟนห่วงมั้ย? 
“เมื่อก่อนห่วงแต่ตอนนี้ไม่ค่อยห่วงแล้ว เหมือนเค้ารู้ว่าเรารับมือได้ เราก็มีบอกเค้าว่ามีคนนั้นคนนี้มานะ คือใครส่งอะไรมาเค้าก็จะรู้หมด“

ความรักตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?
“ความรักโอเค ก็ค่อนข้างแฮปปี้เลย” 

ตอนนี้คบกันมากี่ปีแล้ว? 
“ยังไม่ถึงปี ตอนนี้ก็ 7-8 เดือน ด้วยความที่โตแล้ว อายุมากแล้วเราก็ไม่อยากคบไปเล่นๆแล้วเลิกหรือคบไป 3 ปีเลิก ซึ่งตอนนั้นมดลูกเราก็ใกล้แห้งแล้วนะ น่าจะไม่ได้แล้ว ครั้งนี้ก็ค่อนข้างจริงจัง” 

มองอนาคตจะแต่งงานเมื่อไหร่?
“ก็รอดูก่อน ถ้าต่อไปอีกปี 2 ปี แล้วพร้อมก็อาจจะค่อยว่ากัน” 

ผู้ชายมีเกริ่นๆ บ้างหรือยัง?
“ต้องไปถามเค้า ก็มีคุยนิดหน่อย เรื่องบ้าน เรื่องอะไรแบบนี้” 

เรียกว่าคบแบบมองอนาคตจริงๆ?
“ก็ด้วยอายุของทั้งคู่เลยไม่อยากคบเล่นๆ ปลายทางก็อยากให้เป็นแบบนั้น แต่ถ้ามันไม่ได้ ก็ต้องคุยกัน เค้าเป็นคนที่น่ารักมากๆ อะไรที่เราไม่ชอบเค้าก็จะไม่ทำอีกซึ่งเค้าก็พิสูจน์ เราก็พยายามเพื่อเค้าด้วยเหมือนกัน”

เค้าเป็นหนุ่มนอกวงการ?
“ใช่ เป็นนักธุรกิจ ขายรถยนต์ ซื้อได้นะ”

เค้าเข้าใจการทำงานของเรามั้ย?
“ก็จะมีบ้าง เลิฟซีนก็จะต้องมีคุยหน่อย ส่วนบทบาทที่รับไม่ค่อยมีปัญหา”

เค้าขี้หึงมั้ย? 
“แรกๆ มี หลังๆ ไม่ค่อยละ เค้ารู้ว่าเราเป็นยังไง”


ที่มา สยามดารา