ข่าวที่น่าสนใจ

วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

หยก จัดหนักโพสต์ด่า ระวังจะไม่ได้แก่ตาย


หยก-ธัญยกันต์ จัดหนักโพสต์ด่าในอินสตาแกรมประมาณว่า ''แก่ไม่อยู่ส่วนแก่ มัวแต่เห่า ระวังจะไม่ได้แก่ตาย'' เผยไม่แคร์คนมองว่าแรง ถ้าไม่ชอบก็หยุดฟอลโลว์ไปเลย 



ไม่รู้ใครที่ไหนทำน้อง หยก ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์ ดาราสาวสวยแห่งวิก 7 สี อารมณ์ขึ้นถึงขนาดต้องข้อความโพสต์ตำหนิรุนแรงในอินสตาแกรมส่วนตัวของว่า ''แก่ไม่อยู่ส่วนแก่ อายุก็เหลือน้อยเต็มทน เก็บปากไว้ใส่ฟันปลอมเหอะ อย่ามัวแต่เห่า เดี๋ยวจะไม่ได้แก่ตาย'' พอได้เจอสาวหยกที่มาร่วมงานเปิดตัวโชว์รูมมอเตอร์เวย์วันก่อน จึงได้สอบถามถึงประเด็นดังกล่าวทันที ซึ่งสาวหยกเผยว่า
''ข้อความนั้นหยกไม่ได้อ้างอิงถึงใครค่ะ พูดโดยรวม คิดว่าคนไหนที่เล่นโซเชียลและติดตามหยก แล้วตัวเองทำไม่ดีเอาไว้อ่านไปก็คงจะโดน ที่เขียนไปแบบนั้นเพราะมันมีคนชอบนินทา ปากไม่อยู่สุข ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้าน หยกว่าน่าจะเอาเวลาไปทำมาหากินดีกว่าค่ะ ก็เลยสาดไปเลยทีเดียว ใครโดนก็โดนไป หยกรู้สึกว่าน่าจะหยุดการกระทำเขาได้แล้ว รำคาญ คนเรามีอะไรให้ทำตั้งเยอะ ไม่ใช่มานั่งสอดส่องเรื่องชาวบ้าน''

คนในวงการหรือเปล่า?
''คนนั้นไม่ใช่คนในวงการค่ะ คนข้างนอก ซึ่งมีอายุแล้ว เพียงแต่ว่าเขาไม่อยู่ในส่วนของเขา เราก็รำคาญกับพฤติกรรมแย่ๆ แค่นั้นเองค่ะ''

ไม่กลัวคนจะมองภาพเราแรงเหรอ?
''คือคนเรามันมีหลายด้านน่ะค่ะ อยู่ที่ว่าจะแสดงออกหรือเปล่า หยกว่าคนธรรมดาทั่วไปมีโอกาสโกรธ โมโห รัก หึงหวงเพียงแต่เขาไม่แสดงออก แต่หยกเป็นคนที่กล้าพูดกล้าทำและกล้าแสดงเท่านั้นเอง ซึ่งหยกเองก็ไม่ได้พูดจาหยาบคาย แต่พอตีความหมายมันก็อาจจะค่อนข้างแรง คือเขาอาจจะใช้คำกับเราไม่แรง แต่เขาใช้คำที่ไม่เหมาะสม ถ้าได้มาอ่านก็โดนไปแล้วกัน''

มีการเคลียร์กันนอกรอบหรือเปล่า?
''คงไม่เคลียร์ค่ะ ทำแย่มา เลวมาก็เลวใส่ อย่างบางคนก็บอกว่าปลงเถอะค่ะ คนเรายังปลงไม่ได้ ยังอยู่ในความอยาก ความโกรธ โมโหทุกอย่าง มีกิเลสหมดค่ะ ถ้าหยกปลงได้คงไม่อยู่ในวงการบันเทิง คงไปบวชเป็นพระแล้ว เดี๋ยวกรรมติดจรวด ปากมากเดี๋ยวคนรอบข้างก็รู้ว่าขี้นินทา แต่พวกนี้มันต้องเจอบ้าง แต่ถ้าไม่หยุดคงสู้กันไปสักพักค่ะ ถ้าเหนื่อยคงหยุดกันไปเอง''

เพื่อนหนุ่มคนสนิทว่าอย่างไรบ้างกับเรื่องนี้?
''เขาไม่ได้ถามค่ะ สงสัยเขาไม่เห็นว่าหยกระบายอะไรออกไป เพื่อนก็มาถามว่าด่าใคร บอกไม่ต้องรู้หรอก ฉันรู้ของฉันคนเดียวพอ รู้มากก็เรื่องมาก วุ่นวายไปกันใหญ่ อินสตาแกรมเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเรา ถ้าใครไม่ชอบก็หยุดฟอลโลว์ไปเลยค่ะ''

วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

คุณแดง โต้ไม่ดึงนางเอกลูกรักข้ามช่อง


คุณแดง สุรางค์ เปรมปรีดิ์ โต้เตรียมดึงตัวลูกรักอย่าง ขวัญ อุษามณี, อั้ม-พัชราภา และ แพนเค้ก เขมนิจ ที่ใกล้หมดสัญญากับทางต้นสังกัดมาร่วมงาน แย้มต้องดูตามความเหมาะสม


พอสบโอกาสได้พบ''คุณแดง'' สุรางค์ เปรมปรีดิ์ ในงานแถลงข่าวการจัดประกวด ''มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2013'' ณ ห้องฉัตรา โรงแรมสยาม เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวจึงได้สอบถามถึงเรื่องดังกล่าว ซึ่งคุณแดงได้แจงว่า

''เรื่องของตัวเองยังจะไม่รอดอยู่แล้วค่ะ เรื่องพวกนี้ไม่คุยกันหรอกค่ะ การทำละครก็จะปรึกษากับงัด แต่เรื่องนางงามไม่ได้คุยกัน ก็ทำอยู่หลายเรื่องนะคะ ในส่วนของนักแสดงก็มีมาจากเวทีนางงามบ้าง นักแสดงหน้าใหม่บ้างแล้วแต่ความเหมาะสม ส่วนนุ่นคงไม่ชวนดารารุ่นเดอะมาเล่นละครเย็น อาจจะไม่เหมาะสม นุ่นควรจะอยู่ละครหลังข่าวมากกว่า อีกทั้ง ขวัญ, แพนเค้ก, อั้ม, ที่ใกล้จะหมดสัญญากับช่อง 7 นั้น จริงๆ ด้วยมารยาทพี่ไม่ได้คุยกับเค้าหรอกค่ะ ถ้าเค้าหมดสัญญาก็แล้วแต่ความเหมาะสมค่ะ'' 


แล้วที่ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล อดีตผู้จัดการประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ ได้ไปเปิดเวทีมิส แกรนด์ ไทยแลนด์ที่ช่อง 7 สี รู้สึกอย่างไร?

''พี่ไม่ตอบนะ เพราะแต่ละเวทีเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ก็เป็นเรื่องของผู้เข้าประกวดที่จะไปประกวดเวทีไหน มีหลายเวทีก็ดี จะได้ทำการประกวดให้ดี''

วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ฝน ธนสุนทร เซ็งกระบะป้ายแดงโดนฉก


ฝน ธนสุนทร เกิดอาการเซ็งหลังโดนฉกรถกระบะป้ายแดงที่เพิ่งถอยออกมาแค่ 20 กว่าวัน ยังไม่ได้ผ่อนสักงวด โดยซื้อรถคันนี้เพื่อใช้ทำนาที่ปราจีนบุรี


นักร้องลูกทุ่งสาวเสียงหวาน ''ฝน ธนสุนทร'' ได้โพสต์อินสตราแกรมส่วนตัว ในช่วงเช้าวันที่ 23 ก.พ. 56 ที่ผ่านมาว่า เมื่อกลางดึกที่ผ่านมารถกระบะของตน ที่เป็นซูซูกิ รุ่นแคร์รี่ สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ก 3577 ได้หายที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ต.บัณฑิต ทรัพย์คง ร้อยเวร สภ.เมืองฉะเชิงเทรา โดยนางสุดา ไชยสมบูรณ์ อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นแม่ของ ''เอ'' อุไรมานัส ประสมสิน ผู้จัดส่วนตัวของลูกทุ่งสาวชื่อดัง โดย ฝน ธนสุนทร ได้เผยว่า
''เซ็งค่ะ รถคันนี้เพิ่งออกมาป้ายแดงมาราคา 4 แสนนิดๆ ฝนเพิ่งดาวน์ไปยังไม่ได้ผ่อนซักงวดเลยค่ะ ออกมาได้ 20 กว่าวัน เมื่องวดที่ผ่านมาก็เพิ่งถูกรางวัลจากป้ายทะเบียน 3577 หวยออก 57 รู้ข่าวตอนเช้าก็ตกใจค่ะ คาดว่ารถน่าจะหายตอนตี 2-3 ช่วงที่คนหลับสนิทกัน แม่ของผู้จัดการส่วนตัวเป็นคนปลูกต้นไม้เก่งท่านก็อาสาไปดูแลนาให้ คือรถคันนี้ฝนออกมาใช้ทำนา 45 ไร่ ที่อ.ศรีมหาโพธิ์ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งฝนเกี่ยวข้าวได้มา 2 ครั้งแล้วนี่เป็นครั้งที่ 3 เห็นว่าการทำงานกำลังไปได้ดี เลยตัดสินใจออกรถคันนี้มา เพื่อใช้บรรทุกของเข้านา เช่นเครื่องสูบน้ำ และของอื่นๆ เราจะได้ไม่ต้องไปจ้างรถขนของประหยัดทุน แต่ก็มาหายไปแล้วค่ะ คือแม่เข้ามาซ่อมมอเตอร์ไซค์ที่แปดริ้ว แต่ซ่อมไม่เสร็จก็ตัดสินใจนอนค้างที่นี่ ตื่นมาไม่เห็นรถก็มั่นใจเลยว่าหายไปแล้ว ตอนนี้ก็ไปแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้ว และก็ติดต่อประกันทำเรื่องอยู่ ก็ต้องรอเวลาดำเนินการ ถ้าได้รับการช่วยเหลือ ก็น่าจะ 90 เปอร์เซ็นต์ของราคารถน่ะค่ะ รถราคา 4 แสนกว่า ถ้าหารถไม่เจอก็น่าจะได้รับการช่วยเหลือ 3 แสนกว่า แต่อยากให้หารถเจอมากกว่าค่ะ''

โดยทางด้านพนักงานสอบสวนที่รับแจ้งเหตุ ร.ต.ต.บัณฑิต ทรัพย์คง เปิดเผยว่า ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และถ่ายรูปไว้เพื่อตรวจสอบแล้ว เนื่องจากบริเวณดังกล่าวไม่มีกล้องวงจรปิด พร้อมทั้งได้ทำการสอบปากคำ นางสุดา และคนในบ้านแต่ยังไม่ได้สงสัยใครเป็นพิเศษ และไม่เคยมีเรื่องกับใคร ซึ่งอาจเป็นฝีมือของแก๊งลักรถ แต่ในพื้นที่ไม่มีเหตุลักรถบ่อยนัก อย่างไรก็ตาม จะเร่งสืบสวนติดตามต่อไป

วันจันทร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ยิปโซ โต้สื่อ ไม่เคยพูดว่าจุฬาไม่ดี

ยิปโซ รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์ ขอแจงกรณีที่มีสื่อบันเทิงฉบับหนึ่ง ได้ลงข่าวการให้สัมภาษณ์ถึงการที่เธอตัดสินใจออกจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี หลักสูตรนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  โดยที่ได้เรียนมาถึง 3 ปี กับเหตุผลที่รู้สึกว่าตนเองไม่เหมาะกับการเรียนในปัจจุบัน ทำให้ตัดสินใจลาออกและเรียนออนไลน์ กับมหาวิทยาลัยในลอนดอนแทน


ล่าสุดนักแสดงสาวหน้าหมวย ยิปโซได้ออกมายืนยันว่าไม่ได้ให้สัมภาษณ์ทางเสื่อมเสียต่อสถาบัน พร้อมทั้งโพสต์ข้อความลงในอินสตาแกรมส่วนตัวของตนเองในลักษณะที่บทสัมภาษณ์ของเธอโดนตัดต่อทั้งภาพและเสียง

ข้อความในอินสตาแกรมของ ยิปโซ รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์ ความว่า
"อำนาจของสื่อสามารถตัดต่อทั้งภาพภาพและคำพูดของยิปจากที่พยายามตอบด้วยเหตุและผลและเจตนาที่ดี (ในสัมภาษณ์เต็ม) ให้กลายเป็นความอกตัญญูต่อสถาบันได้ ยิปได้พูดไว้อย่างชัดเจนว่ายิปไม่เคยเห็นว่าจุฬาไม่ดี แต่แค่เราแค่ไม่ได้เหมาะสม สิ่งที่ถูกกระทำให้โอกาสยิปในการเข้าใจว่าทำไมดาราหลายๆ คนถึงชอบตอบเซฟๆ การตอบอย่างจริงใจไม่ได้แปลว่าจะถูกสื่อออกไปอย่างจริงใจเสมอไป ขอมอบให้ทุกคนที่เป็นคนดูในวันนี้เป็นวิทยาทาน ขอให้เราคิดหน้าคิดหลังก่อนจะเชื่ออะไรทันที และสำหรับผู้กระทำซึ่งยิปจะไม่ขอเหมารวมเป็นชื่อบริษัทหรือสถาบัน เพราะมันอาจเป็นการกระทำโดยตั้งใจของคนไม่กี่คนในบริษัทที่อาจไม่ได้ตั้งใจทำร้ายอะไรยิปโซเลย ขออนุญาตขอโทษไว้ตรงนี้จริงๆ หากยิปเคยได้ทำผิดอะไรต่อคุณไว้โดยไม่รู้ตัว ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง วันนี้คือโอกาสในการลงโทษและจะขอยอมรับทั้งหมด แต่ยิปโซอาจจำเป็นต้องบอกว่าการกระทำของคุณทันกระทบมากกว่าความรู้สึกของยิปคนเดียว แต่มันเป็นการบิดเบือนความเข้าใจของคนดูที่มีแต่คุณไว้เป็นที่พึ่งทางข้อมูล ทำให้เขาต้องรู้สึกโกรธเกลรยดและไม่สบายใจโดยไม่มีเหตุจำเป็น สุดท้าย ฝากถึงศิลปินดาราที่ต้องพบเจอแบบเดียวกัน ขอให้ถือมันเป็นโจทย์ เราจะได้ความเข้าใจจากคนที่อยากเข้าใจเท่านั้น และเราไม่จำเป็นต้องได้มันจากทุกคน ทำหน้าที่เราให้ดีที่สุดโดยไม่เบียดเบียนใครพอ จะเอาใจช่วย เดินผ่านหน้าผ่านตากันตามงานไหนสามารถปรึกษากันได้เสมอ จะพยายามช่วยตามกำลังและเวลาที่กำหนด สำหรับข่าวนี้คนที่อยากดูอยากอ่านสัมภาษณ์เต็ม สามารถหาดูได้ทางยูทูปและเว็บไซต์อื่นๆ ตามปกติค่ะ"



ที่มาข้อมูล : มติชนออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ใหม่ ดาวิกา ลั่นไม่เอาคนมีเจ้าของ


ใหม่ ดาวิกา ลั่นจะมีแฟนทั้งทีไม่เอาคนมีเจ้าของ พร้อมย้ำชัด มาริโอ้ เป็นแค่เพื่อน โอกาสพัฒนาต้องดูกันยาวๆ ปัดโปรโมตหนัง “พี่มากพระโขนง” ที่เล่นด้วยกัน ไม่หวั่น “กุ๊บกิ๊บ” เข้าใจผิด ข่าวมือที่สามคงเป็นอาถรรพ์ของตนเองต้องทำใจ  

               
ดูเหมือนว่าถูกโฉลกกับการเป็นข่าวมือที่สามเกินสำหรับนางเอกสาว ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ที่ล่าสุดตกเป็นข่าวฉก มาริโอ้ เมาเร่อ มาจากแฟนสาว กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย  ภายหลังจากทั้งคู่แสดงภาพยนตร์เรื่อง “พี่มากพระโขนง” ด้วยกัน ที่ก่อนหน้านี้สาวใหม่จะแก้ข่าวไปแล้วว่าไม่มีอะไรทั้งสิ้น แต่ยังไม่วายมีกระแสข่าวออกมาว่า ตอนนี้ทั้งคู่แอบคบกันแบบเป็นจริงเป็นจังแล้ว พอได้เจอนางเอกสาว ใหม่ ในงาน “Shopaholic Experience by His&Her-KBank credit card” จึงได้สอบถามซึ่งได้ความมาว่า
               
“ไม่จริงค่ะ ยืนยันว่าไม่มีอะไร คุยกันเฉยๆ ไม่มีอะไรเลย แต่พอข่าวออกมาก็มีบ้างที่เราคุยค่ะ แต่ก็ไม่สนิทนะคะ คุยกันน้อยมาก ก็มีคุยเรื่องงานบ้างกับเรื่องทั่วไป ส่วนใครจะทักก่อนอันนี้ก็แล้วแต่ค่ะ บางเวลา วันก่อนนั้นก็แก้ข่าวไปแล้ว แถมมีคนช่วยด้วย (หัวเราะ) เราคุยกันโดยความบริสุทธิ์ใจ ไม่กลัวคนจะมองไปตอกย้ำข่าวกิ๊กกันอีกหรอกค่ะ เพราะถ้ามีอะไรออกมาก็ไม่มีอะไรจริงๆ ค่ะ”

โอกาสพัฒนามีหรือเปล่า ?          
“โอกาสพัฒนาคงต้องดูอีกยาวเลยค่ะ เพราะว่าเราคุยกันน้อยมากจริงๆ อย่าเรียกว่าเว้นระยะห่างเลยค่ะ เรียกว่าเรื่อยๆ ดีกว่า ไม่ได้โฟกัสว่าจะต้องเป็นอะไร ก็เป็นเพื่อนร่วมงานกัน กุ๊กกิ๊กกันในหนัง แล้วถ้าคนจะจิ้นก็แล้วแต่เลยค่ะ (หัวเราะ) แต่ถ้าจะให้พัฒนาเป็นคบกัน คงต้องดูไปอีกนานๆ เลยค่ะ”

เป็นการโปรโมตหนัง “พี่มาก พระโขนง” หรือเปล่า?
“โปรโมตเรื่องอื่นดีกว่าค่ะ อย่างเจอผีในกองอะไรแบบนี้ (หัวเราะ) ไหนๆ ก็เป็นข่าว แล้วอย่าลืมไปดูหนังด้วยนะคะ วันที่ 28 มีนาฯนี้”
               
เป็นข่าวมือที่สามอีกแล้วรู้สึกยังไง?
“บางคนบอกว่าเป็นอาถรรพ์ของน้องใหม่ค่ะ (หัวเราะ) เวลามีคนมาเล่นกับใหม่ก็จะเป็นข่าว ก็ไม่รู้สึกอะไรนะคะเพราะว่ามันก็ไม่มีอะไร ก็ไม่อึดอัดนะ ใหม่เป็นคนไม่คิดมากเรื่องนี้อยู่แล้วค่ะ คือถ้ามันไม่จริงเราก็ไม่รู้สึกอะไรค่ะ แต่อย่ามองว่าเป็นคนชอบมือที่สามนะ ชอบคนโสดค่ะ เราก็พอจะเข้าใจว่าเวลามีแฟนเราก็ไม่ค่อยอยากให้แฟนคุยกับคนอื่น มือที่สามมันไม่ใช่สิ่งที่ดีค่ะ”
               
กลัว “กุ๊บกิ๊บ” เข้าใจผิดไม๊?
“ไม่เกี่ยวค่ะ อันนี้เป็นเรื่องของเขาสองคน ถ้าใหม่จะมีแฟนทั้งทีคงไม่เอาคนที่มีเจ้าของแล้ว (หัวเราะ) พี่กุ๊บกิ๊บก็น่ารักค่ะ แล้วก็มีพูดคุยกันบ้าง แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เจอเลยค่ะ ตอนนี้ก็ถ่ายละครอยู่เลย คงรอช่วงหนังใกล้จะฉายถึงจะได้เจอกันค่ะ โทร.คุยก็คงไม่โทร.ค่ะ”
               
ปรึกษาเรื่องนี้กับผู้จัดการส่วนตัวหรือยัง?
“ยังไม่ได้คุยกับพี่เอเลยค่ะ ส่วนใหญ่คนที่คอยเตือนก็จะเป็นพี่เก้า (คนดูแลคิวงาน)มากกว่าค่ะ”
               
มีข่าวแบบนี้ถี่ หนุ่มๆ กล้ามาจีบหรือเปล่า?
“ไม่รู้เหมือนกันว่ากล้าหรือเปล่า (หัวเราะ)”
               
เห็นว่าหลังเล่นหนัง “พี่มากพระโขนง” ถึงกับผวาที่ถ่ายรูปลงอินสตาแกรม แต่กลับมีรูปคนติดอยู่ข้างหลัง ทั้งที่ไม่มีใคร?
“ใช่ค่ะ ตอนแรกเราลงไปก็ไม่เห็นนะว่ามีเงาอยู่ข้างหลัง แต่พอทุกคนเริ่มทักมากๆ เข้าก็ตกใจกลัวมาก ขนลุก ตอนนี้ก็กำลังสืบอยู่ว่าเป็นใคร คือตอนที่เราถ่ายเราก็มั่นใจว่าไม่มีใครข้างหลังเรา ตอนนี้ก็ยังไม่ได้เจอพี่ตากล้องเลยค่ะ ต้องรอไปถามพี่ทีมงานดูว่าสืบมาแล้วเป็นยังไง พอเจอแบบนี้เราก็มีทำบุญบ้างค่ะ ถ้ามีคนอยู่ข้างหลังเราขนาดนั้นเป็นใครก็กลัวค่ะ แต่ว่าทางกองถ่ายก็พาไปไหว้ขอขมาขออนุญาตกับย่านาคมาตั้งแต่เปิดกล้องเลยค่ะ”

ที่มาข้อมูล : ผู้จัดการออนไลน์


วันเสาร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

แชร์คลิป ซุปเปอร์จูเนียร์ทำ สรยุทธ เหวอกลางรายการว่อนเน็ต

สรยุทธ เหวอ โดนดึงมือพ้นไหล่ ซองมิน ซุปเปอร์จูเนียร์ เอ็ม กลางรายการ เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ จนกลายเป็นประเด็นแชร์คลิปย้อนหลังอย่างกว้างขวางในอินเตอร์เน็ต 


สืบเนื่องจากเมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทางรายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ มีการเชิญนักร้องบอยแบนด์ชื่อดังแดนกิมจิวง ซุปเปอร์จูเนียร์ เอ็ม ( Super Junior M ) มาออกรายการ โดยมีนักเล่าข่าวชื่อดัง สรยุทธ สุทัศนจินดา ดำเนินรายการตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือมีผู้ที่ติดตามรายการ ได้สังเกตเห็นว่า ช่วงที่ ซองมิน หนึ่งในสมาชิกในวงกำลังตอบคำถามอยู่ เฮียยุทธได้เอามือไปโอบไหล่ จากนั้น เฮนรี่ จาง หนุ่มอีกคนในวงที่นั่งอยู่ด้านหลัง ได้จับมือของพิธีกรดังออกจากไหล่ของเพื่อนสมาชิก พร้อมทั้งโบกมือทำนองว่ามันไม่เหมาะสม ทำเอาเฮียยุทธหน้าเหวอนิดๆ โดยที่ซองมินก็ยังคงมีสีหน้าปกติและตอบคำถามต่อไป

 

หลังจากนั้นไม่นานในสังคมออนไลน์ทีได้มีคนทำคลิปสัมภาษณ์ช็อตดึงมือสรยุทธออกกลางรายการ โพสต์ในยูทูบ ทำให้มีคนแชร์ไปจนทั่วพร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตอบโต้กันไปมาของทั้งสองฝ่าย ทั้งจากเอลฟ์(แฟนคลับ) ของ ซุปเปอร์จูเนียร์ เอ็ม และบรรดาแฟนคลับของเฮียสรยุทธ 

โดยที่บ้างก็ให้ความเห็นว่า ธรรมเนียมของเกาหลี ไหล่ถือเป็นของสูง การโอบไหล่ถือว่าเป็นเหมือนการเอามือมาเล่นหัวตามความเชื่อของคนไทย ที่ถือว่าไม่ให้เกียรติ เพราะไม่ได้สนิทสนม หรือรู้จักกันมานาน

บางคนก็บอกว่า ศิลปินส่วนใหญ่ถูกสอนมาให้รักษาบุคลิก และการระมัดระวังโดยเฉพาะเป็นศิลปินชายที่จะระมัดระวังเรื่องภาพออกสื่อชาย โอบกอดชาย

ขณะเดียวกัน แฟนคลับไทยบางคนก็มีการโต้แย้งว่า ไม่เห็นที่เกาหลีมีวัฒนธรรมห้ามโอบไหล่ทมี่ว่านั้นแต่อย่างใด และที่นี่ก็เป็นประเทศไทย สรยุทธก็เป็นคนไทย และเป็นพิธีกรที่เชิญศิลปินเหล่านี้มาสัมภาษณ์ ก็ไม่ได้ทำอะไรผิดแต่อย่างใด นักร้องเหล่านี้มีสิทธิพิเศษอะไรที่ทำไมถึงโอบกอดไม่ได้ ไร้มารยาท เป็นเทพมาจากไหน... ฯลฯ

อย่างไรก็ตามมีหลายคนยังตั้งข้อสังเกตได้น่าสนใจว่า ที่มีการดึงมือสรยุทธออกจากไหล่ของ ซองมิน อาจเป็นเพราะทีมงานต้นสังกัดของ เอสเจ ที่ยืนอยู่หลังกล้องส่งสัญญาณให้มีการนำมือของ สรยุทธออกจากตัวศิลปินมากกว่า

ขณะที่ทางด้านพิธีเล่าข่าวคนดังของไทยก็ไม่ได้มีอาการอะไรที่แสดงถึงความไม่พอใจที่ถูกดึงมือออก เพราะยังอัพรูปหนุ่มๆ ซุปเปอร์จูเนีย เอ็ม ลงอินสตาแกรม อวดบรรดาแฟนคลับอยู่ตลอดๆ แถมในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ในวันจันทร์ก็ยังมีการพูดชมศิลปินหนุ่มๆจากเกาหลีใต้วงนี้ ไม่ขาดปากว่าน่ารักเหมือนเดิม ทุกครั้งที่มาเมืองไทย



ที่มาข้อมูล : มติชนออนไลน์

วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

โฟกัส โต้ทำศัลยกรรม


หายหน้าหายตาจากวงการบันเทิงไปพักใหญ่สำหรับ โฟกัส จีระกุล ล่าสุดได้กลับมารับงานแสดงในภาพยนตร์เรื่องตี 3 และจากการที่ดูสวยขึ้นจนผิดหูผิดตาทำเอาหลายคนสงสัยว่าแอบไปทำศัลยกรรมมาหรือเปล่า พอได้เจอสาวโฟกัสเลยเปิดโอกาสให้ชี้แจงความว่า


หายหน้าจากวงการไปนานเท่าไหร่?
"ก็หายหน้าหายตาไปนานประมาณ 3 – 4 ปีค่ะ กลับมาเล่นหนังอีกรอบ เรื่อง ตี 3 ร่วมกับพี่สายป่านค่ะ ในเรื่องนี้บทก็จะดูเยอะขึ้น ได้เล่นหนังผีครั้งแรกด้วยค่ะ ก็เป็นอะไรที่ท้าทาย น่าลองค่ะ ต้องเคาะสนิมกันบ้าง ต้องเรียนเพิ่มเล็กน้อย เพราะว่าเป็นหนังผี ที่ไม่เคยลองเล่นเลยค่ะ"


มีข่าวว่าไปทำศัลยกรรมมาจริงไม๊?
"ที่ผ่านมา ก็มีคนทักว่าดูโตขึ้น ดูหน้าเปลี่ยนไปเพราะว่าจัดฟัน แต่ว่าตอนนี้เอาออกแล้วค่ะ หลายคนก็จะชอบบอกว่าทำศัลยกรรม แต่ยืนยันค่ะว่าไม่ได้ทำจริง ๆ ค่ะ ก็ไม่ได้ฟิตหุ่นอะไร แต่ว่าก็ควบคุมเรื่องการกินด้วยค่ะ น้ำหนักก็เลยลดลงไปนิดนึงค่ะ แต่คนก็จะบอกว่าเราไปทำจมูก ทำหน้า ทำตา เรียกว่าทำทั้งหน้าค่ะ ที่จริงแค่ดัดฟันอย่างเดียวที่ทำจริง ๆ ถ้ามีคนชวนไปทำศัลยกรรมเหรอคะ ถึงชวนก็คงไม่ทำค่ะ เป็นคนไม่ค่อยชอบแนวนี้เท่าไหร่ แต่ตอนแก่อาจจะทำก็ได้นะคะ เพราะว่าหน้าคงเหี่ยวมากแล้ว"

พร้อมกลับมารับงานในวงการเต็มตัวไม๊?
"ถามว่าอยากกลับมารับงานวงการบันเทิงไหม ก็อยากกลับมาค่ะ แต่ว่าเราก็ต้องดูแลตัวเองมากขึ้น"

เรื่องหัวใจเป็นไงบ้าง?
"เรื่องหัวใจก็มีคุย ๆ บ้างค่ะ ทั้งในและนอกวงการ เป็นเพื่อน ๆ กันมากกว่าค่ะ อย่าใช้คำว่าแฟนเลยค่ะ ดูไม่เหมาะกับเราเท่าไหร่ ยังไม่มีใครเป็นพิเศษ คุณแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะว่าการเป็นเพื่อนกันคงไม่ได้เสียหายอะไรค่ะ"

วันพฤหัสบดีที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ใบเตย เมินข่าวเปิดห้องฉลองวาเลนไทน์กับ ดีเจแมน


นักร้องลูกทุ่งสาว ใบเตย อาร์สยาม ขำๆกับข่าวสวีทวาเลนไทน์เปิดห้องที่พัทยาอยู่กับ ดีเจแมน โดนคนจับผิดหลังทั้งคู่โพสต์ภาพอ่างอาบน้ำในโรงแรมที่คล้ายกัน และเมื่อดูจากภาพแล้วอุปกรณ์ทุกอย่างดูเหมือนกันมาก จนทำให้ขาเม้าท์ต่างวิพากวิจารณ์ว่าอะไรมันจะพอดีขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่ที่เดียวกัน


โดยเมื่อนำความไปสอบถามสาวใบเตยทางด้านสาวใบเตยชี้แจงอย่างอารมณ์ดีว่า

"ก็เพิ่งได้เห็นนี่ล่ะค่ะพร้อมเพรียงกันค่ะ ก็คนละอ่างค่ะ ไม่ได้ไปด้วยกันค่ะ รู้สึกถ้าฝ่ายชายเค้าไปทำอย่างอื่นที่ตรงกับเราก็จะมีรูปอย่างงี้มาให้ได้เห็นตลอดล่ะค่ะ ไม่ได้อยู่ด้วยกันค่ะ อยู่ก็ดีค่ะแต่นี่ไม่ได้อยู่(หัวเราะ) ได้อยู่แป๊บนึงได้เจอะเจอเพราะว่าไปทำงานค่ะ เค้าไปเที่ยว ได้เจอ ได้ทานข้าวค่ะ ไม่ซีเรียสเลยค่ะ"


"เราทำงานของเราดีกว่าไม่อยากจะมานั่งเห็นความคิดของคนอื่นหรือว่าเอาความคิดคนอื่นมาทำให้บั่นทอนหัวใจหรือจิตใจเราอย่างนี้ค่ะ ทุกวันก็ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดคิดแค่นี้เองค่ะ"


"แฟนคลับเลิกชอบเราแบบเยอะมากไม่ใช่จากรูปชุดชั้นใน จากเรื่องพี่แมนด้วยว่ามีแบบแฟนคลับไลน์มาเยอะมากว่าพี่ใบเตยมีแฟนแล้วหนูขอลบแฟนเพจออกทั้งหมดอะไรอย่างเนี้ยะ คือมีมาตลอดเยอะมากค่ะเป็นร้อยๆ คนว่าหนูเสียใจมากพ่อแม่หนูก็เสียใจอะไรอย่างเนี้ยะ แบบโอ้โหตายและหนูก็ขำๆ ก็พยายามบอกเค้ามาตลอดว่ามันไม่ใช่อย่างนั้นนะพี่ก็ยังรักแฟนคลับเหมือนเดิม ยังไลน์มาหาพี่ได้ตลอด พี่ยังเหมือนเดิมทุกอย่างยังมีหน้าที่ให้ความสุขพวกหนูเหมือนเดิมอย่างนี้ค่ะ"



วันพุธที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ใหม่ ขำข่าวมือที่สาม มาริโอ้-กุ๊บกิ๊บ


ใหม่-ดาวิกา โดนตราหน้ามือที่ 3 อีกหนหลังเกิดข่าวลือซุ่มกิ๊ก มาริโอ้ เมาเร่อ ในกองถ่ายภาพยนตร์เรื่อง ''พี่มากพระโขนง'' เป็นเหตุทำให้สะบั้นรักกับแฟนสาวนางร้ายร่างเล็ก กุ๊บกิ๊บ-สุมณทิพย์ พร้อมยันยังโสดสนิทไม่มีแฟน



นางเอกลูกครึ่ง ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่ ที่เพิ่งพ้นข้อครหาเป็นข่าวมือที่ 3 ของคู่รักต่างวัย โดม-ปกรณ์ ลัม กับ กัสจัง-จิรันธนิน พิทักษ์พรตระกูล มาหมาดๆ แต่ต้องฉาวอีกครั้งเมื่อล่าสุดมีกระแสข่าวลือว่าเธอเป็นชนวนที่ทำให้ความรักของหนุ่มมาริโอ้ เมาเร่อ กับ สาวกุ๊บกิ๊บ-สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย ต้องสิ้นสุดลง จากการที่ทั้งคู่ไปสนิทกันขณะร่วมงานแสดงภาพยนตร์เรื่อง ''พี่มากพระโขนง'' จนถูกมองว่าเป็นนางร้ายนอกจอไปเป็นที่เรียบร้อย

ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 56 ผู้สื่อข่าวได้มีโอกาสถามเกี่ยวกับกระแสข่าวลือดังกล่าว ขณะที่ดาราสาวมาร่วมงาน ''SIAM CENTER IN LOVE'' ที่จัดขึ้น ณ ดิสคัฟเวอรี่ พลาซ่า สยามดิสคัฟเวอรี่ โดยงานนี้ ใหม่-ดาวิกา ได้ชี้แจงว่า
''อาจจะเป็นเพราะทำงานด้วยกันด้วยเนื่องจากกำลังถ่ายทำเรื่อง ''พี่มากพระโขนง'' อยู่ ซึ่งเราก็ร่วมงานกันตามปกติ ซึ่งตอนถ่ายทำพี่เขาก็ไม่ได้เทกแคร์อะไร คือต่างคนต่างเทกแคร์ตัวเองมากกว่าเพราะถ่ายทำกันถึงเช้า ซึ่งก็เหนื่อยมากแล้ว ถามว่ามีการคุยกันนอกรอบหลังจากถ่ายละครเสร็จแล้วมันก็มีบ้างค่ะ เพราะผู้จัดการเราสนิทกันมาก เพราะเราเป็นเด็กในสังกัดเดียวกัน ก็เป็นพี่น้องกันมากกว่าค่ะ ยืนยันว่ากับ ''พี่โอ้'' ไม่ได้เป็นอะไรพิเศษ''
   

รู้สึกเครียดบ้างไหมที่ตกเป็นข่าวมือที่ 3 อีกครั้ง?
''ก็มองเป็นเรื่องขำๆ ค่ะ ก็โดนมาจนไม่ได้รู้สึกอะไรแล้ว คิดว่าเดี๋ยวข่าวมันไม่ใช่ความจริงเดี๋ยวมันก็ผ่านไป สุดท้าย ใหม่ก็อยากบอกว่าอย่าเพิ่งเชื่ออะไรไปร้อยเปอร์เซ็นต์ก่อนที่จะได้ทราบจาก ใหม่

โสดนานแล้วเมื่อไหร่จะมีความรัก?
''ความรักเป็นสิ่งที่ดีค่ะ แต่ตอนนี้โสดเพราะใหม่ ก็ไม่ได้เร่งรีบอะไร รอให้พร้อมจริงๆ แล้วค่อยมีดีกว่าค่ะ''

ที่มาข้อมูล : สยามดารา

วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

กัสจัง แรงว์แช่งขาเม้าท์


กัสจัง-จิรันธนิน ฉุนขาดหลังโดนขาเม้าท์เหน็บให้รีบกอบโกยในตอนนี้ ถ้าเลิกกับ โดม-ปกรณ์ เมื่อไหร่คนคงไม่มีคนสนใจ  ทำเอาดาราสาวฉะแรง เป็นพวกมีมือมีเท้าไม่ทำงานให้เกิดประโยชน์ พวกริษยาเดี๋ยวไฟอิจฉาก็ก่อสารมะเร็งขึ้นมาฆ่ามันเอง


หลังจากเงียบห่างหายจากการโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า ล่าสุด กัสจัง จิรันธนิน พิทักษ์พรตระกูล สาวหน้าใส ต้องมาปวดหัวอีกครั้ง หลังจากที่มีข้อความเหน็บแนมที่รูปภาพซึ่งโปรโมตผลิตภัณฑ์ของเธอในอินสตาแกรมใจความว่า
''สู้ๆ นะคะ เลิกกับโดมเมื่อไหร่คนคงไม่สนใจ ตอนนี้กอบโกยอะไรได้ก็รีบๆ เลยจะได้ไม่อดตาย''
   
สาวกัสจังออกมาตอกกลับข้อความดังกล่าวทันทีว่า
''ขอโทษที มีมือมีเท้าไว้ทำงาน ไม่ได้ไว้มาด่าคนอื่นว่าเกาะใคร สงสารตัวเองเถอะค่ะ มีมือมีเท้าที่ไม่ได้ใช้ทำประโยชน์และไม่ได้ใช้ทำมาหากินเพื่อครอบครัวเหมือนเรา''
   

 วันต่อมาสาวกัสจงยังได้โพสต์รูปภาพที่คุยไลน์กับหนุ่มโดม ซึ่งหนุ่มโดมส่งมาให้กำลังใจ เป็นสติกเกอร์ผู้ชายมอบดอกไม้ให้ และสาวกัสจังก็ส่งกลับไปว่า ไอเลิฟยู พร้อมกับข้อความที่สาวกัสจังโพสต์แรงไม่แพ้ครั้งแรก
''วิธีเดียวที่จะแก้แค้นพวกอิจฉาริษยาได้คือการทำงานให้ดีประสบความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไป ไฟอิจฉาจะยิ่งเพิ่มในใจมันจนก่อสารมะเร็งขึ้นมาฆ่ามันเอง Oops ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ในรูปก่อนหน้านี้นะคะ''

งานนี้ทำเอาบรรดาสาวกที่ติดตามอินสตาแกรมของสาวกัสจังถึงกับสะใจ มาช่วยให้กำลังใจสาวกัสจังกันมากมายเลยทีเดียว

ที่มาข้อมูล : Siamdara

วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

งานเข้า ดีเจเดร หลังสบถด่าบอยแบนด์กิมจิ


งานเข้า ดีเจเดร-ดาวิเด โดริโก้ อย่างแรง หลังสบถ ''พ่อมึงตาย'' ใส่นักร้องบอยแบนด์ชื่อดังแดนกิมจิวง ''ซูเปอร์จูเนียร์ เอ็ม'' ทำเอาบรรดาแฟนคลับไม่พอใจการกระทำดังกล่าวของดีเจหนุ่ม โจมตีอย่างหนัก


กลายเป็นกระเแสร้อนแรงในโลกไซเบอร์ขณะนี้ จากกรณี ''ดีเจเดร'' ดาวิเด โดริโก้ ดีเจหนุ่มหัวฟูแห่งคลื่น Seed FM 97.5 ได้สบถถ้อยคำรุนแรงใส่นักร้องบอยแบนด์ดังแดนกิมจิ ''ซูเปอร์จูเนียร์ เอ็ม'' โดยที่ไม่ได้ปิดไมล์ทำให้หลุดออกอากาศไป ระหว่างรอสัมภาษณ์สดศิลปินซูเปอร์จูเนียร์ เอ็ม ทำให้บรรดาแฟนคลับนักร้องบอยแบนด์ดังแดนกิมจิออกมาตำหนิด่าว่าอย่างรุนแรง โดยมีรายงานว่าสาเหตุที่ทำให้ให้หนุ่มเดรสบถออกมา เป็นเพราะวงซูเปอร์จูเนียร์ เอ็ม ไปสัมภาษณ์ที่คลื่นวิทยุดังกล่าวล่าช้า เนื่องจากประสบปัญหาเครื่องบินดีเลย์ และเกิดไฟดับกว่าครึ่งชั่วโมง แถมยังต้องไปขึ้นเวทีที่สยามพารากอนเมื่อวานนี้

อย่างไรก็ตาม  แม้จะมีแฟนคลับวงซูเปอร์จูเนียร์ เอ็ม ที่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่คนบางกลุ่มแสดงความเห็นใจหนุ่มเดรว่าเป็นเรื่องน่าเบื่ออย่างมากที่ต้องมารอศิลปินที่มาช้า พร้อมทั้งให้กำลังหนุ่มเดรด้วย

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อไปยังดีเจเดร ซึ่งยังไม่สามารถติดต่อได้แต่อย่างใด ส่วนความคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะรายงานให้ทราบในโอกาสต่อไป

ที่มาข้อมูล : Siamdara

วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ข่าวณเดชน์จิ้นญาญ่า ทำให้งานเยอะขึ้น


ณเดชน์ คูกิมิยะ กับ ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ เป็นคู่รักในละครจนมีกระแสข่าวเมาท์ว่าทั้งคู่กำลังคบหาดูใจกันอยู่ ทำให้ทั้งคู่ต้องย้ำสถานะว่าเป็นแค่เพื่อนกัน แต่ไม่เบื่อโดนจับคู่เพราะเป็นข่าวแล้วงานเยอะ ขอเป็นข่าวไปอีก 10 ปี ด้านพ่อของณเดชน์เผยตื่นเต้นที่ลูกชายได้เล่น “คู่กรรม” ไม่มีเวลาศึกษาวัฒนธรรมคนญี่ปุ่นมากนัก แต่โชคดีได้ทีมงานช่วยติวเข้ม

     
เป็นคู่รักในจอมาหลายเรื่องจนแฟนคลับลุ้นอยากให้เป็นคู่รักจริงๆ สำหรับสาว “ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์” และหนุ่ม “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ที่มีข่าวเมาท์ว่า จริงๆ แล้วทั้งคู่คบหาดูใจกันอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่โดยไม่เปิดตัว แต่พอถามถึงเรื่องนี้ทีไรทั้งสองคนก็ยืนยันสถานะว่าเป็นแค่คู่รักกันในละครเท่านั้น
     
ณเดชน์ : “ไม่หรอกครับ ถ้าคบกันก็คงคบเลย ไม่ซุ่มหรอกครับ มันเป็นแบบนี้มา 3 ปีแล้วนะ ผมจำได้ ก็อยู่ๆ กันแบบนี้แหละครับ ถ้าเมาท์กันไป 10 ปี แล้วมีงานอย่างนี้ผมก็ถือว่าโอเคครับ ไม่เป็นไร ไม่เบื่อ ถือเป็นเรื่องธรรมดา”
     
ญาญ่า : “มันก็เป็นคำเม้าท์เหมือนเดิมแหละค่ะ คงเป็นกระแสจากละครที่จะเปิดมากกว่า จริงๆ ก็ไม่มีอะไร เราทำงานด้วยกันบ่อยคนก็อาจจะติดตา ก็ไปดูในละครก่อนค่ะ เป็นคู่รักในละคร”
     
ณเดชน์ : “ก็จิ้นกันไปก่อนนะครับ (ยิ้ม) เราก็เป็นเพื่อน เป็นพี่น้องกัน เรื่องพัฒนาอันนี้ก็ไม่รู้ครับ ตอนนี้ก็เป็นเพื่อนกันอยู่”
     
เมื่อถามถึงการได้เล่นภาพยนตร์ “คู่กรรม” ณเดชน์เผยพ่อของตนตื่นเต้น โอดมีเวลาน้อยในการศึกษาวัฒนธรรมคนญี่ปุ่น แต่โชคดีได้ทีมงานช่วยติวเข้ม

ณเดชน์ : “เวลาที่เราจะไปรู้จักกับคนญี่ปุ่นจริงๆ นี่น้อยมาก ด้วยความที่งานเราหลายๆ อย่าง การที่จะทำให้เราได้สัมผัสกับวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นมันน้อยเลย เราก็อาศัยดูจากพี่ๆ ที่เขามาสอนภาษาญี่ปุ่นที่กอง ก็ชวนเขาไปกินข้าว หรือไปไหนด้วยกัน แต่ของแบบนี้ก็ต้องใช้เวลามากหน่อย แต่ก็ยากนะครับ คือ คนไทยการแสดงออกจะน้อยกว่าคนญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นเขาจะโอเวอร์เบาๆ นิดๆ ก็มีพี่ๆ เขาคอยดูอยู่แล้วครับ ไม่ต้องห่วงอะไร”
“แต่ก็ถือว่าเป็นการท้าทายดี เพราะว่าเราต้องพูดภาษาญี่ปุ่นด้วย พูดภาษาไทยสำเนียงญี่ปุ่นด้วย ก็ถือว่ายากครับ แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี คุณพ่อเขาตื่นเต้นกับหนังมากกว่า คุณพ่อไม่ได้มาติวเลยครับ เพราะว่ามันเป็นคำศัพท์สมัยสงครามโลก ให้คุณพ่อพักผ่อนดีกว่า”

วันเสาร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

โย-บี ถ่ายนู้ดโปรโมตธุรกิจอาหารเสริม


หลังจากที่สองสาวเพื่อนซี้ โย ยศวดี หัสดีวิจิตร กับ บี น้ำทิพย์ จงรัชตะวิบูลย์ ลงทุนทำธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพร่วมกัน พร้อมกับเป็นพรีเซนเตอร์โปรโมตอาหารเสริมของตัวเองด้วยการเปลือยท่อนบนเผยผิวพรรณและสุขภาพที่ดี ทำให้มีกระแสตอบรับดีมากแม้ว่าจะยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมินใครจะมองเป็นนู้ด เพราะการถ่ายแบบๆนี้เป็นเรื่องปกติของนางแบบถือเป็นงานศิลปะอย่างหนึ่ง

     
 โย : “ยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ แค่ลองเปิดในอินสตาแกรม แต่เราก็มีถ่ายรูปโฆษณาของเราแล้ว ซึ่งเดี๋ยวเราจะเปิดประชาสัมพันธ์อย่างชัดเจนในเร็วๆ นี้”
     
บี : “แค่ลงในอินสตาแกรมคนก็เข้ามาสอบถามกันเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นคนนอกวงการและในวงการ ทุกคนให้ความสนใจเกี่ยวกับความสวยความงาม การควบคุมน้ำหนักมากเลย คนที่รักสุขภาพก็จะโทรเข้ามาติดต่อเรากัน”
     
โย : “ค่อนข้างเซอร์ไพรส์ที่ลูกค้าเราไม่ใช่แค่ผู้หญิงอย่างเดียว เรามีลูกค้าผู้ชายที่พอๆ กับผู้หญิงเลย ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะทุกอย่างเราต้องคำนวณจากนักโภชนาการก่อนถึงจะทำอาหารที่เหมาะสมไปให้ เราเองก็ลองเทสต์รสชาติอาหารด้วยตัวเองทุกอย่าง รับรองได้เลยว่าอาหารของเราคุณภาพดีและอร่อยมาก คนที่ทานยากพอลองได้ชิมอาหารของเราแล้วก็จะถูกใจกันทั้งนั้น มีคนส่งข้อความมาชมว่าอาหารอร่อยเยอะมาก ไม่เหมือนอาหารไดเอตฟูด แต่จริงๆ แล้วมันเป็นอาหารไดเอตฟูดที่แคลอรี่ต่ำมากๆ”
     
ลงทุนเปลือยท่อนบนถ่ายแบบโปรโมตสินค้า
โย : “เราไม่ได้พยายามโชว์ให้มันดูออกมาเป็นนู้ดอะไรนะ เราต้องการสื่อถึงความมีสุขภาพดี การทานอาหารที่ดีก็บ่งบอกถึงผิวพรรณที่ดี สิ่งที่จะทำให้คนเห็นได้คือต้องมาจากที่ตัวเราก่อน นั่นคือ สิ่งที่พรีเซ็นเตอร์ที่ดีควรทำ ช่างภาพเองเขาก็หาคอนเซปต์มาได้อย่างเหมาะสมกับงานของเรา ไม่ได้โป๊อะไร แค่เห็นแผ่นหลังเท่านั้นเอง”
     
บี : “งานเราที่ผ่านๆ มาโป๊กว่านี้อีก ตอนถ่ายเราก็เซฟกันอย่างดี ด้วยอาชีพของเราการโพสต์ท่าเซ็กซี่มันเป็นงานของเราอยู่แล้ว เรารู้ว่าลิมิตของเราได้แค่ไหน เราแค่อยากจะพรีเซ้นส์ว่าผิวพรรณเราดี หุ่นเราดีจริงๆ นะ เราไม่ได้เฟคมาถ่ายรูป อยากจะนำเสนอในด้านนี้มากกว่าค่ะ เราเองก็อยากให้คนมองว่ามันเป็นงานอาร์ตด้วย”
     
โย : “นู้ดก็คืองานอาร์ตงานนึง ไม่ซีเรียสค่ะ เพราะเรามองว่ามันเป็นงาน”

วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ชาวเน็ตสวดยับ Fingering วุ่นรักพักนิ้ว

เป็นกระแสร้อนแรงอย่างมากในโลกออนไลน์สำหรับ ภาพยนตร์แนว Queer เรื่อง วุ่นรักพักนิ้ว (Fingering) ที่ผลิตโดย QUEER MOVIE PRODUCTION CLUB (QMPC) ร่วมกับ StudioFun ที่ได้ขวัญใจหนุ่ม ๆ และเน็ตไอดอลสาวชาวไทยที่กำลังมาแรงขณะนี้อย่าง เอมมี่ สุนันทา เดวา สาวหมวยแก้มป่อง ที่มีคนติดตามในเฟซบุ๊กกว่า 5 แสนคนเลยทีเดียว โดยรับบทเป็น มิ แฟนสาวของทอม เรื่องราวของ Fingering-วุ่นรักพักนิ้ว เกี่ยวกับรักข้ามเพศของทอมที่ไม่สามารถให้ความสุขโดยใช้นิ้วกับแฟนสาวได้.


เมื่อภาพยนตร์ตัวอย่างได้ถูกปล่อยออกมาในยูทูป ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในอินเทอร์เน็ต เกี่ยวกับความแรง การพูดเรื่องเซ็กส์อย่างโจ่งแจ้ง และยังมีฉากแสดงออกถึงการมีเพศสัมพันธ์ ทั้งระหว่างเพศเดียวกันและต่างเพศอย่างชัดเจน โดยเฉพาะบทของ สุนันทา เดวา ในเรื่อง ที่ต้องบอกเลยว่า เธอแร๊งส์!! เหลือเกิน ทั้งคำพูด ท่าทาง ลักษณะนิสัยของตัวละคร ซึ่งแสดงออกถึงความต้องการเรื่องเพศอย่างชัดเจน ขัดกับภาพลักษณ์สาวน้อยวัยใส ท่าทางไร้เดียงสา ที่ปรากฏให้เห็นแบบคนละเรื่อง

นอกจากนี้ในโซเชียลมีเดียยังมีกระแสตำหนิภาพยนตร์เรื่องวุ่นรักพักนิ้วนี้อย่างรุนแรง โดยเฉพาะทางทวิตเตอร์ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทำให้คนมองกลุ่มหญิงรักหญิงในแง่ลบขึ้นไปอีก ขณะที่หลายคนมองว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นการนำเสนอความรักของเพศทางเลือกที่แย่มาก

ทางด้านกลุ่มผู้ที่สนับสนุนสาวเอมมี่ และภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว มองว่า เรื่องราวในภาพยนตร์เป็นเรื่องปกติ ที่เกิดขึ้นในโลกแห่งความจริง และผู้สร้างก็พร้อมรับทุกคำติชม ด้วยความตั้งใจสร้างออกมาให้เป็นหนังแนวโรแมนติก ดราม่าแบบเต็มสูตร ไม่ใช่หนังโป๊ หรือหนังอาร์ ที่จะส่งเสริมให้คนมีแต่เรื่องอย่างว่า.

โดยภาพยนตร์วุ่นรักพักนิ้ว จะฉายในวันวาเลนไทน์ให้ได้ชมกันในโรงภาพยนตร์เพียง 4 รอบ ซึ่งงานนี้สาว เอมมี่ สุนันทา เดวา จะแรงขนาดไหน ต้องลองไปชมตัวอย่างภาพยนตร์ วุ่นรักพักนิ้ว (Fingering) กันเอง


ที่มา: มติชนออนไลน์, กระปุกดอทคอม

วันพฤหัสบดีที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

จวกเอ็มวีเพลงเป๊ะ โป๊เปลือยเกินเหตุ

นักร้องหนุ่ม เอิร์ก-องอาจ เลเดอเรอร์ ลูกทุ่งบอยแบรนด์ สยามคันทรี โดนจวกยับหลังปล่อย MV เพลง"เป๊ะ" ข้อหาหนักทำวงการเพลงเสียหาย ที่มีจงใจปล่อยภาพล่อแหลมและเซ็กซี่จนเกินไป 



ขณะนี้ในสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์คกำลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับมิวสิควิดิโอ เพลง"เป๊ะ" ของ นักร้องลูกทุ่งหนุ่ม เอิร์ก สยามคันทรี ที่มีการใช้นางแบบสาวสวยเซ็กซี่ถึงสี่คน โดยนางแบบสาวรับว่ามีการถอดเสื้อผ้าออกเหลือเพียงแต่ชุดชั้นในระหว่างการถ่ายทำ โดยนางแบบสาวในเอ็มวีประกอบด้วย เก๋ กรรณิกา ขันแก้ว มีดีกรีเป็น Miss world next top model 2012 ตามมาด้วยนางแบบแม็กซิม ปี 2010 หมวย พิลาวรรณ อารีรอบ และ Miss Sexy Leo Girl 2012 มิ้วกี้ ไปรยา ผดุงสุข ปิดท้ายด้วยนางแบบสุดเซ็กซี่

โดยคลิปเพลงดังกล่าวมีภาพล่อแหลมหลายฉาก เช่น ฉากหญิงสาวทั้ง 4 คน เต้นส่ายสะโพกคลอเคลียนักร้องหนุ่ม ฉากหญิงสาวกินกล้วยที่ปอกแล้วด้วยท่าทางส่อไปในทางสองแง่สองง่าม หรือแม้แต่ฉากที่หญิงสาวทั้งหมด เล้าโลมกันอยู่บนเตียงนอน โดยประชาชนที่เข้าชมเอ็มวีดังกล่าวในเว็บไซต์ยูทูป ได้มาแสดงความคิดเห็นว่า

ผู้ที่ใช้ชื่อ Eyedy Dpex โพสต์ว่า
"AVชัดๆ คุณรู้ไหมว่าคุณทำวงการเพลงลูกทุ่งเสื่อมแค่ไหน คิดแต่จะดัง...วงการลูกทุ่งจะเสียแค่ไหนเคยคิดกันบ้างไหมเนี่ย ถ้าจะทำขนาดนี้...ไปทำหนังAVแทนเถอะค่ะ จะได้ไม่เป็นภาระของลูกหลาน"

และ Lopachai Promwiharn ว่า
"ผมว่าคนวงการลูกทุ่งควรหันมาบัญญัติคำว่าเพลงลูกทุ่งไทย ให้มากกว่านี้หน่อยครับ เพราะตอนนี้ผมว่า มันชักจะเกินเลยไปแล้ว เพลงลูกทุ่ง คือ เพลงที่มีมนต์เสน่ห์ มีกลิ่นไอของท้องไร่ท้องนา...แต่ปัจจุบันนี้มันคืออะไร คุณจะร้องเพลงอะไรก็ร้องไป อยากจะโชว์อะไรก็โชว์ไป แต่คุณอย่าเอา เพลงลูกทุ่ง ไปเกี่ยวได้ไหมครับ คุณตั้งชื่อ แนวเพลงคุณใหม่ได้เลย เช่น เขาถามว่า แนวเพลงเพลงคุณเป็นแบบไหนครับ คุณก็ตอบเขาไปเลยว่า อ๋อ เพลงผมเป็นแนวเพลงโชว์หื่น ครับ เพราะเสียงไม่เกี่ยว โชว์หื่นอย่างเดียว เดี๋ยวดังได้"



ที่มา: มติชนออนไลน์

วันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

นุ่น โต้ห่าง หลุยส์ ยันความรักแฮปปี้


นุ่น รมิดา มั่นใจข่าวเลิกกันไม่ได้หลุดมาจากปาก หลุยส์ เผยแม้ไม่ใช่คู่หวาน แต่เจอกันแทบทุกวัน ความรักก็แฮปปี้ไม่เคยทะเลาะกัน 

     
สืบเนื่องจากมีกระแสข่าวว่า พระเอกหนุ่ม หลุยส์ สก๊อตส์ ได้เผยว่าตอนนี้ได้ห่างกับแฟนสาว นุ่น รมิดา ประภาสโนบล มาเกือบเดือนแล้ว สาเหตุจากทะเลาะกันบ่อย ซึ่งพอมีโอกาสได้เจอสาวนุ่น ในงานแถลงข่าว “คอนเสิร์ต BEACH PARTY ปาร์ตี้สุดฮอตในญี่ปุ่น” ก็ได้ความมาว่า
     
“ไม่จริง ไม่ได้ห่างกันค่ะ ไม่ได้เป็นอย่างนั้นค่ะ จริงๆ นุ่นเพิ่งได้ยิน เพราะว่านุ่นเพิ่งกลับมาจากเขาใหญ่ ตั้งปีใหม่รับงานมายังไม่ได้เจอนักข่าวเลย แล้วส่วนตัวหลุยส์เองก็ยังไม่เคยโทรมาบอกว่าเจอนักข่าวถามเรื่องนี้หรือว่าห่างกัน แต่ว่าตั้งแต่คบกันมาก็ชินแล้วค่ะ เพราะว่ามันก็มีข่าวแบบนี้ชงมาให้รู้สึกว่าจริงเหรอ แต่ด้วยความที่เรารู้สึกว่าเฉยๆ เพราะว่าตอนนี้เราค่อนข้างเจอกันบ่อย ยิ่งช่วงนี้แทบจะทุกวัน เพราะว่าทั้งนุ่นกับหลุยส์ไม่มีละครเลย ช่วงนี้เจอกันปกติมากมันไม่มีอะไรที่ห่างนะค่ะ”

งงกับข่าวที่ออกมาไม๊?      
“มีข่าวแบบนี้ออกมาก็ไม่งงค่ะ เพราะว่ามันมีข่าวแบบนี้ออกมาตลอด เพราะว่าถ้ามันไม่มีข่าวเลยมันก็ไม่ดีนะ ให้มีข่าวแบบนี้มาบ้าง แต่ว่าเวลาให้สัมภาษณ์เราก็จะรู้เองว่าในใจเรารู้อยู่แล้วว่ามันไม่จริง ถามก็ตอบได้ พี่ๆ นักข่าวถามอะไรมานุ่นก็ตอบตามตรงมันไม่ได้ห่างกัน เพราะว่าถ้าห่างกันมันก็พูดตรงๆ ค่ะ ตอนนี้นุ่นโอเค ถ้าไม่โอเคนุ่นตอบทุกอย่าง ตอนนี้นุ่นแฮปปี้มากพูดตรงๆ ไม่มีอะไรเลยจริงๆ ไม่อยากบอกว่าแฮปปี้นะ แต่ว่ามันแฮปปี้ของมันอยู่แล้ว เพราะนุ่นก็ไม่ใช่ผู้หญิงเรื่องมาก มีงานนุ่นก็ทำใช้ชีวิตปกติ เราเลยไม่มีเรื่องวุ่นวายเข้ามาในชีวิตคู่เราค่ะ”

มีคุยข่าวนี้กับหลุยส์บ้างไม๊ ?    
“ปกติแล้วเราจะไม่เอาข่าวกลับบ้าน ถ้าสัมภาษณ์เสร็จ ก็คือ สัมภาษณ์เสร็จ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าถ้าเรากลับมาบ้าน เราจะอยู่กับความเป็นจริง เพราะว่าจริงๆ เราก็ยังคุยกันยังคบกัน ยังปกติอยู่ซึ่งเราก็จะไม่เอาข่าวที่คนถามว่าจริง หรือเปล่าอันนี้จริงไหม แล้วกลับมาถามกันเองว่าอันนี้จริงหรือเปล่า เพราะว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นจริง ไปไหนเราก็ไปด้วยกันอย่างหลุยส์มีงานอีเวนต์ในเมืองเราก็ไปด้วยกัน แต่นุ่นไม่ได้เดินไปให้คนเห็นว่านุ่นมา คือไม่ได้ไปสร้างข่าวให้พี่ๆต้องมาตาม”

จะกลับถามหลุยส์ไม๊?      
“ครั้งนี้ก็กลับไปก็คงไม่ถามหลุยส์ค่ะ เพราะนุ่นมั่นใจว่า หลุยส์ไม่ได้เป็นคนพูดแน่นอน อะไรที่เสียหายไม่ใช่ความจริงหลุยส์จะไม่ทำให้นุ่นเป็นประเด็น นุ่นเชื่อว่าหลุยส์ไม่พูดแน่นอน ซึ่งไม่ต้องไปถามค่ะว่าหลุยส์พูดเหรอ เพราะว่าถ้ามันมีประเด็นใหญ่ๆ จริงๆ ถ้ากระทบนุ่นมากๆ เขาก็จะโทรมาบอก แต่เรื่องแบบนี้เราไม่ค่อยคุยกันค่ะ นุ่นมั่นใจกับตัวหลุยส์มากพอสมควร ประเด็นแบบนี้ไม่มีมาจากเขาแน่นอน”
     
มีข่าวแบบนี้บั่นทอนจิตใจไม๊?
“ข่าวออกมาก็ไม่ได้ทำให้บั่นทอนจิตใจอะไรเลยค่ะ เพราะว่าเมื่อก่อนนุ่นไม่ได้มีแฟนอยู่ในวงการ แต่พอวันหนึ่งมีแฟนในวงการมีเพื่อนในวงการเรามีพี่ๆ เยอะ เราก็เข้าใจว่าวิธีการทำข่าวหรือวิธีการนำเสนอที่การอยู่ให้ได้กับการเป็นนักแสดงในอาชีพนี้มันก็ต้องมีข่าวแบบนี้ ถ้าเรามัวแต่ไปคิดว่าทำไมพี่คนนี้ถามแบบนี้เอาคำถามมาจากไหน เอาข่าวมาจากไหน เพราะเราหาไม่ได้อยู่แล้วว่าข่าวมาจากไหน ถ้าเราไปวุ่นวายตามมันเราก็อาจจะปวดหัว นุ่นยึดแค่ว่าครอบครัวนุ่นโอเคครอบครัวหลุยส์โอเค นุ่นโอเค หลุยส์โอเคก็เหมือนเดิม เพราะเราไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกันรุนแรง”
     
วาเลนไทน์จะไปเที่ยวที่ไหน?
“วาเลนไทน์ไม่อยากใช้ตังค์ เราเป็นแบบนี้แหละค่ะ เราเป็นคู่ที่เรียบมาก วันเกิดหรือวาเลนไทน์หรือวันสำคัญที่เขาไปไหนกัน หนูไม่ไป พอมานั่งดูตั๋วแพงจังไม่ไปดีกว่า งกไง (หัวเราะ) เราก็มานั่งเรียบๆ ง่ายๆ อยู่บ้าน ถึงเวลาโอเคเขาว่างมาบ้านมาทำอะไรกินกันแค่นั้นเอง แค่นั้นแฮปปี้แล้วค่ะ ไม่มีอะไรมากมาย ถามว่าวาเลนไทน์อยากได้อะไรก็ไม่นะ เพราะว่านุ่นไม่ใช่ผู้หญิงหวานว่าถึงวันนี้แล้วต้องให้ดอกไม้นะ แลกกันมันไม่มี ให้ก็ถือว่าเซอร์ไพรส์ แต่ถ้าไม่ให้ก็ไม่เป็นไร เพราะว่าทุกปีก็ใช่ว่าจะได้ เขาก็ถามว่าอยากกินอะไรกินข้าวไหม”

วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ชมพู่ควงน็อต ดูแหวนเพชร


โดนจับตาอย่างมากกับเรื่องแต่งงานสำหรับ นางเอกสาวลูกครึ่ง ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต ที่ไม่ว่าเธอจะไปทำอะไรที่ไหนกับหนุ่มแฟนหนุ่มไฮโซ ''น็อต'' วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ ที่ล่าสุดมีกระแสข่าวว่าทั้งคู่ควงกันไปดูแหวนหมั้น หลังจากที่มีตาดีแอบเห็นสาวชมพู่ควงหวานใจเข้าร้านขายเพชร ก็คงต้องคอยลุ้นกันว่าสาวชมพู่จะมีข่าวดีเร็วๆ นี้ไหม อย่างที่ทราบๆ กันว่าสาวชมพู่เป็นเจ้าแม่แฟชั่นไม่ว่าจะจับจะใช้อะไรไม่ว่า เครื่องประดับ เสื้อผ้า รวมไปถึงของเล่นไฮโซอย่างตุ๊กตาบลายธ์เป็นฮิตติดเทรนด์ ตอนนี้ตุ๊กตาที่กำลังมาแรงสุดๆ อย่าง เฟอร์บี้ สาวชมพู่ก็เป็นคนเริ่มต้นเล่นแต่แรกเริ่ม ทำให้คนนำชื่อนางเอกสาวไปแอบอ้างเป็นตัวแทนขายเจ้าตุ๊กตาซะเลย 

   
ล่าสุดเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2556 ได้เจอสาวชมพู่ ในงาน Uniqlo Spring/Summer 2013 Collection preview เลยไม่รอช้าขอสอบถามเรื่องข่าวที่เกิดขึ้นได้คำตอบมาว่า
''ไม่ใช่ค่ะ ไมใช่แหวนหมั้น แค่ไปนั่งดูเพชร และก็ซื้อมา เพราะชมชอบก็ซื้อมาค่ะและเป็นร้านที่รู้จักกันค่ะ แต่ไม่ใช่แหวนหมั้นอย่างแน่นอน พอดีเราว่างๆ ตรงกัน แค่ไปนั่งดูๆ เพลินๆ ด้วยกันค่ะ'' 

มีแพลนแต่งไหมปีนี้?
''ปีนี้ยังไม่แต่งแน่นอน งานเยอะมาก ปีนี้ยังไม่เห็นช่องทาง เอาไว้ปีหน้าค่อยว่ากันจะยังไงค่ะ ส่วนผู้ใหญ่ก็เข้าใจนะคะ เพราะต่างคนกำลังไปได้สวย ไม่ได้เร่งอะไรค่ะ''
       
มีเอาชื่อชมพู่ไปอ้างขายตุ๊กตาเฟอร์บี้ เรื่องราวเป็นยังไง?
''ไม่ได้เกี่ยวกันเลยค่ะ ถ้ามีเยอะมากๆ เราคงต้องว่ากันด้วยเรื่องกฎหมาย แต่ว่านี่ดูคลี่คลายได้แล้ว อยากให้ใช้สติในการซื้อ อยากให้ดูดีๆ คือมันรู้สึกหนักขึ้นเรื่อยๆ อย่างเมื่อก่อนเราก็จะโดนเอารูปไปหากิน ถามว่าเบื่อมั้ย เบื่อมาก โดนเอารูปจริงเราโพสต์ในพื้นที่ส่วนตัว แต่ถูกเอาไปใช้ประโยชน์ในการค้า เดี๋ยวนี้มันยิ่งหนัก เอาชื่อไปใช้หลอกลวงหาเงินกัน มันมากไป สำหรับเด็กๆ ที่ชอบเลียนแบบดารา ก็ขอให้มันพอดี เอาให้ไม่เดือดร้อน ตัวเราไม่เดือดร้อนคุณพ่อคุณแม่ เรื่องนี้สังคมก็คงเข้าใจ เพราะไม่ได้มีใครเรียกให้เราไปให้ปากคำ อยากให้เรื่องนี้เป็นเคสสุดท้ายของการใช้ชื่อดารา หรือคนอื่นเอาไปหากินแบบนี้เนอะ''

วันจันทร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ลูกตาล ทิ้งทวนอัลบั้มนู๊ด Chalomjit Secret


ลูกตาล ชโลมจิต จันทร์เกตุ ที่ได้รับตำแหน่ง "เจ้าแม่นู๊ด" อันดับต้นๆ ของเมืองไทย ที่ล่าสุดประกาศแขวนเต้า แต่ยังขอทิ้งทวนด้วยการ "เปิดตัวอัลบั้มภาพนู๊ดครั้งสุดท้ายของชีวิตชื่อ Chalomjit Secret" 


โดย ลูกตาล ชโลมจิต ได้จัดงานนี้เพื่อเปิดตัวอัลบั้มนู๊ด Chalomjit Secret ที่จะเป็นงานเซ็กซี่ชิ้นสุดท้ายของชีวิต ขึ้นที่ร้าน D Wine คริสตัลปาร์ค ภายในงาน ลูกตาลจัดเต็มให้แบบถึงพริกถึงขิง ไม่ว่าช่างภาพสั่งให้โพสท่าไหน ท่าง่าย ท่ายาก จัดให้อย่างไม่มีบกพร่องรับประกันความผิดหวัง เพราะมือระดับเจ้าแม่นู๊ดแถวหน้ามาเอง



หลังจากจบงานเปิดตัวอัลบั้มนู๊ด Chalomjit Secret เธอได้ประกาศว่ากำลังจะมีข่าวดีเรื่องงานวิวาห์กับแฟนหนุ่ม “อดัม” ชาวต่างชาติ นายแบบโฆษณาสก็อตสุดหล่อวัย 27 เธอจึงขอยุติการเป็นนางแบบนู๊ด ไว้เพียงเท่านี้ โดยอัลบั้มนู้ดครั้งสุดท้ายของลูกตาลนี้ ยังทำได้เอ็มวีเพลงจุดไฟรัก และเพลงเธอยังรอฉันไหม แถมพร้อมกับหนังสือไปด้วย เรียกว่าได้เต็มอิ่มกับความเซ็กซี่ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวในเวลาเดียวกัน




วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ภาพหลุดใบเตย ใส่บรากอดผู้ชาย


ใบเตย อาร์สยาม ฉาวอีกหลังมีภาพหลุดใส่ชุดชั้นในกอดหนุ่มแนบชิดโผล่ในอินสตาแกรม ขณะที่นักร้องสาวลูกทุ่งระดับซุปตาร์ โต้ภาพหลุดนั้นแค่ถ่ยเล่นกับเพื่อนสาวคน ที่เป็นผจก.ฝ่ายดูแลศิลปิน ย้ำไม่แคร์กลุ่มแอนตี้กระหน่ำซ้ำเติมด้วยการตั้ง "ชมรมคนเกลียดใบเตยอาร์สยาม"


หลังจากที่ "ชมรมคนเกลียดใบเตยอาร์สยาม" ได้โพสต์รูปและกระหน่ำต่อว่า "ใบเตย อาร์สยาม" ไม่เว้นแต่ละวัน ล่าสุดได้มีการนำรูปที่นักร้องสาวใส่บราตัวเดียวกอดกับชายหนุ่มปริศนา ทำให้บรรดาคนที่หมั่นไส้และกลุ่มแอนตี้ใบเตย อาร์สยาม ยิ่งต่อว่าเกี่ยวกับภาพลักษณ์และการวางตัวของเธออย่างหนัก
ทางผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อขอสัมภาษณ์นักร้องสาวทางโทรศัพท์ได้ความมาว่า
"ภาพนั้นไม่มีอะไรเลย และไม่ได้เป็นการใส่ชุดชั้นในด้วย แต่เป็นชุดว่ายน้ำ เพราะหนูไปทำงานที่ จ.ระนอง หลังจากเสร็จงานหนูแค่อยากว่ายน้ำ เลยใส่ชุดว่ายน้ำออกมา แล้วพี่ที่เห็นในรูปเขาไม่ใช่ผู้ชาย เขาเป็นเพื่อนสาว และเป็นผู้จัดการฝ่ายดูแลศิลปิน เราแค่ถ่ายรูปเล่นกันเท่านั้นเอง ก่อนที่หนูจะว่ายน้ำ และรูปนี้หนูไม่ได้เป็นคนเอาลงในอินสตาแกรม แต่เป็นพี่คนดูแลเอาลงในอินสตาแกรมของเขา ปกติเขาจะค่อนข้างระวัง พอรูปนี้หลุดออกไป บริษัทได้มีการต่อว่าไปทางพี่เขา ซึ่งพี่เขามาขอโทษหนูใหญ่เลย แต่หนูไม่ได้ซีเรียส เพราะคิดว่าเป็นเหตุสุดวิสัย และเขาทำไปโดยไม่ได้ตั้งใจ เราทำงานดูแลกันมาหลายปีมาก ซึ่งกลุ่มที่ออกมาแอนตี้ใบเตย จริงๆ มีแค่คนเดียว ที่เข้ามาโพสต์ด่าหนูประจำ ก็ช่างเขาเถอะ หนูคิดว่าเขาคงป่วยทางจิต เพราะไม่ว่าหนูจะทำอะไร บางทีก็เข้ามาชม บางทีเข้ามาด่าโดยไม่มีเหตุผล ทางบริษัทบอกว่า ถ้าเขาทำอะไรที่เกินเลยหรือมากไป อาจจะมีการฟ้อง แต่หนูบอกว่าไม่เป็นไร ปล่อยเขาไปเถอะ" 

เมื่อถามต่อว่ามีข่าวเป็นแฟนกับ แมน เอเอฟ 4 (พัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา) ได้ยังไง?
"ก่อนหน้านี้ทางค่ายบอกว่า อยากได้พี่แมนมาเป็นพระเอกเอ็มวีของหนู หนูเลยบอกว่า เรารู้จัก เดี๋ยวไปคุยให้ จุดเริ่มต้นมาจากแค่นี้เอง แต่สรุปตอนนี้พี่แมนเขาไม่ได้มาเล่นเอ็มวีให้หนูแล้ว" (หัวเราะ) 

เป็นแฟนกันมั้ย? 
"ยังไม่ใช่แฟน เรียกว่ารู้สึกดีที่ได้รู้จักเขา พี่เขาอาจจะมีลุคแบดบอย แต่พอได้คุยกันถึงรู้ว่าพี่เขาเป็นคนดี น่ารัก และเป็นสุภาพบุรุษมาก แต่หนูยังไม่อยากจะพูดอะไรมาก เพราะเกรงใจครอบครัวของพี่เขาด้วย รู้จักมาประมาณ 3 เดือน หนูดีใจที่พี่เขากล้าคุยกับเรา ทั้งที่เรามีข่าวฉาวเยอะมากขนาดนี้ เรียกว่าเป็นพี่ที่เพิ่งรู้จักกันดีกว่า"

วันเสาร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เมเปิ้ล ถ่ายแฟชั่นเซ็กซี่ซัมเมอร์


ดาราสาวสุดเซ็กซี่ เมเปิ้ล พัชชุดาญ์ พันธุ์พิพัฒน์ ที่กำลังมีละครยอดรักนักซิ่ง ทางช่อง 7 แถมยังเข้าห้นกับเพื่อนๆเปิดร้านไวน์ชื่อ I'm Wine ย่านทองหล่อ ซอย 21 พร้อมกันนี้สาวเมเปิ้ลยังอัพเดทให้ฟังว่า ได้เตรียมหวนคืนการถ่ายแฟชั่นเซ็กซี่รับลมร้อนซัมเมอร์นี้ โดยการันตีว่าต้องโดนใจแฟนๆตั้งตารอคอยอย่างแน่นอน


''แน่นอนกลางปีนี้มีให้ดูแน่นอน เป็นแฟชั่นช่วงซัมเมอร์ค่ะ ตอนนี้มีการพูดคุยกันเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว เป็นแม็กกาซีนค่ะ ค่าเหนื่อยก็สมน้ำสมเนื้อเพราะว่าเปิ้ลก็ไม่ได้ถ่ายเซ็กซี่มานานแล้วหยุดไปหลายปีเหมือนกัน จริงๆ หัวหนังสือเล่มนี้เคยติดต่อเปิ้ลมานานมากตั้งแต่ตอนเค้าเปิดหนังสือแรกๆ เลย แต่ตอนนั้นเรามีสัญญาอยู่ ตอนนี้ไม่มีสัญญาที่ไหนแล้วก็ถ่ายได้ ช่วงนี้ก็ดูแลหุ่นและลดน้ำหนักมาประมาณ 3-4 กิโลแล้วเพื่องานนี้เลยค่ะ'' 


อัพเดตเรื่องหัวใจหน่อยเป็นยังไงตอนนี้ ?
''ก็มีคุยๆ อยู่ค่ะ เป็นเด็กๆ น้องๆ (หัวเราะ) ก็ไปทำงานแล้วเจอกันรู้จักกันมาสักครึ่งปีแล้ว เขาก็โอเคน่ารักดี อายุห่างกันก็เยอะอยู่ประมาณ 4-5 ปี เขาเรียนปี 4 ใกล้จบแล้ว เราไม่ได้ปิดนะถ้ามีอะไรก็เปิดเผยอยู่แล้ว ก็เคยไปเดินๆ ด้วยกันแล้วมีคนมาถ่ายรูปตอนแรกเขาก็ไม่ชอบอะไรแบบนี้แต่ตอนนี้เขาก็เข้าใจค่ะ''  




วันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

อินสตาแกรมเดือด ชัญญ่า โพสต์ด่า ซาร่า


อินสตาแกรมเดือดหลังจากที่ ชัญญ่า ทามาดะโพสต์ด่า ซาร่า-นุสรา อีหน้าด้าน โดยไฮโซสาวเผยมีปัญหาเรื่องผู้ชายชื่อ ''มายด์'' ทางด้าน ซาร่า แฉคบกับฝ่ายชายมานาน 3 ปี อีกฝ่ายเพิ่งคุยกันไม่ถึง 4 เดือน แถมยังเคยส่งไลน์มาขอ ซ้ำยังด่าทอตน  รับไม่ได้รอเคลียร์ฝ่ายชายจะเลือกใคร


ไฮโซสาวลูกครึ่งญี่ปุ่นชื่อดัง ชัญญ่า ทามาดะ ทำเอาอินสตาร์แกรมร้อนฉ่า จากการที่ได้โพสต์ในอินสตาแกรมของนักแสดงสาว ซาร่า-นุสรา สุกหน้าไม้ ว่า ''อีหน้าด้าน'' ลงในใต้ภาพของสาวจุ๋มที่โพสต์ลงและแท็กชื่อไปยัง @mind_sungkasap ที่เป็นอินสตาแกรมของแฟนหนุ่มสาวชัญญ่าว่าเป็นคนถ่ายรูปนี้ให้ ต่อจากนั้นสาวซาร่าก็มาโพสต์ตอบว่า ''หยุดการกระทำที่ไม่ดีเสียทีเถอะ เสียหายนะ'' ทำให้มีคนนำข้อความเหล่านี้มาเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ตจนกลายเป็นศึกเกาเหลาชามใหม่ของวงการบันเทิง ทำให้ผู้ที่ติดตามข่าวบันเทิงได้มาคอมเมนต์ถึงสาเหตุในการทะเลาะกันครั้งนี้ของทั้งสองมากมาย ส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าน่าจะเป็นเรื่องผู้ชาย ขรฃณะที่บางคนคิดว่าทั้งสองคงต้องการสร้างกระแสแน่นอน

เมื่อผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวกับ ชัญญ่า ทามาดะ ว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้เดือดถึงต้องไปโพสต์ด่าคู่กรณีขนาดนั้น ก็ได้คำตอบมาว่า
''ก็ตามนั้นค่ะ ตามที่ชัญญ่าโพสต์ จริงๆ ไม่อยากลงรายละเอียด อย่าไปพูดถึงเขาเลย เดี๋ยวเขาดัง เราไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัวค่ะ แต่เราก็รู้เรื่องของผู้หญิงคนนี้ดี ถามว่าทะเลาะกันเรื่องอะไร  ผู้หญิงทะเลาะกันก็มีไม่กี่เรื่องหรอกค่ะ ก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องผู้ชาย แต่ไม่ได้แย่งกันนะคะ อย่ามองว่าชัญญ่าไปแย่งผู้ชายกับใคร เราอยู่ของเราดีๆ ชัญญ่าว่าเรื่องศักดิ์ศรีมันสำคัญกว่าค่ะ ของแบบนี้เรายอมกันไม่ได้  เหมือนเรามีการขอร้องเขาแล้ว แต่เขายังไม่หยุด ทำไมต้องให้คนรู้ว่าไปด้วยกัน ก็เลยตามนั้นค่ะ จริงๆ เรื่องราวมันเยอะ เราไม่อยากลงลึก ชัญญ่า จะพูดจะทำอะไรคือเรามีเหตุผล เราไม่ใช่คนบ้า หรือเป็นโรคประสาทที่อยู่ๆ จะไปด่าใครก่อน''

ถ้าเป็นเรื่องผู้ชายคงตบมือข้างเดียวคงไม่ดัง ชัญญ่าได้มีการเคลียร์กับทางแฟนหนุ่มของตนหรือไม่?
''คือคนของเรายังไงก็เป็นคนของเราค่ะ ต่อให้เขาผิดหรือพลาดเราก็ให้อภัยค่ะ ชัญญ่าก็แฟร์ๆ สปอร์ตพอ ตอนนี้เราแฮปปี้และมีความสุข เขาบอกว่าไม่ได้ยุ่งแล้วก็คือไม่ยุง  ส่วนคนนั้น ไม่ได้มีการโทร.ไปเคลียร์อะไรค่ะ เท่าที่ดูมาประมาณ 1 สัปดาห์ เขาก็คงจะจบแหละ ถ้าไม่จบเรื่องใหญ่แน่ เพราะชัญญ่าไม่ยอมคนอยู่แล้ว  แต่คือทำไมต้องทำตัวเองนางเอกบอกให้ชัญญ่าหยุดการกระทำ เขาเสียหายเหรอ  คือเห็นแล้วอึ้งค่ะ อึ้งจริงๆ เลย ปกติเจอแรงมาแรงกลับ แต่แบบนี้ไม่ไหว ไม่เคยเจอค่ะ เครียดเหมือนกันค่ะพี่ที่เจอแบบนี้ โชคดีที่เพื่อนๆ และแฟนชัญญ่าเองก็ให้กำลังใจ เขาบอกไม่ต้องไปสนใจ แต่คนมองเราไม่ดีแล้วไงคะ ก็อยากจะชี้แจงเท่านั้นเอง''

อีกด้านผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสัมภาษณ์ ซาร่า-นุสรา ถึงข่าวที่เกิดขึ้น แต่กลับได้คำตอบว่า
''ไม่ชอบเลยค่ะ ที่เขาโพสต์ว่าเราแบบนั้น คือซาร่าก็พยายามตั้งสติตอบกลับไปดีๆ ว่าให้หยุดได้แล้ว เราเสียหาย แล้วเขาไลน์มาสั่งให้เราลบออกมา คือซาร่าไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องลบค่ะ เพราะเราไปด้วยกันจริงๆ และเขาถ่ายให้เรา ขอบอกว่าซาร่ากับมายด์คบกันมา 3 ปีแล้วค่ะ คบกันมาก่อน แต่เขาเพิ่งคุยกับน้องคนนี้ได้ประมาณ 4 เดือนค่ะ เขาหาว่าหนูไปแย่งได้ยังไง ถามหน่อยว่าเขาได้บอกใครหรือเปล่าว่าเขากับผู้ชายคนนี้คบกันเป็นแฟนกัน  มีใครรู้ไหม  ก่อนหน้านี้เขาเคยขึ้นรูปคู่ ซาร่าไม่พอใจบอกให้เขาลบออก  เขาก็ลบไป ซาร่าไม่เคยเจอข่าวแบบนี้มาก่อน ซาร่าไม่เคยทะเลาะกับใคร เขาทำแบบนี้ซาร่าเสียหายมาก  ซาร่ามีหลักฐานหมดว่าเขามาโพสต์อะไรในอินสตาแกรม มาด่าเราด้วยคำหยาบและลบออก ซึ่งเพื่อนซาร่าเก็บเอาไว้ได้หมด ในไลน์ด้วยค่ะ เขาติดต่อซาร่าผ่านไลน์ บอกว่า ''ขอ'' ส่งมาต่อว่าซาร่า หลักฐานยังมีอยู่ เราก็ต้องเก็บไว้ป้องกันตัวเองบ้าง''

ได้โทรไปสอบถามกับฝ่ายชายหรือไม่?
''ส่วนผู้ชาย ซาร่าไม่คิดจะโทร.ไปถามเขาหรืออะไร รอให้เขาโทร.มาแจงดีกว่า แต่เรื่องนี้ใหญ่มาก ซาร่าเองก็ยังงงๆ อยู่กับเรื่องนี้ สับสนและเครียดมาก  ฝ่ายชายเขาก็บอกว่าเขาห่วงและอยู่ข้างหนูเสมอ แต่ตอนนี้เหมือนนักโทษ มาไม่ได้  อะไรน่ะ คุณกลัวอะไร คือเราก็งงเหมือนกันเจอแบบนี้ คือหลังจากเหตุการณ์นี้คงต้องคิดดูใหม่แล้วล่ะค่ะ''  

วันพฤหัสบดีที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ลือสนั่น มาริโอ้ ประกาศเลิก กุ๊บกิ๊บ สร้างกระแส


มีกระแสข่าวลือมากมายว่าที่ หนุ่มมาริโอ้ เลิก กุ๊บกิ๊บ-สุมนทิพย์ แค่ต้องการสร้างกระแสโปรโมต "ไดอารีบันทึกชีวิต'' ที่ข่าววงในเผยว่าฝ่ายหญิงเตรียมออกเร็วๆ นี้


จากกรณีที่พระเอกหนุ่มสุดฮอต มาริโอ้ เมาเร่อ ประกาศเลิกกับหวานใจ ''กุ๊บกิ๊บ'' สุมนทิพย์ เหลืองอุทัย ฝ่ายชายจับได้ว่าฝ่ายหญิงซุกกิ๊กที่เป็นถึงหลานชายนักการเมืองชื่อดัง โดยหนุ่มโอ้ได้เผยว่าไม่เป็นจริง ที่ลดระดับความสัมพันธ์มาเป็นแค่เพื่อน เพราะต่างฝ่ายต่างมีงานยุ่งเลยไม่มีเวลาให้กัน แต่ความรู้สึกดีๆ ยังมีให้กันเสมอ จนกลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ เลยทีเดียว

โดยที่สาวกุ๊บกิ๊บกลับตอบสวนทางกับหนุ่มมาริโอ้ว่า ยังไม่เลิกกัน แค่แยกกันไปทำงานของตัวเอง ความสัมพันธ์กับมาริโอ้สำหรับตนยังเหมือนเดิม สถานะยังเหมือนเดิม ขอยืนยันว่าไม่มีมือที่สามแน่นอน.
ล่าสุดได้มีหลายกระแสแพร่สะพัดในอินเทอร์เน็ต บางกระแสว่า การเลิกราของทั้งสองคนในครั้งนี้เป็นแค่การสร้างกระแสเพื่อช่วยกันโปรโมตไดอารีชีวิตของสาวกุ๊บกิ๊บที่กำลังจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ บางกระแสก็ว่าเป็นการดันน้องใหม่ ''กาโม่-อาชวิน'' ที่หล่อเหลาระดับพระเอกเข้าสู่วงการบันเทิง

พอข่าวนี้แพร่สะพัดออกมา ทำให้สาวกุ๊บกิ๊บได้ออกมาโพสต์ในอินสตาแกรมว่า
''คนเราชอบคิดเอง ชอบจินตนาการเอง และมองทุกอย่างในด้านลบแล้วทำไมถึงชอบถามว่า...เมื่อไหร่โลกจะดี ก็ถ้าไม่เริ่มจากตัวคุณ ความคิดคุณ แล้วโลกนี้มันจะดีได้ยังไง ลองดูนะคะ อยากเห็นโลกที่ดีกว่านี้ อย่าถามจากใคร แต่ถามจากตัวเองดีกว่า...ปล. ตอนนี้ข่าวมั่วเยอะมาก การคาดเดาเยอะแยะ โปรดใช้วิจารณญาณส่วนบุคคลนะคะ ขอโทษทุกคนที่เข้ามาเกี่ยวในข่าวด้วย โดนโยงมั่วมาก ตอนนี้อย่าแค่เห็นแล้วเม้าท์ต่อแล้วนึกว่าจริง หรือฟังคนอื่นมาอีกทีแล้วคิดว่าจริง แม้แต่เห็นด้วยตัวเอง ถ้าไม่ได้อยู่ตรงนั้นก็อย่าคิดว่าจริง เดี๋ยวเวลาก็จะบอกทุกอย่างเอง อย่างที่บอก ชีวิตมีตอนต่อไปเสมอ แล้วความรักของใครหลายคนอาจจะไม่สำคัญหรือเป็นของเล่น แต่สำหรับเรานี่ไม่ใช่เกมหรือละคร นี่คือชีวิตจริงของคนที่มีอาชีพนักแสดง...มีขึ้นบ้างลงบ้างตามน้ำทะเล เข้าใจนะคะ''

''ไม่อยากให้ทุกคนดราม่า มองโลกในแง่บวกกันเถอะ ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี คิดดี ในทุกๆ วันทุกการเต้นของหัวใจ''

วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เป้-อารักษ์ โต้ซุ่มคบ ยิปโซ-รมิตา


เป้-อารักษ์ พระเอกฮอต เผยไม่ได้ซุ่มคบกับนางเอกหน้าหมวย ยิปโซ-รมิตา แค่คุยไลน์, กินข้าว แบบพี่น้องบริสุทธิ์ใจไม่คิดหลบสายตาใคร ย้ำไม่คิดพัฒนาความสัมพันธ์เป็นแฟน


บรรดาแฟนคลับทั้งสองฝ่ายงงไปตามๆกันทีเดียว เมื่อมีข่าว พระเอกหนุ่ม เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ กุ๊กกิ๊กกับนางเอกภาพยนตร์หน้าหมวย ''ยิปโซ'' รมิตา มหาพฤกษ์พงศ์ ถึงแม้เมื่อ 2 ปีที่แล้วทั้งคู่จะเคยร่วมงานกันในภาพยนตร์เรื่อง ''สุดเขตสเลดเป็ด'' ก็ไม่เคยมีข่าวในทำนองนี้ออกมาเลย แต่ล่าสุดกลับมีกระแสข่าวลือออกมาว่าทั้งคู่พัฒนาความสัมพันธ์จนสนิทสนมกันเป็นพิเศษ

จนเมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้เจอกับหนุ่ม ''เป้'' ขณะมาร่วมงาน The Biggest Mask Lanterm in Thailand 2013 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 9  จึงได้สอบถามถึงข่าวคราวที่เกิดขึ้น ก็ได้ความมาว่า
''หัวใจก็เหมือนเดิมครับยังนิ่งอยู่ เรื่องซุ่มคบ ''ยิปโซ'' ไม่ได้ซุ่มครับผม เราเป็นพี่น้องที่สนิทกันยอมรับว่ามีการคุยไลน์จริงส่วนใหญ่ก็คุยเรื่องทั่วไป เป็นผู้หญิงหรือชายก็สนิทกันได้ เราเคยไปกินข้าว ดูหนังด้วยกัน ต่อจากนี้ถ้าเจอก็ไม่ต้องคิดมากเพราะเราก็บริสุทธิ์ ไม่ได้คิดว่าจะหลบอะไรด้วยซึ่งเท่าที่ทราบน้องเขาตอบไปแล้วว่าเป็นพี่เป็นน้องกัน ถามว่างงไหมมีข่าวด้วยกัน ไม่งงครับ บางทีเราก็เดินทางไปไหนด้วยกันบ้าง มีโอกาสไปกินข้าวกันแต่อยู่ในสายตาผู้ใหญ่นะ บางทีคนเห็นอาจจะเข้าใจอย่างนั้นได้ แต่ความจริงเราสนิทกันมานานแล้วตั้งแต่เล่นหนัง ''สุดเขตสเลดเป็ด'' ด้วยกันครับ''

อนาคตจะมีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์ไปถึงระดับแฟนหรือไม่อย่างไร?
''ไม่ครับ ถ้าจะพัฒนาก็คงพัฒนานานแล้ว มันเป็นความรู้สึกดีๆ ที่มีให้ ไม่ได้คิดว่าต้องเป็นแฟน ขอเป็นพี่น้องกันดีกว่า สำหรับกับเรื่องสาวๆ ตอนนี้ยังไม่มีครับผม โสด อย่างที่เห็นก็ทำงานหนักทั้งหนัง และละคร ไม่รู้จะเอาเวลาที่ไหนไปจีบสาวครับ''

ข่าวร้อน