ข่าวที่น่าสนใจ

วันพฤหัสบดีที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2556

ปั้นจั่น ขอโทษ โตโน่ เรื่องหึงยิปซี


ปั้นจั่น ยอมรับหึงแอบใช้ทวิตเตอร์ ยิปซี ส่งข้อความที่ว่า ''ไม่ต้องส่งมาทักเราอีกนะ พี่ปั้นจั่นไม่ชอบ'' ส่งไปยังทวิตเตอร์ของ โตโน่ เดอะสตาร์ จนแฟนคลับของหนุ่มโตโน่ด่าสาดเสียเทเสียคู่รักคู่นี้อย่างดุเดือดในโซเชียลเน็ตเวิร์ก



กระแสข่าวในโซเชียลเน็ตเวิร์กที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากตอนนี้ เป็นเรื่องที่เกิดจากที่มีข้อความว่า ''@mootono_pk ไม่ต้องส่งมาทักเราอีกนะ พี่ปั้นจั่นไม่ชอบ''ปั้นจั่น'' ได้ทวิตจาก @gypsy keerati ที่เป็นทวิตเตอร์ส่วนตัวของนักแสดงสาว ''ยิปซี'' คีรติ มหาพฤกษ์พงศ์ ไปยัง @mootono_pk ที่เป็นทวิตเตอร์ของพระเอกและนักร้องหนุ่ม โตโน่ เดอะสตาร์ จนทำให้กลุ่มแฟนคลับของหนุ่มโตโน่เกิดอาการไม่พอใจและได้โพสต์ข้อความต่อว่าไปยังไทม์ไลน์ทวิตเตอร์ของสาวยิปซีอย่างมากมาย ซึ่งต่อมาปั้นจั่น-ปรมะ อิ่มอโนทัย แฟนหนุ่มตัวจริงของฝ่ายหญิง ได้โพสต์ทวิตเตอร์ชี้แจงว่าข้อความดังกล่าว ตนเป็นคนส่งไปทั้งหมโดยยิปซีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหากจะด่าหรือต่อว่าอะไรขอให้มาด่าเขา แต่ดูเหมือนเรื่องยังไม่จบง่ายๆ โดยแฟนคลับของหนุ่มโตโน่ยังคงออกมาด่าสาดเสียเทเสียคู่รักคู่นี้อย่างดุเดือดในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ว่าที่สาวยิปซีและหนุ่มปั้นจั่นทำไปทั้งหมดนั้นเพื่อต้องการสร้างกระเเสข่าวให้ตัวเอง ทั้งที่หนุ่มโตโน่เพียงแค่ทวิตเตอร์โปรโมต ละครและผลงานที่สาวยิปซีร่วมแสดงกับนักแสดงน้องๆ ที่หนุ่มโตโน่สนิท ไม่ได้จีบดาราสาวยิปซีแต่อย่างใด

ขณะที่หนุ่มโตโน่ก็ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องดังกล่าวแล้วผ่านทางรายการวิทยุชื่อดังรายการหนึ่งว่า เป็นแค่เพียงเรื่องเข้าใจผิด ที่ตนเพียงแค่ต้องการช่วยโปรโมตผลงานให้เท่านั้น โดยรีทวีตโพสต์ของนางเอกสาว จากนี้ไปตนคงจะไม่รีทวีตของสาวยิปซีอีกแล้ว


ล่าสุด ปั้นจั่น เปิดโต๊ะแถลงข่าวขอโทษผ่านสื่อ
"ผมต้องขอโทษโตโน่และขอโทษแฟนคลับของโตโน่ด้วย ที่พาดพิงทำให้เขาเสียชื่อเสียงและไม่สบายใจ เนื่องจากผมเป็นคนขี้หึง วันนั้นสติและคงคิดน้อยถึงผลที่จะตามมา ทำให้แฟนตัวเองโดนว่า ทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิด มันคงไม่ใช่เป็นการสร้างกระแสและผมคงไม่ภูมิใจกับข่าวแย่ๆหรอกครับ"



วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

ซาร่าเฉยๆ เปลือยเต้าเล่นหนัง


ซาร่า มาลากุล เลน เผยเปลือยเต้าเล่นหนังไม่ได้ซีเรียสอะไรแค่ฉากๆหนึ่งในภาพยนต์ หนังอีโรติกในเมืองไทยแรงกว่าที่ซาร่าเล่นซะอีก


นางเอกสาว ซาร่า มาลากุล เลน บินกลับมารับงานในไทย บรรดาสื่อมวลชนจึงได้สอบถามถึงกรณีใจถึงเปลือยเต้าเล่นหนังฮอลลีวูด ซึ่งทางนางเอกสาวเผยว่าเป็นเรื่องเล็กๆ หนังไทยบางเรื่องยังแรงกว่านี้ ความรักรับคุยกับหนุ่มนอกวงการอยู่

"จริงๆ ซาร่าเฉยๆ น่ะค่ะ คือพูดถึงหน้าอกก็คือหน้าอกน่ะค่ะผู้หญิงทุกคนก็มี ไม่เห็นจะเป็นเรื่องใหญ่น่ะค่ะ ตัวเองก็ได้ข่าวว่าในเมืองไทยก็จะมีพวกหนังอีโรติกพอสมควรซึ่งแรงกว่าที่ซาร่าเล่นอีก เพราะฉะนั้นก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมากค่ะ จริงๆ มันเป็นฉากอาบน้ำที่เห็นเยอะๆ น่ะค่ะ ก็ยังไงล่ะคะจะให้ใส่เสื้อผ้าอาบน้ำก็ไม่ถูกต้องใช่ไหมคะ"

ความรักตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
"ความรักก็มาคุยบ้างน่ะค่ะ แต่ซาร่าเป็นคนขี้เลือกถ้าจะให้เลือกจริงๆ ก็ไม่อยากจะคบคนในวงการแต่เค้าก็มาคุยน่ะค่ะ แต่ว่าจริงๆ ซาร่าก็มีคนๆ นึงที่คิดว่าใช่(หัวเราะ) เป็นฝรั่งหนุ่มนอกวงการ เค้าดูแลดีแล้วเค้าก็ใจดีเป็นคนดี เค้าขอแต่งงานทุกวันแต่ซาร่ายังไม่พร้อม คือแบบว่าทดสอบเค้าดูว่าเค้าจะรอเรารักเราขนาดไหนมันต้องเทสต์ไว้ก่อนค่ะ ก็คุยมาสองปีครึ่งแล้วค่ะ ชื่อจอห์นนี่"

วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

กุ๊บกิ๊บยันความรักยังสดใสซาบซ่า


กุ๊บกิ๊บยันความรักยังสดใสซาบซ่า มีกระแสข่าวออกมาว่า มาริโอ้จับได้ว่ากุ๊บกิ๊บแอบมีกิ๊ก ทำให้หนุ่มโอ้ถึงกับตัดการติดต่อกับกุ๊บกิ๊บ


เป็นคู่รักกันมานานสำหรับสาว "กุ๊บกิ๊บ-สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย" และพระเอกลูกครึ่ง "มาริโอ้ เมาเร่อ" ตั้งแต่สมัยที่ยังใส่ “กระโปรงบาน-กางเกงขาสั้น” จนเข้ามาทำงานในวงการบันเทิงทั้งคู่ โดยมาริโอ้ดังเป็นพลุแตกจากภาพยนตร์ “รักแห่งสยาม” ขณะที่กุ๊บกิ๊บยังไม่เป็นที่รู้จักสักเท่าไหร่ จนกุ๊บกิ๊บได้เข้าไปอยู่ในสังกัดผู้จัดการมือดี เอ-ศุภชัย ต่อมาก็ได้ชวนมาริโอ้เข้ามาอยู่ในสังกัดด้วยอีกคนแบบ ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นมาริโอ้ยังมีสัญญากับ โกโก้-นิรุณ จนเป็นเรื่องเป็นราวถึงขั้นฟ้องร้องกันเลยทีเดียว แต่ถึงแม้จะอยู่ร่วมสังกัดเดียวกัน ทั้งคู่ยังไม่ยอมถ่ายภาพคู่และไม่เรียกว่าแฟนอยู่นานหลายปี ทำให้สาวกุ๊บกิ๊บเกิดน้อยใจ จึงขอห่างกับมาริโอ้ เพื่อรอให้ฝ่ายชายยืนยันสถานะ “แฟน” ให้ก่อน จนสุดท้ายมาริโอ้ก็ทนเหงาหัวใจที่ขาดกุ๊บกิ๊บไม่ได้ เลยยอมรับว่าเป็นแฟนกัน

จากการยืนยันทำให้สาวกุ๊บกิ๊บเปิดเผยภาพหวาน ๆ ผ่านอินสตาแกรมตลอด จนทำเอาแฟนคลับชาวจีนของมาริโอ้หมั่นไส้ ถล่มด่ากุ๊บกิ๊บจนมาริโอ้ต้องเป็นพระเอกขี่ม้าขาวปกป้องกุ๊บกิ๊บเต็มที่ แต่ต่อมาในทริปกุ๊บกิ๊บเที่ยวฉลองสิ้นปีที่ญี่ปุ่นและบินไปฉลองปีใหม่ที่เกาหลี กลับมีแต่เพื่อนซี้อย่าง ดิว-อริสรา และ หมาก-ปริญ ไปด้วยโดยปราศจากเงาของมาริโอ้เพราะปกติแล้วไม่ว่าไปไหนใกล้ไกลข้างกายกุ๊บกิ๊บต้องมีมาริโอ้อยู่เสมอ  ทำเอาแมงเมาท์เลยตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดมาริโอ้จึงไม่ไปด้วย

ต่อมาก็มีกระแสข่าวจากกองภาพยนตร์ “พี่มาก...พระโขนง” ออกมาว่าตอนถ่ายโปสเตอร์หนัง กุ๊บกิ๊บได้มาหามาริโอ้ที่กองถ่ายเพื่อจะเคลียร์ปัญหารัก แต่ฝ่ายชายนิ่งไม่พูดด้วยแม้แต่น้อย กุ๊บกิ๊บจึงของขึ้นกระชากแขนมาริโอ้ทันที และมีปากเสียงกันเล็กน้อย...โดยแว่วว่าเกิดจากมาริโอ้จับได้ว่ากุ๊บกิ๊บมีความสัมพันธ์กับชายอื่น ทำให้ฝ่ายชายตัดขาดการติดต่อกับฝ่ายหญิง เลยทำให้กุ๊บกิ๊บต้องควงเพื่อนเที่ยวแก้เครียดแถมยังขึ้นข้อความเพ้อ ๆ เหงา ๆ ผ่านอินสตาแกรม


ล่าสุด กุ๊บกิ๊บ สุมณทิพย์ ได้ออกมาโพสต์รูปหน้าแฟนหนุ่ม พร้อมคำบรรยายใต้ภาพในอินสตาแกรมแบบสั้นๆ แต่ชัดเจนว่า "Happy work with my bro @woodytalk ใครได้ดูบ้างสนุกไหมค่ะ เคลียร์นะ ไม่มีอะไร แฮปปี้ดี" เพื่อยืนยันว่าความรักยังสดใสซาบซ่าเหมือนเดิม

วันจันทร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2556

เป้-มิน คู่จิ้นคู่ใหม่ของวงการ


เป้-อารักษ์ เผยกระแสคู่จิ้น มิน-พีชญา เรื่องธรรมดาของการทำงาน น้องเขาก็น่ารักดี แต่ไม่ตรงสเปก ไม่หวั่นกระแสนอกจอ โต้ไม่ได้เหวี่ยงกลางกองถ่ายนึกไม่ออกทำอะไรให้ใครเขาเดือดร้อน แค่ทำหน้าที่ของนักแสดงให้ดี


แค่ประกบคู่กันครั้งแรกในละครเรื่องซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ ระหว่างพระเอกหนุ่มมาดเซอร์ เป้-อารักษ์ อมรศุภศิริ กับนางเอกสาวสวย มิน-พีชญา วัฒนามนตรี เจ้าของฉายาคาสโนวี่ปากเปื่อย  ก็ทำให้มีกระแสนอกจอตามมาจนกลายเป็นคู่จิ้นคู่ใหม่ของวงการไปแล้ว แถมพระเอกหนุ่มยังโดนข่าวเม้าท์ว่า พอมีผลงานทั้งร้องเพลง เล่นหนัง เล่นละครมากเข้าหน่อยก็เปลี่ยนไป ทำตัวเยอะบ้างทีก็เหวี่ยงกลางกอง แถมหาว่าดังแล้วลืมตัว พอได้เจอหนุ่มเป้ใน กองถ่ายยังบาว เดอะ มูฟวี่ วันก่อน เลยได้สอบถามเกี่ยวงานตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ได้คำตอบมาว่า


''ตอนนี้กำลังถดายละคร ซินเดอเรลล่ารองเท้าแตะ คู่กับ น้องมินก็ถ่ายทำไปบ้างแล้วครับ ก็ตลกเฮฮาเต็มที่ครับ จันทร์ถึงพุธเป็นคนบ้าครับ ศุกร์ถึงอาทิตย์เป็นพี่เล็ก (หัวเราะ) ก็ดีครับ กับน้องมินก็น่ารัก เขาเล่นเก่งมากครับ แต่เรื่องนี้เขาใช้พลังเยอะมากครับ''

ตอนนี้กลายเป็นคู่จิ้นคู่ใหม่แล้ว?
''เขาคงไม่อยากจิ้นกับผมหรอกครับ ผมไม่ควรจิ้นกับใครแล้ว (หัวเราะ) ก็มีคนถามบ้างครับ ผมก็ตามสไตล์ ก็บอกเขาว่าน้องเขาก็น่ารักดี  ผมก็ต้องชมนางเอกผมสิ ถ้าผมไม่ชมแล้วใครจะมาดูละครับ แต่ไม่ตรงสเปกผมหรอก สเปกของผมมันอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้แล้ว ผมคิดว่ามันก็คงไม่มีอยู่จริงตอนนี้ ด้วย ผมขอโฟกัสเรื่องงานดีกว่าครับ เราก็ทำงานไปแต่ก็ไม่กังวลเรื่องกระแสนอกจอเลยครับ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดขึ้น แต่ว่าเรื่องนี้ก็ไม่น่าจะเกิดหรอกครับ เพราะมันก็เป็นการทำงานธรรมดา เราพี่น้องกันครับ'' 

ยังมีอีกกระแสเม้าท์ว่าเป้ชอบเหวี่ยงในกองถ่าย?
''ผมไม่รู้ครับ ถามคนอื่นแล้วกัน (หัวเราะ) แต่ในกองผมไม่ได้เหวี่ยงเลยนะครับ นึกไม่ออกเลย ก็ต้องถามคนที่พูดมาให้ได้ก่อน เพราะผมก็พูดไม่ได้จริงๆ ผมยังนึกไม่ออกเลยนะ แต่ก็น่าจะมีอะไรที่ไม่เข้าใจกันบ้างแหละครับ ก็ไม่รู้นะครับ ก็ทำงานด้วยกันบางทีเราก็ไม่รู้ ไม่ได้บอกว่าตัวเองเป็นคนดีหรอกครับ มันก็ต้องมีบ้าง เพราะเรายังพูดอยู่ บางทีเราพูดแล้วไปกระทบจิตใจเขาก็เป็นได้ เรายังกินอยู่เราก็อาจจะไปกินอะไรที่ไม่ถูกใจใครก็ได้ ฉะนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดากองไหนครับ กองละครเนี่ยนะ ผมยังนึกไม่ออกเลย นึกไม่ออกว่าไปทำอะไรให้ใครเขาเดือดร้อนหรือเปล่าหน้าที่ของนักแสดง คือมาทำงานตรงเวลา จะดีไม่ดีไม่รู้ แต่เราทำให้คนที่เขาจ้างเรามาให้ดีก็พอครับ''

ที่มาข้อมูล : Siamdara

วันอาทิตย์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2556

แม่เผยพิงค์กี้โกอินเตอร์ ปัดค่าตัว 100 ล้าน


หลังจากที่มีกระแสข่าวออกมาว่านางเอกสาว พิงค์กี้-สาวิกา ไชยเดช ได้มีผู้กำกับฯ จากไฮเดอราบาด ค่ายหนังที่ประเทศอินเดีย ติดต่อพิงค์กี้ให้เซ็นสัญญาร่วมงานแสดงหนัง 2 ปี โดยมีค่าตัวสูงถึง 100 ล้านบาท 


บรรดาผู้สื่อข่าวได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงดังกล่าวจากเจ้าตัว ซึ่งคุณแม่อ้อย สรินยา ไชยเดช ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า
''เรื่องที่น้องจะไปเล่นหนังกับบอลลีวู้ด อันนี้ก็คุยๆ กันอยู่เท่านั้น เค้าก็ติดต่อทาบทามมาตามปกติ ซึ่งทางคนจากอินเดียเค้าจะเดินทางมาถึงประเทศไทยในวันที่ 23 ม.ค. 56 นี้ ก็คงจะได้มีการนัดพูดคุยกันอีกทีหนึ่งแหละค่ะ ในส่วนของค่าตัวที่มีคนเอาไปพูดว่า 100 ล้านนั้น แม่บอกได้เลยว่าไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ยืนยันได้เลยว่ายังไงก็ไม่ถึง แต่เรื่องจำนวนเงิน มันก็เป็นอะไรที่สมน้ำสมเนื้อ มันคือผลตอบแทนที่เราพอใจมากกว่า แต่ไม่ถึง 100 ล้าน แน่นอน'' 

เคยมีข่าวดาราไทยถูกหลอกให้ไปถ่ายภาพยนตร์เรตเอ็กซ์เรตอาร์ กลัวเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้นกับพิงค์กี้หรือไม่?
''ทุกอย่างมีคนช่วยดูแลหมดอยู่แล้วค่ะ อีกอย่างก็จะมีการพูดคุยกันก่อนอยู่แล้วนะ ซึ่งเรื่องนี้แม่ไม่กังวล เพราะเรามั่นใจกับทีมงานที่ลูกสาวเราจะไปร่วมงานด้วยว่าเค้าเป็นมืออาชีพจริงๆ ไม่มีเรื่องอย่างนั้นแน่นอน แฟนๆ พิงค์กี้ไม่ต้องเป็นห่วงเลย หายห่วงได้เลยค่ะ''


ที่มาข้อมูล : Siamdara

วันเสาร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2556

ครี พัสวี ฉุเกินจนโดนประนาม

นางแบบนักแสดงสาวครี พัสวีพิชญ์ ศรณ์อัครภา ซึ่งก่อนหน้านี้เคยขึ้นแท่นสาวเซ็กซี่อันดับต้นๆของวงการบันเทิงไทย แถมยังมีผลงานเซ็กซี่ออกมาให้เห็นกันอย่างมากมายคนหนึ่งเลยทีเดียว แต่หลังจากหายหน้าหายตาไปทำเบื้องหลังพักใหญ่ กลับมาคราวนี้เธอมีน้ำหนักขึ้นมาเกือบ 10 กิโล ทำเอาคนรอบข้างหลายคนที่เจอหน้าตกใจกับความเปลี่ยนแปลงของเธอ


พอได้มาเจอสาว "ครี พัสวี" ในงาน "เปิดตัวรองเท้ารุ่น Asics Gel Kayano 19" เลยขอสอบถามถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

 

ดูอวบขึ้นมาก น้ำหนักขึ้นมากี่กิโลเหรอ?
"เกือบ 10 โล ก็เยอะเหมือนกัน คือช่วงนี้ทำงานเบื้องหลังเยอะไม่ค่อยมีเวลา แล้วกินเยอะด้วย กำลังลดอยู่ค่ะ"

ทำไมถึงยอมปล่อยตัวเองขนาดนี้?
"คือเรียกว่าไม่ได้ปล่อยตัว แต่เรียกว่าเผลอกินเยอะไปหน่อย จากที่แต่ก่อนทำงานหิวโซไม่ค่อยได้กินอะไร ตอนนี้กินเยอะมาก"

รู้สึกยังไงที่น้ำหนักขึ้นขนาดนี้?
"เสียใจค่ะ เห็นรูปเก่าๆแล้วไม่อยากดูเลย คนรอบข้างประนามหมดเลยว่าพี่ครีลดได้แล้ว มันไม่ไหวแล้ว พยายามลดอยู่ที่ตัดสินใจลดเพราะมันอึดอัดค่ะ โล๊ะเสื้อผ้าไป 3 ตู้แล้วสะเทือนใจมาก"

มีคนติดต่อให้ถ่ายเซ็กซี่บ้างหรือเปล่า?
"ยังมีอยู่ แต่เราต้องการทำให้ภาพการทำเบื้องหลังของเราชัดขึ้น ต้องกัดฟันไม่รับตังค์ งานเซ็กซี่แบบเดิมก็ยังมีอยู่ เราตั้งใจทำอะไรแล้วก็อยากให้มันได้ หนังก็เสร็จแล้ว เรื่องแรกที่เขียนบทเอง กำกับเอง เราต้องการทำให้ภาพเบื้องหลังมันชัดที่สุด"

วันศุกร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2556

ใบเฟิร์น แจงภาพหลุดหวอโผล่

ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก แจงหลุดหวอโผล่ ในงานแถลงข่าวเปิดตัว Mistine New Face 2013 หลังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าเป็นชุดที่ทางผู้ใหญ่เลือกให้ซึ่งไม่น่าจะโป๊ และเซฟดีที่สุดแล้ว แต่หลังจบงานกลับมีภาพหลุดหวอโผล่ออกมา ทำให้สาวต้องออกมาโพสขอโทษแฟนๆ



สื่บเนื่องจากในงานแถลงข่าวเปิดตัว Mistine New Face 2013 นางเอกสาว "ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก" ได้เดินแฟชั่นในชุดสุดสั้น ประกอบกับลีลาท่วงท่ายังช่วยส่งให้ชุดนี้สวยจนเรียกแสงแฟลชจากบรรดาช่างภาพอย่างถี่ยิบ โดยภายหลังการเดินแฟชั่นโชว์เสร็จสาวใบเฟิร์นยังได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงที่มาที่ไปของชุดสวยสุดเซ็กซี่นี้ว่า




"ชุดนี้ก็เป็นชุดที่ทางผู้ใหญ่เลือกให้ค่ะไม่น่าจะโป๊มากเท่าไหร่ เพราะใบเฟิร์นเองก็พยายามใส่ให้เซฟที่สุดแล้ว แต่อาจจะมีกังวลบ้างนิดหน่อยเพราะคนค่อนข้างเยอะแล้วใบเฟิร์นเองก็ใส่รองเท้าส้นสูงไม่ค่อยถนัดจะล่มตั้งหลายครั้งอีกอย่างตัวใบเฟิร์นก็ตื่นเต้นมากด้วย"


"ก็อย่างที่บอกแหละค่ะ ใบเฟิร์นเองก็แค่ทำตามหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเท่านั้น เรื่องของชุดเรื่องของเสื้อผ้าพวกนี้ใบเฟิร์นก็ต้องยกให้เป็นหน้าที่ของทางผู้ใหญ่ไป ยืนยันเลยค่ะว่าไม่ได้คิดสร้างกระแสเพื่อความดังแน่นอน"

มีข่าวอัพลุคเป็นสาวเซ็กซี่เพื่อสร้างกระแส?
"ก็อย่างที่บอกแหละค่ะ ใบเฟิร์นเองก็แค่ทำตามหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเท่านั้น เรื่องของชุดเรื่องของเสื้อผ้าพวกนี้ใบเฟิร์นก็ต้องยกให้เป็นหน้าที่ของทางผู้ใหญ่ไป ยืนยันเลยค่ะว่าไม่ได้คิดสร้างกระแสเพื่อความดังแน่นอน"

แต่ล่าสุดใบเฟิร์น พิมพ์ชนก ได้โพสขอโทษในอินสตาร์แกรมของเธอว่า


วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2556

แฟนคลับณเดชน์ แอนตี้ ญาญ่า


กระแสข่าวแฟนคลับ ณเดชน์ เริ่มแอนตี้ ญาญ่า ไม่ชอบให้จับคู่ พระเอกหนุ่มรับเป็นห่วงน้องแต่ยังมั่นใจไม่มีผลกระทบต่อเรื่องงานละคร ด้านญาญ่าเผยการทำให้ทุกคนรักเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก


พระเอกหนุ่ม ณเดชน์ คูกิมิยะ กับนางเอกสาว ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ ยังเป็นคู่ขวัญสุดฮอตที่แรงไม่มีใครแซง โดยเพิ่งมีกระแสข่าวว่าควงกันไปทำบุญถึงบ้านเกิดของณเดชน์ แต่ความสัมพันธ์ไม่มีอะไรต่อกันเกินคำว่าพี่น้องทั้งสิ้น แต่ก็ยังไม่วายมีกระแสข่าวเม้าท์ตามมาอีกว่าแฟนคลับของพระเอกหนุ่มณเดชน์เริ่มแอนตี้ไม่อยากให้ญาญ่ามารับงานคู่ณเดชน์อีกแล้ว


ล่าสุดได้พบทั้งคู่ ณ ลานแฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน ซึ่งมาร่วมงาน เลือกอิสระได้เร็วแรงกว่าใคร กับ 4 ไลฟ์สไตล์กับเราชาว H ของค่ายทรู จึงได้สอบถามข้อเท็จจริงกับสาวญาญ่าเกี่ยวกับเรื่องที่มีกระแสข่าวแฟนคลับรุมแอนตี้ก็ได้ความว่า
''มันก็เป็นสิทธิของแต่ละคนว่าชอบหรือไม่ชอบ ก็ขอให้ทุกคนเปิดจิตใจให้กว้างแล้วกันค่ะ มันก็เป็นเรื่องปกติที่เราจะทำให้ทุกคนรักไม่ได้หรอกค่ะ เพราะฉะนั้นก็โอเคค่ะ อีกอย่างอินสตาแกรมมันเป็นพื้นที่ที่ฟรีอยู่แล้ว แต่มันก็เป็นบทเรียนที่ดีค่ะ ก็อ่านอยู่นะ แต่ถ้ามีอะไรที่มันแรงเกินไปก็งงนะ เพราะมันคือพื้นที่ของหนู ซึ่งบางทีบางรูปเค้าไม่ควรจะมาคอมเมนต์ด้วยซ้ำ อย่างบางทีเป็นรูปครอบครัวก็ไม่อยากให้คอมเมนต์มาทำให้เสีย ก็ไม่ได้นอยด์อะไรค่ะ ได้เห็นได้อ่านก็ดีค่ะ เพราะจะได้รู้ว่าเค้าคิดยังไงกับเราบ้าง'' 

ญาญ่ามีอะไรจะบอกกับกลุ่มแฟนคลับไหม?
''ต้องขอบคุณทุกๆ ท่านที่ให้กำลังใจ ทั้งพี่ณเดชน์แล้วก็ญาญ่าเองด้วยนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกคำติชมนะคะ ก็จะเอามาพัฒนาในการแสดงต่อไปค่ะ''

กลับไปถามทางด้านพระเอกหนุ่มณเดชน์ว่าเป็นห่วงและให้กำลังใจกับญาญ่าในเรื่องข่าวยังไงบ้าง?
''ข่าวไม่ดีก็เป็นห่วง เราอยู่วงการนี้ด้วยกัน เราก็จะรู้ว่าแต่ละคนโดนข่าวนี้มาแล้วรู้สึกยังไง ไม่ใช่เฉพาะน้องอย่างเดียว ทุกคนเลยนะครับ"

อึดอัดไหม?
"ไม่เกี่ยวหรอกครับ เราทำงานตรงนี้ ทำงานตรงนี้ด้วย ก็ต้องรอสักพักหนึ่งก็คงจะปล่อยให้มันเป็นไปตามที่ควรจะเป็น''

แฟนคลับเริ่มไม่ปลื้มทั้งคู่อย่างนี้จะมีผลกระทบต่อละครที่จะต้องเล่นคู่กันหรือไม่?
''คิดว่าไม่มีปัญหานะครับ จริงๆ เราไม่รู้ว่าเราจะไปวัดเกณฑ์ตรงนี้ได้จากไหนนะครับ สมมติ 100 คน อาจจะมีสัก 90 คน ที่ยังอยากเห็นเราเล่นละครด้วยกันอยู่นะครับ''

ที่มาข้อมูล : Siamdara

วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

หมิว -กระแต ประชันการล้างรถลีลาสุดเซ็กซี่


หมิว กับ กระแตประชันการล้างรถลีลาสุดเซ็กซี่ โดยที่ กระแต ศุภักษร  ไชยมงคล ที่โชว์ลีลาการล้างมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ กลางงานแถลงข่าว Bangkok Motorbike Festival 2013 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ขณะที่ หมิว สิริลภัส โชว์ลีลาสุดเซ็กซี่กับการล้างรถในงานเปิดตัวคาร์แคร์สุดทันสมัย ฉลองครบรอบ 5 ปี ศูนย์ดูแลรถยนต์ครบวงจร TPS-เดอะ เพอร์เฟคชายน์ 


โดยนักแสดงสาวเซ็กซี่มือใหม่ หมิว สิริลภัส ได้โชว์การล้างรถสุดเซ็กซี่ ทำเอาบรรดาผู้ที่ไปร่วมงาน TPS 5th Anniversary ตาค้างไปตามๆกันโดยเฉพาะหนุ่มๆทั้งหลาย ซึ่งสาว หมิว สิริลภัส ได้ออกมาในชุดกางเกยีนสั้นจู๋กับเสื้อสีขาวบางจนมองทะลุเห็นบราสีสะท้อนแสงที่อยู่ข้างใน แถมเวลาล้างรถก็ทำเอาเนื้อตัวเปียกปอน เซ็กซี่สุดๆไปเลย




ฟากนักแสดงและนางแบบสาวอกภูเขาไฟสุดฮอฟ  กระแตโชว์ล้างบิ๊กไบค์สยิว กลางห้างดัง ในงานแถลงข่าว Bangkok Motorbike Festival 2013 โดยมาในมาดสาววอชเกิร์ล ใส่เสื้อเกาะอกสีแดงร้อนแรงกับกางเกงหนังสีดำสั้นจู๋จนเห็นแก้มก้น พร้อมกับโชว์ลีลาหวิวโยกย้ายส่ายสะโพกล้างรถมอเตอร์ไซค์สุดเซ็กซี่ทำเอาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ร้อนระอุทีเดียว



วันจันทร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2556

เต้ย ควง พีค โชว์เซ็กซี่


เต้ย-พีค โชว์เซ็กซี่ ประชันโฉมบนปกนิตยสารดังรับปีใหม่ มีผลงานตีคู่กันมาตลอดสำหรับคู่ซี้วัยใสอย่าง สาว เต้ย-จรินทร์พร จุนเกียรติ และสาว พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ โดยล่าสุดได้ร่วมแสดงในภาพยนตร์แนวเขย่าขวัญของค่าย จีทีเอช เรื่อง "เคาท์ดาวน์" ซึ่งทั้งคู่ยังมีความน่ารักสดใสตลอด แม้จะหนังสยองขวัญก็ตาม 




ล่าสุดนิตยสาร CROW ได้คว้าสองสาววัยใสอย่าง เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ และ พีค ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริขึ้นปกฉบับเดือนมกราคม 2556 กับคอนเซ็ปต์ BLOODY PARTY สุดลึกลับ ซึ่งสองสาว เต้ย - พีค ก็ได้จูงมือกันมาถ่ายแฟชั่นในแนวสาวน้อยมาดเข้ม โชว์เสน่ห์ สวยดุ ทำเอาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่อยากไปร่วมปาร์ตี้เลือดครั้งนี้กันเป็นทิวแถว

เซ็กซี่แค่ไหนชมภาพตัวอย่าง ด้านล่าง ถ้ายังไม่จุใจสามารถหาดูแบบเต็มได้จากนิตยสาร CROW เลย





ภาพจาก: magazinedee.com, igossipy.com, mthai.com, globalfashionreport.com

วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2556

สเตฟาน-ทับทิม ขยับเรียกแฟนแล้ว


ความรักครั้งใหม่ของพระเอกคาสโนวา สเตฟาน-ฐสิษฐ์ สิณคณาวิวัฒน์ กับ ทับทิม-อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ นางเอกรุ่นน้องร่วมวิก ดูเหมือนว่ากำลังไปได้สวย เนื่องจากช่วงปีใหม่ที่ผ่านมานี้หนุ่มสเตฟานได้ไปล่องเรือที่แม่น้ำเจ้าพระยากับครอบครัวของฝ่ายหญิง ซึ่งพระเอกหนุ่มเผยว่า


''คือครอบครัวของน้องไปกินเลี้ยงบนเรือ ผมก็เลยไปด้วย สนุกดีครับ กินข้าว ดูวิว ดูพลุ ถามว่าเกร็งไหมเจอครอบครัวน้อง ก็ต้องเกร็งอยู่แล้วครับ ก็ทำตัวตามธรรมชาติ ผมเป็นคนเรียบร้อยอยู่แล้วครับ ก็มีแอบถามน้องเหมือนกันว่าแต่ละคนในครอบครัวใครเป็นยังไง''

มีของขวัญปีใหม่ให้ทับทิมหรือเปล่า?
''ปีใหม่ไม่แน่ใจว่าให้อะไร แต่ผมให้เป็นของขวัญวันคริสต์มาสมากกว่าครับ เป็นอะไร ไม่บอกครับ แย้มนิดนึงว่าเป็นของสวยงาม ใช้ไม่ได้หรอกครับ เราให้อะไรก็ถือว่าสื่อรักอยู่แล้วครับ แต่น้องเค้าชอบมั้ยไม่รู้ครับ ต้องถามเขาสิครับ''

ดูเหมือนสเตฟานจะเข้ากับทางผู้ใหญ่ของสาวทับทิมได้มากขึ้นหรือเปล่า?
''ตั้งแต่ผมคุยกับทับทิมมา 7 เดือน เราก็อยู่ในสายตาพ่อแม่เขาตลอดอยู่แล้วครับ ตอนผมคุยกับเขา ผมก็ขออนุญาตพ่อแม่เขาด้วยครับ เจอกันมาตลอดอยู่แล้วก็เหมือนเดิมครับ'' 

พร้อมหยุดที่ทับทิมหรือยัง?
''ครับๆ'' รีบตอบอย่างไม่ลังเล

มีข่าวไปปรึกษา น้ำฝน-กุณณัฏฐ์ ว่าอยากแต่งงานกับทับทิม?
''เปล่าครับ คือผมกับฝนคุยกันเรื่องงานบ่อย เขาก็ถามว่าเป็นยังไงบ้าง ผมก็บอกว่าดี แค่บอกเขาว่าอยากมีครอบครัว เพราะสมัยก่อนผมไม่คิดอยากจะมีครอบครัว พอโตขึ้นคนเราก็เปลี่ยนความคิด เราก็ยังไม่รู้ว่าจะเป็นยังไงเพราะเพิ่งคบกัน ผมไม่ได้รีบร้อน''

ระดับความสัมพันธ์ตอนนี้เรียกแฟนได้ยัง?
''เรียกแฟนแล้วครับ ใช้คำนี้มา 2 อาทิตย์แล้วตั้งแต่ก่อนปีใหม่ ส่วนน้องจะเรียกแฟนหรือยังต้องไปถามเขาเอาเองครับ''

ขณะที่ล่าสุดจ่อไมค์สอบถามสาวทับทิมกลับตอบเลี่ยงๆว่าเป็นแค่พี่ที่สนิทที่สุดตอนนี้เท่านั้น งานนี้เห็นทีหนุ่มฟานคงต้องไปเคลียล์กันเองหลังไมค์นะจ๊ะ

ที่มาข้อมูล : Siamdara

วันเสาร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2556

สับเละ โก๊ะตี๋ ล้อเลียนอาการดาวน์ซินโดรม


ชาวเน็ต สับเละ  เรื่องเล่าเช้านี้ จี้ สรยุทธ์ ชี้แจง กรณี"โก๊ะตี๋" แสดงล้อเลียนอาการดาวน์ซินโดรม ชี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง


สืบเนื่องจากได้มีเพจเฟสบุ๊ค ที่ใช้ชื่อว่า@เปิดโลกกว้างเส้นทางแห่งรัก "ดาวน์ซินโดรม" Together We Rise Down Syndrome ได้โพสต์ข้อความประนามรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ของไทยทีวีสีช่อง 3 ที่ให้พิธีกรและดารานักแสดงตลกชื่อดังโก๊ะตี๋  แสดงเลียนแบบเป็นผู้มีภาวะอาการดาวน์ซินโดรม ออกอาการสดในรายการ โดยเห็นว่าการกระทำดังกล่าวขาดการเคารพสิทธิมนุษยชนเป็นอย่างยิ่ง โดยข้อความในเพจดังกล่าวมีดังนี้

เรียนคุณสรยุทธ์ ทีมงานเรื่องเล่าเช้านี้ และช่อง 3

การนำเสนอรายการเรื่องเล่าเช้านี้ช่วงบันเทิงเมื่อวันที่ 9 ม.ค.2556 นั้นขาดการเคาเรพสิทธิมนุษยชนเป็นอย่างยิ่ง บทบาทที่เขียนให้โก๊ะตี๋แสดงเป็นผู้มีภาวะอาการดาวน์ซินโดรม ที่คุณแสดงกันนั้นอาจจะเป็นตลกที่ขำเหลือร้ายสำหรับคนดู และ คิดว่าคงช่วยให้เรตติ้งคุณสูงยิ่ง

แต่คุณคิดหรือไม่ว่าการเลือกบทบาทการแสดงให้กับโก๊ะตี๋แบบนี้เหมาะสมอย่างนั้นหรือ เขาคือบุคคลที่มีศักดิ์ศรีเต็มที่ไม่ต่างจากพวกคุณที่คิดว่าตนเองสมบูรณ์ ฉลาด คุณได้คิดถึงความรู้สึกของพวกเขาและครอบครัวหรือไม่ ทั้งหมดมันเป็นการทำร้ายจิตใจคนกลุ่มหนึ่งอย่างแรง

สำหรับคุณโก๊ะตี๋เราเองมีความภูมิใจในตัวคุณมาก่อน ในความสามารถ ความมุ่งมั่น และความรับผิดชอบต่อครอบครัว คุณน่าจะเข้าใจในเรื่องนี้ได้ดีกว่าเรา อยากถามว่า “เงิน” นั้นสำคัญกว่าศักดิ์ศรีที่พวกเรามีความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันไม่แตกต่างจากคุณ


ขณะที่ โก๊ะตี๋ นักแสดงตลกชื่อดังได้ออกมาขอโทษและเผยว่า

''จริงๆ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา หนูแต่งตัวทำเป็นเด็ก 4 ขวบ พี่ยุทธพูดก็ไม่ได้ตั้งใจหรอก เขาจะด่าหนูว่าเป็นหรือเปล่าแต่ว่าบังเอิญ อย่างว่ามันเป็นรายการสดก็มีพลาดได้ น่าจะอภัยให้กัน สารของรายการไม่ได้อยู่ที่ว่าไปด่าเด็กดาวน์ซินโดรม เหมือนแค่แซวเล่นๆ กันมากกว่าไม่ได้ตั้งใจล้อเลียน แต่เขาไปหาว่าเราล้อเลียนดาวน์ซินโดรมก็ขอโทษด้วย จริงๆ แล้วหนูต้องบอกว่าก่อนว่าหนูไม่ได้ล้อเลียนนะครับ ไม่ได้ดูถูกคนเหล่านี้นะครับ จริงๆ แล้วหลายๆ คนอาจจะมีความสามารถแล้วก็มีความสามารถพิเศษมากกว่าคนปกติด้วยซ้ำ ตกใจมากที่มีเหตุการณ์แบบนี้ ตอนแรกไม่เครียด ตอนนี้เริ่มเครียดแล้ว หนูขอโทษแล้วกันถ้าหลายคนคิดว่าหนูตั้งใจที่จะไปล้อเลียนเด็กเหล่านั้น หนูขอโทษจริงๆ แต่บอกตรงๆ จากขั้วหัวใจที่ทำไปเพราะอยากให้ทุกคนมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ นักแสดงตลกคนหนึ่ง คนรักมีคนเกลียดมีหนูคิดว่าอย่างนั้นครับ''

''เวลาหนูไปต่างหวัด หนูได้รับเสียงจากประชาชนจะบอกว่าชอบจังเลย ทุกวันพุธจะรอดูอยากเห็นหนูแต่งตัวแปลกๆ ทำให้เขามีรอยยิ้มและเสียงหัว แต่ไอ้ข่าวสารจากคนที่อยู่หน้าแป้นพิมพ์หนูไม่รู้ ต่อไปนี้ก็ต้องระมัดระวัง แต่ผมเนี่ยเป็นเด็กบ้านนอก หนูคิดยังไงหนูก็พูดอย่างนั้น ตรงๆ ไม่มีลับหลังหรือจิกกัดใครลับหลัง อยากให้ทุกคนมีความสุขก็เท่านั้นเอง อาจจะไปแฉลบโดนหัวใจใครบ้างคนหรือทำให้ใครบางคนเสียใจก็ขอโทษ ส่วนเรื่องที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน โห หนักเลย ไม่รู้จะพูดยังไง ขอโทษแล้วกันครับ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ครับว่าเราทำไปเนี่ยมันไม่เคารพสิทธิมนุษยชนจริงหรือเปล่า''

วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2556

เอมมี่ มรกต โชว์เซ็กซี่บิกินี่ภายใต้ชุดเดรสลูกไม้


เอมมี่ มรกต สุดเซ็กซี่ในชุดเดรสลูกไม้ทับบิกินี่ ที่เกาะเสม็ด ดาราสาวหุ่นเป๊ะอย่าง เอมมี่ มรกต กิตติสาระ ได้ไปเคาท์ดาวน์พร้อมพักผ่อน ที่ซัมเมอร์เดย์ บีช รีสอร์ท เกาะเสม็ด 


ช่วงส่งท้ายปีที่ผ่านมา ที่สาวเจ้าได้ลั้ลลาสุด ๆ ที่ได้ไปอาบแดดทำผิวสีแทน เล่นน้ำทะเล ซ้อนรถออฟโรดกินลมชมวิว พร้อมล่องเรือชมเกาะ แต่ที่เป็นทีเด็ดของทริปนี้อยู่ที่ เอมมี่ มรกต ปล่อยภาพที่เธอสวมบิกินี่ตัวจิ๋วสีสันสดใส เพิ่มเสน่ห์ด้วยการสวมทับด้วยเดรสลูกไม้ซีทรู  ทำให้เธอสวย เริ่ด จนหลายคนที่เห็นภาพนี้ พากันถามว่าสาวเอมมี่ ไปซื้อชุดนี้มาจากไหนเลยทีเดียวเชียว







ขอขอบคุณภาพจาก Instagram aimeemorakot และ กระปุกดอทคอม

วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

มาริโอ้-ญาญ่าญิ๋ง กับเลิฟซีนสุดร้อนแรง ใน จันดารา ปัจฉิมบท


มาริโอ้-เมาเร่อ กับ ญาญ่าญิ๋ง-รฐา โพธิ์งาม ถูกจับตามองเป็นอย่างมากกับฉากเลิฟซีนสุดร้อนแรงครั้งแรกในชีวิตการแสดงของคู่ ในภาพยนตร์มหากาพย์โศกนาฏกรรมอันยิ่งใหญ่เรื่อง "จันดารา ปัจฉิมบท" ซึ่งทั้งคู่ขอเต็มที่กับบทรักต่างวัยอันเร่าร้อน เพื่อความสมบูรณ์แบบของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องนี้
โดยก่อนเริ่มการถ่ายทำฉากสำคัญนี้ "หม่อมน้อย-ม.ล.พันธุ์เทวนพ เทวกุล"ผู้กำกับชั้นครู  ทำความเข้าใจกับทั้งสองนักแสดงและอธิบายถึงเหตุผลที่ตัวละครทั้งคู่จำเป็นต้องกระทำเช่นนี้ เพื่อให้ผ่อนคลายความรู้สึกกังวล จนสามารถแสดงฉากนี้ผ่านไปได้อย่างราบรื่น

มาริโอ้เปิดเผยความรู้สึกกับฉากเลิฟซีนครั้งแรกนี้ว่า

"สำหรับฉากเลิฟซีนกับคุณบุญเลื่องก็มีหลายอารมณ์มากๆ ครับ มันค่อนข้างซับซ้อนทางอารมณ์มาก ความต้องการของจันในฉากนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเซ็กส์อย่างเดียว ใจหนึ่งก็เพื่อแก้แค้นคุณหลวง อีกใจเขาก็รักคุณบุญเลื่องจริงๆ ด้วย เขารู้สึกเหมือนมีไออุ่นและสัมผัสถึงความเป็นแม่อยู่ในนั้น เป็นอีกหนึ่งซีนอารมณ์ที่เล่นยากและหนักอยู่เหมือนกันครับ สำหรับการเล่นกับพี่หญิงและการกำกับของหม่อมในฉากเลิฟซีนนี้ โอ้ก็ขอโทษพี่หญิงก่อนทุกครั้ง เพราะว่ามันมีการถึงเนื้อถึงตัวกันด้วย แต่เรารู้ว่าเรามาเพื่อการแสดงและนี่คืองานของเรา ก็มองข้ามจุดนั้นไป หม่อมเขาจะมีการเซฟให้ตลอด เป็นสิ่งที่หม่อมเขาคอยดูให้นักแสดงหญิงและทุกคนด้วยครับ" 

ขณะที่ญาญ่าญิ๋งได้กล่าวถึงฉากเลิฟซีนสุดร้อนแรงนี้ว่า

"พูดถึงจัน ดาราแล้วก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของอีโรติก เพราะทั้งหมดเขาใช้เซ็กส์เป็นสื่อในการนำเสนอเรื่องราว บอกถึงความรัก ความใคร่ การแก้แค้น ดังนั้นมันหนีไม่พ้นในเรื่องของเลิฟซีน ซึ่งแต่ละเลิฟซีนมันก็มีความสวยงาม ดูให้งามมันก็งาม ภาคนี้สำหรับคุณบุญเลื่องจะได้เห็นมากขึ้นจากภาคที่แล้วที่จะมีแค่ถูน้ำแข็ง ภาคนี้ก็จะมีเลิฟซีนอยู่หลายฉากเหมือนกัน หญิงก็รู้สึกตื่นเต้น เพราะนี่ก็เป็นหนังเรื่องแรกในชีวิต แล้วก็เป็นอีโรติกที่เราเองก็ไม่เคยเล่นมาก่อน แต่สุดท้ายยังไงมันก็คืองาน แล้วก็มาถึงจุดนี้แล้วเราก็อยากให้ออกมาดี และอยากให้ภาพออกมาสวย ซึ่งภาพทั้งหมดหม่อมก็เป็นคนจัดให้ทั้งหมดว่าอยากให้นอนตรงไหนอะไรยังไง ซึ่งที่ได้ดูแล้วก็ยอมรับค่ะว่าแรงที่สุดในชีวิต ก็ยังไม่เคยรับละครหรือภาพยนตร์อะไรที่แรงขนาดนี้ แล้วเราก็คิดว่า ก็คงจะไม่กล้าเล่นกับใครถ้าไม่ใช่หม่อม เพราะหม่อมทำให้เรารู้สึกว่า พอมองแล้วมันไม่ใช่ความโป๊ มันเป็นความสวยงามจริงๆ"

ที่มาข้อมูล : รายการคันปาก

วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2556

เจี๊ยบ-บอย สุดช็อกร้านวอด 10 ล้าน รับปีใหม่


สุดช็อกรับปีใหม่ สำหรับคู่รักหวานวงการบันเทิง ''เจี๊ยบ-พิจิตตรา'' กับ ''บอย-พีซเมคเกอร์'' หลังไฟไหม้ร้าน ''ชาบูคิง'' ที่เพิ่งเปิดกิจการได้เพียงแค่ 3 เดือน ในห้างเดอะซีน สภาพร้านวอดหมดมูลค่าความเสียหาย 8-10 ล้านบาท อย่าเดิ่งสรุปว่าเป็นร้านต้นเพลิงต้องรอผลพิสูจน์หลักฐานที่ชัดเจนออกมาก่อน 


เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 ม.ค. เวลา 06.45 น. พ.ต.ท.มารุต แก้วประเสริฐ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สน.วังทองหลาง รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ภายในห้าง เดอะซีน ถนนศรีวรา แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง จึงประสานรถดับเพลิงจากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยหัวหมาก ก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ซึ่งที่เกิดเหตุเป็นชั้นที่ 2 ของห้าง  พบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้ โดยมีควันสีเทาพวยพุ่งออกมาเป็นจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องระดมฉีดน้ำนานกว่า 30 นาที จึงควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ เมื่อเข้าไปตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ พบร้านอาหาร ชาบูคิง เนื้อที่ประมาณ 130 ตารางเมตร ถูกไฟไหม้จนพังเสียหายทั้งร้าน ที่หน้าร้านพบถังดับเพลิงของห้างวางอยู่ 4 ถัง ห่างออกไปพบสายยางดับเพลิงที่ห้างติดตั้งไว้วางเรียงกันอยู่ นอกจากนี้ยังมีร้านค้าที่อยู่ข้างเคียงถูกเพลิงไหม้ลามเสียหายไปอีก 2 ร้าน คือ ร้านวาโจ ร้านอาหารเกาหลี และ ร้านศศิรา เวชกรรม ทั้งสองร้านมีเนื้อที่ 50 ตารางเมตร ทำให้ทางห้างเดอะซีนต้องปิดให้บริการในวันนี้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าเคลียร์พื้นที่และตรวจสอบความเสียหาย

จากการสอบปากคำพยานพบว่า ต้นเพลิงลุกไหม้จากร้านอาหารชาบูคิง ซึ่งเป็นร้านของ ''บอย พีซเมคเกอร์'' นักร้องหนุ่มชื่อดัง กับแฟนสาวนักแสดง ''เจี๊ยบ'' พิจิตตรา สิริเวชชะพันธ์ โดยเป็นร้านอาหารลักษณะปิ้งย่าง จึงทำให้วัสดุในร้านเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้เพลิงเกิดลุกลามอย่างรวดเร็ว และจากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบว่ามีผู้บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต สำหรับสาเหตุที่แท้จริงต้องรอให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งจะต้องเรียกเจ้าของห้าง และเจ้าของร้านมาสอบปากคำก่อนจะสรุปสาเหตุและมูลค่าความเสียหาย แต่เชื่อว่าไม่ใช่การวางเพลิงแน่นอน

เจี๊ยบ-พิจิตตรา พร้อมกับ บอย-พีซเมคเกอร์ ได้เดินทางมาตรวจสอบความเสียหายทันที ได้กล่าวว่า
''มีญาติฟัง จส.100 โทร.มาบอกตอนเช้าว่า มีไฟไหม้ที่ร้านนะ เจี๊ยบรีบโทร.เช็กเลย สรุปบริเวณนี้โดนไฟไหม้ประมาณ 3-4 ร้าน ซึ่งร้านที่โดนมากที่สุดคือร้านของเจี๊ยบ เพราะว่าร้านเป็นไม้ทั้งร้าน ทั้งนี้ทั้งนั้นทนายยังไม่อยากให้พูดดอะไรมากค่ะ ประเมินมูลค่าความเสียหายประมาณ 8-10 ล้าน แค่ระบบที่ญี่ปุ่นมาเซตให้ก็ 6 ล้านบาท แล้ว ยังไม่รวมเครื่องครัวหรืออุปกรณ์ต่างๆ เสียหายหมดเลย ขนาดตู้เซฟยังกลายเป็นเศษเหล็ก ตอนนี้ยังไม่สามารถงัดเอาเงินสดที่เก็บไว้ข้างในออกมาได้เลย เจี๊ยบช็อกเลย แล้วก็รีบโทร.บอกบอย และรีบขับรถมาดู คิดว่าน่าจะได้รับความเสียหายนิดหน่อย แต่ระหว่างที่ขับรถมามีพี่ที่รู้จักกันเขาขับรถผ่าน ถ่ายส่งมาให้ดูแล้วบอกว่าเหมือนกับร้านของเจี๊ยบเลยนะ พอมาถึงก็บอกบอยว่าขอไม่เข้าไปแล้วกัน มันเยอะมากเลยจนไม่อยากเห็น เสียใจร้องไห้ 3 รอบ 8 รอบเลยค่ะ แต่บอยไม่ร้องเขาคงก้าวไปอีกสเต็ปหนึ่งแล้ว เขาก็ปลอบใจว่าจะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อไหม้ไปแล้ว ก็ต้องมาว่ากันเรื่องที่ต้องดำเนินการกันต่อไป''

นักแสดงสาวกล่าวต่อด้วยสีหน้าอิดโรย ว่า
''ทางโครงการยังไม่มีการติดต่ออะไรมาเลยค่ะ เขาอาจจะกำลังเตรียมการอะไรบ้างอย่างอยู่หรือเปล่าไม่รู้ แต่ถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากโครงการเลยค่ะ แต่เขาก็คงช่วยเหลือเราเต็มที่แล้ว เขาน่าจะมีกระบวนการของเขา เจี๊ยบไม่กล้าคาดหวังอะไร ส่วนตัวกำลังทำใจอยู่''

แล้วสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากอะไร?
''ตอนนี้ยังไม่รู้ค่ะว่าเพราะอะไร ไฟมาในลักษณะของการลามตามหลังคาด้านบนทั้งแผง ยังไม่อยากคาดเดาอะไร ตอนที่มีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาก็ยังไม่ได้คุยอะไรนะคะ เขาบอกแต่เพียงว่ามาดับไฟได้เร็วที่สุดเท่านี้ คือเจี๊ยบเข้าใจนะคะเรื่องไฟไหม้ แต่มันก็ควรมีการช่วยเหลือเบื้องต้น น้ำต้องเตรียมไว้ยังไง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโครงการไปไหน มีคนงัดร้านเจี๊ยบเข้าไปได้แล้วแต่ว่าทำอะไรไม่ได้''

จะทำสาขานี้ต่อหรือไม่?
''ร้านนี้เจี๊ยบเพิ่งขายมาได้ 3 เดือนเอง เป็นร้านที่มีผลการตอบรับที่ดีมาก เหตุการณ์นี้ทำเสียรายได้มากเลยค่ะ เฉลี่ยวันหนึ่งร้านนี้ทำรายได้เป็นแสนต่อวัน แต่ยังไม่ได้ต้นทุนคืนเลยค่ะ ยังไม่ได้ค่าเตาที่สั่งมาจากญี่ปุ่นเลยค่ะ จะทำต่อที่นี่รึเปล่าต้องขอปรึกษากับทนายก่อนว่าค่าความเสียหายเป็นอย่างไร ทำอะไรได้บ้าง แต่เราก็ต้องเดินหน้าต่อไป เพราะทำที่สาขาอื่นด้วย ที่เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ ก็กำลังทำร้านอยู่แต่ยังไม่เปิด น่าจะเดือนเมษายนนี้เปิดให้บริการได้ จะพยายามไม่ตัดสาขาไหนเลย เพราะเรามีลูกน้องที่ต้องดูแล ตอนนี้มันกลายเป็นครอบครัวใหญ่แล้วค่ะ ถ้าเราท้อจะมีผลกระทบเยอะ แต่ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ค่ะ''

ด้าน ''บอย พีซเมคเกอร์'' กล่าวว่า
''เห็นสภาพร้านก็อึ้งครับมันพูดไม่ออกเห็นแล้วจุก เหมือนเอาเงินมาเผา ตอนที่ทราบเรื่องเจี๊ยบโทร.มาบอกตอนนั้นครึ่งหลับครึ่งตื่นครับ คิดว่าเอ๊ะมันจริงหรือเปล่า คืออารมณ์เหมือนกึ่งๆ ฝันหรือเปล่า แต่พอรู้สึกตัวก็รู้ว่าร้านเราใช้แล้วล่ะ ไม่คิดว่าจะโดนเยอะขนาดนี้ นึกว่าแบบไฟไหม้นิดหน่อยที่โครงการขับรถไปดู แต่ระหว่างทางขับรถมามีคนลงรูป เห็นรูปไฟแดงออกมาชัดเจนมากมันไม่ใช่เล็กๆ แล้ว''

มีกระแสข่าวออกมาว่าร้านชาบูคิงอาจเป็นร้านต้นเพลิง?
''จริงๆ แล้ว รอให้เขาพิสูจน์หลักฐานก็มาผลที่ตรวจเป็นไปในทิศทางไหนค่อยมาว่ากัน บางกระแสว่าเป็นร้านต้นเพลิงตอนนี้ยังไม่รู้อะไรเลยนะครับ เวลาที่เกิดเพลิงไหม้เกิดช่วงเวลา 6 นาฬิกา หรือก่อน 6 นาฬิกาด้วยซ้ำ ซึ่งช่วงเวลานั้นไม่มีใครอยู่ คนในร้านเราก็ไม่มีใครอยู่ เพราะหลัง 4 ทุ่มร้านก็ปิดแล้ว จะมาทำงานกันอีกทีก็ 10 โมง ตรงนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ ผมก็จะไม่พูดอะไร ยังไม่กล้าบอกว่าเพลิงมันเกิดมาจากไหน ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครรู้ ยังไม่กล้าสรุปอะไร''

แล้วเรื่องกิจการร้านชาบูคิงจะทำอย่างไร?
''ผมว่าเรื่องแบรนด์มันต้องเดินหน้าต่อไป หยุดไม่ได้ครับเรามีอีก 2 สาขา ที่สุขุมวิทซอย 23 และที่ธัญญะช็อปปิ้งพาร์ค ศรีนครินทร์ แล้วเรายังมีคอนแทกต์กับห้างใหญ่ เป็นแพลนโปรเจกต์ที่ต้องเปิดอีกหลายสาขา ตอนนี้ก็มีผู้ใหญ่หลายๆ ท่านให้คำปรึกษา นี่เป็นครั้งแรกที่เจอเหตุการณ์ไฟไหม้ จริงๆ แล้วทุกๆ ร้านที่ผมทำ รวมถึงทุกคนที่ทำร้านอาหารไม่อยากให้เกิดอะไรแบบนี้แล้วอัคคีไฟเป็นเรื่องที่คอนโทรลยาก''

ที่มาข้อมูล : Siamdara

วันอังคารที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2556

เอ-ศุภชัย ปัดน้อยใจอั้ม โต้ข่าวหักค่าคิวโหด


เอ-ศุภชัย ยันไม่โกรธ อั้ม-พัชราภา ที่ไม่ได้จัดปาร์ตี้วันเกิดให้ แต่ใจจดใจจ่อรอเช็กของขวัญจากซุปตาร์สาวอยู่ พร้อมโต้ข่าวเป็นผู้จัดการหน้าเลือดหักค่าคิวจากนักแสดงในสังกัดสูงถึง 60 เปอร์เซ็นต์  ขณะผู้จัดการมือทองยันไม่เป็นความจริงเลย แถมบางครั้งยังไม่กล้าหักสักบาท เพราะเห็นน้องๆต้องทำงานเหนื่อย


เนื่องจากมีดาราสังกัดหลายคน แถมยังขึ้นแท่นซุปตาร์ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็น อั้ม-พัชราภา, ณเดชน์ คูกิมิยะ, ป๋อ-ณัฐวุฒิ, หมาก-ปริญ, ใหม่-ดาวิกา, มาริโอ้-เมาเรอร์, เคน-ภูภูมิ และอื่นๆอีกมากมายที่กำลังมา ทำให้ เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร ผู้จัดการมือทองของยุคนี้ โดนเพ่งเล็งจากหลายฝ่ายทั้งคนที่ชื่นชอบหรือคนที่ไม่ชอบ ทำให้มีข่าวลือออกมาอย่างไม่ขาดสาย อย่างล่าสุดนี้มีกระแสข่าวลือว่า พี่เอ หน้าเลือดหักค่าหัวคิวของนักแสดงในสังกัดถึง 60 เปอร์เซ็นต์ต่อรายต่องานเลยทีเดียว พอได้พบเจอ พี่เอ-ศุภชัย ขณะมาร่วมงานแกรนด์โอเพนนิง สยามเซ็นเตอร์โฉมใหม่ ''เมืองแห่งไอเดียที่ล้ำเทรนด์'' ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ผู้สื่อข่าวจึงได้ซักถามเกี่ยวกับประเด็นนี้ทันที ซึ่งได้ความมาว่า
''ไม่ครับ จากการทำงานกับน้องๆ ก็คุยกันตลอด หากน้องๆ อยากจะให้เงิน ''พี่เอ'' เท่าไหร่ก็แล้วแต่เพราะเราไม่ได้ทำงานแบบมีสัญญากันเลย แล้วเวลามีงานอะไรอย่างนี้นักแสดงของ ''พี่เอ'' ทุกคนจะเป็นคนรับเงินจากลูกค้าเองตลอด คือถ้าได้อย่างที่ข่าวบอกตอนนี้ ''พี่เอ'' ก็คงจะรวยกว่านี้แล้ว ยกเว้นกรณีพิเศษที่เป็นคนที่ทำงานมาจากต่างประเทศ ซึ่งเราต้องเป็นคนการันตีรายได้ให้กับเขาว่าคุณมาอยู่ประเทศไทยเราจะมีรายได้ให้คุณเท่านั้นเท่านี้ แต่สำหรับคนที่อยู่ในประเทศไทยพี่ไม่เคยให้วิธีนี้ครับ''

มีข่าวว่าพี่เอโขกราคาค่าตัวดาราสูงจากเจ้าของสินค้าจริงหรือไม่?
''จริงๆ เราเห็นตามลูกค้า เห็นว่าเหมาะสมก็พยายามคุยให้ชนกันตรงกลาง ตัวพี่ก็จะถามลูกค้าก่อนว่ามีงบเท่าไหร่ ส่วนตัวเราก็ถามน้องๆ ที่ต้องทำงานว่าลูกค้ามีอยู่ประมาณเท่านี้ไหวไหม ถ้าโอเคทั้งสองฝ่าย ''พี่เอ'' ก็โอเคเลย พี่ไม่เคยคิดว่าเราดังมากแล้วจะไปโก่งราคา พี่คิดเสมอว่าน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า ซึ่งตอนรับเงินน้องก็จะเป็นคนรับกับลูกค้า ส่วนเราจะดูแลเรื่องภาษี ซึ่งเราก็ทำตามอย่างถูกต้องทุกอย่าง''


มีดาราดังในสังกัดเยอะทำให้ปีที่ผ่านมา ''พี่เอ'' ต้องมีเงินเข้ากระเป๋าเยอะตามไปด้วยจริงหรือเปล่า?
''ไม่ครับจริงๆ พี่เอมีแต่ให้นะครับ ปีนี้ อั้มก็ไม่เห็นให้อะไรพี่เอเลย วันเกิดอั้ม พี่เอก็เพิ่งให้เช็กของขวัญไปเองครับ ก็รอจากน้องอั้มอยู่นะครับ ถ้าได้ยินเสียงนี้แล้ว ถ้าจะซื้อกระเป๋าให้พี่เอ พี่ก็ไม่โกรธเลยครับ เพราะปีนี้พี่ยังไม่ได้ถอยเลยสักใบ ก็กันเองครับ อยู่กันแบบพี่น้อง เราซื้อใจกันมากกว่าครับ อีกอย่างบางครั้งบางงาน พี่เอก็ไม่ได้อะไรเลย ยกตัวอย่างเช่น พี่ป๋อ-ณัฐวุฒิ สกิดใจ ที่เจอกับงานบางงานเขาก็บอกว่าเหนื่อยหน่อยนะ พี่เอก็รู้สึกว่าถ้าไม่ให้ตังค์พี่ก็ไม่ว่าเลย หรือจะเป็นอย่างน้อง เอส-กันตพงศ์ บำรุงรักษ์ ซึ่งกำลังถ่ายละครเรื่องเสือสมิงอยู่ก็มาบอกพี่ว่า "พี่เอผมเหนื่อยมากเลย" พี่ก็บอกน้องว่าอย่าคิดถึงพี่เลยเพราะเรื่องเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับพี่ แต่ขอให้ใจสำคัญกว่า ไม่ได้ตังค์จากตรงนั้นพี่ก็มาขายส้มตำเอาก็ได้ แค่พี่เห็นน้องๆ ที่รักอยู่บนหน้าจอทีวีพี่ก็รู้สึกมีความสุขแล้ว''

ปีนี้ อั้มไม่ได้จัดวันเกิดให้พี่เอ เหมือนที่ผ่านมา มีน้อยใจบ้างหรือเปล่า?
''ไม่น้อยใจเลยครับ แค่แซวเล่นมากกว่าจริงๆน้องอั้มจะจัดวันเกิดของพี่เอ ในปีนี้ แต่พอดีว่าคุณลุงของพี่เอเพิ่งเสีย พี่ก็เลยไม่จัดดีกว่า แต่เขาก็เซอร์ไพรส์ด้วยการนำเค้กมาให้พร้อมเพื่อนๆ ก็ประทับใจคือ อั้มเป็นคนที่น่ารักมากครับ ถ้าเราทำอะไรให้เขาก่อนเขาจะเบิ้ลกลับมา อย่างวันเกิดที่ผ่านมาพี่ให้เขาไป 3 แสน แต่พี่ก็หวังว่าจะได้กลับมา 5 แสนนะ (หัวเราะ) แต่ปรากฏว่าปีนี้พี่ไม่ได้จัดวันเกิด''

ที่มาข้อมูล : Siamdara

วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2556

วิว โต้ข่าวย่องขึ้นคอนโดฯ โตโน่


วิว-วรรณรท แอบดอดขึ้นคอนโดฯ โตโน่-ภาคิน งงข่าวโยงเป็นเหตุสน-ยุกต์ กับ โตโน่หวิดวางมวยกัน
จากกระแสข่าวลือว่านางเอกสาว วิว-วรรณรท สนธิไชย ดอดขึ้นคอนโดฯ พระเอกร่วมค่ายเอ็กแซ็กท์ ''โตโน่'' ภาคิน คําวิลัยศักดิ์ ซึ่งฝ่ายชายได้ออกมาโต้เรียบร้อยแล้ว ทำให้ฝ่ายหญิงออกมายืนยันอีกคนว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริงเลย 


โดยเมื่อวันที่ 9 ม.ค.56 ที่ผ่านมา ได้พบกับสาววิวซึ่งไปร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง ''จันดารา ปัจฉิมบท'' ที่โรงแรมดิโอกุระ เพรสทีจ เพลินจิต ได้ความว่า
 ''ก็ไม่มีอะไรเลยค่ะอ่านข่าวแล้วตกใจเหมือนกัน ตอนแรกคิดว่าพลอตละครเรื่องใหม่หรือเปล่า (หัวเราะ) เราก็พยายามอ่านว่ามันเป็นยังไง จริงๆ อ่านข่าวมาก็ตกใจเพราะมันแรงและไม่มีความจริงเลย ไม่เคยไปเลยค่ะ ก็ทราบว่าพี่โตโน่พักอยู่ตรงไหนเพราะเราถ่ายละครนางสิงห์สะบัดช่อมันก็มีรถตู้ไปรับ ทุกคนที่เล่นละครมันจะรู้จักบ้านกันอยู่แล้วค่ะ''

นางเอกสาวหน้าหวานเผยต่อด้วยว่า
''ไม่ได้คุยกันเลยค่ะและยังไม่ได้เห็นอะไรที่เค้าสัมภาษณ์ด้วย เราแค่ทราบเนื้อข่าวว่าเป็นอย่างนี้ก็ตกใจเหมือนกัน'' 

มีข่าวว่า สน-ยุกต์ ส่งไพศาล ไปเห็นวิวอยู่กับโตโน่ทำให้หลังจากนั้นก็ไม่คุยกับโตโน่อีกเลย?
''สนมาได้ยังไงไม่รู้ มันคงเป็นการเอาไปโยงๆ กัน ไม่มีทางเป็นไปได้ไม่มีอะไรที่เป็นไปได้เลย ก็ไม่เห็นเขาทะเลาะกันเลยนะแล้วไม่ได้เกี่ยวอะไรกับวิวด้วย เพราะทุกคนเป็นเพื่อนร่วมงานกันแถมยังมาจากค่ายเดียวกันด้วย''  

จากนั้นสาว วิว ได้บ่นทิ้งท้ายว่า
''สงสัยปีนี้เป็นปีชงจริงๆ เพราะเป็นปีมะเส็งและชงหนักจริงๆ''

ที่มาข้อมูล : Siamdara

วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2556

ภาพหลุด จัสติน บีเบอร์ ถืออะไรในมือ


ต้อนรับปีใหม่ 2013 ของ จัสติน บีเบอร์ ป็อปสตาร์ชาวแคนาเดียน กลับมีแต่ข่าวแย่ๆ เช่นข่าวที่ว่าโดน เซเลน่า โกเมซ ตัดหางปล่อยวัดรอบสอง มีส่วนเกี่ยวพันกับการเสียชีวิตของปาปาราซซี่ในอุบัติเหตุทางรถยนต์ ล่าสุดมีภาพถือบุหรี่ที่คาดว่าเป็นกัญชาในโรงแรม โดยที่พีอาร์ส่วนตัวของบีเบอร์ยังเงียบฉี่กับข่าวฉาวโฉ่นี้


เมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา ได้มีถ่ายภาพ จัสติน บีเบอร์ ที่ในมือถือสิ่งที่ดูเหมือนบุหรี่สอดไส้ ระหว่างปาร์ตี้เฮฮากับเพื่อนกลุ่มหนึ่งอยู่ในโรงแรมที่ นิวพอร์ท บีช ก่อนที่ภาพจะหลุดออกมาในวันที่ 4 มกราคม หรือสามวันหลังจากการเสียชีวิตของ คริส กูเอร์ร่า ปาปาราวซี่ฟรีแลนซ์ และให้บังเอิญเหลือเกินที่ก่อนจะเสียชีวิต กูเอร์ร่าเป็นคนอ้างเองว่า เคยเห็นบีเบอร์ดูดกัญชาขณะขับรถ            

แม้จะผ่านหลายวัน แต่ทั้งบีเบอร์ และพีอาร์ ไม่ให้ข่าวใดๆ ทั้งนั้นกรณี ''วัตถุต้องสงสัย'' แต่แหล่งข่าววงในออกมาเผยแบบแบ่งรับแบ่งสู้ ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ โดยบอกว่า ''เขาอายุ 18 ย่าง 19 เขาเป็นเด็กนิสัยดี มันไม่ใช่ว่าเขาเป็นเด็กที่ทำตัวมีปัญหา โดยทั่วไปเขาทำตัวดีมาตลอด เขาสบายดี และแน่นอนว่าเขาจะผ่านเรื่องนี้ไปได้''

''ฟังนะ เขาผ่านอะไรมาเยอะมากในปีที่แล้ว ซึ่งรวมถึงเรื่องของ มารายห์ เยียเตอร์ ที่พยายามแบล็กเมล์เขา (อ้างว่าโดนทำท้อง) เขาโตมาโดยไม่มีพ่อ เพราะฉะนั้นหากพิจารณาจากทั้งหมดนี้ เขาเป็นเด็กดีแล้ว'' แหล่งข่าวสายบีเบอร์ กล่าวปกป้อง ซึ่งฟังแล้วให้ความรู้สึกเป็นนัยๆ ว่า มีความเป็นไปได้ที่บีเบอร์อาจสูบกัญชาจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเด็กเลว ทำตัวมีปัญหา สร้างความเดือดร้อน

ด้านบีเบอร์ที่พักหลังมีแต่ข่าวเสียๆ หายๆ ก็ออกมาทวีตพรรณนาตัดพ้อ บ่นเรื่อยเปื่อยไปตามฟอร์ม เมื่อวันเสาร์ที่ 5 มกราคม โดยบอกว่า ''ผมเห็นทุกคน ผมได้ยินได้ฟังทุกคน ผมไม่เคยอยากทำให้ใครต้องผิดหวัง ผมรักคุณ และอยากขอบคุณ อย่างที่ผมพูดแล้ว...2013...ความท้าทายใหม่ๆ พวกขี้สงสัยกลุ่มใหม่ ผมพร้อม เราพร้อม เจอกันพรุ่งนี้ และทุกวันหลังจากนั้น ฝันดีสาวๆ''  


ขณะเดียวกันก็มีอีกกระแสออกมาว่า พฤติกรรมเพี้ยนๆ บ้าๆ บอๆ ของบีเบอร์ มาจากการที่เขามีเพื่อนชื่อ ลิล ทวิสต์ (Lil  Twist) แร็พเปอร์รุ่นราวคราวเดียวกัน โดยอ้างถึงเหตุการณ์ปาปาราซซี่โดนรถชนเสียชีวิต ขณะขับรถตามเฟอร์รารี่สีขาวที่บีเบอร์โดยสารมา และถูกตำรวจเรียกหยุด โดยงานนี้เคลียร์แล้วว่า บีเบอร์ไม่ได้ขับ และคนขับคือ ลิล ทวิสต์ นั่นเอง

แหล่งข่าวบอกว่า ในปาร์ตี้ที่ นิวพอร์ท บีช นั้น ลิล ทวิสต์ ก็อยู่ด้วย และดูจากภาพถ่ายบีเบอร์ที่โพสต์แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของปาปาราซซี่ไม่ได้มีทีท่าแบบนั้นเลยระหว่างอยู่กับเพื่อนฝูง โดยแหล่งข่าวแฉต่อไปว่า ลิล ทวิสต์ และพี่ชายของเขา ถูกกล่าวหาว่าเป็นคน ''ม้วนกัญชา'' แจกจ่ายเพื่อนๆ ที่มาร่วมสังสรรค์ จนมีภาพหลุด บีเบอร์ออกมา ซึ่งเมื่อดูจาก ''ลักษณะการถือ'' ดูไม่เหมือนคนถือบุหรี่เท่าไหร่

ที่มาข้อมูล : Saimdara

วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2556

บุ๋ม-ปนัดดา ตบ พิงค์กี้-สาวิกา กลางกองละคร กากับหงส์


มีกระแสข่าวออกมาอย่างหนาหูว่า บุ๋ม-ปนัดดา  วงศ์ผู้ดี ได้ตบ พิงค์กี้-สาวิกา ไชยเดช จนร้องไห้กลางกองละคร กากับหงส์ โดยสาวบุ๋มยันเรื่องเข้าใจผิด ชี้เป็นการสร้างกระแส


สืบเนื่องจากมีข่าวออกจากกองถ่ายละครเรื่อง ''กากับหงส์'' ว่านางร้ายตัวแม่อย่าง ''บุ๋ม'' ปนัดดา วงศ์ผู้ดี เข้าฉากตบจริงนางเอกสาวหน้าคม ''พิงค์กี้'' สาวิกา ไชยเดช เพื่อความสมจริงสมจัง จนเอานางเอกของเราอึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะร้องไห้ไปฟ้องแม่ตนเอง จนลือกันไปว่าไม่รู้จะเป็นเพราะเรื่องส่วนตัวหรือเป็นการเข้าใจผิดกันแน่ ซึ่งสาวบุ๋มได้ยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า
''บุ๋มไม่ทราบมาก่อนเลยนะว่ามีข่าวแบบนี้ออกมาด้วย แต่สามารถอธิบายได้นะเรื่องนี้ เพราะคิดว่าน่าจะเป็นฉากที่บุ๋มกำลังจะตบพิงค์กี้มากกว่า และฉากนั้นเป็นฉากอารมณ์ที่แรงมากๆ ทั้งจิกทั้งด่าแล้วเราก็ตบน้องเขาไป 1 ที ซึ่งยืนยันได้ว่าบุ๋มตบไม่โดนหน้านะ แต่เราเห็นหน้าพิงค์กี้ก็เหวอไปพักหนึ่ง แล้วน้องบอกว่า แค่ลมผ่านหน้ายังแรงขนาดนี้ โดนตบเข้าจริงๆ คงหงายหลังแน่เลย ประมาณนี้ ไม่ได้มีการนอกคิวใดๆ ทั้งสิ้น และพิงค์กี้เองก็ไม่ได้ร้องห่มร้องไห้ไปฟ้องคุณแม่อย่างที่ข่าวเขียนไปด้วย''

แปลกใจไหมว่าอยู่ดีๆ มีข่าวแบบนี้ออกมาได้อย่างไร?
''ข่าวยังไงมันก็คือข่าวที่ปล่อยออกมา และคงมีการแต่งเติมไปบ้าง ซึ่งเราเข้าใจตรงจุดนั้น คนที่ปล่อยข่าวออกมาคงมีเจตนาที่จะโปรโมตละครเท่านั้นเอง ตอนนี้ความสัมพันธ์กับพิงค์กี้เรายังพูดคุยกันปกติ ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย และร่วมงานกันบ่อยมากๆ ด้วย'' 

กลัวไหมจากข่าวจะทำให้มีปัญหากับนางเอกสาวหน้าคม?
''พูดตามตรงว่า เรื่องแค่นี้คงไม่ทำให้เรามีปัญหาอะไรใหญ่โตกับน้องเขาหรอก เรารู้ดีอยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น และความจริงมันเป็นอย่างไร อีกอย่างเราเองไม่เคยมีเรื่องอะไรกับน้องอยู่แล้ว''

ที่มาข้อมูล : Siamdara

วันศุกร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2556

ไอซ์-อภิษฎา โชว์เซ็กซี่ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่


ไอซ์-อภิษฎา ควง ไฮโซคิด โชว์เซ็กซี่ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ทะเลหัวหิน ไม่ยอมน้อยหน้าใคร แถมถ่ายภาพนุ่งบิกินีหวิวเล่นน้ำในสระของโรงแรมหรู ริมทะเลหัวหินมาอวดในอินสตาแกรม


ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ดารานักร้องใช้เวลาในช่วงวันหยุดพักผ่อนยาว ไปชาร์จแบตเพิ่มพลังก่อนลุยทำงานในปีพุทธศักราชใหม่ ตามสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามต่างๆ ทั้งใน และต่างประเทศกับคนรู้ใจ และกลุ่มก๊วนที่มีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ

ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด มี อั้ม-พัชราภา ไชยเชื้อ นางเอกเซ็กซี่ตลอดกาลที่ไปเคาต์ดาวน์กับเพื่อนสาวคนสนิท ที่มัลดีฟส์ โดยไฮโซ แอมป์-พิธาน หวานใจหนุ่มร่วมก๊วนไปดื่มด่ำบรรยากาศแสนโรแมนติกของสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลกด้วย

นอกจากนี้ยังมี ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต นางเอกสาวฮอตของช่อง 3 ที่ควง ''น็อต-วิศรุต'' ไปสวีตหวานนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ ที่เมืองปลาดิบ ประเทศญี่ปุ่น ท่ามกลางอากาศหนาว ''ตูน บอดี้สแลม'' อาทิวราห์  คงมาลัย นักร้องขวัญใจวัยโจ๋ พา ''ก้อย'' รัชวิน วงศ์วิริยะ ไปอวดความหวานน้ำตาลเรียกพี่ดื่มด่ำบรรยากาศของเมืองอันงดงามอย่างปารีส ส่วน ''ญาญ่า'' อุรัสยา เสปอร์บันด์ กลับบ้านไปเคาต์ดาวน์กับครอบครัวที่ประเทศนอร์เวย์ และ ''แอน ทองประสม'' นางเอกขวัญใจมหาชนโผล่ไปต้อนรับคริสต์ศักราชใหม่ 2013 ที่นิวยอร์ก สหรัฐอมเริกา เป็นต้น

ด้านดาราสาวเซ็กซี่ขวัญใจหนุ่มน้อยใหญ่ทั่วบ้านทั่วเมืองอย่าง ไอซ์-อภิษฎา เครือคงคา แม้ปีนี้ไม่ได้ไปฉลองเทศกาลปีใหม่ไกลถึงเมืองนอกเมืองนา แต่ก็ไม่ยอมน้อยหน้าใครนอนเหงาหงอยอยู่บ้านคนเดียว หอบผ้าหอบผ่อนไปชิลล์หัวหิน ทะเลที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย และได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติเดินทางมาเที่ยวเป็นจำนวนมาก


การไปหัวหินของ ไอซ์ ครั้งนี้ได้รับความสนใจมากเลยทีเดียว เมื่อมีภาพของดาราสาวอัพขึ้นอินสตาแกรม โดยภาพดังกล่าว ถือเป็นกำไรของแฟนๆ ที่ติดตามผลงานสาวเซ็กซี่รายนี้ได้เป็นอย่างดีทีเดียว เพราะเธอนุ่งบิกินีสีม่วงเล่นน้ำในสระของโรงแรมหรูโชว์เซ็กซี่ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ พร้อมควงเพื่อนซี้ ไฮโซคิด คณชัย เบญจรงคกุล มาถ่ายภาพด้วยชนิดเนื้อแนบเนื้อ แต่งานนี้ไอซ์กับไฮโซคิดไม่ได้ไปสวีตวี้ดวิ้วกันเพียงแค่ 2 ต่อ 2 หากแต่มีแก๊งเพื่อนสาว และไฮโซไปสนุกสนานกันอีกเพียบ

สำหรับ คิด-คณชัย เบญจรงคกุล เป็นลูกชาย เจ้าสัวบุญชัย เบญจรงคกุล เป็นหนุ่มหล่อตี๋ เท่มีสไตล์ ที่ผ่านมาเคยตกเป็นข่าวกับดาราสาวสวยมากหน้าหลายตา เเถมยังอยู่ในเเวดวงไฮโซ งานถ่ายรูปคืองานอดิเรก งานนี้พอเริ่มออกงานอีเวนต์เมื่อไหร่ ''ไอซ์'' คืออีกหนึ่งคนที่ต้องเตรียมคำตอบไว้ให้นักข่าวสายบันเทิง ที่จะไปรอสัมภาษณ์กันตรึมว่า มีความสัมพันธ์สนิทแนบแน่นกับไฮโซตี๋เจ้าเสน่ห์รายนี้มากน้อยแค่ไหน?
ที่มาข้อมูล : Siamdara

วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556

เมย์-มาริษา โดนป่วนร้านส่งท้ายปี


ร้าน Mari-j สาขาสยามสแควร์ ของ ดาราสาว เมย์-มาริษา ฮอร์น โดนพ่นสีสเปรย์ก่อกวนส่งท้ายปี ตำรวจคาดน่าจะเป็นวัยรุ่นที่นั่งดื่มเหล้าฉลองปีใหม่ในย่านนั้น ขณะที่เจ้าตัวคิดว่านี่เป็นการกลั่นแกล้งมากว่า



เจอพวกมือบอนก่อกวนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ซะแล้ว สำหรับดาราสาว เมย์-มาริษา ฮอร์น โดยเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 1 ม.ค.56  ที่ผ่านมามีผู้ไม่ประสงค์ดีไปพ่นสีสเปรย์ระบุคำว่า ''SALE 90'' ใส่หน้าประตูร้าน ''มาริ-เจ'' (Mari-j) สาขาสยามสแควร์ ซึ่งเป็นร้านเสื้อผ้า เครื่องประดับ และเครื่องสำอางสไตล์ญี่ปุ่นของดาราสาว สร้างความเสียหายให้กับทางร้านเป็นอย่างมากเพราะทำลูกค้าเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาเสื้อผ้าในร้านเนื่องจากทางร้าน มาริ-เจ ประกาศลดราคาเพียง 70% เท่านั้น โดยดาราสาวได้แจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบพร้อมดูกล้องวงจรปิดของทางร้านซึ่งก็ได้เห็นหน้าค่าตาคนร้ายอย่างเด่นชัด

''คือเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 31 ธ.ค.ประมาณช่วงตี 4 แต่พนักงานของทางร้านเพิ่งมาพบตอนเปิดร้านประมาณ 11 โมงเช้าพบสีสเปรย์ที่ถูกพ่นตรงที่ประตูคำว่า SALE 90 ทั้งที่ร้านของเรามีการประกาศลดราคาส่งท้ายปีแค่ 70 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น จึงคิดว่านี่เป็นการกลั่นแกล้งอย่างแน่นอน และจากการตรวจสอบทางกล้องวงจรปิดก็ได้เห็นหน้าค่าตาคนที่ทำชัดเจนเพราะกล้องหันไปทางหน้าร้านพอดี ซึ่งก็ได้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดูแล้วก็กำลังมีการตามตัวกันอยู่คาดว่าน่าจะเป็นเด็กวัยรุ่นที่นั่งดื่มเหล้าอยู่แถวนี้ในคืนวันที่เกิดเหตุ ก่อนหน้านี้เราก็เคย complain ไปทางรปภ.ให้มีการตรวจสอบดูแลเพราะเราก็จ่ายค่าดูแลส่วนกลางเยอะพอสมควรจึงอยากให้ช่วยดูแลตรงนี้หน่อย''

อย่างไรก็ตาม ดาราสาวยังไม่ปักใจเชื่อว่าเป็นวัยรุ่นมือบอนซะทีเดียว เพราะดูจากกล้องวงจรปิดแล้วพบว่าคนร้ายน่าจะอายุมากกว่าวัยรุ่น ส่วนจะเป็นเรื่องของการกลั่นแกล้งจากคู่แข่งหรือไม่นั้น สาวเมย์บอกว่าก็ไม่ทราบเหมือนกันเพราะก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้มีปัญหากับใคร เพียงแต่ในช่วงที่ลดราคา 70 เปอร์เซ็นต์ก็มีลูกค้าเข้าร้านมากเป็นพิเศษ

''เราไม่ทราบเลยว่ามูลเหตุของเรื่องนี้มาจากอะไร และดูจากกล้องแล้วลักษณะคนที่ทำก็ไม่น่าจะใช่วัยรุ่นแล้ว สีสเปรย์ที่ใช้ก็เป็นสีสเปรย์แบบฉีดพ่นถาวรล้างออกยากมากต้องใช้น้ำยาแล้วล้างกันนานกว่าจะออก ไม่ใช่สเปรย์ปีใหม่เช็ดออกได้เลยจึงไม่น่าจะเป็นการหยอกล้อกัน เหมือนเขาตั้งใจจะสร้างความเข้าใจผิดให้กับลูกค้าของเรา แต่จะว่าไปผู้ค้าในย่านนี้เราก็คุยกันดีไม่เคยมีปัญหากับใคร เพียงแต่ว่าช่วงที่ลดราคา 70 เปอร์เซ็นต์มีลูกค้าเข้าร้านเยอะพอสมควร ซึ่งจากเหตุการณ์นี้เราก็ได้แจ้งให้ทางตำรวจช่วยสอดส่องดูแลให้มากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น''

ที่มาข้อมูล : Siamdara

ข่าวร้อน