วันศุกร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

เจมี่ เปิดใจขอโทษทำหวอโผล่กลางงาน ปัดสร้างกระแสเรียกงาน

หลังจากที่นักแสดงสาว เจมี่ บูเฮอร์ สร้างความฮือฮาด้วยการอวดจีสตริงสีดำตั้งใจโชว์ของดีกลางงานประกาศผลรางวัล “สยามดารา สตาร์ อวอร์ด 2014″ จนโดนกระแสสังคมจวกยับและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงการแต่งตัวที่ไม่เหมาะสมเน้นโชว์ของสงวนเกินงาม 


แม้ว่า เจมี่ จะเตรียมตัวเตรียมใจรับกระแสด้านลบอยู่แล้ว พร้อมยืนยันว่าตนแต่งชุดซอร์ฟมาก มาในคอนเซ็ปต์ “กลัวโป๊”  แต่ภายหลังภาพดังกล่าวได้ถูกเผยแพร่และมีการแชร์กันไปว่อนเน็ตเพียงชั่วข้ามคืน เจมี่ก็โดนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอย่างมากมาย


ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เจมี่ ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เปิดใจผ่านรายการไนน์เอ็นเตอร์เทน ที่สตูดิโอ 2 บมจ.อสมท. พร้อมยกมือไหว้ขอโทษที่ภาพดังกล่าวกระทบความรู้สึกและขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของไทย พร้อมเปิดใจว่า

“ก็ขอโทษประชาชน ผู้ใหญ่ทุกคน และทุกคนที่เข้ามาคอมเมนต์นะคะ ขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ที่เป็นต้นเหตุให้มีภาพไม่เหมาะสมออกไป เจมี่ ก็รู้สึกเสียใจมาก บางทีภาพมันดูโป๊ไปหน่อยหนึ่งค่ะ ตอนแรกก็ทำใจมาก่อนอยู่แล้วว่าต้องมีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบ แต่ส่วนตัวหลังออกจากงานเมื่อคืนจนถึงตอนเช้า ได้เห็นภาพของตัวเอง ภาพที่ช้อนขึ้นมาแว่บรู้สึกว่ามันแรง มันโป๊มากๆ เลย”

“เรื่องชุดก่อนออกงานเราก็จะมีคอสตูมมีเมกอัพ ชุดคิดกันหลายคนดีไซน์กันหลายคน ที่บอกว่า เจมี่ เลือกเอง 8 ชม. คือเจมี่เป็นหนึ่งในทีมงานที่ไปเดินเลือกด้วยกัน หลายชุดมากที่เอามาลอง ว่าชุดไหนจะเหมาะสม ชุดไหนใส่แล้วพี่ๆ สื่อมวลชนจะชอบ ชุดไหนเจ้าของงานจะแฮปปี้ โจทย์มันก็หลากหลายอย่างมาก แล้วไปเลือกด้วยตัวเองด้วย”

“พูดกันตรงๆ จุดขายของชุดนั้นคือขาด้านขวาที่ผ่าขึ้นมา ทำให้เห็นว่าขาเรียว เล็ก ผอม จริงๆ ตั้งแต่ไปออกงานแรก เรารู้สึกว่ามีทั้งกระแสบวกและกระแสลบออกมา งานนี้อยากทำให้โป๊น้อยลงกว่าคราวที่แล้ว นี่เป็นจุดมุ่งหมายเลยค่ะ ก็เลยผ่าขึ้นมาข้างเดียวเห็นขาข้างเดียว แต่กลายเป็นว่าโป๊กว่างานที่แล้ว เพราะก่อนออกงานมีการลองโพสต์ว่าเราจะใช้โพสต์ไหนดี ลองเดินดู คิดว่าอย่างนี้โอเคแล้ว”

เผยมีคอมเมนต์ว่าชุดไม่เซ็กซี่ ทำให้พยายามโพสต์หน้ากล้องมากขึ้นจนเลยเถิด
“เอาเป็นความผิดของเจมี่แล้วกันนะคะ เวลาที่เราถ่ายรูปเราโฟกัสที่กล้องอย่างเดียว พอคนบอกว่าโพสต์หน่อยบิดหน่อย เราก็โฟกัสที่กล้อง เราไม่เห็นว่ากระโปรงจะเปิดมากแค่ไหน เพราะตอนแรกก็ไม่มีใครบอกว่าชุดไม่เหมาะสม แต่มีคอมเมนต์มาตอนเดินพรมดำก่อนขึ้นชั้นบน มีคอมเมนต์ว่าทำไมวันนี้แต่งตัวไม่เซ็กซี่เลย เราก็รู้สึกว่าเราธรรมดาไปหรือเปล่า ชุดที่เรากะไม่ให้โป๊อาจเรียบร้อยมากเกินไป เวลาอยู่ต่อหน้ากล้องเราเลยพยายามมากขึ้น”

“คือเราต้องทำงานให้เต็มที่ เวลารับงานเราต้องทำให้เป็นสีสันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทุกอย่างทำเพื่อความบันเทิงเป็นสีสัน แต่พอกระแสออกมาภาพออกมา มันเกินคำว่าบันเทิงและสีสันไป”

มีคนว่ากลับมาทวงบัลลังก์ความเซ็กซี่?
“ไม่ต้องทวงบัลลังก์ค่ะเพราะเจมี่ไม่เคยมีภาพเซ็กซี่ก่อนอยู่แล้ว ไม่เคยถ่ายอะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่ยุคนี้เปลี่ยนไปการเซ็กซี่ในยุคโน้นเป็นเรื่องรุนแรงแต่ยุคนี้เป็นเรื่องสวยงาม ไม่ได้พรีเซ็นต์ว่าเรากลับมาเซ็กซี่ แต่อยากพรีเซ็นต์ว่าเรารูปร่างดีมากกว่า”

บางคนว่าขโมยซีนเรียกงาน?
“สำหรับเรื่องขโมยซีนเป็นไปไม่ได้ ทุกคนมีคาแรกเตอร์ มีคอนเซ็ปต์ของตัวเองออกมา แม้แต่ดาราที่เขามาเข้าชิงรางวัลเขาก็มีบทบาทของเขา เจมี่ก็มีบทบาทของเจมี่ที่ออกมาในวันนี้ เจมี่ไม่เคยคิดไปถึงขั้นว่าใครจะมาไม่มามันเป็นเรื่องของคุณ วันนี้เราไปเราต้องทำอะไรบ้างเราก็ทำให้เต็มที่แค่นั้นเอง ส่วนเรื่องเรียกงานเรียกกระแสก็ไม่ได้มองไกลขนาดนั้น เราอยู่กับงานโฟกัสกับหน้าที่ของเราตรงนี้เราต้องทำให้ดีที่สุด ผลจะเป็นยังไงอยู่ที่คนอื่นๆ”

เผยยังไม่มีงานติดต่อ นอกจากรับโทรศัพท์จากนักข่าวจนสายแทบไหม้
“ตั้งแต่เกิดเรื่องมาจนมาที่ไนน์เอ็นเตอร์เทน ยังไม่ว่างจากการรับโทรศัพท์เกินหนึ่งชม.เลย มีรับจากพี่ๆ สื่อมวลชน 99 เปอร์เซ็นต์ งานโชว์ตัวยังไม่มีค่ะ ส่วนที่บอกว่าเราตั้งใจขายผลิตภัณฑ์ก็ใช่ค่ะ เราเป็นพรีเซ็นเตอร์ผลิตภัณฑ์หนึ่งอยู่ เวลาเราแต่งตัวไปงานก็ให้เชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์ที่เราเป็นพรีเซ็นเตอร์ ก็ต้องโชว์ความผอมอะไรอย่างนี้ค่ะ แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็เอาเป็นว่าเป็นความผิดของเจมี่เองดีกว่า ชุดก็มีช่วยๆ กันเลือกอยู่แล้ว ต่อไปคงไม่ขนาดนี้”

ลั่นขอโทษที่ทำให้คนไทยรู้สึกไม่ดี
“วันนี้เจมี่ไม่อยากพูดอะไรมาก อยากขอโทษอย่างเดียวขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น ภาพที่ออกไปค่อนข้างรุนแรง แล้วกระทบความรู้สึกคนไทยและขนบธรรมเนียมที่มีมา เราไม่เคยคิดว่าภาพจะรุนแรงขนาดนี้ ขอพูดเท่านี้ดีกว่าค่ะ”

ยันโพสต์ “ไม่เคยแอ๊บใสต่อหน้ากล้องเหมือนดาราบางคน” แค่สีสัน ไม่ตั้งใจเหน็บใคร
“อันนั้นโพสต์ตั้งแต่งานที่แล้วโพสต์เพื่อเป็นสีสันมากกว่าต่อจากกระแสคราวโน้นค่ะ คนที่ดูแรงๆ ไม่มีอะไรแต่คนเรียบร้อยอาจเปรี้ยวนิดหนึ่ง ไม่ได้จงใจกัดใครค่ะ ต่อไปก็คงต้องระวัง จากที่เคยรู้สึกว่าคอนเซ็ปต์มีอะไรที่แปลก กับของเดิมๆ ที่ทำมา เราอาจฉีกแนวออกไปก็คงไม่แล้วค่ะ คงเป็นไปอย่างที่เขาใส่ๆ กันค่ะ”

“ต่อไปถ้ามีงานติดต่อมาก็ต้องดูคอนเซ็ปต์ค่ะ ดูว่าออกมาแล้วมีผลลบหรือผลบวกกับเรา ทีนี้โจทย์ที่เราต้องคิดต่อไปว่างานนี้ออกไปจะลบหรือบวกกับเราแบบนี้มากกว่า”

ปัดอยากเป็นไอดอลเด็กรุ่นใหม่ วอนอย่าเลียนแบบ
“ที่บอกว่าอยากเป็นไอดอล หมายถึงคนที่มีวิชาชีพภาพลักษณ์เซ็กซี่ออกมา ไม่ได้หมายถึงเยาวชนทุกคนจะต้องทำแบบเรา มันไม่ใช่ เราไม่ได้อยากให้ใครเลียนแบบ ส่วนกระแสด้านลบเดี๋ยวมันก็ผ่านไปค่ะ”

ที่มา   Rakdara, Siamdara

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

มาร์กี้ ยันเลิก ต้อง ไม่เกี่ยว บอย ปกรณ์

หลังจากนางเอกสาว มาร์กี้ ราศี บาเลนซิเอก้า ออกมายอมรับว่าได้เลิกกับหนุ่ม ต้อง จุลวุฒิ ชลลัมพี มา 2 เดือนกว่าแล้ว เนื่องจากไลฟ์สไตล์ไม่ตรงกัน ยันไม่เกี่ยวกับพระเอกหนวดซี้ปึ๊ก บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ แน่นอน

ทำให้ทุกสายตาพากันคาดเดาว่าแล้วแฟนคนต่อไปของ มาร์กี้ คือใคร? จะเป็นหนุ่มในวงการ หรือนอกวงการ ขณะที่ตัวนางเอกสาวยังไม่มีการโฟกัสเรื่องของหัวใจแต่อย่างไร
แต่ขอโฟกัส เรื่องของการดูแลใจตัวเองมากกว่า โดย มาร์กี้ เผยเคล็ดลับกระชับอกฝ่าวิกฤติเลิฟ ผ่านนิตยสารสลิมมิ่ง (Slimming) มาฝากแฟนๆ ดังนี้

"ไม่ยึดติด...ชีวิตก็สุขขึ้น"

"โชคดีเป็นคนไม่ค่อยคิดมาก หรือซีเรียสกับอะไรนานๆ ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น หรือเจอเรื่องไม่สบายใจ ก็จะพยายามปล่อยวาง หากิจกรรม หรือทำอะไรที่ตัวเองมีความสุข ก็ช่วยให้ลืมเรื่องเครียดๆ ไปได้ เช่น ถ้ามีเวลาว่างเยอะๆ ก็จัดทริปไปเที่ยวต่างจังหวัด ต่างประเทศกับเพื่อนๆ หรือเปิดทีวีดูที่บ้าน แค่นี้ก็ลืมแล้วว่าตัวเองเครียดเรื่องอะไรอยู่ เป็นคนที่ลืมง่ายมาก กี้คิดเสมอว่าไม่ว่าอะไรเข้ามาในชีวิต ทั้งความสุข หรือความทุกข์ สักวันหนึ่งมันก็ต้องผ่านพ้นไป ถ้าเราไม่ยึดติด ชีวิตก็จะมีความสุขมากขึ้น ทุกอย่างอยู่ที่ตัวเราว่าจะเก็บสิ่งนั้นมาใส่ใจรึเปล่า ถ้าเป็นสิ่งที่ดี ก็ควรเก็บไว้ แต่ถ้าไม่ดี แค่ทิ้งมันไป”

สเปคผู้ชายในฝันของ มาร์กี้ เป็นยังไง?
"กี้ชอบผู้ชายร่าเริง สปอร์ตแมน ลุยๆ ไม่ต้องสำอางมาก สนุกสนาน เฮฮา เข้ากับเพื่อนๆ เราได้ ที่สำคัญต้องรักครอบครัวเราด้วย ไม่ชอบผู้ชายขี้อวด ขี้เก๊ก เวลาอยู่ด้วยคงรู้สึกอึดอัด กี้ไม่เชื่อในพรหมลิขิต แต่เชื่อในการแต่งงาน เพราะคิดว่าเป็นประเพณีหนึ่งที่เราต้องปฏิบัติ ถ้าจะอยู่ด้วยกันก็ต้องแต่งงาน ส่วนอนาคตยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น"

พอได้ฟังสเปคหนุ่มในฝันของสาว มาร์กี้แล้ว หน้าของหนุ่ม บอย-ปกรณ์ เด้งขึ้นมาเลย แต่เมื่อเจ้าตัวยืนยันแล้วว่าพระเอกหน้าหนวดคือ พี่ชาย ดังนั้นหนุ่มๆที่มีคุณสมบัติตามนี้ ที่แอบหลงรักนางเอก สวย น่ารัก นิสัยดี อย่าง มาร์กี้ ก็มีโอกาสลุ้นกันต่อ

ที่มา: สยามดารา